วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2551
... ปิงฟ้าวิลันดา ...
เป็นชื่อเวบไซด์นิยายที่ผมพบโดยบังเอิญตั้งแต่เพิ่งมีคอมใหม่ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต เมื่อปี 2004
ผมจำได้ว่า เคยอ่าน เป็นบางเรื่อง และชอบ เป็นบางเรื่อง เท่านั้น ....
เนื่องจากว่าตัวผม เป็นคนชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่ค่อยชอบที่จะอ่านนิยาย นิยายที่เป็นเรื่องรักๆใคร่ๆทั่วไป ผมจะไม่ค่อยนิยมนัก
ด้วยเหตุที่รู้สึกว่ามันรกสมอง ... และผมมักจะชอบอ่านอะไรที่เป็นเนื้อหา เป็นเรื่องราว ประวัติศาสตร์ อุบัติเหตุ เป็นเรื่องเครื่องยนต์กลไก เรื่องเครื่องบินที่ผมรัก อะไรทำนองนี้
นานแล้วที่ผมไม่เคยย่างกลายเข้าไปอ่านนิยายจากเวบนี้อีก ด้วยเหตุที่คิดว่าคงไม่มีเรื่องใหม่ๆเข้ามาอีก
จนวันนึง เห็น Link จาก Blog ของคุณ Pookan แล้ว .... เออ .... เฮ้ย ... นั้นเวบที่ผมชอบนี่นา ผมเคยอ่านนะอะไรแบบนี้
แต่ก็ใช่เวลานานหลายอาทิตย์อยู่ กว่าที่ผมจะสลัด เวบ Thaiflight สุดโปรดของผมได้ แล้วมีเวลามานั่งนึกว่าผมอยากอ่านอะไร
แล้วเมื่อวานก็ได้เข้าไป เวบ ปิงฟ้า หายไปแล้ว กลายเป็น Blog เหมือนที่เรามีกันนี่ บรรจุนิยาย ขนาดยาวเต็มรูปแบบ ไม่เหมือนสมัยที่ผมเคยอ่านที่เป็นเหมือนเรื่องสั้น
และผู้เขียนก็ใจกว้างมาก ที่จะเปิดเผยนิยายที่เธอเขียน และขายด้วย ให้กับผู้คนที่สนใจเข้ามา ได้อ่านมัน และได้อ่านครบ ทุกหน้า ทุกบรรทัด ทุกตัวอักษร
ตัวหนังสือของผู้เขียน ทำให้โลกของผมหมุนช้าลง ความกังวลในหัวใจต่างๆหายไป ราวกับว่า ผมสามารถไปอีกโลกนึงได้ ทั้งๆที่ยังคงนั่งแป่ะอยู่ที่โต๊ะทำงานหน้าคอม
อาจเป็นเพราะเนื่องด้วยที่เดิมเรื่องที่ผมเคยอ่าน มันสั้นกว่านี้ อาจจะทำให้ผู้เขียนใส่ลายละเอียด ลงไปได้ไม่มากเท่า
แต่นี่ มันเต็มรูปแบบมากในความรู้สึกผม อ่านแล้วรู้สึกเหมือนผมรู้จักตัวละครทุกตัว บ้านช่อง บรรยากาศ และความรู้สึก ... ผมชอบการอธิบายในเรื่องต่างๆของผู้เขียน มันแนบเนียน และลึกซึ้ง ไม่เหมือนละครตบๆกัน หลังข่าว ผมแอบกลัวด้วยซ้ำว่าจะมีผู้จัดคนใดสนใจจะทำออกเป็นละครรึเปล่า
เพราะผมคิดว่าถ้าทำ คงจะทำให้คุณค่าของเรื่องราวลดลงอย่างมาก
แต่ถ้าเป็นภาพยนต์ คงพอไหว ... เวลาอ่าน ผมรู้สึกว่าไม่ต้องรีบจินตนาการ นานแล้วที่ผมไม่ได้อ่านอะไรแบบนี้ อาจเป็นตั้งแต่อ่าน the lord of the ring หรือ Harry Potter เล่มแรกๆ แล้วผมก็ไม่พบตัวหนังสือใดที่จะทำให้ผมรู้สึกเช่นนั้นอีก
อ่านแล้วทำให้เรารู้สึกรัก ตามไปด้วย อ่านแล้วผมอยากบอกว่าผมเข้าใจ ตัวละครทุกๆตัว ตอนนี้ผมติด เพลงพิณใบไม้ไหว อย่างแรง ... เมื่อวานแทบจะไม่ได้ทำงานเลย จะมีใครสักเกตุไหมหนอ ( T__T )
มีหลายอย่างที่ผมได้ จากตัวหนังสือเหล่านั้น ... ทำให้ผมเข้าใจได้ว่า ทุกๆอย่างมี 2 ด้าน การไม่ได้รับความรักกลับมา ไม่หมายความว่าเขามิได้รักเรา และการมีชีวิตอยู่บนโลก ก็ไม่ได้แย่อะไรหนักหนา ถ้าเราจะรู้จักที่จะอยู่กับมันสักนิด
เหมือนความรักเอ่อล้น ไปหมด เหมือนเป็นความรักของตัวผมเอง ... แต่ไม่ใช่ มันเป็นความรักของคนอื่น เป็นเพียงแค่ของตัวละครในตัวหนังสือ แต่เรากลับมีความสุขตามไปด้วย รู้สึกว่าอยากมีลายละเอียดในชีวิตได้แบบนั้นบ้าง
ผมไม่ได้หมายถึงการมานั่งกวนน้ำมันมะพร้าวหมักผมเอง หรืออะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่ผมหมายถึง การมีสติกับทุกๆสิ่งรอบๆตัวต่างหาก มีสติ และทำให้ทุกๆลายละเอียดของชีวิต ... งดงาม
รู้สึกว่าชีวิตผมจะไม่ได้มีอะไรแบบนั้นนานแล้ว ... คุณเคยเป็นไหม ที่อยากขัดร้องเท้า ... แต่ไม่เคยได้มีเวลาทำสักที ... จนวันนึงเราได้ออกไปนอกบ้านแล้วหยิบร้องเท้าที่เราอยากขัดให้มันวับ มานั่งขัด ... แล้วรู้สึกดี
รู้สึกว่าชีวิตคุณซับซ่อนกว่าทุกวัน ที่เอาแต่เล่นคอม หมดไปวันๆ แล้วรีบลกๆ ทำนั้นทำนี่ จนเราละเลยที่จะมีชีวิตให้ช้าลง
ความเชื่องช้าของชีวิต .... ผมคงต้องหัดมีชีวิตให้ช้าลงบ้างนะ และปล่อยๆมันให้เป็นไปเองบ้าง อะไรที่มันจะต้องเป็น ต้องไป มันก็จะเป็นไปเองแหละ .....
ในวัน และเวลาที่ผมมีชีวิตที่ช้าลงแล้ว คงจะพอมีคนเห็นผมบ้าง ... คงจะพอมีใครสักคน เห็นว่าผมเดินช้าลงแล้ว และอยากจะมาเดินเคียงข้างกันไป และจะไม่จากไปไหนอีก จะไม่มีเหตุผล หรือข้อแม้ใดๆ อีก คงจะทำให้ชีวิตผมสดชื่นขึ้น มากโขทีเดียว
เวลาที่เราอยู่เฉยๆ คนเดียว แล้วไม่มีแม้แต่คนให้คิดถึง ... มันอ้างว้าง เหลือเกินนะผมว่า เพราะผมเข้าใจมันดีทุกวินาทีตอนนี้
แต่หากมันไม่มี ผมก็ต้องยอมรับว่า ... มันไม่จำเป็นต้องมี ผมก็ยังคงหายใจต่อไปได้
ผมสามารถให้เวลาในวันอาทิตย์กับแม่ ....
มีเวลาซักผ้า ตากผ้า และเก็บผ้าให้พ่อกับแม่
มีเวลาไปเดินดูของที่ผมอยากได้
มีเงิน มากขึ้น เพื่อจะซื้อสิ่งที่ผมอยากได้ ให้กับตัวของผมเอง
มีเงินในโทรศัพท์ เหลือมากมาย และที่สำคัญ มีเวลาว่าง ให้นึกโทรหาแม่ได้
มีสมองที่ปลอดโปร่ง ไว้คิด ไว้ทำเรื่องอื่นๆ เช่น เมกกะ โปรเจ็ท 7000 ล้านที่ผมอยากต่อเรือเดินสมุทรโบราณ เป็นโมเดลถวายเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ที่วัดพนัญเชิง อย่างที่ผมตั้งใจอยากจะทำหลังเรียนจบ แต่จนวันนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เศษกาว
บางทีผมก็ถามตัวเองนะว่า ... จริงๆมันก็ดีเหมือนกัน ที่ผมตัดใจตัวเอง ปล่อยวางเรื่องบ้าบอไปสะ
แล้วค้นพบแง้มุมต่างๆ ในชีวิตผมอีกครั้ง
วันก่อนคุยกับแม่เรื่องเงินทอง แต่ผมไม่เดือดร้อนอีกต่อไปแล้ว ... ผมบอกกับแม่ด้วยความเดือดดาลว่า ... คนบางจำพวกที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว มันก็แค่คนที่ได้ทำอะไรตามใจตัวเอง แค่ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ใช่ ก็แค่คนที่ไม่สน ใจว่าพ่อแม่จะพูดอะไร ไม่เคยยื่นโยนเงินให้พ่อแม่ หรือให้เพียงเศษเงิน แล้วจะเป็นผู้ใหญ่ได้ .... เพราะฉะนั้นอย่าใช้คำพูดว่าผมยังไม่เป็นผู้ใหญ่กับผมอีก
เพราะคนพวกนั้น ไม่ได้มีแม่แบบผม และไม่ได้ให้แม่ ... แบบที่ผมให้ .......... แม่ผม ซึ่งเป็นคนแรง ปรกติคงด่ากันไปถึงไหนๆแล้ว ... ไม่พูดอะไรต่อ ... สักคำ
วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2551
... เหตุผลที่ทำให้หายใจ ...
เพราะเจ้า ... ใครชอบฟังเพลงรัก เพลงอกหักเลี่ยนๆ เร่ เข้ามาทางนี้ได้เลย
มันมาอีกแล้วคับท่าน เวลาเดิมๆ คลื่น เม็ด .. 107.5 ตอน ตี 5 ครึ่ง ที่ผมตื่นสติ มันจะต้องเปิดเพลงแนวนี้
เพลงที่แม่ง ... เพราะดีหว่ะ
จนทุกวันนี้ ผมยังไม่รู้เลยว่าดีเจชื่ออะไร ที่เปิดเพลงช่วงนั้น เพราะพอผมตื่นผมก็จะปิดวิทยุ แล้วลงไปทำกับข้าวตอนเช้า
แต่ช่างเถอะคับ เพราะมันไม่ใช่ประเด็น
ผมค้นพบว่า เจ้าพ่อเพลงรัก R&B ต้องมีชื่อของ BABYFACE ติด TOP 5 ไม่ว่าเขาจะทำเพลงร้องเอง ... จะทำเพลงให้คนอื่นร้อง หรือร้องร่วมกับใคร ... แมร่ง .. เพราะคับ
เพราะสัดๆ เพราะแบบว่า เขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ... แต่ผมเกิดมาเพื่อฟังเพลงของเขา ... อีกที 555+
ผมกลายเป็นแฟนพันธ์แท้ BaByFace ไปแล้ว หลังจากที่ค้นพบว่า หลายๆเพลงที่ผมชอบจากรายการวิทยุ โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นของผู้ใด มาหาโหลดในเน็ท แล้ว กว่า 50 % เป็นของ BABYFACE หรือไม่ก็ต้องมี BABYFACE เกี่ยวด้วย
กลายเป็นแฟนเพลงกันโดยไม่ได้ตั้งใจสะงั้น ...
นี้เป็นอีกเพลงของวันนี้คับ Reason for Breathing โอ้ย .. เพราะเจ้า แค่ชื่อก็น้ำเน่าแล้ว 55555+
นี้เนื้อเพลงคับ
If I cried like a baby, would you change your mind?
If I told you I'm crazy, would you come running back to me?
The harder I try to break away, the more I get lost in yesterday
The man that you know is just for shell, living without your life is hell
Pre-chorusI turn on the radio just to take the hurt away.
Another night and I'm missing you, girl it’s killing me
ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever cared about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing
I don’t wanna go clubbing, ‘coz I got no one to dance with me
I don't wanna go shopping, ‘coz I got no one to spend money on
Spending my time, one glass of wine
Playing solitaire just to ease my mind
Poured one for you, but I drank that too
Anything and everything I'm losing you, oh baby
Pre-chorusI turn on the radio just to take the hurt away
Another night and I'm missing you, girl it's killing me
ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever cared about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing
So I'm reaching out on this distant light
Hoping deep inside, your hearts gonna find the reason
To keep me breathing
But I'm lost in this pain, and I don’t have much time
I'm so tired of walking that same old line
So I’m taking my pride, gonna throw it aside
Please let me breath girl, I'm sorry
ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever did care about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing
ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever did care about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing
ช่วงนี้พอรู้ว่าจะได้หยุดยาวๆๆๆๆๆๆ ปีใหม่แล้วขี้เกียจทำงานมากมายคับ อยากหยุด อยากทำอะไรๆที่อยากทำ
เมื่อวานสามีเกย์เก่าของผมโทรมา ถามสารทุกข์สุขดิบ ตามประสาคนเคยถูกลือทั้งวิทยาลัยว่าเป็นแฟนกันแน่นอน ไม่น่าเชื่อว่า นานมากแล้วที่เราเคยสัญญาว่า
อายุ 35 เมื่อไรแล้วยังไม่มีมีแฟน เราจะแต่งงานกัน
ตอนนี้สามีเกย์ของผม กำลังประสบปัญหา เดียวกันกับผม นั้นคือประสบปัญหาว่าชีวิตทำงานกับชีวิตวัยเรียนช่างต่างกันเยี่ยงฟ้า และเหว ...
