หวัดดีครับ วันนี้มารายงานตัวและรายงานสถานะภาพตามระเบียบ ว่าผมยังคงมีชีวิตอยู่บนโลกแสนเน่าใบนี้
ตอนนี้ผมโรมรันกับคุณหมอฟันแสนสวย จนถอนฟันไปครบ 8 ซี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่ผมเคยเล่าให้ฟังไปแล้ว กับการถอนฟันคุด 2 ซี่แรกในชีวิต รวมกับอีก 5 ซี่ที่เหลือ ไม่มีอะไรเทียบได้เลยกับซี่ที่ผมเพิ่งจะได้ผ่าไปเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา
คุณพระคุณเจ้าครับ มันเป็นฟันคุดที่คุณหมอคนสวยถึงกับรีเควสด้วยตัวเองเลยว่า เก็บไว้สุดท้ายเลยนะค่ะ เพราะมันยากมากกกกกกกก
อ่ะ ครับ ว่าง่ายครับ เก็บก็เก็บ แต่สุดท้ายมันก็มาถึงครับ
ผมได้คิวเริ่มผ่าตอนประมาณใกล้ๆ 6 โมงเย็น คุณหมอก็ฉีดยาชา อะไรต่ออะไรให้ตามปรกติครับ ชิวๆ เพราะเชื่อใจว่าคุณหมอคนนี้ทำไม่เจ็บ มือเบามากครับ เธอเป็นคนละคนกับที่ถอนฟันคุด 2 ซี่แรกให้ผม ซึ่ง ผลงาน 5 ซี่ที่ผ่านมาของเธอไม่ทำให้ผมผิดหวังเลย เพราะมันไม่เจ็บจริงๆ หายเร็ว และก็ทำให้ผมแอบมีความหวังว่ามันจะไม่เจ็บ
แม้เธอจะบ่นว่ามันยากนะกับซี่นี้ แต่ผมก็เชื่อว่าเธอจะทำได้ ไม่เจ็บ ... แต่ ...
เหนือฟ้ายังคงมีดาวเทียมและอวกาศ เหนือฝีมืออันเฉียบคมของเธอ ก็ยังมีฟันคุดของผม เป็นตัวทดสอบ
เนื่องจากว่า เงื่อนของฟันคุดของผมซี่นี้คือ
1.มันนอนครับ นอนเหยียดยาว แอ่งแม้ง
2.มันอยู่ในเหงือกครับ ยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็น
3.ที่สำคัญที่สุด รากมันโค้งขึ้นครับ
แมร่งเอ้ย ...มันมากครับ คุณหมอแสนสวย เลื่อยฟัน เหงือก และกระดูฟันกรามผม ตลอด 2 ชั่วโมง
เชื่อไหมคุณแรกๆมันก็โอนะ แต่ช่วงหลังๆ มันแย่มากครับ เพราะฟันผมถูกเลื่อยแล้วเลื่อยอีก ถูกงัด ถูกดึง ถูกหัก พระเจ้า มันออสซั่มมากๆๆๆๆๆ
ระบมมากแต่ก็ยังต้องทน จนยาชาหมดฤทธิ์ คุณหมอต้องคอยให้ยาชาผม เพิ่มตลอด 5 นาทีหลังๆ เจ็บมากครับ ช่วงท้ายที่กำลังดึงฟัน คุณหมอบอกว่า มันอยู่ใกล้เส้นประสาท มันจะเจ็บมาก ตอนนั้นผมอยากจะตะโกนออกไปว่า "กรูเจ็บฉิบหายแล้วว้อย"
แต่ก็ต้องอดทน แต่สารภาพเลยครับ งานนี้ร้องอย่างหมา ร้องตลอด แต่ไม่ได้ร้องไห้นะ แต่ไม่เก็บอาการเลย ก็มันเจ็บโคตรๆขนาดนั้น คุณหมอทั้งงัดทั้งดึง ผ่านไป 2 ชั่วโมงกว่า เจ้าเขาควายนั้นก็หลุดออกมาจนได้ ตอนนึงคุณหมอยังบอกเลยว่ารากมันต้องสุดยอดมากๆแน่เลย ในใจผมเนี้ย แหม สุดยอดไม่ยอดช่วยเอามาออกมาเร็วได้ไหม กรูจะตายแล้วววววว
ผมจำได้ดีช่วงท้ายที่ยาชาไม่ค่อยชาแล้ว ผมรู้สึกได้ถึงเข็มทุกเข็มที่คุณหมอเย็บแผลให้ผมเลย แต่ตอนนั้นมันแบบ ช่างแมร่งแล้ว เมื่อไรจะเสร็จสะที ...
