วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... ห้องเก็บวัสดุ ...

ช่วงนี้ผมรู้สึกเหมือนยืนอยู่โคนต้นงิ้ว ....
และตอนนี้ก็กำลังไต่ขึ้นไปช้าๆ .... ไม่มีอะไรจะหยุดได้เลย


เมื่อวานก่อนเลิกงานผมจูบปากแลกลิ้นกับเธอที่ห้องเก็บวัสดุ เป็นครั้งแรกที่เราจูบกัน ถึงเนื้อถึงตัวกัน โดยที่อยู่กันตามลำพัง


เธอเป็นผู้หญิงที่แสนจะเซ็กซี่เหลือเกิน ..... จนผมไม่อาจห้ามใจได้อีกต่อไปแล้ว แต่ก็อีกแหละ ... มีคนเข้ามาเอาของ เราจึงต้องจำใจ หยุดสิ่งที่กำลังร่วมกันทำอย่างสมัครใจ


และตั้งแต่ตอนนั้น เธอก็ไม่ยอม Sexphone กับผมอีกเมื่อคืน ด้วยเหตุผลที่ว่า เธอไม่อยากได้จากทางโทรศัพท์อีกแล้ว เธออยากได้จากของจริง เธอร้ายกาจมาก ร้ายกาจเหลือเกิน


เธอยื้นข้อเสนอมาแบบนี้ผมควรจะทำยังไง


หน้าอกอุ่นๆของเธอในมือผม ผมยังจำสัมผัสนั้นได้ดี .... เพราะเจ้า ผมกำลังคลั่งเธอ


เธอปั่นหัวผมได้สำเร็จแล้ว


ผมกลัวว่าจะหลง และ จะรักเธอโดยที่ไม่รู้ตัว


แต่ตอนนี้ เรื่องอะไรๆ มันก็ยากที่จะแก้ไข ให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม


เธอแชทมา ชวนผมไปช่วยเธอดูของในห้องเก็บวัสดุอีกแล้ว พระเจ้า ..... ผมจำทำอย่างไรดี

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... วัสดุทนไฟ ...

พักนี้มีสมาธิทำงานได้น้อยมาก เธอคอยส่งอะไรต่ออะไรมาให้ดู


ทำให้เสียสมาธิไปได้ ชนิดที่เรียกว่ากว่าจะรวบรวมกลับมานี้ยากเต็มที


รู้ตัวเลยว่า เล่นกับไฟเป็นแบบนี้


ตอนนี้ผมทำได้เพียงแค่ไม่พยายามเป็นน้ำมัน ที่ติดไฟง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นวัสดุกันไฟ


ผมยอมรับว่าคล้อยตามเธอหลายอย่าง ....


วันๆพยายามจะไม่สบสายตาเธอ เพราะยิ่งมอง ก็ยิ่งรู้ ว่าเธอมองมาแล้วต้องการอะไร


มันต่อสู้กันหลายอย่าง ระหว่างความรู้สึกผิดในสมองเหา กับร่างกายที่มัน .... ทำไปตามสัญชาติญาณ


ผมรู้สึกเหมือนอะไรสักอย่างที่ไม่อาจควบคุมความต้องการของตัวเองไว้ได้ ช่างน่าอาย ...


ผมเข้าใจคนที่เป็นชู้กับเมียชาวบ้านก็ตอนนี้ .... คนที่เป็นมือที่ 3


คนที่ทำ ทั้งๆที่รู้ว่าผิด


มันอาจจะยังไม่เกิดขึ้น ผมยังไม่ได้มีอะไรกับเธอ แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสท หรือหยุดยั้งมันแต่อย่างใด


ทำได้อย่างเดียวคือ ทำตัวเฉยๆ ปล่อยให้คลื่นอารมณ์พัดพาไป ตามแต่สถานการณ์จะพาไป


เพราะตอนนี้ มันเหมือน ถ้าลงมือทำ มันก็เจ็บ ถ้าหยุด มันก็เจ็บ ..... ก็ทรมานพอกัน


คุณโอ๊ค บอกผมว่า บางคน เลือกที่จะมีความสุขเพียงสั้นๆ แล้วเจ็บปวดทรมาน

บางคนก็เลือกที่จะ เจ็บปวดไม่มาก เพื่อวันข้างหน้าไม่ต้องรู้สึกอะไร


ผมรู้ ... แล้วนี้ผมกำลังทำอะไรกับตัวเอง


งานนี้ผมเหมือนมาเจอซาตานในคราบนางฟ้าเข้าอีกแล้ว .... คนนี้ไม่สนใจเงิน สนแต่ SEX เท่านั้น

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... เสียงครวญครางในใจ ...

การที่เราชอบ แต่พยายามที่จะไม่สนใจ ไม่รู้สึกมาตลอด 7 เดือน มันเหมือนเขื่อน เหมือนทำนบ


ที่ตอนนี้มันกำลังพังครืนลงมา ผมไม่รู้ว่าของเธอเป็นยังไง แต่ของผมเหมือนเขื่อนแตก


พอเราเริ่มรู้สึกอะไรที่แตกต่างออกไป อะไรๆมันก็เปลี่ยน แฟนของเธออยู่อเมริกา แต่ผมอยู่ที่นี้ ... กับเธอ พบเธอวันละ 8 ชั่วโมง


แตะเนื้อต้องตัวเธอ คุยโทรศัพท์กับเธอทั้งคืน


ตอนนี้เราก็ยังไม่ได้มีอะไรกัน .... แต่เธอออกไปหาซื้อมือถือมาใหม่ 1 เครื่อง เพื่อที่จะใช่ซิมที่ผมโทรเข้าได้ฟรี ตลอดเวลา ไม่ต้องสลับซิม


เธอ ... เริ่มบอกปัดการสนทนาระหว่างเธอ และแฟนเธอ ทางกล้อง เวบแคม ด้วยข้ออ้างต่างๆนานา เพื่อที่จะคุยกับผม


เราเล่น Sex Phone กัน เกินเลยไปเรื่อยๆ


เสียงครวญครางของเธอ เย้ายวนใจผมเหลือเกิน


เธอเริ่มเอ่ยปากชวมผมไปที่บ้าน เริ่มมีความคิดจะไปหาอพาต์เมนท์รายวัน เพื่ออยู่กับผมหลังเลิกงาน
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ากำลังทำอะไร แต่ที่แน่ๆ ปลายทางมันคงไม่สวยนัก