ผมกับมันเคยเป็นชั้นหัวกะทิของรุ่น ... เคยเป็นชนชั้นผู้นำ ... เพื่อนๆนับหน้าถือตา ... อาจารย์รักใคร่ ... ตัวผมเองและมันก็คงคิดเหมือนกันว่าอนาคตของตัวเองนั้น ช่างสดใส ... และรุ่งโรจน์
แต่พอพบเจอกับตัวเองแล้ว ชีวิตจริงๆโหดร้าย ... และบัดซบกว่าที่คิดไว้มาก ... ไม่ใช่ว่าเราไม่เก่ง ... แต่มันเป็นเพราะองค์ประกอบหลายๆด้านผมว่า
สามีเกย์ของผมนั้นหนักกว่าผมนัก ย้อนไปเมื่อตอนเรียน มันเป็นนักล่ารางวัลทีเดียว ที่มีประกวดประขันอะไร มันต้องทำส่ง แล้วทำเวอร์ ได้รางวัลบ้าง ไม่ได้บ้าง เพราะเวอร์เกินไป ก็มี
แลดู อนาคตมันสดใส ซาบซ่า จนฉุดไม่อยู่ มันคงจะเป็นมือทำกราฟฟิกที่ยิ่งใหญ่ เป็นเทพแห่งวงการภาพยนต์ในไม่ช้า .. .... ... แต่ .... แต่ .... และแต่ .... อีกที .......... ทุกวันนี้มันมีเงินเดือนเท่าผม เป๊ะ ... ทำงานเป็นคนทำพวกป้ายพรีเซ็นต์โฆษณา พวกไอติมวอลล์ อะไรประมาณนั้น
มีชีวิตต๊อกต๋อย ไม่ต่างกัน พยายามที่จะอยู่ทำงานในบริษัทไหนสักแห่ง ...ให้นานเกิน 3 เดือน (หนักกว่าผมอีก) เพราะตลอดเวลามันทำแต่งาน ฟรีแล่นด์
เมื่อก่อนผมเคยสงสัยในโชติชะตาของตัวเองนะ ... แต่ตอนนี้ไม่อีกแล้ว ตั้งแต่ฟังเรื่องราวของมัน ... ผมว่ามันมีปัญหาในการปรับตัวมากกว่าผมอีก
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไอ้ที่ชอบพูดกันว่าทำงานวงการบันเทิงทั้งหลาย เป็นนักออกแบบ กราฟฟิก เป็น Designer (อย่างผม) เป็นผู้กำกับ เป็นโน่น นี่ นั้น มันไม่ได้สวยหรู ดังเช่นเราเคยได้ยินที่เขาเล่าๆกันมาหรอก
ผมเข้าใจแล้วว่า ร่ำเรียนมาสูงๆ แต่มาขายก๋วยเตี๋ยว ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น .... ทำไมหลวงพ่อวัดพระบาทน้ำพุ จบปริญญาเอก หรือโท ผมจำไม่ได้ จากเมืองนอก ... เมืองนา ทำไมทุกวันนี้ถึงมาเป็นพระ
... คนทุกๆคน มีหนทางเป็นของตัวเอง นั้นเอง ... สิ่งใดที่ทำแล้วมีความสุขและก็สบายใจ ... ดีกว่าโลดแล่น สวยงาม ... แต่ในหัวใจร้องไห้ตลอดเวลา
ทุกวันนี้เชื่อไหมว่าผมอยากออกจากงานมาขายของกับที่บ้านมากเลย ... ทั้งๆที่เมื่อก่อนเคยขี้เกียจตัวเป็นขน และเกลียดเพราะมันลำบาก
ถ้าไม่ติดว่ารายจ่ายมีมากกว่ารายรับนั้น คงทำไปแล้ว
ผมสงสารแม่ ... อยากให้แม่สบาย อยากเลี้ยงเขา ให้เขาอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร เหมือนที่เขาเคยเลี้ยงผมตอนเด็กๆ แม้ว่าตอนนี้มันยังมองไม่เห็นว่าจะทำได้อย่างไร แต่ผมต้องทำได้สิ
ปล. วันนี้ผมพบบางสิ่งในตัวเพื่อนร่วมงานของผม เธอเป็นดี้ และผมเป็นคิวสติวปิ๊ด หาทอมหนุ่มนักเรียนนอกให้เธอ วันนี้เธอมาขโมยแว่นผมไปใส่ ... แล้วก็ได้ดังนี้คับ

และนี้คือ ทาเคโกะ ภาค Office ผม ดูอิสเบลล่าเหลียงคนนี้ จะบวมๆไปหน่อย ... แต่ผมว่าเหมือนนะ 555555555+
วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551
... มันต้องเป็นแบบนั้น สิน่า ...
Oh yeah, yeahMmm
Mmm, mm-hmm
Oh, ohDamn
Must've been C-R-A-Z-Y
We got all out of sync and went bye bye bye
Not too long ago, you was mine mine mine
Seems like yesterday (yesterday)
Ninety on the freeway, pushin' my ride
Heard you got engaged and I'm losin' my mind
Ask myself the question, why why why
Why'd I let you get away from me?
Well you must've been, thinkin' I'm a jerk
Cryin' out to God, tryin' to make this work
Girl you must've been, stayin' with a fool
Loving somebody that could be so cruel
Well you must've been, packin' your bags
Silly of me, I couldn't see the red flag
Girl I'm sure that (sure that) you must have been
Sick and tired of me
Must've been tired of the jewels I bought
You must've been bored with the cars you got
I must've gave you everything you want
But you only wanted love (wanted love)
I must've been too damn blind to see
I thought you wanted much too much of meNow
I'm rollin' down this one way street
And you're all I'm thinkin' of, baby, mmm
Well you must've been, thinkin' I'm a jerk
Cryin' to God, tryin' to make this thing work
Girl you must've been, stayin' with a fool
Loving somebody that could treat you so cruel
Well you must've been, packin' your bags
Silly of me, I couldn't see the red flag
Girl I'm sure that (sure that) you must have been
Sick and tired of me
You must have been
The very one I was supposed to spend
My money, my life, my lover, my wife
Girl I know you were right
You must have been
The very one I was supposed to spend
Spend the rest of my life
Now it cuts like a knife, I know
Well you must've been, thinkin' I'm a jerk
Cryin' to God, tryin' to make this thing work
Girl you must've been, stayin' with a fool
Loving somebody who would treat you so cruel
Well you must've been, packin' all your bags
Silly of me, couldn't see the red flag
Girl I'm sure that (sure that) you must have been
You must have, you must have, you must have
(Well you must've been)
Now I know I don't have, mm, an invitation
(Girl you must've been)
And everybody in this church is gonna be mad at me
(Well you must've been)
I can't let you say "I do," that's why I'm down on my knee
(Girl I'm sure that you must have been)
The preacher said, speak now, speak now or forever hold my peace
Well you must've been (I know, I know, I know, I know, I know)
Girl you must've been (I know, I know, I know, I know, I know)
สวัสดีคับ
วันนี้ขอทำตัวเป็นดีเจสักนิด
เนื้องมาจากว่าปรกติผมจะเป็นคนที่เปิดวิทยุแล้วนอนหลับไปเลย ... เป็นแบบนี้มา 3 ปีได้แล้วคับ
จนติด วันไหนไม่เปิด นอนไม่หลับ ( ยกเว้นเวลาพาผู้หญิงมานอนบ้าน )
เมื่อเช้านี้ลืมตาตื่นมาตอน ตี 5 เพราะนาฬิกาปลุกมันก็ได้ยินเพลงนี้กำลังถูกเปิดอยู่คับ
สมองแล่นสั่งการในบัดดล ... แมร่ง ... เพราะคับ
ว่าแล้วก็หยิบมือถือมาอัดเสียงเอาไว้ ไปทำงานแล้วจะได้นั่งฟัง นั่งแกะเนื้อ และออกตามหาเพลงนี้ใน Google
ตอนนี้ถึงที่ทำงานแล้วก็ใช่เวลาไม่นาน เอิ้กๆ ในการตามหา เพราะความรู้ทางภาษาที่พอฟังได้ของผม
ผมเป็นคนกระแดะ คับ นิยมฟังแต่เพลงสากล ใครจะค่อนคอดว่าอย่างไร ไม่เคยสนใจ ก็ผมชอบของผม ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง ก็เพราะดี
5555+
และแล้ว... ได้อ่านเนื้อเพลงจริงๆทั้งหมด ... แม่เจ้า โดนเหลือรับ ...
แบบ ... ฉันว่าแล้ว ว่าเธอจะต้องเป็นแบบนี้ ฉันมันห่วย ฉันมันโง่เอง ... ที่ไม่เคยสังเกตุ
จนเธอเก็บข้าวเก็บของจากไป แล้วปล่อยให้ฉันเป็นไอ้โง่อยู่ตรงนี้
ผมชอบ อยู่ท่อนนึงนะ
You must have been
The very one I was supposed to spend
My money, my life, my lover, my wife
Girl I know you were right
You must have been
The very one I was supposed to spend
Spend the rest of my life
Now it cuts like a knife, I know
มันโดนเหลือเกิน แบบ อารมณ์โดนผู้หญิงทิ้ง 55555+ แล้วออกแนวงี่เง่า เหมือนผมเลย
555555555555
ผมรู้ว่าผมมันงี่เง่านะ ทุกวันนี้ก็ยังหัวฟัดหัวเหวี่ยง กับการเลิกลากันของแฟนคนล่าสุด แบบหงุดหงิด นะ
แต่มันจะดีขึ้นเรื่อยๆ ผมเชื่อนะ แม่ผมบอกว่าผมเหมือนคนขาหัก ตอนนี้อาจยังต้องการไม้เท้า แต่วันนึง เมื่อขาผมหายดี ผมจะไม่ต้องการไม้เท้านั้นอีกต่อไป .... แม่ผมพูดถูกเสมอ
คนเราต้องทุกข์บ้าง สุขบ้าง เนอะ ผมไม่สนอยู่แล้ว ผมมันทนได้เสมอ .... ไม่เป็นไรเสมอ ...
แต่เพลงมันเพราะดีคับ เลยเอามาให้ฟังแก้เซ็ง
โดยส่วนตัวผมไม่มีสไตร์เพลงเป็นที่แน่นอนหรอกคับ แล้วก็ไม่ได้ชอบนักร้องคนไหนจริงๆจังๆ มานานแล้ว
เอาเป็นเพลงไหน ฟังแล้ว... แมร่งโดนเหลือเกิน ... ฟังแล้วจี๊ดในใจก็เพราะหมด ...555555+
เออ... ลืมเล่าอีก..
เมื่อวันเสาร์ไปรับแม่ที่ตลาดหลังจากเลิกขายของ ไม่รู้แม่นึกยังไง ชวนผมไปกินขนมจีนไหหล่ำที่สะพานขาว ... เลยขับรถกันไป 3 คนพ่อ แม่ ลูก จากตลาดมีนบุรี ไกลโคตรๆ
เดิมครอบครัวผมอาศัยอยู่ในเมืองนะคับ ตรงโรงพักลุมพินีเก่า ตั้งแต่ผมยังไม่เกิด เพราะปู่ผมเป็นตำรวจ
แม่บอกว่าไม่ได้กินขนมจีนไหหล่ำนี้มา 30 ปีได้แล้ว นานมาก เป็นสิ่งที่แม่อยากกิน และคิดมาตลอดว่าอยากจะกิน แต่ไม่เคยได้ไป แม่เล่าว่าเคยมากินที่นี้สมัยยังรุ่นๆกับพ่อผม ตั้งแต่สมัยผมยังไม่รู้อยู่ที่ไหน
มากินอีกที ผมก็โตจนแก่แล้ว ....
ร้านนี้จะขายตอนกลางคืนเท่านั้นนะคับ ถ้าลงมาจากทางด่วนยมราช วิ่งไปสะพานขาว ร้านนี้จะอยู่ทางขวามือ ตรงทางวิ่งไปคุรุสภา เป็นตรอกที่สว่างที่สุด ไปแล้วก็จะเห็นเองคับ มีโต๊ะเยอะๆ คนนั่งกินเพียบ
เพราะร้านนี้เก่าแก่มากคับ แต่ไปดึกๆหน่อย ก็จะดีคับ เพราะแม่บอกว่า ช่วงหัวค่ำคนจะเยอะ
เป็นครั้งแรกที่ผมได้ลองชิม ก็... อร่อยมากคับ มันไม่เหมือนขนมจีนแบบที่คิดไว้ ... มันเหมือนก๋วยเตี๋ยวที่มีเส้นเป็นเส้นอูโด่ง มากกว่า แต่อร่อยมากคับ มีหมูกับเนื้อ มีทั้งแบบแห้ง แบบน้ำ แล้วก็มียำด้วย
สิริตก ชามละ 50 บาท แต่ของที่ได้ก็คุ้ม 50 บาทคับ ยำก็ 80 บาท
ติดตรงที่ไม่ได้เอากล้องไป แล้วมือถือก็แบทหมด เลยไม่ได้เอารูปมาให้ได้ดูกัน
แต่เป็นช่วงเวลาอีกครั้งนึงที่ผมเห็นแม่มีความสุข ... ผมเองก็มีความสุขไปด้วยคับ
ปล. ช่วงนี้อยากได้คนดามใจเหลือเกิน ผมจะไปหาที่ไหนได้บ้างเนี้ย ... ^____^
ที่คุณแหม่มเคยแนะนำสาว Ink ... รู้สึกกว่าจะมีเจ้าของแล้วนิคับ ... หล่อด้วย ...
ถ้ายังโสด อาจอยากลองดูเหมือนกันนะเนี้ย ... (หน้าหม้อไม่เลือกเลยผมเนี้ย)
วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2551
... วันนี้วันหยุดไม่ใช่หรอ ...

เออ.. คือไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องวันนี้ แต่อยากลงอวด เฟอร์ที่ผมออกแบบเอง ไปลงเฟอร์ที่บ้านลูกค้ามา เลยเอามาอวด อิ อิ ... ปรกติไม่ใช่คนขี้อวดเลย



วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2551
... ช่วงเวลาที่ดี ในเวลาที่ไม่ดี ...
จนเต่าแซงไปหลายป้าย วันนี้คิดไม่ออก ก็นั่งทำ 3 D ไปคับ Render กันไป 2 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ
ช่วงนี้อากาศหนาวนะคับ ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นกับอะไรต่างๆรอบตัว ผมเป็นคนชอบช่วงนี้ของปีที่สุด เพราะนอกจากอากาศจะดี และประหยัดน้ำแล้ว
ผมรักวันคริสมาสคับ ผมเชื่อในเรื่องซานตาร์ เหมือนเป็นบ้า แต่ว่าวันคริสมาสทีไรต้องเอาถุงเท้าเก่าๆออกไปแขวนไว้ที่หน้าต่าง ทั้งที่รู้ว่าทำแล้วไม่ได้อะไร
แต่แบบว่า ... ขอกรูทำหน่อยเถอะ จะได้หลับสบาย
ช่วงนี้ผมนอนกับลูกคับ เจ้าลูกชาย ลูกติดจากแฟนคนล่าสุด นอนหันหน้าชนกันทุกคืน
ลืมตาตื่นมาตอนกลางดึก ก็เห็นตาเม็ดถั่วคู่นั้นมองกลับมา ก็ทำให้รู้สึกดีนะคับ
วันนี้เลยเอาลูกชายมาโชว์หน่อย

จดหมายนัดตรวจสุขภาพมาถึงบ้านผมแล้วเมื่อสองวันก่อน แม่โวยวายนิดหน่อยว่ามีจดหมายอะไรมาจากสถาบันมะเร็ง ชื่อมันฟังดูหน้ากลัวเนอะ 5555+
หัวเราะดีไปเถอะ ... ระวังจะหัวเราะไม่ออก
คิวนัดผมคือวันที่ 10 กุมภา ต่อจากนี้ไป 2 เดือน แม่เจ้า ... มีเวลาเก็บตังอีกนานเลย
เมื่อวันก่อนพูดกับแม่เรื่องนี้ก็สองจิตสองใจเหมือนกัน ว่าจะไปดีไหม
ยังไม่รู้คับ ช่างเถอะ ไว้ใกล้ๆก่อนแล้วค่อยคิดดีกว่า ... เนอะ
ช่วงนี้ก็เรื่อยๆคับ พยายามช่วยแม่สะสางหนี้สิน และค่าอะไรต่อมิอะไรที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายปีนี้
ประกันรถเอย พรบ.เอย ... เพื่อที่จะประคองครอบครัวของเราให้ผ่านพ้นวิกฤต ที่เกิดขึ้นนี้ไปให้ได้อีกครั้ง
ผมยังไม่รู้เลยว่า จะได้ถอย PS2 เมียใหม่ของผมรึเปล่าเนี้ย เพราะโดนประกันชั้นหนึ่งของรถที่เพิ่งถอยมาเมื่อต้นปี เข้ามาบดบังรัศมี
ขับก็ไม่ค่อยได้ขับ เฮ้อออออออออออ
วันนี้มาทำงานตอนเช้าแล้วนั่งฟังเพลงนี้ "ยิ่งใกล้กันยิ่งหวั่นไหว" ฟังแล้วคิดถึงใครคนนึงคับ ที่เขาเคยให้เพลงนี้กับผม ครั้งเมื่อเราเคยรักกันผ่านเพลงนี้ มันสั้นมากเลยนะคับ เมื่อเทียบกับ
ช่วงเวลาที่ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะรักผมไหม ... แต่พอรู้ว่ารัก ... เราก็ต้องจากกันด้วยระยะเวลาอันสั้นเหลือเกิน แต่เธอจะเป็นความทรงจำในหัวใจของผมตลอดไป
คริสมาสนี้ ผมรี้อเอาต้นคริสมาสต้นเก่าออกมา ขามันหักหมดเลย เพราะว่าเป็นพลาสติก กรอบมากแล้ว เลยต้องเอามาโมใหม่ ยัดมันลงในตะกร้าแทน
เมื่อวานช่วยแม่ขายของ ตอนเย็นเลยได้ไปซื้อไฟสีๆมา 1 ถุง 79 บาท เพราะว่าเครื่องแต่งต้นคริสมาสมันหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ต้นอย่างเดียว นานมากแล้วคับที่บ้านเราไม่ได้มีต้นคริสมาส ที่เจ้าต้นคริสมาสนี้ไม่เคยได้ออกมายลโฉม .. ตั้งแต่ผม 10 ขวบได้มั่ง
สมัยที่แม่ทำงานอยู่สถานทูตอเมริกัน ช่วงนั้นฝรั่งมากๆ ถึงเทศกาลพวกนี้ทีไร ผมจะได้กินขนมน้ำตาลต่างๆมากมาย กินจนลิ้นแตกทีเดียว 555
ตอนหัวค่ำไป Big C กับแม่ แม่ซื้อเครื่องแต่งให้อีก มีสายสีทองกับแดง และก็ลูกๆ สำหรับห้อยอีก ดูวิบๆ
กลับบ้านก็เลยนั่งพันๆ ติดๆไป
และแล้วเจ้าตนคริสมาสต้นเก่าของผม ก็กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ... ไม่แพ้เมื่อวันยังใหม่ๆเลย ^_____^

เมื่อคืนวันเสาร์ ก็ไปงานเพื่อนแม่มา เป็นงานกินบุญของมุสลิม งานใหญ่มาก ... แม่เจ้า
บันดาลจิต ... ว่าต่อไปนี้ กรูต้องดูดี มีชาติกระกูล แบบนั้น บ้าง ......