หลังจากนั้น คุณหมอบ่นเลย ว่าเหนื่อยมาก ผมก็แย่ครับ จะตายเอา คุณหมอใจดี ยังเอาฟันผม ที่เป็นชิ้นๆมาต่อให้ดู รากสุดท้ายที่ดึงออกมา โหย งอโค้งเหมือนเขาลูกวัวเลยครับ น่ากลัวมากๆ นึกขอบคุณคุณหมอที่เอามันออกมาจากเหงือกผมจนได้
เชื่อไหมคุณ ผมออกมาจากคลินิกตอน 2 ทุ่มกว่าๆ พระเจ้า 2 ชั่วโมงเต็มกับการผ่าตัด ที่ผมรู้สึกตัวตลอดเวลา
คืนนั้นทั้งคืนปวดระยำมากครับ ปวดมากกกกก จนนอนแทบไม่หลับ แต่ก็ต้องอดทน
จนถึงตอนนี้ก็เรียกว่า เกือบดีแล้ว ผมสามารถกินข้าวได้ตามปรกติแล้ว อาจเป็นเพราะความหิวของผมมักมีอิทธิผลเหนือความเจ็บปวดเสมอ ถอนฟันมา 8 ซี่ผมก็ยังคงกินปรกติ จะกินโจ๊กก็แค่มือแรกหลังเพิ่งถอนฟันแล้วเท่านั้น 555+ หลังจากนั้นก็ข้าวกระเพรา ก๋วยเตี๋ยว อะไรเรื่อยเปื่อย กินได้สามารถตลอด
เฮ้อ .. เดือนหน้าก็จะได้ใส่เหล็กสะทีครับ จนกะการถอนฟัน หมดไปเป็นหมื่นแล้วเนี้ย ยังไม่ได้ดัดสักแอะ เฮ้ออออออ
แต่ยังไงก็สู้ๆครับ เพื่อความหล่อต้องอดทน ไว้จะถ่ายรูปตอนใส่เหล็กแล้วมาให้ดูนะครับ
เวลาไม่สบายนี้คิดถึงแฟนจังนะครับ ไม่มีคนให้อ้อนเลย ... เฮ้อออออออ ^^
วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554
... Now that I see you ...
ชอบการ์ตูนกันไหมครับ ผมเชื่อว่าใครๆก็น่าจะชอบกัน
ผมเป็นคนนึงที่ดูการ์ตูนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วมันก็ทำให้ผมชอบวาดรูป และก้าวเดินมาตามเส้นทางสายศิลปะเสมอมา
สมัยเด็กๆ ถ้าคนรุ่นเดียวกันกับผม คงจะต้องเป็นเหมือนกันที่แต่ละปี ดิสนีย์จะออกการ์ตูนมา 1 เรื่อง โปรโมทกันตับหลุด ตื่นเต้นกันมาก ประหนึ่งถูกหวยรางวัลที่ 1 ถ้าพ่อกับแม่ยอมพาไปดูในโรงหนัง แล้วเอามาคุยให้เพื่อนที่โรงเรียนฟังไป 3 วัน 7 วัน
แม้ว่าสมัยนี้ การ์ตูน 2D แบบคนวาด จะหายไปแล้ว เรียกได้ว่ามันไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จแล้วนั้นเอง แต่ดิสนีย์ของเราก็ยังคงพยายามต่อไป

ราพันเซล หรือ Tangled เป็นการ์ตูน 3D ของดิสนีย์เรื่องแรกในรอบหลายปี ที่ผมดูแล้วไม่รู้สึกว่ามันเป็น 3D มันเป็นการ์ตูน 2
D ของแท้ฉบับดิสนีย์ที่ มาในร่างของ แอนิเมชั่น 3D และมันเป็นดิสนีย์มากๆ เป็นการ์ตูนสำหรับเด็กๆของแท้ ที่ผมไม่ได้รู้สึกมานานมากแล้ว เพราะผมมักชื่นชม แอนิเมชั่นของ พิกซาร์ มากกว่าเพราะมันเป็นการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ที่แฝงข้อคิด ให้เก็บไปคิดและเติมเต็มความรู้สึกได้