ผมรู้ ..... มันวาบหวาม เร้าร้อน มีแต่ตัณหา ราคะ อยู่ในหัวสมองอยู่ตลอดเวลา


เธออันตรายมาก ... ผมรู้ หาผมหลวมตัวไปอีกนิด เรื่องมันคงลุกลามใหญ่โต


มันก็แค่ถูกใจเรื่องบนเตียง เท่านั้น


แต่นอกนั้นผมรู้ว่า เธอกับผม แทบไม่มีอะไรที่ไปด้วยกันได้


เธออ่อนกว่าผม เจ้าชู้ และผมรู้ว่าเธอไม่ได้คิดจริงจังขนาดที่ผมคิด


แบบนี้เขาเรียกว่า " ชู้ " ได้รึยัง


เหมือนที่คุณ Toswear บอก ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไร ผมทำทั้งๆที่รู้


แต่บางอย่าง มันก็ ... ยากเกินกว่าที่จะเข้าใจ


ผมจะทนตัวเองไปได้อีกสักกี่น้ำ เธอชวนผมหลายครั้งแล้ว แต่ผมพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่เอาตัวเองไปอยู่กับเธอสองต่อสองในที่ลับตา ผมจะอดทน ไปได้อีกสักเท่าไรกันเชียว


ถ้าเธอไม่ทำอะไรมากไปกว่านี้ ผมก็คิดๆไว้ว่า จะเล่นตัวแบบนี้ ไปจนกว่าเธอจะเลิกรากับผมไปเอง แต่เธอบอกว่า ... เธออยากได้ผม ต้องเป็นผม ...


ฟังแล้วดูก็รู้ ว่ามันก็แค่นั้น หากวันใดเธอได้ในสิ่งที่เธอต้องการแล้ว ... ผมก็จะไม่มีค่าอีก .... อาจเป็นเช่นนั้นก็ได้ .... ว่าไหมคับ

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... ต่อมคนดีแตก ....

ต่อมคนดีแตก ......


ผมเหงานะ


ผมก็แค่อยากมีใครสักคนที่จะกอดผมเอาไว้ .... ใครสักคน


ผมอยากมีใครสักคนที่จะคบ จะอยู่ด้วย จะใช่ชีวิตคู่กันไปเรื่อยๆ เธอเป็นแฟนเพื่อนผมเอง ผมแนะนำให้เขาพบกัน ให้เขารักกัน และสุดท้าย กลายเป็นผมเอง ที่กำลังจะมีความสัมพันกับเธอ


เพราะเพื่อนผมอยู่ไกลมาก


ตั้งแต่ครั้งแรก ที่ผมมาสมัครงานที่นี้ ผมก็ชอบเธอแล้ว แต่ผมจะมีอคติต่อคนหน้าตาดี เพราะผมรู้ว่าคนหน้าตาดี จะเจ้าชู้ มีคนมาจีบเยอะ และผมไม่ใช่พวกประเภททนเห็นได้


2 วันมานี้เรามีแตะเนื้อต้องตัว เกินเลยไปบ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นมีอะไรกัน ผมก็เริ่มออกอาการงี่เง่า คือหงุดหงิด เห็นเธอคุยโทรศัพท์ ทำหน้ายิ้มๆ เห็นเธอคุยกับเพื่อนผมที่เป็นแฟนเธอ ผมรู้เลยว่าผมคงจะทนไม่ได้ และมันอาจจะจบไม่สวย


อย่างที่คุณผีเสื้อกลางคืนบอกไว้


และผมรู้รสชาติของการสูญเสียความรัก ผมไม่อยากทำร้ายเพื่อนผมเอง เพื่อนที่ผมไว้ใจผม


แต่เพิ่งมารู้จากปากเธอว่าเธอชอบผมตั้งแต่ต้นเหมือนกัน ..... กรรมเวร จริงๆ


ก็ใครจะไปรู้ฟร่ะ ...


ผมก็แค่อยากผลักเธอออกไปไกลๆ เพราะว่าผมไม่ชอบมีแฟนในที่ทำงานด้วย รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า คงทำงานไม่สะดวก


แต่ตอนนี้เรื่องมันก็กลายมาเป็นแบบนี้สะแบบนั้น



โอ้ย ... ผมจะทำยังไงดีฟร่ะคับ

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ ...

อาการคิดไม่ซื่อกับคนใกล้ตัวนี้มันเป็นยังไงนะ


ผมเพิ่งรู้จักกับคำๆนี้ วันนี้


ทั้งๆที่รู้ว่ามันผิด มันไม่ดี แต่ผมก็กำลังจะทำมัน


มันไม่ใช่ความรัก ผมรู้ ... แต่สำหรับอีกฝ่าย ผมไม่รู้ แต่บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น หากเราไม่ห้ามใจกัน อีกฝ่ายกำลังทอดสะพาน คอนกรีตเสริมเหล็กมาให้ผม


และผมก็กำลังรีบ เดิมข้ามไปแบบงงๆ มึนๆ


มันเป็นเรื่องของ SEX และความต้องการล้วนๆ นี้ผมโสดใช่ไหม ผมทำได้ใช่ไหม โดยที่ไม่มีใครเดือดร้อน ... จริงหรือ???


งานนี้ถ้าหากมันเกิดขึ้นจริงๆ มีคนเดือดร้อนแน่ แต่ ... บอกตามตรงว่าตอนนี้ผมกำลังตะบะแตก


ผมไม่ได้นอนกับผู้หญิง แบบจริงๆจังๆ มาเกิน 1 ปีแล้ว พระเจ้า .... แมร่งโคตรนานเลย ไม่รู้ว่าอยู่มาได้ยังไงเหมือนกัน



แล้วไอ้ฤทธิ์ที่ชอบคุยกัน หยอกกันเรื่องในมุ้ง ตอนนี้มันกำลังแสดงผลลัพท์ ผมกอดเขาเมื่อวาน แล้วเหมือนอีกฝ่ายเองก็จะตะบะแตกเช่นกัน ตอนนี้เราเริ่มพูดนัดแนะกัน แล้ว แต่ผมรู้ว่า ลึกๆแล้วอีกฝ่ายคิดจริงๆ เหมือนที่ผมคิดตอนนี้



เขาเป็นคนสวย ผมยอมรับว่ามองเขาตั้งแต่ต้น แต่ไม่อยากคิดอะไร แต่ตอนนี้ยอมรับว่าคิดไปไกล .... แต่


มันไม่ใช่ความรัก ผมรู้ แต่ต่อไปอะไรจะเกิดขึ้น หากเราได้ลงมือทำในสิ่งที่เรากำลังร่วมกันสร้างนี้ขึ้นมา


ลึกๆแล้วผมรู้ว่า เขาไม่ใช่คนๆนั้นสำหรับผมแน่นอน และผมคงเครียดหากรักเขา


แต่ผมอยากนอนกับเขา ... เพราะเขาทอดสะพานให้ผมอยู่ตอนนี้ ผมยอมรับหน้าชื่นเลย


ตลอดมาผมไม่เคยเอ่ยถึงเขาเลย เพราะไม่ได้คิดอะไร ก่อนหน้านี้ผมมีแฟน ถึงเขาจะสวย แต่ก็เป็นได้แค่เพื่อน แต่ตอนนี้ผมโสด ... และเขาเหงา !!! แต่เหมือนตอนนี้ผมจะตะบะแตกแล้วหละ


ตอนนี้เราเล้าโลมกันผ่านตัวหนังสือตลอดวัน โอว .... พระเจ้า ... ผมจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ผมก็คนนะ .........