ทุกวันนี้ถึงแม้ชีวิตจะไม่ได้มีความสุขอะไรมากมายนัก .. แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกแย่เพราะคนอื่น อย่างน้อยตอนนี้ ผมก็มีความสุข ...
วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551
... คนรักกัน ...
วันนีมันคันปากยิบๆนะ จริงๆ ก็คันมาได้สักพักแระหละ แต่ว่าพยายามหักห้ามใจเอาไว้ แระอีกอย่างก็คือมีเรื่องมาเบียดบัง หันเหความสนใจของผมไป
ช่วงนี้อาการต่างๆทางร่างกายของผมก็ทรงๆอยู่ แต่จัดได้ว่าดีขึ้น มั้ง หลังจากพยายามทำนั้นทำนี้ ปรับเปลี่ยนตัวเอง
ตอนนี้ผมเลิกน้ำอัดลมกับ มาม่าขาดแล้ว ถึงจะต้องพยายามมากหน่อยแต่ก็คิดว่าทำได้
อาการปวดท้องกับหลังข้างขวาก็เบาไป ตอนนี้ปวดแต่หลัง ท้องมีปวดบ้างบางที
เฮ้อออออออ ... เวลาสุขภาพไม่ดีนี้ ไม่ดีเลยนะคับ
เมื่อวาน ก็นวดให้แม่ไป คุยกับแม่ไป ช่วงนี้เวลาชีวิตส่วนใหญ่ของผม นอกจากไปทำงานแล้ว
ก็หมดไปกับการคลุกคลีอยู่กับแม่ เล่านั้นเล่านี้ให้แม่ฟัง
ช่วงนี้ตั้งแต่เลิกกับแฟนมา ทำให้ผมรู้สึกเป็นสุขชะมัดเลย รู้สึกว่าก่อนหน้านี้โง่มากมาย ที่เอาเวลาไปใส่ใจ ไปให้กับใครก็ไม่รู้ ที่แม่งไม่ได้เห็นคุณค่าของเราแม้แต่น้อย
ผมเลยเกิดพุทธิความคิดถึงมาว่า จากประสบการณ์ของผมเท่าที่เคยได้เจอมานั้น ผุ้หญิงมองทอมที่อะไร
1 . " หน้าตา "
ด่านแรก ที่คนเราใช่มองดูคนอื่น ดี้ หรือใครก็ต้องมองทอมที่หน้าตาดีนะ ว่าไหม ... คือ ... แต่อาจจะไม่ได้ชอบแบบหล่อ เพิ่งหลุดออกมาจากร้านทำผม ช่อง 5 หรือ ทองเด็ก พังค์ พลาดทั้งหลาย ที่ไม่ได้ดูหนังหน้าตัวเองก่อนทำผมเลย
แต่ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเห็นแก่ตัวเลือกคนที่หน้าตาคิดว่าใช่ ว่าโอ ... ว่าป่ะ
แต่บางครั้งผมต้องอดทน ... กับหน้าตาของผู้หญิง หรือผู้ดี้ ที่อาจจะเป็นอย่างไรก็ได้ ต้องบอกว่าสวยหมด ... มาจากอีสาน ... หน้าเหลี่ยมมาเชียว ก็ต้องบอกว่าสวย ... เพราะหลงคบทางเอ็มมาตั้งนาน (แม่งไม่เคยยอมให้กรูดูรูปเลย อีหอย) หรือให้ดูรูปก็จะเป็นรูปที่เบลอมองไม่ชัด หรือเป็นรูปดีที่สุดในชีวิต แม่งสวยโคดดดดดดๆๆๆ อะไรประมาณนั้น นั้น 1 เรื่อง
2 . " ฐานะทางการเงิน " ...
นี้ก็เป็นอีกปัญหานึงที่ผมเชื่อว่าหลายๆคู่ประสบ เหมือนที่ผมเคยเจอ ... ผมเคยหาเมียรวย ... แม่งก็มองว่าผม จน ไม่เหมาะๆ ไม่สมฐานะเขา เขาไม่เลือกผม ..
ไอ้ครั้นผมไปหาเมียจน ... แม่งก็มองอีก ว่าผมมีเงิน มีความมั่นคง มีปัญญาที่จะรับผิดชอบเธอได้ไหม พระเจ้า... แม่งจะเอายังไงฟร่ะคับ ... แต่สุดท้ายผมว่าหลายคนอาจเคยเจอ ... มุขนี้ ... มักเจอกับประโยคเด็ดที่ว่า .. " ไม่ได้มองที่เงิน ถ้ามองที่เงินคงเลิกคบไปแล้ว " (น่าน ... เป็นคนดีอีก ดีจริงๆ) แต่ขอโทษเถอะ แม่งเรื่องเงินเป็นอันดับแรกที่ทะเลาะกันเลย
3. เรื่อง " เวลา " ... วะฮาฮ่า ...
หลังจากที่ทะเลาะกันเรื่องเงินแล้ว ..ผมเชื่อว่าทอมหลายคนต้องให้สัญญาว่า เธอจ๋า ผมจะทำตัวให้ดีกว่านี้ ผมจะรวยให้จงได้ ที่รักอย่าจากฉันไปเลยยยยย .... ใช่ไหม????
มันจะเกิดแบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือ ... ฝ่ายคนมองดู(ดี้) และฝ่ายปรับปรุงตัว (ทอม) มันจะเกิดปัญหาทางฝั่งอีคนดูประมาณว่า .. ฉันไม่เห็นเธอจะทำอะไรเลย ... หรือ .... เงียบเป็นเป่าซาก (แล้วกรูจะตรัสรู้ไหมว่ามึงพอใจในความรวยของกรูรึยัง)
ทั้งที่เรื่องเงินทองๆ คงต้องใช่เวลาหากันทั้งชีวิต และจะเกิดคำถามขึ้นในใจของฝั่งปรับปรุง คือทอม ว่า ... แค่ไหนที่เธอคิดว่าฉันปรับปรุงตัวพอแล้ว ...
นี้ก็นานแล้วนะ เอ ... 1 เดือนก็แล้ว ... 2 เดือนก็แล้ว ไปเที่ยว ไปไหนๆ กรูก็ออกหมดแล้ว ... เอ... เขาจะพอใจบ้างรึยังนะ ... คล้ายๆพอกรูทำ แม่งไม่มอง ไม่รู้มองเหี้ยอะไรอยู่ พอ กรูเบื่อไม่อยากทำ แม่งหยิบมาด่าเชียว ... ว่าทำตัวเหี้ยสัดๆ
แล้วถ้าเราสวนว่า เธอได้ดูบ้างรึเปล่า ... เราจะเจอ.... มุขนี้ .... คับท่านว่า .... " ฉันดูเธออยู่ตลอดเวลาแหละ ... ดูมาตั้งแต่วันแรก ที่รู้จักกันแล้ว "... ( น่าน ... มาเหนือเมฆ คับมุขนี้ เล่นเอาเราเถียงไม่ออก ว่าไหม???)
4. เรื่องความ ... " เข้าใจ "...
ผมว่าหลายๆคนก็คงจะประสบปัญหาเดียวกันกับผมอีกเช่นกันแต่ของผมมันมาเป็นระรอกคลื่น ... ดังนี้ หลังจากที่ทะเลาะกันเรื่องเงินๆทองๆ ... แล้วพาลมาที่เรื่องเวลา ...มันจะตามมาด้วยประโยคทองอีกอันนึงว่า ... " เธอไม่เคยเข้าใจเราเลย เราพูดคนละภาษา " (น่าน .... ถูก ตัลหลอด ... ว่าไหม) แล้วผม หรือฝ่ายทอมมักจะกลายเป็นฝ่ายที่ผิดตลอดเช่นกัน เป็นระบบตอบรับอัตโนมัติที่ไม่มีทางจะสร้างโมเมนตั้มมาให้เราถูกบ้างได้เลย
เรื่องความเข้าใจนี้อีกเหมือนกันที่มักทำให้ผมตีอกชกหัวตลอดเวลา ... เพราะว่า ... " ไม่พูด แล้วกรูจะรู้มึงเรอะ !!!!!!!! แม่ง ... แสรดดดดดดดด " แล้วพอผมไม่เข้าใจ ... ผมก็ผิด ตัลหลอดดดดด
จะจริงไหมผมไม่รู้ ... แต่ผู้หญิง หรือผู้ดี้ เท่าที่ผมเคยเจอมา มักทำอะไรแปลกๆ มักคิด มักทำ และมักพูด ไม่ตรงกันสักอย่าง
มักคิด แล้วคิดว่าทอมจะรู้ว่าเจ้าหล่อนคิดอะไรอยู่ (ใครที่ว่าผู้หญิงต้องเข้าใจผู้หญิง อันนี้มาต่อยกับผมเลย ขอเถียงว่า ... ไม่จริง )
มักทำ แล้วคิดว่าทอมจะต้องตีความหมายได้ ... แล้วต้องตีได้อย่างถูกต้องด้วย
และมักพูด อะไรที่มันออกมาตรงข้ามกับความเป็นจริงในใจเสมอ ... เช่นรัก ... แต่บอกว่าเกลียด
มักมองเห็น ความผิดของคู่รักเป็นเรื่องใหญ่โต ... และสามารถจดจำและขุดมาด่า ขุดมาพอกไว้ในใจ ให้แม่งได้โล่อะไรขึ้นมา
มักไม่สามารถยอมรับที่ ถูกวิพากวิจารณ์ ... แต่เธอสามารถวิจารณ์คู่รักด้วยคำพูดแรงๆได้ .... ไม่เป็นไร
มักคิด จะตีตัวออกห่างเรา ... ก็สามารถทำได้ ... ไม่ผิด ด้วย ข้ออ้างที่ว่า เราห่างกันสักพักเถอะ ให้เวลาต่อกัน ... แต่ลองเราเป็นฝ่ายห่างบ้างดิ ... แม่ง ... " อ๋อ ...อยากจะเลิกใช่ไหม ??? " ... นี้ก็เป็นประโยคทองอีกประโยคนึงที่เรามักได้ยินบ่อยๆ
และสุดท้าย ... มักไม่ยอมลืมสิ่งผิดพลาดที่ผ่านพ้นไปแล้ว ... และคิดว่า ... มันจะต้องย้อนมาเข้าตัวของเจ้าหล่อน ... เสมอ ... จนบางทีผมอยากจะบอกว่า ... บ้ารึเปล่าเนี้ย จำอยู่ได้
ที่ผมเขียนวันนี้ ... ผมไม่ได้จะบอกว่าทอมดี ... และดี้เลวทุกคน ไม่ใช่
ทอมเลวๆก็มีเยอะ พอๆกับดี้ที่ดี
และการที่ดี้เป็นอย่างที่ผมพูดมาข้างต้น ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหล่อนเลว แต่ผมแค่อยากระบาย และอยากบอกว่า จริงอยู่ที่เสนห์ของผู้หญิงคือความ งี่เง่า ความเอาแต่ใจ บางครั้ง หายยะนะ ที่เกิดขึ้นกับคู่รักหลายๆคู่ เช่นคู่ของผม มักเกิดขึ้นจากปัญหาเหล่านี้
หลายๆครั้งที่ผมเองก็งี่เง่า
แต่สุดท้าย ... คนรักกันเขาควรจะทำอย่างไรหละคับ ... ให้อภัย ... ซึ่งกันและกันมิใช่หรือ
การที่ใครสักคนจะรักใครอีกคนนึงได้ ... นั้นแปลว่า เขาต่างมองเห็นซึ่งกันและกันแล้ว และจะไม่มีฝ่ายใดถูกลืม ถูกมองข้ามอีก เขาจะต่างมองเห็นซึ่งความเลวและความดีของกันและกัน ไม่งั้นโจรจะมีเมียรึ???
แต่หลายครั้งที่ผมเชื่อว่า ... คนเรามักคิดกันว่า ... ช่างแม่ง หาใหม่ก็ได้ ... เพื่ออะไรหละคับ ในเมื่อคนที่เรารัก และรักเรายืนอยู่ตรงหน้าเราตลอดเวลา แต่เรากลับบอกกับตัวเองว่า อาจมีคนอื่นที่ดีกว่า ... แล้วเราจะหยุดที่ใครหละ ถ้าคิดอย่างนั้นตลอดเวลา
แล้วเราจะร่วมชีวิตกับใครได้ ถ้าไม่รู้จักคิดว่าคนเรามีทั้งข้อดีข้อเสีย ไม่มีใครเป็นสีขาว หรือสีดำอย่างเดียว
ความรัก ... มันขึ้นอยู่กับว่า ... อยากที่จะรักกัน ... รึเปล่าหละ
เธออยากจะนั่งข้างๆฉันไหม ... ถ้าฉันดูหนังที่เธอไม่ชอบดู
เธออยากจะนอนข้างๆฉันไหม ... ถ้าฉันปากเหม็น และ SEX ห่วย
เธออยากจะร่วมชีวิตกับฉันไหม ... ถ้าฉันทำกับข้าว หรือซักผ้าไม่เป็น
เธออยากจะรักกับฉันไหม ... ถ้าฉันงี่เง่า เอาแต่ใจ ถ้าฉันต้องเป็นฝ่ายถูกตลอดเวลา
และเธออยากจะแก่ไปกับฉันไหม ... ถ้าวันนึง ฉันจะอ้วน และหน้าเหียวลง โรคภัยรุมเร้า เข้าห้องน้ำเองไม่ได้
ถ้าคำตอบในหัวใจของคุณ ตอบออกมาว่า .... ใช่ ....
ทำไมต้องทรมานกันและกัน .... ด้วยความคิดที่ว่า .... วันนึงเราจะได้เจอคนที่ดีกว่า ... จริงไหมคับ
วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... อยู่ หรือ ไป ...