แต่กับราพันเซล มันเป็นการ์ตูนสำหรับเด็ก ที่พาผมกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง .... มันไม่ได้ให้ข้อคิด มากมาย หรือว่ามีสาระจนกลบความรู้สึกของการ์ตูน แต่มันเป็นการ์ตูนในไม่กี่เรื่อง ที่เติมเต็มความสุข ณ เวลาที่ได้ดู และทำให้เด็กในร่างผู้ใหญ่อย่างผม กลับเป็นเด็ก ... อีกครั้ง

^^ นางเอกน่ารักมากๆครับ ราพันเซลของเรา Mandy Moore พากษ์ได้น่ารักมากๆ ทำให้ราพันเซลมีเอกลักษณ์ของบุคลิกที่ใกล้เคียงความเป็นมนุษย์ธรรมดา น่ารัก แล้วก็ความเป็นเด็ก ที่ยังคงเชื่อฟังผู้ที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็นแม่
ส่วน "ยูจีน" หล่อไปไหน .... หล่อมากๆ หล่อหมดจด ไม่มีที่ติ 555+ แอบหลงรักผู้ชายสไตล์นี้ แต่ยูจีน ให้ความรู้สึกเหมือน จอห์น สมิท ในโพคาฮอนทัสมาก สะจนนึกว่าพี่น้องฝาแฝด จนผมที่เป็นแฟนพันธ์แท้ โพคาฮอนทัสถึงกับ แอบเคือง เพราะยูจีนหล่อกว่า หนุ่มกว่า 555+

ที่สำคัญ คาเมเลี่ยนน้อย 5555+ เห็นครั้งแรกในทีเซอร์ตัวอย่าง หัวเราะแทบตกเก้าอี้ เพราะว่า รู้สึกว่าปรกติลูกน้องเจ้าหญิงที่เป็นสัตว์ มันควรจะเป็นอะไรน่ารักๆ เช่น นก หนู หมูป่า ม้าลาย อะไรก็ว่าไป นี้เธอเป็น คาเมเลี่ยน 555555555++ คิดได้ยังไง ชอบครับ ชอบๆ

เนื้อเรื่องสนุกมาก ตามสไตล์ดิสนีย์ มีนิสนึง ที่ทำให้ผมถึงกับน้ำตาหยดเลย ... ถูกต้องแล้วครับ ฉากลอยโคม ... เฮ้ออออ ^__^
บางครั้งความฝันสูงสุดของคนสักคนนึง มันก็แค่การได้ทำอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ... I see the light เป็นเพลงคู่ที่ผมว่า ... เหมาะมากสำหรับที่มาของทั้ง ราพัลเซล และยูจีน ที่ทั้งสอง ได้มาพบแสงสว่าง ที่รอคอย ณ จุดนึงของช่วงเวลาที่เหมาะสม
ราพันเซล เธอได้บรรลุความฝันที่เธออยากจะได้มาดู แสงที่เธอใฝ่ฝันจะได้เห็นมันด้วยตานอกหน้าต่างหอคอยมาตลอดชีวิต
ยูจีน ก็ได้มาพบกับแสงสว่างของชีวิต ส่องสว่างไปสู่หนทางที่เขาเลือกเดินต่อไปจากนี้ นั้นคือราพันเซล

คงจะดีนะครับ ... ถ้ามีใครสักคนมองเห็นคุณ เหมือนกับที่เห็นแสงสว่างในชีวิต และคุณจะไม่ถูกมองข้ามหรือละเลยอีกต่อไป
กับท่อนนึงของเพลงที่ผมชอบมากๆเลย ....
And at last I see the light ... Now that I see you ...