ผมจะทำยังไงดี ....

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... The Curious Case of Benjamin Button ...

โอว ... พระเจ้า ... สวัสดีคับ สวัสดี





ไปดูมาแล้วคับ ไปดูมาแร้ววววว The Curious Case of Benjamin Button





เช้าวันอาทิตย์ครับ รีบแหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่ ตี 5 เพื่อทำกิจกรรมประจำอาทิตย์ นั่นคือการซักผ้า


และทำงานบ้านทู้กกกก อย่าง ที่พึงจะต้องทำตลอดวันอาทิตย์ปรกติ ให้เสร็จก่อน 9 โมงเช้า แต่เมื่อวานผมมีสิ่งที่ตั้งใจว่าจะต้องทำให้ได้


นั่นคือการไปทัศนา ภาพพยนต์


แต่ ... ไปคนเดียวคับ มันเป็นการไปดูหนังคนเดียวครั้งแรกในชีวิต


เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ไม่เคยไปดูหนังคนเดียวเปลียวจิต มาก่อน ปรกติต้องลากเพื่อนสักคนไป หรือถ้ามีแฟนก็ไปกับแฟนโลด


แต่ตอนนี้ไม่มีทั้งเพื่อนแระแฟน ก็ไปแมร่งคนเดียวนี่แหละคับ สบายใจ


และเนื้องด้วยจากผมย้ายระแวกบ้านไปใกล้ๆกับแฟนชั่น ไอซ์แลนด์ เพราะฉะนั่นไปดูที่นั่นแหละ ใกล้ดี ...


11 โมงออกจากบ้าน รีบเดินเหมือนประหนึ่ง มีนัด ....



ไปถึงปั๊ป ซื้อตั๋วได้เลย ไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องเจอใครบ่นว่ามาช้า ไม่ต้องออกเงินซื้อตั๋วให้ใคร เงินผม ผมใช่คนเดียว โอวว .... บางทีการโสดนี่มันก็มีส่วนดีเหมือนกันนะ


แต่ว่า ยังไม่กล้าซื้อ น้องป๊อปกิน เพราะว่ายังไอไม่หาย กลัวเข้าไปเห่าในโรงหนังแล้วเขาจะด่าเอา เลยเสียค่าโง่ ไอซ์ - ที กระป๋องละ 30 บาทหน้าโรง T___T แมร่ง .... แพงสราาาดดดดด



คราวหน้าต้องซื้อน้ำ ซื้อขนมใส่กระเป๋าไป


และผมก็ค้นพบที่ดูหนัง เข้าใหม่ ที่ไม่จอแจ เช่นเดียวกับเสรี เซ็นเตอร์แล้ว เนื้องจากมันเป็นห้างที่มาลำบาก แล้วก็อยู่ชานเมืองมาก คนเลยไม่เยอะ ทำให้ทั้งโรงมีคนไม่มาก (ความประทับใจส่วนตัว) แล้วหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังผู้ใหญ่



ทำให้นั่งดูสบายมากคับ ไม่มีวัยรุ่นเข้ามาให้น่ารำคาญ ไม่มีเด็ก มีแต่ผู้ใหญ่ มีมารยาทในการดู ดีมาก


โดยส่วนตัวผมชอบหนังเรื่องนี่ตั้งแต่ยังไม่ได้ดูแล้ว พอดูก็ยิ่งรู้สึกรัก ถ้าใครชอบดูหนังแนวดราม่า หนังชีวิต อย่าง Shawshank , Remember The Titan , The Pursuit of Happyness , Cinderella Man หรือ ซีบิสกิส คุณจะต้องชอบหนัง เรื่องนี้อย่างแน่นอน ที่สุด





ผมเป็นคนชอบหนังย้อนยุค นิดๆ ประเภทนี้อยู่แล้ว เลยยิ่งรู้สึกประทับใจใหญ่



Benjamin Button เกิดมาพร้อมกับความผิดปรกติ โดยเริ่มต้นชีวิตด้วยความชรา มีร่างกายเทียบเท่าคนแก่อายุ 80 ทุกๆคาดว่าเขาจะต้องตายในไม่ช้า



ผมว่าตัวเขาเองก็คงคิดเช่นนั้น


เขาเติบโตมา ในบ้านพักคนชรา กับผู้หญิงผิวดำที่เขาเรียกว่าแม่ ผมชอบตรงที่ว่าตัวเนื้อเรื่องให้เขาเติบโตมาในสถานที่นั่น แทนที่จะเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แล้วเริ่มน้ำเน่าโดยให้เขาต้องรู้สึกแปลกแยก
แต่ที่บ้านพักคนชรา เขารู้สึกว่าเขาก็เหมือนๆกับคนที่อยู่ด้วยกัน ทำให้สภาพจิตใจเขาปรกติ ผมว่าดีทีเดียว

ผมชอบช่วงปี 1900 ถึง 1999 มาก เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่คนยังส่งจดหมาย ยังต้องทำอะไรๆด้วยตัวเอง และโลกยังสงบดีกว่านี้มาก



ใครหลายๆคน อาจจะมองว่าดี ที่มีชีวิตจากแก่ไปหาเด็ก ของทุกอย่างมี สองด้านเสมอ



Benjamin มีชีวิต เพื่อรอวันที่จะได้มีความสุขเหมือนคนอื่นๆ

แต่คนปรกติอย่างเราๆ มีชีวิตที่พบกับความสุขก่อน แล้วค่อยกล่าวคำอำลา




ผมว่ามันเป็นเหมือนกับคำสาบมากกว่าพรจากพระเจ้า



แต่ไม่ว่า ชีวิตจะเริ่มจากทางด้านไหนก่อน ผมว่า Benjamin ก็สามารถเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ เขาเป็นคนจิตใจดี เติบโตมาแบบคนปรกติธรรมดา (แม้ร่างกายจะไม่ปรกติ) ค้นพบคุณค่าของสิ่งต่างๆ



ผมชอบกัปตันเรือ ที่เขาทำงานด้วยมาก ดูเป็นคนน่ารังเกียจ ดูเป็นคนไม่ดี แต่ผมว่าเขาดีกว่าคนดีๆ ทั่วไปตั้งเยอะ ผมชอบตอนที่ Ben รบเร้าให้เขาเอาเรือออกในวันอาทิตย์



เขาถาม Ben ว่ารู้ไหม วันอาทิตย์เป็นวันอารายยยยย ......



นั้นแสดงว่า คืนวันเสาร์ ฉานนน เมา ปริ้น .....