ช่วงนี้ยุ่งๆเนอะ มีอะไรให้ทำมากมาย เมื่อวานงานเข้าอย่างแรง จะเอาเร็วด้วย ผมทั้งเครียดทั้งกดดัน
เพราะเมื่อ 2 วันก่อนเพิ่งทำเจ้านายขาดทุนไป 5000
และช่วงที่ทำงานก็รู้สึกเครียดและก็ตามมาด้วยอาการปวดท้องด้านขวาอย่างมาก รวมถึงความรู้สึกอึดอัดในช่องท้องด้วย แต่มันก็ปวดไม่มากนะ แต่จะรู้สึกไม่สบายตัวอย่างแรง
พอหลังจากระรอกคลื่นถาโถมผ่านไป ผมรู้สึกได้ถึงอาการเหล่านี้เลยเดินเล่นไป โต๊ะคนโน้นคนนี้ จนเลิกงาน อาการก็ผ่อนลงไปอย่างเห็นได้ชัด
กลับไปบ้านก็เครียดที่คลำเจอก้อนในท้องก้อนเบอร์เริ่มเลย ก่อนนอนจะต้องเอายาหมองทาท้อง ก็เครียดคับ แบบว่า นี้มันกำลังเกิดขึ้นกับผมจริงๆหรอ ประมาณนั้น
ตี 5 ครึ่งตื่นขึ้นมาก็คลำอีก ก็พบว่ามันยังคงอยู่ที่เดิม ทำเอาเกือบร้องไห้แหนะ คิดอยู่ว่าจะบอกกับแม่ยังไง แม่ต้องแย่แน่ๆ
ว่าแล้วก็ปวดท้องอึขึ้นมา เป็นอัตโนมัติตอนเช้าของผมมา 2 เดือนกว่าแล้ว
ไปเข้าห้องน้ำกลับมา ยังคงเครียดอยู่คับ กลับมานอนห่มผ้า คิดๆๆๆๆ ผมควรจะบอกยายก่อนเรื่องนี้
ว่าแล้วก็คลำมันอีกรอบ ... ปรากฏว่า ... " มันหายไปคับ !!!!! " 55555555555555555555
เอ่อ ... ไอ้ที่คลำเจอบ้างไม่เจอบ้าง ในท้อง บางทีนั้น ได้รับคำตอบ แล้ว ... ผมค่อนข้างสงกะสัยมานาน ตั้งแต่รู้สึกตื้อๆที่ท้องด้านขวาว่าคืออะไรนั้น
แต่ก็ยังไม่อยากวางใจใดๆ จะว่าผมเป็นคนขี้วิตกจริต ก็จริงนะ เพราะอาการตื้อที่ท้องนี้ไม่ได้คิดไปเองแน่นอน
เมื่อหลายวันก่อนผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทสมัยเรียน ป. ตรี โทรมาคุยนั้นคุยนี้ แล้วแจ้งข่าวร้ายของเพื่อนร่วมรุ่นคนนึง ที่ผมรู้จัก
เธอชื่อ กา เป็นเพื่อนที่เรียนเอกเซรามิค ร่วมรุ่นเดียวกับผม ผมไม่รู้จักกามากนัก แต่กาเป็นคนที่Friendly ถ้าได้พบกับกาสักครั้ง จะรู้ได้เลยว่ากาต้องเป็นเพื่อนที่ดีแน่ๆ
กาเป็นมะเร็งคับ เป็นเรื่องน่าเศร้าเหลือเกิน กาเป็นมะเร็งที่เต้านม หลังจากที่ได้รับการวินิจฉัยที่ผิดพลาดจากโรงพยาบาลแถวบ้าน จนกว่าจะรู้ ก็พบว่าเป็นระยะสุดท้ายแล้ว
ณ ปัจจุบันนี้กายังคงมีชีวิตอยู่ มีกำลังใจที่ดี และครอบครัวที่ดี
บางทีก็ทำให้ผมกลับมานั่งคิดนะว่า จริงๆแล้วมันเป็นโชติดีหรือว่าโชติร้าย ถ้าหากเราจะได้รับตั๋วเที่ยวเดียวไปปรโลกก่อนคนอื่นๆ พ้นไปจากความทุกข์ทรมานไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์
พ้นไปจากชีวิตที่ต้องดิ้นรนไปวันๆ และได้ไปลุ้นเกิดเอาใหม่ อาจจะเกิดเป็นลูกเศรษฐี ในปาปัวนิวกีนี หรือเป็นลูกยาจก ขอทาน ใน นิวยอร์ก ก็คงลุ้นๆดี
ผมไม่รู้ว่า ผมจะต้องไปแท็กมือกับกา ก่อนวัยอันควรในปรโลกรึเปล่า แต่ผมว่าผมคงจะไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไร มาคิดๆ ดูอย่างน้อยผมมีกา เพื่อนที่จะล่วงหน้าไปก่อนแน่ๆ มีแม่ ที่ก็คงตามผมมาติดๆ เพราะผมรู้ว่าแม่คงอยู่โดยปราศจากผมไม่ได้
และอีกคน คือยาย
แม่กับยาย คือคนที่ผมรักมากที่สุดในชีวิต คือคนที่ดูแลผม และผมรู้ว่าแม่กับยายจะรักผมเสมอ ไม่ว่าผมจะเลวสักเท่าไร
ยายผมอายุ 84 ปีแล้ว ผมว่ายายคงอยู่ในโลกได้อีกไม่นานเท่าไร ผมมีตากับพี่ชายคนละพ่อที่ล่วงหน้าไปแล้ว ฟังๆดูมันก็ไม่เลวร้ายเท่าไรนะคับ ว่าไหม
กับการที่ผมจะอยู่หรือไป
แต่ตอนนี้ยังอยู่ ก็อยู่ไปเรื่อยๆ กับแม่
เพราะผมเคยคิดเหมือนกันว่าผมเป็นทอม ผมคงไม่มีลูก และผมก็เป็นคนสุดท้ายของครอบครัวที่อายุน้อยที่สุด วันนึงเมื่อผมอายุ 40 หรือ 50 ปี ผมจะยังเหลือใครไหม??? จะยังมีคนในครอบครัวผมเหลืออยู่ไหม
คำตอบง่ายๆคือ คงจะพากันไปปรโลกหมดแล้ว ผมคงจะอยู่อย่างเดียวดายหน้าดู
ทุกวันนี้บอกตรงๆว่าผมเลิกมองไปข้างหน้าไกลๆแล้ว เลิกคิดแล้วว่าอายุ เท่านั้นเท่านี้จะทำอะไร แต่ผมกลับมองแค่วันนี้พรุ่งนี้เท่านั้น
เลิกอยากได้ อยากเป็นใดๆแล้ว เพราะผมเริ่มรู้สึกแล้วว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรเลยกับชีวิต ส่งของที่ผมเก็บๆไว้ แต่ไม่เคยได้เอาออกมาดูอีก เก็บไว้เพื่ออะไร
สิ่งที่คิดๆว่าจะทำ แต่ไม่เคยได้ทำ จะคิดไปทำไม
ไม่มีใครอยากไปปรโลกก่อนวัยอันควรอยู่แล้ว ถึงจะถึงวัยอันควร บางคนก็ไม่อยากไป
ผมเองก็ไม่ได้อยากจะไป แต่บางที เขาบอกว่าต้องไปแล้วหละ .... เราจะยอมรับได้หรือไม่
สำหรับผมตอนนี้ ผมหาเหตุผลให้ยอมรับได้แล้ว ว่า... ถึงเวลาต้องไป ... ก็ไป
เหตุผลง่ายๆ ปัญญาอ่อนนี้แหละ ที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับสิ่งที่ผมกังวลอยู่ ณ ตอนนี้
ในทางกลับกันผมอาจไม่ได้เป็นอะไรเลยก็ได้ อาจจะอยู่ไปอีก ถึง 35 - 40 อะไรแบบนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องเซอร์ไพรกันไป
"คนเราทำอะไรไว้ย่อมรู้ตัวเอง ..." แม่ผมบอกเสมอ
ผมเองก็รู้ว่าทำอะไรไว้กับร่างกายตัวเอง ตลอด 24 ปีมานี้ ผมไม่เคยดูแลมัน ไม่เคยใส่ใจ
ณ ตอนนี้ก็ไม่ควรจะมาเรียกร้องอะไร จริงมะคับ ... จะมาเรียกร้องว่า เร็วไปนะ ยังเด็กอยู่เลย เหมือนที่ผู้ชายคนนั้นร้องขอ แล้วคุณทำอะไรกับตัวเองตลอดมาหละ ต้องถามกลับแบบนี้
ว่าแล้ว ก็ปลงได้ .... ไม่ว่าหนทางข้างหน้าผมจะไปได้อีก ไกล หรือสั้นกุด ผมก็ต้องยอมรับ
แต่ผมรักแม่ ... รักยาย คับ

ป.ล. ภาพนี้เป็นภาพแห่งความทรงจำ วันที่ผมคิดว่าทุกๆคนในภาพคงจะมีความสุขไม่ต่างจากผม คนซ้ายสุดของภาพ คือ กา คนที่ผมเล่าให้ฟัง ส่วนผม ก็คนใส่แว่นทางขวาคับ
วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... ของใหม่ แทนของเก่า ...
วันนี้เป็นวันที่รู้สึกสบายตัวมากที่สุด เมื่อวานไปซื้อ น้อง เมาท์ อันใหม่ สำหรับมาไว้ใช่ที่ทำงานแทนตัวเก่าที่ผมใช่แล้ว
รู้สึกเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา เพราะว่ามันใหญ่กว่ามือเล็กๆของผมมาก เวลาใช่ทีนึง ต้องสึกว่าต้องออกแรงทั้งตัว

... เมาท์เก่า ดูสิคับ ว่ามือผมมันกุมไม่มิด ...
ผมทนใช่มาหลายเดือน เพราะคงจะน่าเกลียดที่ร่ำร้องขออันใหม่ จนมันไม่ไหวแล้ว
เมื่อวาน จึงได้โอกาศไปซื้อมาใหม่ดีกว่า เลือกอันเล็กๆ เหมาะมือนะ เวลาคลิกๆทีก็ไม่ต้องส่งพลังลมปรานออกมามาก คลิกเบาๆก็ไปแล้ว เฮ้อออออออออ...

... เมาท์ใหม่ ... รู้สึกเบามือมากๆ ...
และตลกที่ผมปวดท้องที่ด้านขวาน้อยลง มีตื้อๆอยู่ แต่เบาลงไป ไม่รู้ว่าจะเป็นที่กล้ามเนื้อ อย่างที่ผมเดาอยู่รึเปล่านี่ แต่ถึงจะยังไง ผมก็ได้ลองแก้ไขพฤติกรรมตัวเองไปเรื่อยๆ เผื่อว่าจะดีนะคับ
ผมส่งเมลล์ไปจองคิวตรวจสุขภาพกับสถาบันมะเร็งแล้ว
เขายังไม่ส่งเมลล์ตอบรับกลับมาเลย ว่าผมจะได้คิวไปตรวจวันไหน แต่เห็นเขาบอกว่าคิวยาวมาก ประมาณ 2 เดือนได้
แต่ก็ต้องรอนะ เพราะไม่มีตังนี่ ตรวจกับที่นี่ ตรงตามความต้องการเลย คือหามะเร็ง แล้วก็ไม่แพง ถึงจะต้องรอนานหน่อย
ก็ดีคับ ยังไงก็จะได้ตรวจสักที จะได้สบายใจ หรือเตรียมทำใจไว้ล่วงหน้า
แต่ช่วงนี้ผมมีความสุขกับชีวิตมากกว่าเดิมนะ
เพราะเลิกงานก็รีบกลับบ้าน ไม่ได้เป็นเพราะจะกลับไปเล่นเกมส์ หรือทำอะไร แต่จะได้กลับไปอยู่กับแม่ กลับไปนวดเท้าให้แม่ จับเท้าแม่แช่น้ำอุ่น ... หายาให้แม่กิน
ครั้งนึงตอนผมอยู่ ปวช. ปี 2 ที่ช่างศิลป แม่เคยพูดกับผมพร้อมกับร้องไห้ว่า ปีๆนึงผมมีเวลาให้แม่เท่าไร แค่ 2 เดือน คือปิดเทอม 2 ครั้ง แล้วผมมีเวลาให้เพื่อนเท่าไร
ตั้งแต่นั้นมา เกือบ 5 ปี ที่ผมไม่มีใครเลย มีเพื่อนสนิทที่รับผมได้ 2-3 คน ผมไม่มีแฟนเลยช่วงนั้น แม้แต่จะจีบยังไม่คิด มันเป็นช่วงเวลาที่ผมให้กับแม่จริงๆ
แต่ตั้งแต่ย้ายบ้านใหม่ ผมเริ่มมีแฟนมีสังคมมากขึ้น ทำให้ผมลบลืมสิ่งที่ผมเคยทำ เคยเป็นไป ทอดทิ้งแม่ตัวเอง ทั้งที่แม่แก่ไปกว่าตอนนั้นอีก
วันนี้ผมกลับมาระลึกได้อีกครั้ง ถึงครั้งสุดท้ายที่ผมจับมือของแม่ เดินไปตามถนน ช่วงเวลาที่ผมไม่เคยรักใครนอกจากแม่ โลกของผมมีแต่แม่ ช่วงเวลาเดียวที่แม่คือทุกสิ่งในชีวิตเรา นั้นคือวัยเยาว์
แต่พอเราโตขึ้น เรากลับมอบความรักของเราให้กับคนอื่นๆ ใครก็ไม่รู้ แล้วใส่ใจแม่เราน้อยลง ผมจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว ... ไม่ว่าเวลาในโลกของผมจะเหลืออยู่อีกมากน้อยแค่ไหน
ต่อไปนี้จะไม่มีใครอีก ... ที่จะมีความสำคัญกับผมมากกว่าแม่ของผม
เพื่อที่ว่าวันนึง ผมจะได้ไม่เสียใจ ที่พลาดหลายๆอย่างไปอย่างหน้าเสียดาย ... ทั้งๆที่เราสามารถทำได้ ตลอดเวลา
เมื่อวานที่มีม๊อบพันธมิตรปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ผมแอบเป็นห่วงเล็กน้อย ว่านางฟ้าของผม ที่ทำงานอยู่การบินไทยในนั้น จะเป็นยังไงบ้าง แต่แม่ผมสิ พูดด้วยน้ำเสียงแค้นๆปน ฮาๆ ว่า
แม่ ..... " กรูขอให้มันโดนระเบิดพวกพันธมิตรตายไปเลย "
ผม .... "ไม่โดนหรอก แม่ เขาเป็นต้องเป็นพวกพันธมิตร อยู่แล้วเพราะไม่ชอบเหลี่ยม "
แม่ ... " งั้นกรูก็ขอให้มัน โดนระเบิดพวก น.ป.ก. " ( น่าน ... แม่ผม เป็นไงหละ แค้นแทนลูกชาย )
5555555555555555555+
วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
...โอกาศ ...