คุณเอ้ย น้ำตาร่วงครับ 555++ มันเป็นความอิ่มเอมในหัวใจ และรู้สึกดี แม้จะเจ็บปวดลึกๆในใจ แต่เวลาเราได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้ ก็ต้องยอมรับว่า มันช่างวิเศษ และดีจริงๆ
ช่วงจบ อาจขัดใจผู้ใหญ่หลายคนผมว่า เพราะมันง่ายๆ สไตล์ดิสนีย์ แต่ผมว่าดีแล้วที่เป็นอย่างนั้น เพราะมันเข้าใจง่ายสำหรับเด็ก และมันแสดงให้เห็นได้ง่ายๆ และชัดเจนว่า หากถ้าวันนึง เรารักใครสักคน ... เราก็อาจจะสามารถทำอะไรที่ดี และยิ่งใหญ่ได้ ด้วยแค่พลังของความรัก เพราะเธอทำให้ฉันรักเธอ ...
ผมรักการ์ตูนเรื่องนี้จริงๆเลย เฮ้ออออออออออออออ ^^
สักวัน คงมีใครสักคน มองเห็นผม เหมือนที่เนื้อเพลงบอก ... Now that I see you ... ^___^
ผมเป็นคนนึงที่ดูการ์ตูนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วมันก็ทำให้ผมชอบวาดรูป และก้าวเดินมาตามเส้นทางสายศิลปะเสมอมา
สมัยเด็กๆ ถ้าคนรุ่นเดียวกันกับผม คงจะต้องเป็นเหมือนกันที่แต่ละปี ดิสนีย์จะออกการ์ตูนมา 1 เรื่อง โปรโมทกันตับหลุด ตื่นเต้นกันมาก ประหนึ่งถูกหวยรางวัลที่ 1 ถ้าพ่อกับแม่ยอมพาไปดูในโรงหนัง แล้วเอามาคุยให้เพื่อนที่โรงเรียนฟังไป 3 วัน 7 วัน
แม้ว่าสมัยนี้ การ์ตูน 2D แบบคนวาด จะหายไปแล้ว เรียกได้ว่ามันไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จแล้วนั้นเอง แต่ดิสนีย์ของเราก็ยังคงพยายามต่อไป

ราพันเซล หรือ Tangled เป็นการ์ตูน 3D ของดิสนีย์เรื่องแรกในรอบหลายปี ที่ผมดูแล้วไม่รู้สึกว่ามันเป็น 3D มันเป็นการ์ตูน 2
D ของแท้ฉบับดิสนีย์ที่ มาในร่างของ แอนิเมชั่น 3D และมันเป็นดิสนีย์มากๆ เป็นการ์ตูนสำหรับเด็กๆของแท้ ที่ผมไม่ได้รู้สึกมานานมากแล้ว เพราะผมมักชื่นชม แอนิเมชั่นของ พิกซาร์ มากกว่าเพราะมันเป็นการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ที่แฝงข้อคิด ให้เก็บไปคิดและเติมเต็มความรู้สึกได้
แต่กับราพันเซล มันเป็นการ์ตูนสำหรับเด็ก ที่พาผมกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง .... มันไม่ได้ให้ข้อคิด มากมาย หรือว่ามีสาระจนกลบความรู้สึกของการ์ตูน แต่มันเป็นการ์ตูนในไม่กี่เรื่อง ที่เติมเต็มความสุข ณ เวลาที่ได้ดู และทำให้เด็กในร่างผู้ใหญ่อย่างผม กลับเป็นเด็ก ... อีกครั้ง

^^ นางเอกน่ารักมากๆครับ ราพันเซลของเรา Mandy Moore พากษ์ได้น่ารักมากๆ ทำให้ราพันเซลมีเอกลักษณ์ของบุคลิกที่ใกล้เคียงความเป็นมนุษย์ธรรมดา น่ารัก แล้วก็ความเป็นเด็ก ที่ยังคงเชื่อฟังผู้ที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็นแม่