Ben ตอบเขาว่าก็เห็นคุณเมาทุกวัน


กัปตันลืมตามามองดูเขา .... และก็เอาเรือออกพา Ben และ Daisy ไปร่องเรือชมทะเล ทั้งๆที่เขา จะไม่ทำก็ได้ ....



ผมว่าเขาน่ารักดี และไอ้คนเมาปริ้น นี้แหละ ที่ยอมเอาเรือตัวเองออกไปร่วมรบ ยอมตาย ทั้งๆที่ เลือกที่จะไม่ทำก็ได้ ผมบอกได้เลยว่าสิ่งที่หนังพยายามสื่อตลอดเรื่องคือ ทุกๆสิ่งมี 2 ด้าน


และพ่อแท้ๆของ Ben ก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้าย เขารักลูก รักเมีย .... แต่เขาก็ทิ้ง Ben


แม้แต่ตัว Ben เอง การมีชีวิต ย้อนถอยกลับ มันจะดีรึเปล่า??? มันจะดีรึเปล่า ที่เราจะรู้กำหนดวันตายที่แน่ชัด กว่าการชราภาพลง และอยู่ไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าจะตายวันไหน กับการกลายเป็นเด็ก ลืมวิธีเดิน ลืมวิธีพูด และกลายเป็นทารก ทั้งที่บางเศษเสียวเราสามารถระลึกได้ว่าเราคือใคร



กลายเป็นเด็ก 5 ขวบ 3 ขวบ แบบ ... เรารู้ว่าอีกไม่กี่ปี จะตาย ผมว่า แก่ตายดีกว่า นะ



แต่ผู้ชายคนนี้ ก็เป็นผู้ชายได้ดี เป็นพ่อได้ดี ... ผมชอบที่เขาบอกว่า .... " ลูกต้องการพ่อ ไม่ใช่เพื่อนเล่น " .... "คุณเลี้ยงทั้งผม ทั้งลูกไม่ไหวหรอก "


ผมชอบที่เขาจากไปโดยมีเพียงเสื้อผ้าชุดที่ติดตัวไป ผมว่าเขาเป็นลูกผู้ชายมาก เป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ


และผมชอบคำพูดประโยดนึงของหนัง ที่บอกว่า ...




" เราจะโทษโชติชะตา อย่างไรก็ได้ เราจะสบถด่าทอ หรือตีโพยตีพายต่อสิ่งร้ายๆที่เข้ามาในชีวิตเราอย่างไรก็ได้ .... แต่เมื่อถึงจุดสิ้นสุดสุดท้าย .... เราก็จำเป็นที่จะต้องปล่อยวางทุกอย่างไปสะ "




.... เหมือนคำพูดไทยๆเรา ว่าตายไปก็เอาอะไรไปสักอย่างไม่ได้ นั้นแล









ผมรักหนังเรื่องนี้ .... พระเจ้า หนังสามารถทำออกมาได้ ละเอียดอ่อน แม้ว่าผมจะไม่ชอบตอนจบของ Ben เท่าไร แต่ดูแล้วคุณจะรู้จักตัวละครทุกตัว รู้จักนิสัยใจขอ รู้จักตัวตน


หนังเรื่องนี้สอนว่า ... เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ .... ไม่ว่าจะเกิดมาเป็นเด็กธรรมดา หรือ เกิดมาในสภาพชายชราในร่างเด็ก ทุกๆคน ล่วนเวียนว่ายตายเกิดในสิ่งเหล่านี้เหมือนๆกันทุกคน

หนังเรื่องนี้สอนผมในเรื่องเงื่อนไขของเวลา ทุกๆ สิ่ง มีเหตุ มีผล เราไม่ควรไปเร่งร้อนใดๆ เพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกสิ่งทุกอย่าง มันจะมาของมันเอง


และหนังเรื่องนี้สอนผมว่า .... คนแต่ละคน ล้วนมีวิถีทางเป็นของตัวเอง เช่น บางคนเกิดมาเพื่อจะเป็นแม่ (แม่เลี้ยงของ Ben ) บางคนเกิดมาเพื่อ เป็นช่างทำกระดุม (พ่อแท้ๆของ Ben ) มันต้องเจาะจง ทุกๆคนล้วนมีหนทางที่ต้องมุ่งหน้าไปเสมอ

ดูหนังเรื่องนี้แล้วผมหายสติแตก ในวันวาเลนไทน์ เลย รู้สึกว่า ยังมีชีวิตผู้คนอีกมาก ที่เลวร้ายกว่าชีวิตผม

และไม่ว่าชีวิตเราจะเลวร้ายสักแค่ไหน เราก็ต้องอยู่กับมัน ให้ได้ ....

ถ้าหนังเรื่องนี้ไม่ได้ ออสการ์ ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... ความรัก ...



วันนี้ Vanlentine's day นะคับ





หลายคนคงเตรียม อะไรพิเศษๆไว้ ให้คนพิเศษ





หลายคนคงมีความสุข และหลายคนก็มีน้ำตา





คนแต่ละคนมีความทรงจำ มีวิธีผ่านความรักมาต่างกัน





ผมคนนึงก็ผ่านความรักมาไม่น้อย กับผู้หญิงหลายคน จากคนแรกที่สุด จนคนล่าสุดที่เพิ่งจากไป





ผมคงไม่โทษใคร หรืออะไรที่วันนี้ผมต้องมานั่งรู้สึกแบบนี้ ในวันที่คนทั้งโลก อินเลิฟ





แต่ผมก็รู้ว่า คนครึ่งโลก ก็เป็นแบบผม





ผมคิดว่าผมคงจะยังไม่โชติดี .... เท่านั่น และหวังว่าสักวัน .... ผมจะได้มีคนที่รักผมจริงๆ นอกจากพ่อกับแม่บ้าง





ผมจะไม่ปฏิเสธ หรือทำว่าผมเข้มแข็งดีหรอก ในวันแบบนี้ เพราะยอมรับว่าวันวาเลนไทน์ทำผมเหงาๆเหมือนกัน





หลายๆอย่างที่ผู้หญิงพวกนั้นทิ้งไว้ โดยเฉพาะคนสุดท้าย ที่ทำให้ผมรู้สึกแย่ที่สุด สมเพชตัวเองที่สุด และเสียความเป็นตัวของตัวเองที่สุด จนแม้กระทั่งวันนี้ ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องของเธอ





ก็ทำให้ผมรู้สึกทุเรศใจทุกครั้ง





วันก่อน ผมได้คุยกับเพื่อนของผม สมัยเรียนมัธยมทางเอ็ม เธอเติบโตมาเป็นผู้หญิงสวย เจ้าชู้ ไม่เหลือเค้าโครงเด็กหญิงใส่แว่นตาเรียบร้อยในอดีตอีกแล้ว
เธอบอกกับผมว่า เธอกำลังจะแต่งงาน .... กับผู้ชายคนนึงที่ทำงาน รู้จักกัน 4 ปี แต่เพิ่งคบได้ 6 เดือน เธอกำลังกู้ร่วมซื้อบ้านราคาล้านกว่าบาท กับเขา และสร้างครอบครัว





ผมจำได้ว่า ตอนผมเลิกกับนางฟ้า เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เธอเลิกกับพ่อเทพบุตร ชาวญี่ปุ่นของเธอ และ 9 เดือนต่อมา เธอกำลังจะแต่งงาน แต่ผม ต้องมานั่งรักษาแผลใจตัวเอง






ยิ่งคุยๆกัน ผมก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ในตัวหนังสือของเธอ ... จึงเอ่ยปาก .... ถามบางอย่าง ....