ช่วงนี้ว้าวุ่นใจสักหน่อย เรื่องอาการป่วยของตัวเอง ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้ผมกำลังเป็นอะไร หรือกำลังจะเป็นอะไร
ไปหาคุณหมอมาเมื่อวันอาทิตย์เรื่องอาการที่ผมปวดท้องตื้อๆทางขวามาเดือนกว่าแล้ว มันไม่ได้ปวดนะคับ มันแบบทำให้รำคาญๆ แล้วมันก็เลื่อนขึ้นเลื่อนลง ปวดไม่
ซ้ำที่กันในแต่ละวัน
ผมไปหาคุณหมอ คุณหมอจับผมตรวจฉี่ อาจจะสงสัยว่าผมเป็นอะไรที่ไตรึเปล่า 45 นาที ปรากฏว่าไตผมปรกติดี กินน้ำน้อยไปหน่อย
เอาหละสิคับตอนนี้มันเหลือตัวเลือกไม่มาก ไม่กระเพาะ ก็ลำไส้(ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมกลัวมากที่สุด) แต่คุณหมอจ่ายยาเกี่ยวกับกระเพาะให้ผม แล้วบอกว่าถ้าไม่หายให้มาหาคุณหมอใหม่อีก
ผมกลัวเป็นมะเร็งลำไส้นะคับ ที่ผ่านมาผมไม่ค่อยทานผัก ผลไม้ ทานบ้างเป็นบางอย่างและบางมื้อ
กลับมาปรึกษาแม่ แม่ก็บอกว่าให้ทำใจให้สบาย กินยาที่หมอให้มาดูก่อน
ผมปรึกษาแม่เรื่อง ที่ว่าจะไปตรวจสุขภาพดีไหม แม่บอกว่าไปทำบุญดีกว่า แม่บอกว่า คนเราถ้ามันจะเป็นมันก็เลี่ยงไม่ได้
ผมมานั่งคิดๆดูว่าคงจะจริงของแม่ ถึงจะไปตรวจ ก็ไม่มีเงินรักษาอยู่ดี รู้แล้วก็เครียด ... แม่บอกว่าอยู่ทุกวันนี้ให้มีความสุขดีกว่า
แม่พูดถูกเสมอ
เมื่อวานตอนเย็นผมเลยโทรไปขอโทษยาย เรื่องอะไรต่างๆที่ทำไม่ดีไว้กับยาย ให้เราต้องโกรธกันมาสักระยะนึงแล้ว
แล้วกินยาของหมอที่ได้มาเมื่อวาน 1 วัน บวกกับการทายานวดยามา 4-5 วันแล้วของผม ลำตัวข้างขวาของผมก็ดีขึ้นอย่างประหลาด
อย่างน้อยมันก็ไม่ปวดตื้อๆ มีเสียดๆบ้าง แต่ไม่ได้ตื้อยาวนานเป็นวันๆเหมือนที่ผ่านมา ตลกดีนะคับ ตื่นมา
ตอนเช้าแล้วก็ไม่ได้รู้สึกเป็นแผงก้อน ที่หน้าท้องเหมือนที่เป็นมาตลอดเดือน
ที่คิดมากมายก็อาจเป็นเพราะผมได้อ่านเรื่องของผู้ชายคนนึง อายุ 25 ปี มีนิสัยการกินคล้ายๆกับผม เพียง
แต่ผมเริ่มมากินผักบ้างในชีวิตประจำวันนี้ก็ สัก หลายปีมาแล้ว แต่เขาไม่กินเลย ผลไม้ก็ไม่กิน
แล้วเพิ่งมารู้ตัวก็เมื่อเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่ ล่าสุดเขาเขียนไดร์เมื่อวันที่ 13 อ่านแล้ว
ก็กลัวคับ เพราะเขาบอกว่าเขาไม่มีอาการอะไรเลย นอกจากชอบปวดท้องบ่อยๆ
ไปหาหมอ หมอทั่วไปก็ว่าท้องอืดท้องเฟ้อ ... เขามีก้อนมะเร็งยาว 12 เซ็น ในลำไส้ผ่าไม่ได้แล้ว เพราะว่าเลยช่วงเวลานั้นมานานมาก มันแพรกระจายเข้าไปในต่อมน้ำเหลือง และที่อื่นๆ
อ่านดูแล้วผมรู้สึกขนลุกเลย ผมกับเขาอายุไล่กัน แล้วก็แอบมาคิดว่า ผมยังมีโอกาศแก้ตัวได้ทันไหม
สำหรับผู้ชายคนนั้นคงไม่มีโอกาศให้เขาได้แก้ตัวแล้ว น่าสงสารเขาจับใจ
ส่วนตัวผมเองก็ไม่แน่ใจ ว่าผมกำลังเป็นอะไรรึเปล่า แต่ผมก็กำลังพยายามที่จะแก้ไขปรับปรุง อุปนิสัยของตัวผมเองสะใหม่
ตอนนี้ผมรู้สึกว่าได้คิดอะไรมากขึ้นนะ ผมรู้สึกรักแม่มากขึ้น รู้สึกว่าไม่มีใครอีกแล้วในโลกที่รักผมเท่าแม่
ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ผมสนใจใครก็ไม่รู้ ที่ไม่ได้รักผมจริงๆเลย
ผมจำได้ว่าล่าสุดที่ผมบอกกับแฟนผมว่าผมป่วย ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร เธอบอกกับผมในวันต่อมากว่า อาการป่วยของผม เธอคงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก ผมไม่รู้ว่าที่เธอพูดออกมานั้นหมายความว่าอย่างไร
แต่ฟังแล้วเจ็บปวดนะคับ เจ็บปวดที่ครั้งนึงที่เธอบอกผมว่าเธอป่วย ไตไม่ดี ผมเคยคิดกับตัวเองว่า ... สุดท้ายแล้ว เมื่อมันไม่มีทางออกใด ผมจะสามารถให้ไตเธอได้ไหม หากเกิดอะไรขึ้น ผมจะบอกแม่ของผมว่าอย่างไร
ว่าผมจะทำแบบนั้น
แม่บอกกับผมว่า เพราะผมจริงใจมากเกินไป ผมจึงมักสูยเสียตลอดเวลาแบบนี้
แต่ไม่เป็นไรนะคับ ผมตัดสินใจแล้วว่า ควรจะหันกลับมา สนใจแม่ของผม พ่อของผมอย่างจริงๆจังๆสักที
เพราะถึงจุดสุดท้าย ... ผมคงไม่เหลือใคร นอกจากพ่อกับแม่ ...
ผมไม่รู้ว่าทุกวันนี้มันจะสายไปไหม สำหรับการแก้ตัว .. แต่ผมก็ได้ทำแล้ว และจะทำตลอดไป
วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... ส่วนหนึ่งของความทรงจำ ...
เพราะผมรู้สึกอยากคุยกับใครสักคนทุกวัน
วันนี้ฟังเพลงเก่าๆ ที่อยู่ในช่วงนึงของชีวิต "คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว"
ทำให้คิดถึงใครบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตผม
6 เดือนก่อน ผมเคยรักผู้หญิงคนนึง มากว่า 2 ปี
คนที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน
มันนุ่มนวล
มันไม่ต้องการคำอธิบาย
มันเป็นสเป็ก
มันเป็นความโรแมนติกที่ผมยังเคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้สัมผัสมันอีกไหม
ผมพยายามนิดหน่อยที่จะอยากรู้ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง ... แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล
และผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง มันเหมือนผมติดต่อเธอไม่ได้เลย
ได้แต่คิดถึง ... และหวังว่าเธอคงจะสบายดี
ผมยาวๆสีดำสนิทของเธอ ดวงตาดำๆ โปนๆ คู่นั้น
น้ำเสียงแบบนั้น ที่เวลา ฮัลโหล แล้วผมสามารถรู้ว่าเธอ ยิ้มอยู่
คนที่ทำให้ชีวิตผมเป็นระเบียบเรียบร้อย .... คนที่ไม่เคยบ่น โน่น นี่
คนที่สามารถคุยกับผมได้เป็นชั่วโมงๆ เกือบทุกวัน โดยไม่ต้องมีเรื่องอะไรสำคัญ
คนที่มักจะโทรมาหลัง 5 โมงเย็น แล้วผมจะได้มองดูพระอาทิตย์ตก พร้อมกับเธอ
แผ่นหลังนิ้มๆ ผมยังจดจำสัมผัสนั้นได้ดี ผิวละเอียดๆของเธอ
ไม่รู้ทำไมตอนนี้ผมคิดถึงเธอนัก และทุกครั้งที่คิดถึงเธอ ความเจ็บปวดต่างๆในใจก็ ละลายหายไป
ใครๆก็หลอกผมนะ ... ตัวเธอคนนี้ก็หลอก ... แต่ทำไมผมถึงมีความสุขเวลาคิดถึงเธอ คล้ายๆเธอเป็นส่วนของความทรงจำที่ดี
มีเรื่องดี มากกว่าเรื่องไม่ดี มีช่วงเวลาที่มีความสุข ที่เธอเคยทำให้ผมรู้สึกว่าเธออยากอยู่กับผมจริงๆ อยากเจอผมจริงๆ อยากคุยกับผมจริงๆ
ไม่เคยพูดทำร้ายจิตใจกัน ... แม้แต่แสดงออกทางแววตาผมก็ยังจับไม่ได้ ... อาจจะมองว่าเธอเป็นคนที่ร้ายที่สุด เลยก็ว่าได้ ... แต่เหมือนกับ แม้ว่ายาดีมันจะขม
และยาพิษมันจะหอมหวานกว่ามาก กินแล้วตาย
ตอนนี้... ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ... ผมขอเลือกกินยาพิษอันหอมหวานนั้น ... แล้วตายจากโลกนี้ไปพร้อมความสุข ... น่าจะดีกว่า ... ไหม ????
ต่อไปนี้ ผมสัญญากับตัวเองไว้อย่างนึงนะ
ว่าต่อไปถ้าผมจะมีคนรักอีกครั้ง ... ผมจะเลือก ... แล้วหละ ... ไม่ใช่ใครก็ได้ที่รักจริง ...
เพราะผมรู้สึกว่า เวลาที่ไม่สมหวัง ผมรู้สึกสมเพชตัวเองยิ่งนัก ผมไม่ใช่คนที่หน้าตาดีเลิศ ผมไม่ใช่คนที่ร่ำรวยหรือว่ามีสเนห์อะไรมากมาย
แต่ผมว่า ถ้าเลือกสักหน่อย แล้วได้คนที่ผมชอบจริงๆ ไม่ใช่ใครก็ที่อยากคบกันไปนานๆ ผมคงจะมีความสุข ในความทรงจำ คล้ายๆเธอคนนี้
ว่าอย่างน้อยครั้งนึง ผมก็ได้เคยสัมผัส ... นางฟ้า ...
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... เมียใหม่ ...
คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็ดีนะ เมื่อวานก็ไปกินชาบูมา ดีจัง อิ่มจังตังอยู่ครบ อิ่มเดี่ยวจ่าย เดี่ยว
เงินเหลือไปทำอย่างอื่น ปีนี้อาจไม่ไปไหนปีใหม่ เพราะเบื่อ แต่จะไปถอยเกมส์ มาเล่น PS2 แหละนะ
เกมส์เครื่องเป็นหมื่นคงมะมีปัญญา ตอนนี้ Ps2 ราคาลงมามาก 5300 ก็สามารถซื้อได้ครบเซ็ท เมื่อเช้านั่งหา
ว่าจะไปซื้อได้ที่ไหนยังไงบ้าง เห็นเขาบอกว่าสะพานเหล็ก ร้านเฮียตี๋ ดีสุด รุ่น 90006 เขาว่าล่าสุด กำลังคิดอยู่ว่าสีดำ หรือว่าสีขาว อันไหนจะดีกว่ากันหนอ ... จำความรู้สึกครั้งสุดท้ายที่เล่นเกมส์ play 1 ไม่ได้แล้ว นานมากกกกกกก
5 ปีต่อมา ... อิ อิ จะได้เล่นอีก ไม่หรอก เรื่องของเรื่องคือแอบเห็นคุณลิงถอย play 3 มาแล้ว เอ่อ ... อยากเล่นบ้าง เก็บไปนอนฝันติดๆกันอยู่หลายคืน
สรุปมีเมียเป็น Play 2 น่าจะดีกว่าคน ไม่เคยบ่นจุกจิก ต้องการนานแค่ไหนก็ไม่บ่นสักคำ แถมราคาโอเคทีเดียว พอๆกับไปตีกระหรี่ สนามหลวง ได้ 10 รอบ
แต่อาจต้องดูอีกทีนะ เพราะแม่บ่นว่าตาไม่ดี มีวู้บๆ มองไม่เห็น ไม่รู้ว่าปีนี้จะได้โบนัสรึเปล่า ถ้าได้คงต้องให้แม่ไปหาหมอก่อน ... แต่ถ้าไม่ผิดโผว ผมจะมีเมียเป็น Ps2 เร็วๆนี้
อาจจะช้ากว่าคนอื่นหน่อย ...ผมมีPlaystation เครื่องแรกก็ตอน ม. 4 หลังจากที่มันออกมาแล้วเกือบ 10 ปี นี้ออกมาไม่เท่าไรเอง ... 5555+
น้ำลายไหล .... อยากเล่นนนนนน
วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... มักง่าย ...
ถูกของคุณนะ คงต้องปล่อยเขาไป ดีกว่า
เขาไม่ผิดหรอกคับ คนที่ผิดคือตัวผมเองทั้งหมด
วันนี้ผมขอรับความผิดนั้นเอาไว้เพียงคนเดียว และปล่อยให้เขา ... ได้ไปตามทางของเขา
และพบเจอคนที่ดีกว่าผม ...
และวันนี้ผมคงจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวนี้ และก็ออกเดินทาง ... ไปตามทางของผมเช่นกัน ....
ขอบคุณพระเจ้าที่ทดสอบผม ได้หนักหน่วง ... แต่ผมยังรอดอยู่
ขอบคุณทุกคอมเมนท์
ขอบคุณสายตาทุกคู่ ที่สละเวลาเข้ามาอ่าน ...
ขอบคุณที่ผมยังมีลมหายใจ เพื่อได้รัก .....
เนื้อเพลง มักง่าย Feat.โก้ Saxman
ไอซ์ ศรัณยู - มักง่าย (feat. โก้ Saxman)
คำร้อง : บรรเจิด สินธุ , เชษฐา ยารสเอก
ทำนอง : เชษฐา ยารสเอก
เรียบเรียง : Banana Boat
ฉัน ไม่น่าเลย..
ปล่อยใจให้เป็นเหมือนเคยคืออ่อนไหว
รักเธอง่ายดาย ขนาดนั้น
กว่าจะรู้ ว่าเพ้อไป ก็ตอนที่เธอพูดมาไม่รักฉัน
ฉันจะโทษใคร นอกจากตัวเอง
ก็ผิดตรงที่ตัวฉันมักง่าย
ผิดที่ใจมันคิดเข้าข้างตัวเอง
คงไม่โกรธ ไม่โทษเธอ ไม่กล้ามีข้อแม้ใดๆ
ก็ผิดตรงที่ใจฉันมักง่าย
ผิดที่มันไม่คิดห้ามใจปล่อยให้งมงาย
รักง่ายเอง ก็ช้ำเอง
ต้องบอกตัวเองว่าทีหลัง ช่วยเผื่อใจ
เธอไม่รัก เธอไม่ผิด
ก็ฉันที่มันไม่ดูให้แน่ชัด
รักคนใกล้ตัว ที่ไม่มีใจ..
ก็ผิดตรงที่ตัวฉันมักง่าย
ผิดที่ใจมันคิดเข้าข้างตัวเอง
คงไม่โกรธ ไม่โทษเธอ ไม่กล้ามีข้อแม้ใดๆ
ก็ผิดตรงที่ใจฉันมักง่าย
ผิดที่มันไม่คิดห้ามใจปล่อยให้งมงาย
รักง่ายเอง ก็ช้ำเอง
ต้องบอกตัวเองว่าทีหลัง ช่วยเผื่อใจ
ก็ผิดตรงที่ตัวฉันมักง่าย
ผิดที่ใจมันคิดเข้าข้างตัวเอง
คงไม่โกรธ ไม่โทษเธอ ไม่กล้ามีข้อแม้ใดๆ
ก็ผิดตรงที่ใจฉันมักง่าย
ผิดที่มันไม่คิดห้ามใจปล่อยให้งมงาย
รักง่ายเอง ก็ช้ำเอง
ต้องบอกตัวเองว่าทีหลัง ช่วยเผื่อใจ
Chorus
ฉันไม่ได้ผิดที่ฉันไม่ใช่
คนที่เธออยากจะให้ความรัก
แต่ฉันมันผิดที่คิดไปเอง
คิดไปคนเดียว..
วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณตลอดมา ...
ผมโสดอีกแล้วคับท่าน เราเลิกกันแล้วเป็นรอบที่ แปดร้อยเก้าสิบหก
เราทะเลาะกันและเลิกกันด้วยเหตุผลที่ไม่ค่อยจะใหญ่โตอะไรนัก
วันนี้ผมไม่ได้นั่งน้ำตานองหน้าหน้าคอมขณะที่กำลังพิมพ์อยู่นี้แต่อย่างใด
และก็ไม่ได้รู้สึกมึนๆ หรือวิงเวียนศรีษะ
เพียงแต่คิดอะไรได้นิดหน่อย
ผมไม่รู้ว่าคุณจะเข้ามาอ่านอีกรึเปล่า แต่ผมแค่อยากจะบอกว่า คุณกำลังตามหาอะไร ตามหาใคร ในเมื่อผมยืนอยู่ตรงหน้าคุณตลอดเวลาที่ผ่านมา
คุณกำลังติดตามหาทอม หาคนรักในจิตนาการของคุณ ที่จะเข้าใจ ที่จะไม่ทำอะไรผิดพลาด และมีความมั่นคงมีพร้อมทุกอย่างให้คุณฝากชีวิตไว้ด้วยได้
หรือคุณกำลังตามหาคนที่จะรักคุณ ไม่ว่าคุณจะงี่เง่าสักแค่ไหน หรือไม่ว่าคุณจะทำตัวให้แย่มากกว่านี้อีก
เพราะผมคงเป็นได้แค่อย่างหลัง ... ให้คุณ
... เพราะแม้จนวินาทีนี้ผมก็ยังรักคุณ ... ไม่ต้องมีข้อแม้ ... ไม่ต้องมีเหตุผล ... แต่ผมก็รักคุณ
คุณอาจมองว่ามันไร้สาระ เป็นความคิดเด็กๆ และไม่อยู่ในโลกแห่งความจริงนัก ... แล้วอะไรหละ ที่เป็นโลกแห่งความจริง ที่ทุกสิ่งไม่มีอะไรดีพร้อม
ทั้งๆที่ผมยืนอยู่ตรงหน้าคุณ ... ตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่คุณทำเหมือนว่าผมไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น ปฏิเสททุกสิ่งที่ร้องขอ
ทุกๆครั้งที่ผมเขียนไดอารี่ร้องขอคุณ อ้อนวอนผ่านตัวหนังสือ ... จะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นบนโลก คุณทำนิ่งเฉย เหมือนตัวหนังสือของผมเป็นเพียงแต่ลมพัดผ่านไป
แต่ถ้าวันใดผมลุกขึ้นมาเขียนอะไร ตัดพ้อต่อว่า ... หรือระบายความในใจถึงคุณ คุณจะมีปฏิกริยาในทันที ... คุณยอมรับไม่ได้ ทุกครั้งที่มีคนวิจารณ์ตัวคุณ
แต่ทุกครั้งที่คุณวิจารณ์ตัวผม ... ไม่เป็นไร ...