ส่วน "ยูจีน" หล่อไปไหน .... หล่อมากๆ หล่อหมดจด ไม่มีที่ติ 555+ แอบหลงรักผู้ชายสไตล์นี้ แต่ยูจีน ให้ความรู้สึกเหมือน จอห์น สมิท ในโพคาฮอนทัสมาก สะจนนึกว่าพี่น้องฝาแฝด จนผมที่เป็นแฟนพันธ์แท้ โพคาฮอนทัสถึงกับ แอบเคือง เพราะยูจีนหล่อกว่า หนุ่มกว่า 555+

ที่สำคัญ คาเมเลี่ยนน้อย 5555+ เห็นครั้งแรกในทีเซอร์ตัวอย่าง หัวเราะแทบตกเก้าอี้ เพราะว่า รู้สึกว่าปรกติลูกน้องเจ้าหญิงที่เป็นสัตว์ มันควรจะเป็นอะไรน่ารักๆ เช่น นก หนู หมูป่า ม้าลาย อะไรก็ว่าไป นี้เธอเป็น คาเมเลี่ยน 555555555++ คิดได้ยังไง ชอบครับ ชอบๆ

เนื้อเรื่องสนุกมาก ตามสไตล์ดิสนีย์ มีนิสนึง ที่ทำให้ผมถึงกับน้ำตาหยดเลย ... ถูกต้องแล้วครับ ฉากลอยโคม ... เฮ้ออออ ^__^
บางครั้งความฝันสูงสุดของคนสักคนนึง มันก็แค่การได้ทำอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ... I see the light เป็นเพลงคู่ที่ผมว่า ... เหมาะมากสำหรับที่มาของทั้ง ราพัลเซล และยูจีน ที่ทั้งสอง ได้มาพบแสงสว่าง ที่รอคอย ณ จุดนึงของช่วงเวลาที่เหมาะสม
ราพันเซล เธอได้บรรลุความฝันที่เธออยากจะได้มาดู แสงที่เธอใฝ่ฝันจะได้เห็นมันด้วยตานอกหน้าต่างหอคอยมาตลอดชีวิต
ยูจีน ก็ได้มาพบกับแสงสว่างของชีวิต ส่องสว่างไปสู่หนทางที่เขาเลือกเดินต่อไปจากนี้ นั้นคือราพันเซล

คงจะดีนะครับ ... ถ้ามีใครสักคนมองเห็นคุณ เหมือนกับที่เห็นแสงสว่างในชีวิต และคุณจะไม่ถูกมองข้ามหรือละเลยอีกต่อไป
กับท่อนนึงของเพลงที่ผมชอบมากๆเลย ....
And at last I see the light ... Now that I see you ...
คุณเอ้ย น้ำตาร่วงครับ 555++ มันเป็นความอิ่มเอมในหัวใจ และรู้สึกดี แม้จะเจ็บปวดลึกๆในใจ แต่เวลาเราได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้ ก็ต้องยอมรับว่า มันช่างวิเศษ และดีจริงๆ
ช่วงจบ อาจขัดใจผู้ใหญ่หลายคนผมว่า เพราะมันง่ายๆ สไตล์ดิสนีย์ แต่ผมว่าดีแล้วที่เป็นอย่างนั้น เพราะมันเข้าใจง่ายสำหรับเด็ก และมันแสดงให้เห็นได้ง่ายๆ และชัดเจนว่า หากถ้าวันนึง เรารักใครสักคน ... เราก็อาจจะสามารถทำอะไรที่ดี และยิ่งใหญ่ได้ ด้วยแค่พลังของความรัก เพราะเธอทำให้ฉันรักเธอ ...
ผมรักการ์ตูนเรื่องนี้จริงๆเลย เฮ้ออออออออออออออ ^^
สักวัน คงมีใครสักคน มองเห็นผม เหมือนที่เนื้อเพลงบอก ... Now that I see you ... ^___^
วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554
... นอนไม่หลับ ...