ถ้าเขาจน .... เธอจะแต่งกับเขาไหม ????





เธอตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า ....... ไม่ !!!!! .....





อ่อ ..... ผมมาถึงบางอ้อ ... ทันที


































เธอบอกกับผมว่า .... เงินไม่ใช่ประเด็น แต่เดี๋ยวนี้ มัน ....... สำคัญ!!!!!!





ถ้าหากอีตานี้ ไม่มีสวนยาง ไม่มีธุระกิจ ..... มันก็คงจะไม่ได้เจาะไข่แดงเพื่อนผม





คุณเคยถามตัวเองกันบ้างไหมว่า .... คุณเลือกคบแฟนคนปัจจุบันของคุณ .... เพราะอะไร ??????????


คงเป็นคำถามที่ผมคงจะหาคำตอบให้กับชีวิตไม่ได้ จนกว่า ... วันนึงผมจะมีเงินขึ้นมา เหมือนคนอื่นๆบ้าง





ในละแวกบ้านเก่าผม มีทอมคนนึง ขับ Civic ตัวใหม่ มารับมาส่งลูกสาวคนเล็กของครอบครัวคนจีนร้านชำ ทุกวัน
ผมยังเคยคิดเลยว่า ถ้าเขาไม่มีรถ ไม่ดูร่ำรวย เธอจะเป็นแฟนกับเขาไหม เขาจะได้เข้าออกบ้านนั้น ทำตัวเหมือนเป็นสมาชิกครอบครัวของเธอไหม????




ไม่มีใครให้คำตอบได้ แต่ถ้าถาม ทุกคนจะปฏิเสธเหมือนๆกันหมดว่า .... ไม่ได้เห็นแก่เงิน





ไม่ได้เห็นแก่เงิน .... แล้วผมเจอกับอะไร ???? แล้วที่ผมเห็น ผมได้ฟังมา .... มันคืออะไร ...








5555555555555555555555555+++++++++++







มันตลกแบบไม่มีแม้แต่แววตา แต่ผมกำลังหัวเราะเยอะตัวเอง




ถ้าผมเป็นลูกคนมีกะตัง ... เมื่อ 4 เดือนก่อน เรื่องราวมันจะต่างไปไหม???



ถ้าผมมีเงิน ..... ผมจะได้เข้าไปในชีวิตของเธอไหม???



ถ้าผมมีเงิน ..... ผมจะได้รู้จักเพื่อนๆของเธอไหม???



ถ้าผมมีเงิน ..... เธอจะเคยเอ่ยปากชวนผมไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเธอ กับเพื่อนของเธอไหม???



ถ้าผมมีเงิน ..... เธอจะแชร์ชีวิตทั้งหมดของเธอกับผมอย่างที่เธอบอกไหม???



ถ้าผมมีเงิน ..... เธอจะรักษาน้ำใจผมมากกว่านี้ไหม จะมีคำพูดรุนแรงเหล่านั้นออกจากปากคนที่เคยบอกว่ารักผมอย่างเธอไหม???



ถ้าผมมีเงิน .... วันที่ผมชวนเธอไปเที่ยวต่างจังหวัดปีใหม่ .... เธอจะพูดกับผมไหมว่า 4,000 ไปไหนไม่ได้หรอก .....



ถ้าผมมีเงิน ..... ผมจะซื้อความรัก ..... ของเธอได้ไหม ?????



ถ้าผมมีเงิน ..... ผมจะซื้อผู้หญิง .... ทั้งโลก ได้ไหม ????




....... ใครคิดว่าผมทำได้ ยกมือ ... หน่อยคับ ..................................................



ผมได้รับเมลล์นี้จากเพื่อนๆผม .... ทำให้มีกำลังใจบ้าง .... ว่าคนที่เขาไม่ได้มองกันที่ภายนอกยังมี

สามีภรรยาคู่นี้มี ลูก หญิงชาย อย่างละ 1 .... ผมอิจฉาผู้หญิงคนนี้ เพราะมีผู้ชาย 1 คน ที่รักเขา ... จริงๆ

และผมประทับใจผู้ชายคนนึ้ ..... ทั้งที่เขาอาจได้พบคนที่ดีกว่า .... แต่เขาเลือกที่จะรักเธฮ ....

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... มีฟามสุข ...

สวัสดีคับทุกท่าน


ช่วงนี้อารมณ์ดี กระดี้กระด้า มาทำงานทุกวัน .... ไม่ใช่อะไรพิเศษ แต่จะกระดี้กระด้าช่วงมาทำงานกับกลับบ้าน เพราะได้ดูเครื่องบินทู้กกก วัน


ถามว่า... อะไรมรึงจะบ้าขนาดนั้น แต่ของแบบนี้ใครไม่ชอบไม่รู้นะคับ หุ หุ


ช่วงนี้เล่นแฟนพันธ์แท้กับตัวเองคับ นั่งดูรูปเครื่องบินที่ทำงาน แล้วตอนกลับบ้าน ก็ไปดูของจริงแล้วทายว่า จะทายยี้ห้อ และรุ่น ถูกไหม


เมื่อก่อนผมจะแยกแยะได้แค่หลักๆ นั่นคือยี่ห้อ (เพราะมันมีไม่กี่ยี่ห้อ ) และรุ่นที่มีเอกลักษณ์หลักๆเท่านั้น
เช่น Boeing 747 ราชินีแห่งท้องฟ้า เครื่องรุ่นนี้เป็นเครื่องในดวงใจผม ฝันว่าสักวันจะได้มีโอกาศ ควบคุมมันด้วยมือผมเอง 555+






747 นี้ครองเจ้าแห่งความใหญ่ได้มานานกว่า 40 ปี (โดยประมาณ)
แต่ ณ ปัจจุบัน โดนโค้นสถิติโดย Airbus 380 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่โดยความเห็นส่วนตัวผมว่า 747 สวยกว่ามาก 380 เหมือนเด็กสมบูรณ์อ้วนๆ น่าเกลียด


และบางครั้งเมื่อก่อนที่ผมสามารถแยกแยะได้ ก็มีสาเหตุมาจากสัญลักษณ์ของแต่ละสายการบินด้วย เพราะว่าบางสายการบินใช่เครื่องบางรุ่นเท่านั้น เช่น 1 - 2 - Go จะใช่ MD - 81 และ 747 เท่านั้น


และ บางกอก แอร์เวย์ จะใช่ Airbus 320 และ ATR 72 แต่รู้สึกว่าจะเพิ่งเพิ่ม Airbus 330 มามั่ง ถ้าผมจำไม่ผิด







... A320 หาของบางกอกมะดาย ...