คุณอาจจะบอกว่า ผมกำลังกล่าวโทษคุณอยู่หรือไม่ สิ่งที่ผมพยายามพูดกับคุณ ทั้งที่เป็นน้ำเสียง และที่กำลังเป็นตัวหนังสืออยู่ในขณะนี้ ... นั้นเพียงเพราะว่าผมอยากชี้ให้คุณเห็นว่า ตัวของคุณเอง ก็มีส่วนที่ทำให้เรื่องของเราเป็นดังที่เป็นในตอนนี้
แล้วคุณคิดยังไงต่อไป ... แต่ผมคิดอย่างนี้และอยากอธิบายให้คุณฟัง ... ทั้งคุณและผมต่างก็ผิดในเรื่องเหล่านี้ และในเมื่อต่างคนต่างผิด ผมยกโทษให้คุณทุกเรื่องนะ ... เพราะผมไม่เคยโกรธคุณจริงๆสักที แล้วคุณหละ จะให้อภัยผมได้ไหม
เหมือนกับที่ผมเคยบอก ถึงแม้ว่าเราจะเข้ากันไม่ได้เลย ไม่เข้าใจกันสักเรื่อง แต่เรายังจะรักกันรึเปล่าหละ
ความรักของผม คือผมยอมคุณได้ทุกอย่าง และมันไม่ได้ยอมเพราะต้องทน แต่ผมยอมเพราะผมมีความสุขที่ได้ยอมคุณ ... แต่ผมก็คงจะไม่โทษคุณ หากคุณจะไม่ให้อภัยผม และคงจะไม่กลับมาอีกแล้ว
ผมจำได้ที่ผมถามคุณว่า ... ในเมื่อคุณรักผมมากมายอย่างปากคุณบอก แต่ทำไมความเอาใจใส่ของคุณที่มีต่อผมจึงลดลง ... คุณตอบว่า ... คุณไม่รู้ ...
คุณจำได้ไหม ที่ผมถามคุณว่า อะไรทำให้คุณกลับมาหาผม ... คุณตอบว่า เพราะหน้าตา ... กับเพราะผมเป็นคนดีคนนึง
แต่สำหรับผม คืออะไรรู้ไหม ... คือประโยคที่คุณพูดว่า เพราะคุณอยากคบกับใครสักคนจริงๆจังๆ ไปนานๆ ทำให้ผมรักคุณ และยึดมั่นในคำๆนั้น มาตลอด
ผมไม่รู้ว่าคุณจะยังจดจำมันได้อยู่ไหม ... ถึงอะไรๆที่คุณเคยพูดไว้กับผม
เพียงแต่ผมอยากถามให้คุณคิดหน่อยว่า ... คุณกำลังมองหาอะไรในตัวคนรักของคุณ ... คนที่คุณรัก ... หรือคนที่รักคุณ ... คนในอุดมคติ ... หรือคนที่ไม่เอาไหน ... คนที่มีพร้อมทุกอย่าง ... หรือคนที่ไม่พร้อมอะไรเลยสักอย่าง
ใครๆก็คงจะอยากได้ทุกอย่าง คุณไม่ผิดหรอกที่จะทำเช่นนี้ และผมรู้ว่าคุณก็เจ็บปวด ... เพียงแต่คุณเจ็บปวดเพราะอะไรหละ
เพราะกำแพงที่คุณสร้างขึ้นมากั้นผม .. หรือเพราะผมที่ไม่สามารถข้ามกำแพงนั้นๆไปหาคุณได้
และถ้าไม่มีข้อแม้ ไม่มีกำแพง เราจะรักกันได้ไหม .... ถ้าไม่มีวันนั้น ที่คุณบอกให้ผมไปทำตัวให้รวยก่อนแล้วค่อยมาคบกัน ...
ถ้าไม่มีวันนั้น ... ที่คุณมีโลกส่วนตัว แล้วผมจะต้องเข้าใจโลกส่วนตัวของคุณด้วย โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องอธิบายอะไร
และถ้าไม่มีวันนั้น ที่ผมเขียนไดร์วิจารณ์เพื่อนคุณ ที่รับโทรศัพท์ของคุณตลอดเวลา
เราจะได้รักกันแบบปรกติสุขไหม ....
จะดีกว่าไหมถ้าคุณไม่มีข้อแม้ให้ตัวเอง ... และไม่คาดหวัง
ผมอาจเป็นคนรักที่ห่วยแตก ... แต่ผมก็รักคุณที่สุด
และถ้าคนห่วยแตกคนนี้ ... ร้องขอ ... คุณจะให้ผม สักครั้ง ... ไหม ????
วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... วันที่คนจะเศร้าทั้งประเทศ ...
วันนี้ตื่นเช้ามาด้วยความรู้สึกแปลกๆ ผมรู้สึกว่ามันดูเศร้าๆ กว่าทุกวัน ผมว่าคนไทยทุกคนคงรู้สึกเชกเช่นเดียวกัน เป็นวันที่ประเทศเราจะต้องจดจำกันไปอีกนานแสนนานทีเดียว
แต่ตอนมาทำงาน ผมก็ยังเห็นบางคนใส่เสื้อสีเขียว ... สีแดง ... ไม่เข้าใจว่า ไม่ได้เปิดทีวีดูกันบ้างรึไงนะ ว่าวันนี้วันอะไร
เฮ้อออออออออ...........
เมื่อวันคับ ผมอ่านพบข้อความนี้โดยบังเอิญนะ
... ชอบตรงความซื่อๆ ตรงไปตรงมา ไม่ต้องใช่ความพยายามมาก ไม่ต้องพยายามตกแต่งให้เป็นรูปแบบอะไร ก็เป็นบ้านที่สวยน่าอยู่ดี ทุกๆส่วนถูกจัดวาง ตามลักษณะการใช่ชีวิตประจำวันที่เป็นของเราเอง มันทำให้อยู่แล้วไม่รู้สึกแปลกปลอมไม่ต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อให้เข้ากับบ้าน...
เมื่อวานอ่านหนังสือบ้าน แล้วไปเจอข้อความนี้เข้า ... ผมชอบนะ รู้สึกว่าคนเขียนคิดอะไรคล้ายๆผม คือเขาไม่ต้องการอะไรมาก
ไม่ต้องการความสมบูรณ์แบบ หรือความรู้สึกที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ
ก็คงเหมือนชีวิตคน ... ทำไมเราต้องตามหาความมั่นคง ทำไมเราต้องมองหาความสบาย
ในเมื่อเหนื่อยกาย ดีกว่าเหนื่อยใจตั้งเยอะ แต่คนเราก็ชอบที่จะเหนื่อยใจ ให้มันได้อะไรขึ้นมา
เชื่อไหมว่าตอนนี้ความคิดและทัศนะคติของผมเปลี่ยนทุกๆ 5 นาทีทีเดียว
แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนั้นคือหัวใจ
ผมยังคงรักคุณเหมือนเดิมนะ เหมือนเมื่อครั้งที่คุณยังน่ารัก ... ถึงแม้ว่าผู้หญิงที่น่ารักคนนั้นอาจจะไม่กลับมาอีกแล้วแต่ผมก็ยังรักคุณตามเดิม
เมื่อคราวที่แล้วมีคอมเมนท์อยู่ 1 คน ดังนี้
เธอเปลี่ยนไปเพราะอะไร
คุณเคยถามตัวเองรึป่าว??
คุณเปงอะไรกับเธอ เคยคุยกันรึป่าว
รุรึป่าวว่าเปงยังไง
ผู้หญิงคนนั้นที่คุณพูดถึงอีกนาน หรืออาจจะจะไม่กลับมาเลยก้อได้
เพราะฉะนั้นไปรักคนที่รักคุณ
และพร้อมที่จะยุกับคุนดีกว่ามั้ย
ที่ให้ผมไปรักคนอื่นที่รักผม เอ...ใครหละ
เออ... ในเมื่อคุณบอกว่ารักผม และคุณบอกว่าพร้อมที่จะอยู่กับผม ... " ตอนนี้ก็พร้อม " (ผมจำได้นะ ) แล้วผมจะต้องไปรักใครหละ
เมื่อหลายคืนก่อนผมได้มีโอกาศคุยกับนักจิตส่วนตัวของผม เธอเป็นเพื่อนปรับทุกข์ที่แสนวิเศษสำหรับผมเสมอ คอยให้กำลังใจเสมอมา
เธอบอกกับผมว่า ... คนเราถึงแม้มันจะเข้ากันไม่ได้เลย .... แต่อยากจะอยู่ด้วยกัน อยากที่จะรักกันรึเปล่าหละ ... นั้นดิ!!!!! แม้เจ้า ... ฟังแล้วมันช่างโดนนะคับ
รู้สึกเหมือนมีคนมาดีดนิ้วใส่หน้าแล้วสมองก็โล่งในทันที แต่ปัญหามันมีอยู่ว่าผมจะต้องทำยังไง ผมจะต้องทำยังไงให้ผู้หญิงคนนั้นที่น่ารักกลับมาเป็นลมหายใจของผมดังเดิม
แต่ผมเรียนรู้อย่างนึงจากวันนี้ นั้นก็คือ ... ผมเข้าใจความรู้สึกของการทำทองไม่รู้ร้อนแล้ว ผมรู้แล้วว่าทำแล้วมันรู้สึกดีเช่นไร ผมรู้แล้วว่า อ๋อ ...มันเป็นเช่นนี้นี้เอง เขาถึงชอบทำกันนัก
การทำเป็นไม่ใส่ใจไม่ทุกข์ร้อน การตีหน้าตาย ไม่แสดงความรู้สึกในหัวใจออกมานั้นเป็นอย่างไร ... ทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน
แต่คุณคนแปลกหน้า แม้ว่าคุณจะทำเป็นแปลกหน้าสำหรับผม เช่นไร ไม่ว่าคุณจะกระด้างกว่านี้อีก 100 เท่า หรือไม่ว่าคุณจะเป็นตัวของคุณเองอีกสักเท่าไร ... แต่ผมก็รักคุณนะ ... (เอ .. คุ้นๆนะ คล้ายๆ I love you stranger ของใครบางคนเลยอ่ะ)
เมื่อคืนแม่บอกผมว่า ให้ซื้อดินญี่ปุ่นให้คุณหลายๆก่อน ... แล้วถ้าคุณอยากได้แบบไหน ... ก็ให้ปั่นเอาเอง ใส่จิตวิญญาณที่ต้องการลงไป แม่พูดตรงมากๆ
สุดท้ายผมก็แค่อยากจะบอกกับคุณว่า ... ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไง ผมก็ยังรักคุณอยู่ดี ... แล้วคุณหละ ... ไม่ว่าผมจะเป็นยังไง คุณจะยังรักผมไหม ...
วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... ผู้หญิงคนนั้น ...
แล้วไปหุงข้าว เอามากินที่ทำงาน แล้วไปอาบน้ำ ช่วงนี้อากาศหนาวนะคับ ทำให้เบื่อที่จะอาบน้ำอย่างแรง ต้องออกกำลังการให้เหงื่อออกก่อน ถึงจะอาบได้
ช่วงนี้ปรับเปลี่ยนตัวเองไปมาก อาการแปลกๆที่ลำตัวด้านขวาก็ดีขึ้น แต่ไม่ปรกติ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร แต่คิดอยู่ว่ามีตังพอแล้วคงต้องไปหาหมอตรวจดูว่ามันเป็นอะไร
ก็หวังว่าคงไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง
วันนี้มาทำงานแบบหนาวๆ ผมเกลียดหน้าหนาวรู้ไหม เพราะเป็นช่วงที่ผมมักโสด ... ทำให้รู้สึกว่าเป็นช่วงที่ต้องอยู่กับตัวเองมากกว่าปรกติ ต้องอยู่กับความคิดคำนึง
บางทีผมก็ถามตัวเอง ว่าผมต้องการอะไรจากคุณ ..... ความรักหรือ การเอาใจใส่หรือ
มีคนบอกว่า ถ้าคุณอยากได้อะไรจากใคร คุณต้องให้เขาก่อน ...
ช่วงกลางคืน ก่อนจะนอน มักจะเป็นเวลาที่ผมว่างที่สุดของวัน แล้วรู้สึกสบายที่สุด ผมมักจะโทรหาคุณเวลานั้น ...
แต่ตั้งแต่คุณมีรูมเมท ผมก็ไม่ค่อยจะได้คุยกับคุณเลย ผมไม่ได้อยากจะคุยกับรูมเมทคุณเลยจนนิดเดียว แต่ก็มักจะเป็นเธอที่จะมารับโทรศัพท์ของคุณเสมอ
ช่วงนี้ผมก็เลยแปลกใจสักหน่อยที่คุณจะเข้าห้องน้ำบ่อยและนานกว่าปรกติ จนผมต้องคุยกับรูมเมทคุณนานมาก
ย้อนกลับมาดูตัวเอง ... ผมคงโทรมากไปรึเปล่า ... ตอนนี้ผมไม่กล้าโทรตอนเช้า ... เพราะกลัวจะทำให้คุณรำคาญ หากนอนหลับอยู่
ผมโทรตอนกลางวัน ช่วงที่ผมพักเที่ยง ... ตอนนี้เป็นเวลาเดียวที่คุณยังยอมคุยกับผม
ผมโทรอีกทีตอนก่อนนอน ... เพราะเป็นช่วงเวลาผมชอบที่สุด ผมพยายามนอนไม่ดึก เพื่อที่ว่าจะได้สามารถโทรไปหาคุณได้ก่อนที่จะนอน
มันเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับผม ที่ผมไม่ต้องโดนรบกวนจากแม่ ... หรือไม่ต้องไปทำอะไรต่อ ผมอยากบอกฝันดีกับคุณ
ตอนนี้คุณเริ่มไม่ค่อยรับสายผม
บางทีผมก็ไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร ... มันจะหมายความว่าฉันไม่อยากพูดกับแกรได้ไหม ... หรือมันจะหมายถึงการไม่ว่างคุย จริงๆ
...
...
...
นี้ผมกำลังถูกบังคับ รึเปล่า ....
หรือไม่มีอะไรในก่อไผ่ ผมคิดมากไป
หรือ ... นี้ผมกำลังเอาตัวเอาใจไปผูกกับคุณมากเกินไปไหม... คุณไม่พร้อมหรอกที่จะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้ใครอีกคน ว่าไหม??
โลกส่วนตัว ... โลกส่วนตัว ... โลกส่วนตัว ... โลกส่วนตัว
คำนี้มันจำกัดความแค่ไหน ....
ทำไมผมถึงอยากจะรักคุณนัก ... แล้วทำไมคุณถึงวิ่งหนีผมนัก
แล้วทำไมตอนแรกคุณไม่เป็นแบบนี้เลยหละ ...
ผู้หญิงที่น่ารักคนนั้นหายไปไหนแล้ว ผมอยากเจอผู้หญิงคนนั้นอีกจะต้องทำอย่างไร
ผมพยายามจะทำตัวให้เหมือนเดิม เพราะอยากให้ผู้หญิงคนนั้นกลับมาอีก
แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้น ... คนที่น่ารักจะไม่กลับมาอีกแล้ว ... ผมคิดว่า ... ผมก็ควรจะรู้ ... เป็นคนแรก ... ว่าไหม
เพราะผู้หญิงคนนั้น เป็นเหมือนลมหายใจของผม ... เธอน่ารัก
เธอชอบให้ผมโทรมาปลุกตอนเช้า ... เธอชอบให้โรแมนติก
... เธอชอบให้ผมโทรหาก่อนนอน
และบางที... เธอก็โทรมาหาผมก่อนที่ผมจะนอนบ่อยๆ
คนที่บอกผม ... ว่าอยากเจอผมก่อนที่จะไม่ได้เจอกันอีกเป็นอาทิตย์
และที่สำคัญ ... เธออยากคบกับใครสักคนไปนานๆ ... ซึ่งผมเข้าใจไม่ยาก ... ได้ว่าเธออยากจะใช่ชีวิตคู่กับผมจริงๆ ... ผมคิดถึง ... ผู้หญิงคนนั้น
คนที่จากผมไปพร้อมทอมอีกคน ... แต่คนที่กลับมา ... ไม่ใช่เธออีกแล้ว ... กลายเป็นใครก็ไม่รู้ ที่ผมไม่รู้จัก
... ผมคิดถึง ... ผู้หญิงคนนั้น
วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
...สิ่งที่ตั้งใจ ...