เคยนอนไม่หลับกันบ้างไหมครับ คืนนี้ผมนอนไม่หลับหละ
มันรู้สึกยังไงไม่รู้ เหงา
ตลอดหลายอาทิตย์มานี้ ผมพยายามบอกตัวเองว่าไม่เหงา ผมทำอะไรที่อยากทำไปก็เยอะ แล้วยอมรับว่ามีความสุขมากๆ
ได้พบเจอพูดคุยกับเพื่อนเก่า ที่ทำให้ความรู้สึกดีๆ กลับมามากมาย
แต่ตอนนี้ผมก็ต้องยอมรับว่า ผมปฏิเสทไม่ได้ว่าผมเหงา
พรุ้งนี้ผมจะไปพบกับสามีเกย์อีกครั้ง ลางานไป พบปะสัมมนา ในเรื่องกิจการส่วนตัวของเราสองคนเป็นครั้งแรก คล้ายๆประชุม CEO (เวอร์มาก) ว่าตกลงเราจะทำสินค้าอะไรขายให้รวยกันดี มันตลกดีที่คน 2 คนเกิดความรู้สึกเดียวกันขึ้นมาพร้อมๆกัน ว่าเราต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างกับชีวิตของเราสักที
คนนึง อยากที่จะเริ่มต้นกับชีวิตของตัวเอง ส่วนอีกคน อยากที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเอง
จุดมุ่งหมายเราอาจต่างกันก็จริง แต่เราจะร่วมมือกัน ผมดีใจที่ได้ร่วมงานกับคนๆนี้อีกครั้ง และได้แต่หวังว่ามันจะออกมาดี
ถ้าชีวิตผมเปลี่ยนไปจากนี้ได้ พ่อกับแม่คงได้สบายกว่านี้
ถ้าชีวิตผมเปลี่ยนไปจากนี้ได้ เตียงนอนผมคงไม่เย็นเยียบแบบที่มันเป็นทุกวัน
ถ้าชีวิตผมเปลี่ยนไปจากนี้ได้ ผมคงไม่ต้องตื่นมาคนเดียว
และ... ผมคงไม่ต้องรอคอย .... อีกต่อไป
ชีวิตผม ผูกติดกันการต้องคอยเสมอ และตลอดเวลาผมก็มีความอดทนเหลือเฝือที่จะเฝ้าคอย คนนึง 10 ปี คนนึง 2 ปี และคนนี้ 3 ปีแล้ว ผลจะออกมาหัวหรือก้อย ผมเองก็ไม่รู้ ผมคิดถึงเธอมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ได้แต่คอยอยู่เงียบๆ
และเฝ่าหวังว่า ......... ผมจะเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้
มันรู้สึกยังไงไม่รู้ เหงา
ตลอดหลายอาทิตย์มานี้ ผมพยายามบอกตัวเองว่าไม่เหงา ผมทำอะไรที่อยากทำไปก็เยอะ แล้วยอมรับว่ามีความสุขมากๆ
ได้พบเจอพูดคุยกับเพื่อนเก่า ที่ทำให้ความรู้สึกดีๆ กลับมามากมาย
แต่ตอนนี้ผมก็ต้องยอมรับว่า ผมปฏิเสทไม่ได้ว่าผมเหงา
พรุ้งนี้ผมจะไปพบกับสามีเกย์อีกครั้ง ลางานไป พบปะสัมมนา ในเรื่องกิจการส่วนตัวของเราสองคนเป็นครั้งแรก คล้ายๆประชุม CEO (เวอร์มาก) ว่าตกลงเราจะทำสินค้าอะไรขายให้รวยกันดี มันตลกดีที่คน 2 คนเกิดความรู้สึกเดียวกันขึ้นมาพร้อมๆกัน ว่าเราต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างกับชีวิตของเราสักที
คนนึง อยากที่จะเริ่มต้นกับชีวิตของตัวเอง ส่วนอีกคน อยากที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเอง
จุดมุ่งหมายเราอาจต่างกันก็จริง แต่เราจะร่วมมือกัน ผมดีใจที่ได้ร่วมงานกับคนๆนี้อีกครั้ง และได้แต่หวังว่ามันจะออกมาดี
ถ้าชีวิตผมเปลี่ยนไปจากนี้ได้ พ่อกับแม่คงได้สบายกว่านี้
ถ้าชีวิตผมเปลี่ยนไปจากนี้ได้ เตียงนอนผมคงไม่เย็นเยียบแบบที่มันเป็นทุกวัน
ถ้าชีวิตผมเปลี่ยนไปจากนี้ได้ ผมคงไม่ต้องตื่นมาคนเดียว
และ... ผมคงไม่ต้องรอคอย .... อีกต่อไป
ชีวิตผม ผูกติดกันการต้องคอยเสมอ และตลอดเวลาผมก็มีความอดทนเหลือเฝือที่จะเฝ้าคอย คนนึง 10 ปี คนนึง 2 ปี และคนนี้ 3 ปีแล้ว ผลจะออกมาหัวหรือก้อย ผมเองก็ไม่รู้ ผมคิดถึงเธอมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ได้แต่คอยอยู่เงียบๆ
และเฝ่าหวังว่า ......... ผมจะเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
... สีสันแห่งสายลม ...
ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...