วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558

... ชีวิต ...

หวัดดีครับ  หายกันไปอีกพักนึง  ก็มีความรู้สึกตื่นเต้น  และตื่นตัน  จนอยากเขียนอะไรสักอย่างเก็บเอาไว้



ช่วงนี้ชีวิตก็ดีครับ  มันค่อยๆดีขึ้น  ไม่มาก  ไม่รวดเร็ว  แต่ผมเองก็รู้สึกได้ว่ามันดีขึ้น  เริ่มต้นจากปีใหม่  รู้สึกได้ถึงว่าอะไรๆมันค่อยๆ เป็นกลุ่มเป็นก้อน  และมั่นคงขึ้น  รู้สึกว่าควบคุมชีวิตตัวเองได้มากขึ้น   ขั้นตอนการทำกระเป๋าหนังที่ผมนั่งนึกมโนอยู่หลายเดือนนั้น










ก็เข้าที่เข้าทางไปกว่า 90% แล้ว ทั้งอุปกรณ์ และจัดเตรียมสถานที่ (ในบ้าน)  เหลือเพียงแค่ลองทำเท่านั้น  ก็ยังไม่รู้นะครับว่าจะออกมาเป็นยังไง  หมู่หรือจ่าก็ต้องลุ้นกันไป   ว่าจะออกมาดีไหม  เริ่มต้นเรียนรู้เองทั้งหมด  อะไรที่ดูภาพเอาว่าง่าย  ทำจริงๆก็ไม่ง่ายเท่าไรนะครับ   แล้วก็หลายอย่างคิดเองทำเอง  ก็ทำให้รู้ว่าปัญหาของการทำคืออะไร  ก็ค่อยๆทำไปครับ  เก่งๆแล้วก็จะสั่งซื้อหนังจริงๆมาลองทำเป็นเต็มใบแบบจัดเต็มดู






และผู้เป็นเพื่อนคอยอยู่ในทุกอย่างก้าวของผม  ก็เหมือนเดิมครับ  ได้มีโอกาศเจอปุ๊ ครั้งแรกในรอบหลายเดือน  ปุ๊ดูไม่เปลี่ยนไปมากนัก  นอกจากผอมลงก็ถือว่ารวมๆ  ไม่มีอะไรแย่ลง  มันก็บอกว่า  ช่วงนี้ก็กลับมาออกกำลังกาย และทำน้ำหนักให้กลับขึ้นมาปรกติ    แล้วก็เหมือนเคยเราไม่ได้พูดถึงความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นมากนัก    ผมเองส่วนตัว  อยากถามเหมือนกัน  แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดถึง  เพราะรู้สึกว่าหากเจ้าตัวเขาไม่อยากพูด  มันก็ไม่ใช่กงการอะไรของเราที่จะไปถามซอกแซก  ถ้ามันจะเล่า  ก็จะเล่าเอง




เช้าวันนั้นก็เดินวงเวียนใหญ่จนปรุครับ  อุสาห์แบกเป้ใบเป้งไป  กะว่าจะซื้อหนังวัวฟอกฝาดสวยๆ  กลับบ้านสักผืน  แต่เอาเข้าจริงๆ  หนักมากครับ  ไม่สามารถที่จะแบกไปไหนมาไหนได้สะดวก  เพราะนอกจากตัวหนังที่ม้วนแล้วจะหนักและใหญ่มาก  ยังอาจเกิดอาการหักพับ  เสียหายได้อีก  งานนี้ก็เลยได้แต่ซื้อมัดเศษหนังกลับมาลองฝึกหัดเย็บดูครับ  ซึ่งก็โอเคเลยทีเดียว เย็บทิ้งเย็บขว้างได้




วันนั้นก็เป็นวันที่ชีวิตผมดี๊ ดี  อีกหนึ่งวัน  ได้เจอเพื่อน  ได้ไปกินของอร่อยๆ  เต็มท้อง  ล่ะก็ไปส่งพี่พอลกลับบ้าน  และจา พนมลงช่องลิฟท์  เป็นครั้งสุดท้าย  .......  มีความสุข  อิ่มท้อง อิ่มใจ







ส่วนเรื่องอื่นๆ  ก็พยายามครับ ที่จะไม่พาตัวเอง  ไปอยู่ในความรู้สึกที่ทำให้วุ่นวายจิตใจ   ต้องคอยเตือนสติตัวเองให้ดีตลอด  ว่าจะไม่หาเรื่องใส่ตัวอย่างที่ผ่านๆมาอีก  ของบางอย่าง  เราเพียงแค่มองดูเฉยๆก็พอ   ถ้าวันนึงมันจะใช่  มันก็จะใช้  ตอนนี้ผมก็ได้แค่พยายามบอกตัวเองแบบนั้น   เรียนรู้มาพอสมควรว่าของบางอย่าง  วิ่งเต้นดิ้นรนไปมันก็เท่านั้น  ไม่ได้ทำให้เรามีค่าขึ้นมา  หรือไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไรกับเรามากขึ้น  ก่ะเอาเป็นว่า  แสดงตัวว่า  "กุอยู่ตรงเน้ ... นะ"   จบ ครับ




แล้วก็สบายตัว  รู้สึกผมไม่ได้เอาใจไปผูกไว้กะใคร  ไม่เจ็บ  ไม่ปวด  ไม่ทุกข์ร้อน    ก็ทำให้ใช้ชีวิตผ่านไปได้



เพราะบางอย่าง  ถ้ามีแล้วไม่ดี  ไม่มีดีกว่าไหม?





อ่อ ....  แล้วก็มีอีกเรื่องที่ชีวิตจิดี  ดี๊ ดี    นั้นคือ .....  การกลับมารียูเนียน  อีกครั้งของ Boyzone  ไม่สิ น่าจะ Unclezone กันหมดล่ะ   ก่อนหน้านี้สมัยผมเป็นเด็กน้อย  ผมชอบฟังเพลงสากลมาก  แต่ไหนแต่ไร  ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง (ส่วนใหญ่ฟังไม่ออก)  แต่ก็ชอบเพราะมันเพราะดี  ฟังแล้วไม่รู้สึกเบื่อเหมือนเพลงไทย  ผมจึงเป็นเด็กกระแดะมาแต่เด็ก  ที่ไม่ฟังเพลงไทยเลย  ผมรู้จัก Boyzone มาตั้งแต่หัดฟังเพลงสากลใหม่ๆ  เคยคิดเสมอว่าวันนึงทำงานหาเงินได้เอง  คงจิได้ไปดูแม่งทุกคอนเสริทเลย  แต่เอาเข้าจริงๆ  จนป่านนี้ก็ยังไม่เคยไปดูเลยสักคอน








อีพวกบอยแบนด์พวกนี้ตอนดังๆ  ก็ไม่เคยจะมา  จะมาบ้านเราบ่อยๆก็ตอนที่อ้วนและแก่กันหมดล่ะ   แต่ก็เอาหนาาาา 555555  เพื่อสนองตัณหาสมัยเด็ก  เป็นฤกษ์ดีที่ ลุงๆ  Boyzone  จะมาเมืองไทยอีกครั้งในรอบหลายปี  จัดไปครับ  อย่าให้เสียน้ำใจลุงๆ  ไปกรีสสส คุณลุงให้แต๋วแตกกันสักครั้ง



แหม .... พูดแล้วรู้สึกเหมือนตอน 14   จะได้ดูป๋าโรแนน ร้องเพลงหลาวววววว .....

























... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...