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเรานัดเจอกัน เพื่อที่ผมจะได้มีโอกาศได้เจอคุณบ้าง และได้เอาสิ่งนี้ให้คุณ
คุณเพิ่งส่างเมา เมื่อคืนปาร์ตี้หนัก ผมว่านอนไปตอนเช้า ... แล้วก็ยังอุสาห์ตื่นมาหาผมในตอนเช้า
ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าทำให้คุณลำบากรึเปล่า
คุณเอาเพื่อนรูมเมท มาด้วย เป็นเพื่อนที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่ห้อง ... คุณชอบความเป็นส่วนตัวมาก อันนี้ใครอยู่ใกล้ 5 นาทีก็คงจะรู้ แต่คุณก็ยอมมีรูมเมท
แต่รูมเมทคุณน่ารัก นิสัยดี เท่าที่ผมเห็น แล้วก็เป็นเพื่อนสนิทกับคุณ ผมก็เดาๆเอาว่าในระยะยาวคงจะไม่มีปัญหาอะไรมั้ง
ผมยังคิดเลยว่าต่อไปจากนี้ผมจะได้มีโอกาศอยู่กับคุณสองคนอีกหรือไม่ หรือว่ามันจะกลายเป็นแค่ความคิดฝันไป
นานมากแล้วเนอะ กับครั้งสุดท้ายที่คุณเคยบอกกับผมให้ได้ยิน ว่าคุณอยากจะเจอกับผม นั้นก็ตั้งแต่เมื่อครั้งที่คุณพักร้อนคราวก่อน ก่อนที่จะมีเรื่องกัน นั้นก็ สัก 4 เดือนได้แล้วมั้ง
ไม่น่าเชื่อว่าอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายรึเปล่าที่คุณเอ่ยปากว่าอยากเจอกัน
แล้วก็นานมากแล้วที่ผมไม่เคยได้รับโทรศัพท์จากคุณ แบบไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคุย นานมากแล้วเหมือนกันที่คุณจะโทรมาหาผมก่อนเพราะความคิดถึง เพราะว่าอยากคุยกัน
พักหลังมานี้ผมเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อนทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ชวนไปไหนๆ ต้องคอยดูตารางคุณว่าว่างหรือไม่ คุณเพื่อนเยอะ ไปโน่นไปนี่ตลอด
แล้วก็เป็นผมที่อยากจะคุยกับคุณ เพราะว่าคิดถึง ... แต่คุณก็มีภาระมากมายที่จะต้องทำ ต้องอ่านหนังสือ ต้องทำนั้นทำนี่หลายอย่าง
ยกเว้น Google Take เรื่องเดียวเท่านั้นในตอนนี้ ที่คุณเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายผมก่อน เป็นเพียงเรื่องเดียวจริงๆที่หล่อเลี้ยงจิตใจของผมเอาไว้
แต่คำพูดนั้นมันก็นานมาก ตั้งแต่เราคล้ายๆว่าจะเป็นแฟนกัน จนสถานภาพเราลดลงมาเรื่อยๆ ... กลายเป็นเพื่อนสนิทมาก ... จนตอนนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าสถานภาพของเราเป็นอย่างไร ... หรือเป็นแค่คนที่รู้จักกันเฉยๆ
ในสมองของผมจะมีแต่เรื่องคุณตลอดเวลาไม่รู้ว่าเพราะอะไร จะคิดอะไรก็จะมีแต่คุณเสมอ อยากไปนั้นไปนี่กับคุณ อยากมีคุณอยู่ในชีวิตมากๆ
ผมรู้ว่ามีหลายๆอย่างในชีวิตคุณ ที่สำคัญกว่าผมมาก และผมรู้ว่าตัวเองก็ทำตัวไม่น่ารัก ทำตัวแย่ลง ... แต่ผมก็งี่เง่า ... เพราะว่ารักคุณ
มันก็เท่านั้น
ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไรนักหนา ตั้งแต่เรากลับมาคุยกันอีก ผมเขียนอะไรไม่รู้ไร้สาระทุกๆวัน วนไปเวียนมาอยู่แบบนี้
ผมแค่อยากดีกับคุณ อยากให้เรากลับมาคบกันอีก อยากให้คุณยอมรับผมในฐานะคนรักจริงๆ อยากให้คุณแชร์ชีวิตด้านต่างๆของคุณกับผมบ้าง ยอมให้ผมได้เข้าไปในชีวิตของคุณบ้าง
มันคงจะมากเกินไปนะผมว่า ... เมื่อวันอาทิตย์ที่ผมขอคุณคืนดี คุณบอกว่าผมทำเรื่องไว้เยอะ ... ก็คงจริงของคุณ แต่ก็ใช่ว่าคุณจะไม่ได้ทำอะไรให้ผม ... แต่บางครั้งเพียงแค่ผมคิดว่า ทำไมเราไม่ทิ้งข้อแม้ต่างๆไปสะ
เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ทุกวันนี้ผมลืมแล้วว่าอะไรที่ผมเคยเสียใจบ้าง เพราะผมรักคุณ ผมถามตัวเองว่า ผมรักคุณรึเปล่า อยากมีคุณอยู่ในชีวิตไหม ... คำตอบมันคือใช่ .... เพราะฉะนั้นตอนนี้
ผมไม่สนอะไรอีกแล้ว ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป .... ผมจะรอจนกว่าคุณจะให้คำตอบ ... ผมรู้ว่าคุณเข้าใจยาก ... แต่ผมก็ยังอยากที่จะเข้าใจ ...
วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... ความรู้สึก ...
วันนี้รู้สึกเซื่องซึม ... ตาบวมเพราะร้องไห้เมื่อคืน ... ไม่รู้จะร้องทำไม ... เพราะไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น
แต่อยู่ดีๆ พอล้มตัวลงนอนแล้วมันก็อยากร้องไห้ ... ร้องเป็นวักเป็นเวร เหมือนมีเรื่องมีราว ... เหมือนหัวใจแตกสลาย ... เหมือนมีใครจากไปไม่กลับมา
จนตอนนี้แม้ตัวผมเองก็ยังไม่เข้าใจความรู้สึกที่มีตอนนี้ ผมคงเป็นทอมที่ร้องไห้บ่อยที่สุดในโลกเลยมั้ง คงเป็นคนที่ไม่รู้จักที่จะมีความสุขกับเขาสักที ผมเองก็ยังไม่ชอบตัวเองเลย
ว่าทำไมถึงได้เศร้าตลอดเวลา เคยนึกหาคำตอบให้ตัวเองเหมือนกันนะว่า ... ทำไมผมถึงไม่ยักกะมีความสุขเหมือนกับชาวบ้านเขา ทำไมถึงไม่สามารถเสแสร้งแกล้งทำได้ว่าผมมีความสุขดี
จนทุกวันนี้ ... ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้ ... มันคงเป็นเวรเป็นกรรม หรืออะไรสักอย่าง แต่เมื่อคืนร้องไห้จนตกใจตัวเองเหมือนกัน
....
ช่วงนี้พยายามทำอย่างที่สุดที่จะทำให้หัวใจสบาย ... พยายามอย่างที่สุดที่จะพยายามมีความสุข เหมือนคนอื่นๆเขา ... แต่ก็ดูเหมือนจะทำได้ยาก
เหมือนว่าเรายิ่งพยายาม ... มันก็ยิ่งแย่ลง .. เมื่อคืนผมนึกถามตัวเอง ว่าอะไรทำให้หัวใจเจ็บ อะไรทำให้หัวใจปวดร้าว .... ความรู้สึกและความต้องการของตัวเองรึเปล่า ... ที่ทำให้ต้องทุกข์ทรมานดังเช่นที่เป็นอยู่ตลอดเวลานี่
หัวใจของเราเอง ... รึเปล่า ... ที่กำลังฆ่าตัวเอง
ความต้องการ .. ที่ไม่เป็นไปตามที่หวังเอาไว้ ... กำลังทำลายตัวผมเอง ... ผมยอมรับว่ารับไม่ได้กับทุกวินาทีที่ผ่านไป แม้จนทุกวินาที ณ ตอนนี้ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย
และผมเองก็รู้ว่าอีก นาน ผมก็คงจะยังรับไม่ได้
ผมเคยทำได้มาก่อน ... ผมเคยถอดความรู้สึกออกจากหัวใจตัวเองได้ ... แต่ตอนนี้ทำไมดูมันทำได้ยากเย็น เหลือเกิน
และหลายๆอย่างที่ผมทำลงไป ... มันก็ผิด ผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ... ผิดโดยตั้งใจ ... หรือ ... พยายามที่จะหาทางให้หัวใจเจ็บปวดน้อยที่สุด
.......
มันคงจะต้องเป็นไปแบบนี้ อีกสักพัก กว่าผมจะทำใจยอมรับ และอยู่กับมัน ... และเพียงจะหวังว่า ... สุดท้าย ... ผมจะได้มีโอกาศที่จะมีความสุข เหมือนๆกับคนอื่นๆเขาบ้าง
เมื่อวานซื้อที่ตัดเล็บอันใหม่มา เพราะว่าแม่ทำมันพังไปหลายเดือนแล้ว จมูกเล็บและนิ้วผมจะได้กลับมามีสภาพเป็นปรกติสุขเสียที เพราะตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ผมตัดเล็บด้วยการกัด และฉีก และแกะ เล็บตัวเอง
ผมไม่เคยกังวล .. มากเท่านี้ ไม่เคยทำกับนิ้วตัวเองแย่ขนาดนี้ ขนาดที่ต้องใช่คัดเตอร์แงะเล็บตัวเองจนเลือดออก แงะแล้ว ก็แงะอีก
ตอนนี้ผมพยายามที่จะไม่เครียด ไม่กังวล พยายามที่จะทำใจให้สบาย
ผมรู้สึกเหมือนคนสำลักน้ำ .... คงต้องสำลักไปอีกพัก ... แหละ
แต่ผมก็ยังรักโลกนี้ ... และขอบคุณที่ได้เกิดมาเป็น มนุษย์
PS. ผมไม่รู้ว่าคุณจะชอบมันไหม กับสิ่งที่ผมทำให้ มันอาจไม่ได้มีค่าอะไร แต่มันเป็นสิ่งที่ผมทำขึ้นด้วยความตั้งใจ ... ให้คุณ
วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... เพลงประจำตัว ...
ก่อนเลิกงาน 5 โมงครึ่งวันนี้รู้สึกกว่าไม่ไหวแล้ว เลยอัพไดร์ดีกว่า ... วันนี้นั่งหาเพลงฟังใน Imeem เพลงที่ผมหาโหลดไม่ได้ ก็มาหาที่นี้
ฟังไปฟังมาเลยหาเพลงที่ชอบอยู่เพลงนึง อยากรู้ว่าเวอร์ชั่นอื่น ๆ จะเพราะเหมือนเจ้าของเดิมที่ผมชอบฟังไหม
เพลงนี้เป็นเพลงแรกๆ ... ที่ผมได้ฟังช่วงที่หัดฟังเพลงสากลใหม่ๆ ... ตอนเด็กๆที่ชอบ และอยู่ในความทรงจำเสมอมา... เรียกได้ว่าหากใครถามว่ามีเพลงที่คุณชอบที่สุดไหม
เพลงนี้เป็นเพลงแรกๆที่ผมจะนึกถึง
... I can't made you love me ... ของ Bonnie Raitt เธอร้องเพลงนี้ได้กินใจมากมายเหลือเกิน ผมไม่แน่ใจว่าเธอแต่งเพลงนี้เองรึเปล่า ... แต่ทุกครั้งที่ตั้งใจฟัง ... มันก็เรียกได้น้ำตาได้เสมอ
เพลงนี้ผมมักไม่ค่อยได้เปิดฟังบ่อยๆ เพราะมันทำให้หัวใจหดหู่ แต่จะฟังเวลาที่เศร้าจริงๆ ... และเหงาสุดๆ .. จะได้อินกับมันไปเลยประมาณนั้น
ผมชอบทำนองเศร้าๆของเพลง ... ตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ยังฟังไม่ออกว่า Bonnie เธอร้องว่าอะไร จนทุกวันนี้ภาษาแก่กล้าขึ้นมากถึงได้รู้ความหมาย ... เนื้อหาของเพลง ... เจ็บปวดมาก ... เจ็บปวด ...
ทุกครั้งที่ฟัง ... ผมเข้าใจความหมายและความรู้สึกมันอย่างถ่องแท้ว่า ... การไม่อาจทำให้คนที่เรารัก รักเราได้นั้น .... มันรู้สึกอย่างไร
แต่เมื่อไม่อาจทำเช่นนั้นได้ ... เธอก็จะยอมเป็นฝ่ายจากไป ... ไม่เป็นไร ...
วันนี้ผมฟังเรียกได้ว่าเกือบจะครบทุกเวอร์ชั่นที่เดียวนะ
แต่ก็คิดว่า เวอร์ชั่นดั่งเดิมของ Bonnie เป็นอะไรที่สุดยอดแล้ว ....
และเธอทำได้ดีจริงๆ ผมว่าเจ้าของเพลง .. ยังไงสะก็ร้องเพลงของตัวเองได้ดีที่สุดอยู่แล้ว
วันนี้เป็นวันที่ผมรู้สึกเหงา เลยนั่งฟังมันทั้งวัน
และได้เอาเวอร์ชั่นร้องสดของเธอ มาให้ได้ฟังกัน ... ผมว่าเธอร้องสด ... ได้เพราะ ...จริงๆเลย
... I can't made you love me ...
Turn down the lights, turn down the bed
Turn down these voices inside my head
Lay down with me, tell me no lies
Just hold me close, don't patronize (don't patronize me)
Cause I can't make you love me if you don't
You can't make your heart feel something it won't
Here in the dark, in these lonely hours
I will lay down my heart and I'll feel the power
But you won't, no, you won't
Cause I can't make you love me if you don't
I'll close my eyes, then I won't see
The love you don't feel when you're holding me
Morning will come and I'll do what's right
Just give me till then to give up this fight (and I will give up this fight)
Cause I can't make you love me if you don't
You can't make your heart feel something it won't
Here in the dark, in these lonely hours
I will lay down my heart and I'll feel the power
But you won't, no, you won't
Cause I can't make you love me if you don't....
วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... ปีใหม่อยากไปไหน ...
แต่เงินเพียงน้อยนิด อาจทำให้ไม่สามารถไปได้มากกว่าหนึ่งคน
งั้นผมไปคนเดียวดีไหม ...
ก็คงต้องเป็นงั้น
ว่าจะเอาเต็นท์ไปนะ ... คงเหมือนพี่วินัยกับเพื่อนเขาช่วงสงการนต์ปีก่อน พี่เขาเอาเต็นทร์ไป ... ดูทะเล เล่นน้ำ ถ่ายรูป ... คงไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านี้
แล้วก็คงกลับ ค้างสัก 2 คืนคงพอ ...
คงทำให้ความตั้งใจตั้งแต่ปีก่อนโน้น ... ที่จะชวนคนพิเศษไปเสม็ดด้วย เป็นความจริง เพียงแต่ผมคงได้ไปคนเดียว ... ไม่เป็นไรดอกเนอะ ... อย่างน้อยก็ได้ไป
แต่คงต้องถามพี่เขาก่อนว่า
ไปกางเต็นท์ที่ใด ... ไปแม่งคนเดียวนี่แหละ ... เพราะไม่ว่ายังไง ผมก็จะไปอยู่ดี
เบื่อที่จะคอยเวลาแล้ว ... ว่าตอนนั้นสิ ตอนนี้ก่อน แล้วเมื่อไรจะได้ไปสักที แกรอยากไปไม่ใช่หรอไอ้เม
ก็ไปดิ จะสนไปทำไมว่าตังจะมีมากมีน้อย ... วันนี้จะหาข้อมูลเพิ่มอีก ผมมีอะไรทำให้ชีวิตแล้ว... ผมจะไปเสม็ด
วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... เดือนสุดท้าย ...