... ATR72 ...


แต่การบินไทย สายการบินแห่งญาติประเทศเรานั่น น่าล่มจมมาก เพราะว่าใช่เครื่องหลายประเภทมาก หมดเปลืองทั้งทรัพยากรเงินตรา และทรัพยากรคนมาก ในการบำรุ่งรักษาเครื่องแต่ละประเภท


เพราะว่าในทางการบินนั่น นักบินหรือช่าง จำต้องหมกหมุ่นอยู่แต่เครื่องรุ่นที่ตัวเองถนัดเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนไปขับ หรือซ่อมเครื่องประเภท หรือรุ่นอื่นได้ เพราะว่าการทำงานและระบบต่างๆ มันไม่เหมือน บางรุ่นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง


ก็ไม่เข้าใจพวกคณะบริหารเหมือนกัน ... แต่ก็นะ เห็นเขาได้โบนัทกันทีโครมๆ ออกรถป้ายแดงได้เลย ก็คงจะไม่เดือดร้อน หรอกผมว่า



ช่วงนี้ก็กลับมาทบทวนภาษาปะกิตกันอีกรอบ อยากไปเรียนนะคับ แต่ยังไม่มีวาระ แต่ช่างเถอะคับ ผมดูเองก็ได้


ไปสอบก็ขำๆ ไม่คิดว่าจะได้เข้ารอบอะไรกับเขา อยากไปดูบรรยากาศ และข้อสอบเท่านั่น


แต่ผมก็จริงจังนะ เผื่อว่าผมจะ Born to Be .... กับเขาบ้าง แต่สอบรอบแรก จาก 2 พันกว่าคน คัดเหลือ 200 ก่าๆ จะมีผมบ้างไหมหนอ ???


สอบนักบินมีหลายชั้น หลายขั้นตอนมากคับ ถ้านับไม่ผิด ประมาณ 7 ด่าน อรหันต์ ไว้ว่างๆจะมาแจกแจงให้ดูแก้เซ็งคับ


แต่ที่สุดของที่สุด สุดท้าย จะเหลือไม่ถึง 15 คนหรอกคับ ที่ได้ไปเป็นนักบิน ไฉไล บนท้องฟ้า
การเป็นนักบิน มีเงินก็ไปเรียนบินเองก็ได้คับ ได้ใบขับขี้อากาศยาน เหมือนกัน แต่เขาบอกกันว่า สอบชิงทุนสายการบินนี้ ดีที่สุด เพราะว่ามันจะบ่งบอกว่า คุณเกิดมาเพื่ออาชีพนี้หรือไม่ ..???


การเป็นนักบิน เขาไม่ได้เอาคนที่ได้คะแนนสอบสูงสุด เขาไม่ได้เอาคนที่เก่งที่สุด แต่ผมคิดว่าเขาเลือกคนที่มีทักษะดี ต่างหาก


เพราะนักบินต้องทำงานเป็นทีม ... ต้องมีทักษะในการแยกประสาท สามารถทำอะไรๆ หลายๆอย่างพร้อมๆกันได้ ตาดู หูฟัง ปากพูดโต้ตอบ โดยที่สองมือ และสองเท้าสามารถบังคับเครื่องอยู่ได้ พร้อมๆกัน
ประมาณนั้นคับ


และการสอบมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่เราๆคิดกัน เผลอๆ ข้อสอบเอ็นทรานต์ยังยากกว่าด้วยซ้ำ


แต่ก็ใช่ว่ามันจะง่าย ... ไม่งั้นคงมีนักบินเกิดขึ้นมากมาย


ณ ปัจจุบันที่การเรียนเกี่ยวกับการบินแพร่หลายอย่างในปัจจุบัน ผมว่ามันเกล่อ มากเลยอ่ะ


ไปไหนๆ ก็จะเห็นมีเด็กๆ แห่ไปเรียนไอ้พวกนี้กัน (ทำเป็นพูด จริงๆอิจฉา ที่ยุคตัวเองไม่รู้จักว่ามีแบบนี้ ไม่งั้นคงไม่มาเรียนศิลปะ)


แต่สนามบินก็นำพาอะไรมากมายมาสู่ถนนสายลาดกระบังที่เคยกันดารทุกข์เข็นสุดๆ


เจริญไปชนิดที่จำแทบไม่ได้


ถ้าสมัยผมยังเรียนมีแบบนี้บ้างคงดี




พรุ้งนี้วันวานเลนท์ไทน์แล้วคับ ....


ผมคนไม่มีคู่ ขออวยพรให้คนไม่มีคู่อื่นๆ พบรักเร็วๆนะคับ ใครที่รักกันอยู่ ก็ขอให้รักกันนานๆ และรักกันมากๆ


แล้วที่สำคัญ รักแฟน แล้วอย่าลืมรักพ่อแม่นะคับ .....

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... เส้นทางใหม่ ...

ย้ายบ้านแระคับ .... เหนื่อยฉิบหาย

แอบเห็นแม่ร้องไห้คิดถึงบ้านที่เราย้ายจากมา ตกเย็นของเมื่อวาน แม่บอกว่าอยากกลับบ้าน โดยลืมไปว่าก็เราย้ายมาที่นี่แล้ว

แม่จะเป็นโรคตกเย็นแล้วจะอยากกลับบ้าน .... และอาการเหล่านี้ก็ตกทอดเป็นมรดกมาให้ผมด้วย สงสารแม่นะคับ

ก็ได้แต่ปลอบไปว่าอีกหน่อยเราก็จะชิน และรักมันเหมือนบ้านที่เราย้ายจากมา

ตอนนี้ของก็ย้ายมาครบแล้ว ห้องผมเล็กลงครึ่งนึง ทำให้สมบัติผีบ้าของผม อัดแน่นจนแทบไม่มีทางเดิน แต่ยังจัดไม่เสร็จนะคับ

คงจะรกน่าดู เพราะเดิมห้องใหญ่กว่าตั้งครึ่ง ยังรกเลย เอิ๊กๆ

มีเพื่อนแม่มาช่วย ก็ดี อย่างน้อย คน 3 คนที่ถูกตัดขาดจากครอบครัวสายเลือดเดียวกัน ก็ยังมีคนนอกอื่นๆ เข้ามาแทนที

ให้ความรักต่อกันเหมือนครอบครัว

เพื่อนแม่คนนี้ เป็นมุสลิมคับ มีพี่น้องหลายคนมาก สิบกว่าคน พ่อแม่จากไปแต่เด็ก เลี้ยงดูเติบโตกันมาเองพี่น้อง รักกันมากมาย อบอุ่นมากคับ

จนบางทีความอบอุ่นก็แผ่รังสีมาถึง เรา 3 คนพ่อ แม่ ลูกด้วย

ทุกวันนี้พี่น้องทุกคนของครอบครัวประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีลูกหลานมากมาย เรียกว่าเป็นครอบครัวใหญ่มากๆ ย่างไก่กินทีนึง ใช่ไก่ 10 กิโลหนะคับ หุ หุ

เป็นมุสลิมในมุมมองแบบเปิด ที่ผมนิยมชมชอบมากทีเดียว ผมเมื่อก่อนผมเคยอยู่ในชุมชนมุสลิมคับ ราวๆ 7 ปีได้ สนิทชิดเชื้อ กับมุสลิมหลายรูปแบบ

มีทั้งเคร่งครัดมากมาย โน่น นี่ นั้น ไม่ได้ และแบบครอบครัวนี้ คือออกแบบสากล น่ารักคับ ทำให้อยู่ด้วย หรือร่วมทำกิจกรรมด้วยแล้ว ไม่รู้สึกว่าทำให้เขาบาปรึเปล่า หรือผิดข้อห้ามทางหลักศาสนาของเขารึเปล่าอะไรทำนองนี้


จะหัวสมัยใหม่กัน


รวมๆแล้วน่ารักมากคับ สนิทสนมกับแม่ผมมาก็ราวๆ อายุ ผมได้



ในชีวิตผมจะหาเพื่อนแบบแม่ผมแบบนี้ได้บ้างไหมหนอ



ช่วงนี้ไม่สบายยังไม่หายเลยคับ เบื่อมาก เวลาไม่สบายเนี้ย คงบวกกับพวกฝุ่นอะไรต่ออะไรของข้าวของที่ย้ายมาหนะคับ เลยทำให้เจ็บคอไม่ค่อยเบา แถมมีไอ ค๊อกแค๊กตลอดเวลา


แต่มีเรื่องดีอีกเรื่องของการย้ายบ้าน นั้นคือ ผมได้เปลี่ยนเส้นทางไปทำงานเส้นใหม่ ไม่ต้องมาติดลืมตาย อยู่ที่แยกลำสาลีเหมือนเดิม ผมสามารถย้นเวลากลับบ้านได้ถึงครึ่งชั่วโมงทีเดียว


แล้วที่สำคัญคือ ผมได้กลับไปใช้เส้นทางสมัยเรียนอยู่ลาดกระบังกลับบ้าน ถึงแม้ว่ามันจะไปไม่ถึงตรงหัวตะเข้เหมือนตอนเรียน แต่มันก็ใกล้เคียง และที่ชอบมากที่สุดเลยคือ ผมได้ดูเจ้าความฝันหนักหลายร้อยตันของผม บินหายลับไป


ทุกวันๆนับจากนี้ อย่างน้อยก็ทำให้ชื่นมื่น เป็นความสุขที่ทดแทนความเศร้าเรื่องย้ายบ้านได้บ้าง
แต่ช่วงนี้ต้องคอยจองที่นั่งรถเมล์ให้ถูกฝั่งหน่อย จะได้ดูเครื่องบินได้ 55555+++

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... ย้ายบ้าน ...

หวัดดีนะคับ


พรุ้งนี้จะย้ายบ้านแล้ว เฮ้ออออ .... คิดแล้วเหนื่อยนะ


แต่เพื่ออนาคตที่อาจจะดีขึ้น ก็ต้องอดทน เมื่อคืนอยู่ดีๆก็ไม่สบายสะแบบนั้นเจ็บคอ


ตอนนี้อยากกลับบ้านไปนอนหลับมากที่สุดเลย


ขี้เกียจเก็บของมากคับ บ้านที่จะย้ายไปก็ดีนะคับ ผมก็ชอบ แต่จะชอบมากกว่าถ้าไม่ต้องย้าย


แต่ครอบครัวเราก็สู้ค่าเช่าไม่ไหวจริงๆ ต้องผ่อนรถอีก ย้ายไป ก็ลดภาระลงไปได้มาก


แล้วอากาศก็ดีขึ้นด้วย แม่ก็คงจะไม่เป็นแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ คือทำกับข้าวในบ้านไม่ได้
จมูกแม่ไม่ดี ......


ว่าสักกลางๆปี ผมจะลองยื่นกู้ซื้อบ้านดู จะลองหาบ้านมือสอง เผื่อว่าจะได้มีบ้านเป็นของตัวเองบ้าง


ผ่อนเอง เป็นของเราเอง ..... คิดแล้วก็ดีนะคับ .... ผมจะทำได้ไหมหนอ ????


วันนี้ไม่สบาย ปวดหัวมากคับ คิดไม่ออก ไม่รู้จะเขียนอะไร แต่อยากจะบันทึกอีกวันสำคัญของชีวิต


แต่ขอบคุณสายตาทุกคู่ที่เข้ามาอ่านไดร์ ชีวิตแสนเน่าของผม ไดร์คนอื่นเขาดูมีความสุขลั๊ลลา ไดร์อีนี่ เศร้าตัลหลอดดดดด


แต่ก็ขอบคุณคับ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

สอบนักบิน ..... !!!!!!!



วันนี้การงานรัดตัวเข้ามามากมาย กำหนดออกบูทใหม่ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
แต่ผมก็ยังมีเวลาเข้าเวบสมาคมนักบิน ไปดูว่า เกิดอะไรขึ้นแล้วบ้าง





.... ผลคือ ....







!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! Air Asia จะเปิดรับ Student Pilot แล้ว !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!









เย้ยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!









เป็นความปิติยินดี ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของ ซีวิด ผมมาก เออ .. ไม่ได้สะกดผิดนะคับ ตั้งใจ ... ลองออกเสียงดูสิคับ .... ซี ... วิด





ทั่งๆยังไม่รู้ว่าจะสอบผ่านสักรอบไหม แต่แค่เห็นมันเปิดก็ดีใจแล้วคับ เพราะปีที่แล้วเป็นปีที่ผมคอยเก้อ มาแล้ว 1 ปีทีเดียว





เขาบอกกันว่า ประมาณเดือน เมษา นะคับ





ผมคงต้องไปทำให้โลกร้อนมากขึ้น ด้วยการไปทำให้ข้อสอบเขาเสียกระดาษไปเฉยๆ ดูสักชุด สนองตัณหา ราคะของตัวเอง





ช่วงนี้คงต้องติวกันหน่อย ... 5555+





แต่นอกจากเรื่องดีใจ ผมมีอีกเรื่องนึงที่อยากจะเขียน ... เพราะเป็นกระทู้ที่อยู่ต่อไปจากกระทู้ที่เขาแจ้งเรื่องสอบนักบิน





คือเรื่องสองนักบินฝึกหัดของการบินไทย จาก โรงเรียนการบินเอกชน BAC 03 ที่บินหายไปจากจอเรดาห์ ในวันที่ 9 สิงหาคม 2550





ใครหลายๆคน คงจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว หลายๆคนอาจจะยังคงจำได้





แต่เชื่อไหมคับว่า ยังหาสองนักบินนั้นไม่พบ .... และครอบครัวของพวกเขายังคงค้นหากันอยู่ ตามกำลังเท่าที่ทำได้ อย่างสุดกำลัง




ผมยังจดจำได้ว่าครั้งนึงเคยอ่านเจอข้อความที่ญาติๆของนักบิน เขียนเอาไว้ ว่าถ้าหาเป็นลูกหลาน ญาติมิตรของคุณ หายไปแบบนี้ ... คุณจะ ???



- ไม่ค้นหา


- ค้นหา แต่พอไม่พบสักพักก็เลิก ปล่อยเขาทิ้งเอาไว้ จุดธูป ทำบุญไปให้


- หรือ ... ออกค้นหาจนกว่าจะพบ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสภาพไหน ....





ขออภัยหากข้อความไม่ถูกต้องตามจริง 100% เพราะผมเขียนขึ้นจากความทรงจำ เท่าที่ติดตามเรื่องราวของนักบินทั้งสอง





แต่ผมบอกตามตรงว่าผมประทับใจ ครอบครัวเขามาก .... ประโยคด้านบนมันกินใจผมจนทุกวันนี้
ผมเคยเอ่ยถามแม่ ว่าหากผมเป็นเช่นนั้น แม่จะทำยังไง ...... แม่บอกว่า กรูก็จะตามจนกว่าจะเจอ ... ถ้าไม่เจอ กรูก็จะตายตามมึง





T__ T น้ำตาจะไหล



นักบินฝึกหัดทั้งสอง มีชั่วโมงบิน 120 ชั่วโมง จาก 250 ชั่วโมงที่พึงมี เพื่อจบหลักสูตรการบิน



ผมไม่แน่ใจเรื่องบินคู่ โดยไม่มีครูไปด้วย ว่าเขาบินกันตั้งแต่ชั่วโมงที่เท่าไร แต่สองคนคง ผ่านการ Solo หรือสอบบินเดี่ยวกันแล้ว คงจัดว่าชำนาญ



จึงได้บินคู่ 2 คนเพียงลำพัง



วันนั้น นักเรียนบินทั้งคู่บินกลับจากโคราช ผ่านเขาใหญ่ เพื่อกลับไปที่ดอนเมือง



ขณะบินอยู่เหนือเขาใหญ่ ทางหอวิทยุการบินได้รับแจ้งเรื่องเหตุขัดข้องบนเครื่อง ของสองนักบินเกี่ยวกับเครื่องวัดประกอบการบิน และเครื่องยนต์



ผมจำได้ว่าไม่กี่ประโยคที่ทั้วสองสามารติดต่อกับหอได้ แล้วสัญญาณก็หายไป .......



เครื่องตกไป ... แต่ที่ไหนไม่รู้ เท่าที่ผมติดตามอ่านมา มีพยานรู้เห็นหลายคน บอกว่าตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง ทั้งพระภิษุ และชาวบ้าน ทางญาติออกค้นหา ทุกตารางนิ้ว และซ้ำแล้วซ้ำอีก .... แต่ ไม่พบแม้แต่ร่องรอย



ช่วงสองวันแรก โทรเข้ามือถือของทั่งสองนักบิน ไม่ติด มาติดหลังจากนั้น วันที่ 3 ดูเป็นข่าวที่น่าดีใจ






แต่ ... มันไม่มีคนรับสาย และมีผู้ปรารถนาดี ช่วยโทร จนแบท ของทั้งสอง หมดลง ..... ฟังดูแล้วน่าเศร้า
ต่อมาหลังจากนั้น โทรศัพท์ของ 1 ในสองนักบินสามารถโทรเข้าได้ ติดตลอด แต่เขาบอกว่าคงเป็นในเรื่องของเครือข่ายที่ผิดพลาด เพราะไม่เคยมีใครรับสาย





ทางโรงเรียนบิน BAC ออกช่วยค้นหาอยู่พักใหญ่ ก็ยุติ ที่เหลือปีกว่า ญาติหากันเอง พร้อมกับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย จากหน่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่คิดเงิน





คนทรงเจ้า มากมาย ยื้นมือเข้ามาช่วยเหลือ ญาติทำพิธี ต่างๆนานา แต่ก็คว้าน้ำเหลว ทั้งหมด



แต่ทุกคน จะพูดคล้ายๆกันว่า 1 ในสองนักบิน ยังมีชีวิตอยู่





ผมเคยตามไปอ่าน Blog ของหมอดูคนนึง เล่นผีถ้วยแก้ว ขนาดว่า วิญญาณ 1 ในสองนักบิน บอกละเอียดมาก ว่าออกมาจากเครื่องยังไง ปลอดภัยทั้งคู่





แต่สุดท้ายพลัดกันเพราะหนีหมี 1 ในนักบินเสียชีวิต 1 คนไม่ทราบว่ายังไง เพราะวิญญาณบอกไม่ได้ พร้อมกับตบประโยคว่า " เราร้องไห้อยู่ "






การค้นหา ดำเนินไปชนิดที่เรียกว่า เรานึกไม่ออกด้วยซ้ำ ว่าเขาทำกันถึงเพียงนั้น ภาพถ่ายดาวเทียม เครื่องตรวจจับโลหะ บินค้นหา ซ้ำไปมา เดินหา ซ้ำไปมา ละเอียดยิบ หาแล้วหาอีก






ขอบคุณภาพประกอบจากกระทูพันทิพของญาตินักบินคับ




แต่ ... ไม่เจอแม้ร่องรอย ...





เครื่องบินทั้งลำ หายไปเฉยๆ





มันเป็นเรื่องที่ฟังแล้วเศร้าใจเสมอสำหรับผม สำหรับคนที่รักอาชีพคนบนฟ้า เพราะจนป่านนี้ สองนักบินยังไม่ได้ออกมาจากป่า





แต่ผมเชื่อว่า ทุกคนที่อยากจะไปโบยบินอยู่บนท้องฟ้า ... คู่เคียงกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา ..... ทุกๆคนยอมแลก .... ผมเองก็เป็น 1 ในจำนวนคนที่ยอมแลก กับความเสี่ยง ... เหล่านั้น


ส่วนภาพนี้จาก Blog ของนักบินท่านนึงจำไม่ได้แล้วว่าเป็นใคร

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...