เชื่อไหมว่า 3-4 วันมานี่ มีเรื่องปวดหัวเกิดขึ้นมากมาย บางวันปวดหัวจนต้องกินยา บางวัน สบายๆ แต่มึนๆ มีไดร์ที่ถูกเขียนขึ้น
เกือบทุกวัน แต่ไม่ได้อับ จนวันนี้ผมว่าผมกับคุณหาทางออกกันได้อย่างลงตัวแล้ว เลยว่าจะต้องเขียนอะไรบ้างสักหน่อย
ช่วงนี้รู้สึกเหมือนจิตไม่ว่าง คิดโน่นคิดนี่ตลอด
ผมกำลังจะครบกำหนดโปร 6 เดือนที่ทำงานใหม่ ที่นี่ ไม่รู้ว่าจะผ่านไหมหนอ ก็หวังว่าจะผ่านนะ
ไม่ผ่านก็ช่างมันหาใหม่
รู้สึกเหมือนว่า ผมยังไม่สามารถมีที่ทำงานที่เหมาะกับตัวเอง มันรู้สึกแปลกๆ จะมีที่ใดบ้างที่จะทำให้ผมรักองค์กร และทำงานเพื่อ
ไม่รู้สิ หรือเป็นเพราะว่า ผมมีอาชีพที่อยากทำแต่ยังไม่ได้นะ ทำให้ความสนใจใส่ใจ กับงาน ณ ปัจจุบันลดลง คงจะจริงตามนั้น
ก็หวังว่าใกล้จะปีใหม่ ชีวิตคงจะดีขึ้นกว่านี้ มีคนบอกว่าปีหน้าผมจะดี ... ก็หวังให้มันเป็นแบบนั้น แต่ผมเองก็จะทำเต็มที่
ตอนนี้ผมมีโครงการเล็กๆ ที่กำลังทำอยู่ ไม่รู้ว่าคุณจะคิดยังไงนะ ... มันอาจดูเป็นเรื่องไร้สาระไปเลยก็ได้ ถ้าคุณรู้ แต่ก็นะ ผมแค่ชอบทำอะไรให้คนที่รัก
มันอาจไม่ได้มีค่ามากมาย แต่ถือได้ว่ามันเป็นโครงการเล็กๆ ที่ผมกำลังทำอยู่ในตอนนี้ทีเดียว ไม่ได้เป็นสิ่งพิเศษ ไม่ได้ เป็นโอกาศพิเศษ แต่ผมแค่อยากทำให้คุณรู้ว่า
ผมรักคุณที่สุด
รองจากครอบครัวแล้ว ... มันก็คือคุณ
แต่ผมจะไม่บอกหละ ว่าเป็นอะไร ... ไว้วันอาทิตย์จะเฉลยให้นะ บอกมากเดี๋ยวรู้อีกว่าอะไร
วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
... วันที่ 1 ...
วันนี้รู้สึกอึนๆมึนๆชอบกลแต่รู้สึกดีกว่าเมื่อวาน
ที่ไม่ต้องคุยกับคุณ ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดเวลาอ่านตัวหนังสือเหล่านั้น
ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะรักผมไหม เพราะไม่มีคุณอีกแล้วในชีวิต
เหลือแต่เพียงความเจ็บปวดในหัวใจเท่านั้นพอแล้ว ... รักเองก็ต้องเจ็บเอง ... เนอะ
ก็ว่างั้น ... มันก็ดีนะที่เป็นแบบนี้ รู้สึกว่าทุกเรื่องจบไปจากชีวิตแล้ว ไม่ต้องเครียดอีกต่อไป เวลาเครียด
วันนี้ผมจะเริ่มนับหนึ่งใหม่ให้กับชีวิตอีกครั้ง วันนี้จะเป็นวันแรกละกันเนอะ
ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปเหมือนกัน
วันนี้ก็ทำงานสังกะตายไปเรื่อยๆ เบื่อ อยากออกไปหาอะไรกินไกลๆ
พรุ้งนี้ว่าจะตื่นแต่เช้ามาบิน และอาจทำรีวิว Hongkong - Bangkok มาให้ชมกันนะคับ
สายการบิน Mandala Airways เรา เปิดเที่ยวบินอาทิตย์ละ 1 วันเท่านั้น หุ หุ แต่ตอนนี้ไม่รู้ เดือนละ 1 เที่ยวบินได้มั้ง ไม่ได้เป็นเพราะน้ำมันแพงแต่อย่างใด
แต่เป็นเพราะว่านักบินที่มีอยู่เพียงคนเดียวของเรานั้นไม่ว่างต่างหาก หุ หุ
นักบิน CEO แอร์ ช่าง กราวน์ เอ่อ ... อยู่ในคนๆเดียวกันหมด วะฮะ ฮ่า
ช่วงนี้ต้องพยายามหันความสนใจของตัวเอง มาที่สิ่งที่อยากทำนะ พรุ้งจะวันอาทิตย์ จะได้หยุดแล้ว
ผมจะไปไหนดีนะหลังจากที่ไปเมืองทองแล้ว ยังนึกไม่ออก แต่คงต้องใช่เวลาว่างไปกับงานหน่อยนะ พักนี้ไม่ค่อยมีผลงานเลย
ผมต้องคิดเรื่องบูทใหม่ออกให้ได้ จะได้ได้หน้า อิ อิ (อ่าว)
ไม่รู้ว่าจะตีไปเอ็มโพเรียมจะดีไหม ไกลไปป่ะ
แต่เมื่ออาทิตย์ก่อน เหนื่อยล้าหัวใจ ไปนั่งพักดูความฝันบินไปบนท้องฟ้าครึ่งค่อนวัน
แม้ว่าจะผ่านมามากกว่า 6 เดือนแล้ว แต่ผมว่าครั้งนึงผมเคยฝันดีทีเดียว แม้ว่าทุกวันนี้จะต้องตื่น
มันก็จะเป็นความทรงจำที่ดีให้แก่ชีวิตผม
งั้นขอลำลึกย้อนหลังเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ผมไปเที่ยวสนามบินหน่อยละกันคับผม ..
ปีหน้า Air Asia จะเปิดรับ Student Pilot แล้ว ช่วงเดือน มีนา - เมษา ผมคงจะไม่พลาดที่จะลองไปทำข้อสอบให้มันเปลืองกระดาษเล่นแน่นอน
และก็หวังว่าถ้าโชติดี สมองเหาอย่างผมคงได้มีโอกาศ เปลี่ยนชีวิตกะเขาบ้าง

... เอะ ... คุ้นๆนะ ว่าไหม ที่ๆผมเคยมาบ่อยๆ ...
... อันนี้ไม่ได้ถ่ายเอง .. สวยป่าว ...วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551
... สักพัก ...
การที่เราจะไม่คุย ไม่เห็นหน้ากันไปสักพัก น่าจะดีกว่า
ผมไม่รู้ว่าสำหรับคุณยากแค่ไหน
แต่สำหรับผม มันยากมาก เกินจะรับ
สำหรับคุณ อาจเป็นทางออกที่ดี ที่ความสัมพันของเราจะดำเนินไปในทางที่ดี คุยกัน ถามสาระทุกข์สุขดิบกันเช่นที่เคยมา
แต่สำหรับผม ผมยอมรับว่าไม่อาจทำได้ มันอาจดูแย่และทำร้ายความรู้สึกของคุณ ที่ผมเป็นเพื่อนคุณก็ยังทำไม่ได้
แต่มันทำไม่ได้จริงๆ ผมรับความเจ็บปวดที่ต้องทำหน้าชื่นคุยกับคุณไม่ได้หรอก
แม้จนวินาทีนี้ผมก็ยังรับเรื่องระหว่างเราไม่ได้อยู่ดี
มันอาจดูน่าเกลียดและทำร้ายจิตใจคุณ ผมขอโทษ
แต่ผมทนไม่ได้จริงๆ
ผมขอโทษที่ผมไม่อาจยอมรับข้อตกลงเลิกกันแล้วกลายเป็นเพื่อนของเราได้
สิ่งที่เพื่อนคุณอธิบายและที่คุณเคยอธิบาย เอาเป็นว่าผมรู้ว่าผมไม่ยอมที่จะเข้าใจ เพราะผมอยากให้คุณอยู่กับผมในฐานะแฟนเท่านั้น
ผมคงยังคิดเป็นอย่างอื่นกับคุณไม่ได้
ผมซื้อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองมากเกินไป และก็ไม่ยอมที่จะเข้าใจ ผมขอโทษที่เป็นแบบนั้น
บางทีนี้อาจเป็นหนทางที่ดีที่สุด ผมจะสามารถทำได้ ในเมื่อคุณได้เลือกแล้ว คราวนี้ผมขอเลือกบ้างนะ
และนี้คือการเลือกของผม
ผมอาจมองดูเป็นคนที่ไม่เข้าใจอะไรเลย แต่พยายามเข้าใจผมหน่อยเถอะนะ ขอร้อง.. ผมไม่เคยร้องขออะไรคุณเลย นอกจากขอให้เป็นแฟนกัน ... นี้จะเป็นอีกเรื่องเดียวที่ผมจะขอคุณ
ขอบคุณที่อยากจะเป็นเพื่อนกัน ผมเองก็อยาก แต่เพียงแค่มันยังจะไม่ใช่ตอนนี้
... การปรับเปลี่ยน มันก็ยากเกินกว่าที่จะทำ ทำไมหัวใจเราต้องถูกสั่งให้ทำอะไรตามใจคนอื่น เพื่อให้เขามีความสุขขึ้น แต่เรามีความสุขน้อยลง
เพื่อให้เขาสบายใจแต่เราเจ็บปวด ภาพที่เห็นที่เป็นสดใส แต่ภายในหัวใจใครจะรู้ ว่ามันอยากเกินจะทนไหว
คนแต่ละคนมีวิธีรักษาแผลใจไม่เหมือนกัน ... นี้คือสิ่งที่ผมจะสามารถบอกได้ ในตอนนี้ ....
ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เพราะผมรักคุณไม่มากพอ
ผมรู้ว่ามันไม่ใช่การนอกใจ ทั้งของคุณและของผม
ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เพราะคุณรักผมน้อยลง
ผมรู้ว่าคุณก็เจ็บปวดไม่แพ้ผม
และผมก็รู้ว่า ... ตอนนี้คุณอยากให้มันเป็นยังไง ...
แต่บางที มันก็ไม่อาจจะเป็นไป ... ดังใจปรารถนาได้ทุกเรื่อง ... จริงไหม
วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551
... กลับมาโสด ...
ไม่ได้เป็นเธอคนเดียวที่บอก แต่เป็นความต้องการในส่วนลึกๆของตัวผมเองด้วย เพราะรู้สึกหมดพลังกับการรักใครสักคนโดยที่เขาไม่ได้อยากจะมาเป็นแฟนเราตอบ
อ่ะ ... เอาเป็นว่า ไม่เป็นไรละกันนะ
เช้านี้จึงมึนๆงงๆเล็กน้อย แต่ก็ไม่แย่เท่าคราวที่เรามีปัญหากันครั้งแรก
นี้หละมั้งที่เขาเรียกว่าไปกันไม่ได้ รักกัน แต่ไปด้วยกันไม่ได้ แม้จนกระทั่งวินาทีนี้ผมก็ยังมีแต่คำถามเดิมๆซ้ำอีกว่า... เธอคิดอะไรของเธอ
แต่ช่างเถอะคับ มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรสำหรับชีวิตผมอีกแล้วที่จะมานั่งฟูมฟาย คร่ำครวญไปก็ไม่ได้ทำให้เธอกลับมา เพราะเธอยืนกรานกระต่ายขาเดียวมาตั้งแต่ต้น
ผมที่บ้าไปเอง ก็นะ ...
ช่วงนี้ก็เลยนึกถึงหนังเรื่อง Love Actually กับคำว่า ... กลับมาโสด ...
ก็คงงั้น
ความรักงดงามเสมอ ไม่ว่าจะมองในมุมไหน แล้วไม่ว่าเราจะอยู่ในมุมไหนก็ตาม บางครั้งการจากลา อาจไม่ได้จบลงด้วยรอยน้ำตาเสมอไป อาจมีความอิ่มเอม และความสุขลึกๆแฝงอยู่
อย่างน้อย ถึงเราจะอกหักเราก็เคยได้รักนะว่าไหม ....
ไม่รู้จะเขียนอะไรหรือจะอธิบายความรู้สึกแปลกๆตอนนี้ ... ก็คงต้องไปแระคับ เพราะว่างานเข้ามากมาย
รู้แต่ว่าคงจะโสดไปอีกนาน เพราะเบื่อแระ หาตังเอง ใช่เองดีก่า ท่าทางว่าจะมีความสุขมากกว่าการหาห่วงมาผูกคอ
วันนี้เปลี่ยนกระเป๋าเป็นกระเป๋าเป้มาทำงาน แล้วก็จัดตำแหน่งท่าทางการนั่งใหม่ อาการแปลกแถวๆลำตัวทางขวาก็หายไป หรืออาจเป็นเพราะกล้ามเนื้อ และการนั่งทำงานที่ไม่ถูกต้องนะก็ไม่รู้ เป็นเพราะกระเป๋าคาดด้วยรึเปล่า
ที่ใส่ของมากเกินไป
ตอนนี้หันมาออกกำลังกายเช้าเย็นก็ดีขึ้น แถมพุงกะทิ ก็หายไปอีกด้วย
หันมาสนใจตัวเองแหละดีที่สุดแล้ว
ที่สำคัญ สนใจแม่ด้วย ผมรักแม่คับ
เออ.. เกือบลืม ... เพลงนี้ผมมอบให้คุณนะ สำหรับ เรา มันอาจเป็นอย่างเพลง คือ ดังสายลม ที่พัดพาเราจากกัน ... ยินดีที่เคยได้รักคุณนะ
อีกนานแค่ไหนไม่รู้ ... แต่ผมสัญญา ว่าเราจะเป็นเพื่อนกัน ในสักวัน ... ขอบคุณที่รักผม
วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551
... One Fine Day ...
และถูกทดแทนด้วยความรู้สึกไม่กลัวอะไรๆในโลกอีก ผมพร้อมจะหายไปจากโลกได้โดยไม่บ่นหรือตัดพ้อและเสียดายอะไรอีกแล้ว มันเหมือนว่าตอนเด็กฝันอะไรไว้ แต่พอได้จับต้องได้สัมผัสกลับได้พบกับความจริงอันโหดร้าย ว่า ... สิ่งต่างๆอาจไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้นะ
วันนี้ผมสัญญากับตัวเองว่าจะตื่น ... เสียที
เมื่อวานวันอาทิตย์เป็นวันหยุดของผม เลยมีเวลาว่างหาหนังที่เคยชอบดูซ้ำๆมาเปิดดูอีก แล้วก็มีอยู่เรื่องนึงที่ม่ได้ดูนานมากแล้ว นั้นคือ ...

.... One Fine Day ... หนังในดวงใจตลอดกาลของผม ... ผมว่าถ้าพูดถึงหนังรัก หนังเรื่องนี้คงต้องอยู่ในหัวใจของใครหลายๆคน ที่ได้เคยมีโอกาศ สัมผัสหนังเรื่องนี้ แม้เพียงครั้ง ... ความรู้สึกอบอุ่น ความรู้สึกโรแมนติก ... ความน่ารัก ... ทุกอย่างรวมตัวกันอยู่ในหนังเรื่องนี้ ... ไม่น้ำเน่า ... แต่แฝงไว้ซึ่งความเป็นจริงของชีวิตคนเรา ที่ในความไม่สมดุลของชีวิตคนแต่ละคน ... จะมีสิ่งหนึ่งมาทดแทนเสมอ ... ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น

... Jack พ่อม่ายลูกติดผู้มีชีวิตขาดๆเกินๆ ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ... เขาไม่ได้ดีพร้อม ... แต่สิ่งที่ผมเห็นได้จากแววตาของเขา ... คือความจริงใจ

... เมลานี ... แม่ม่ายลูกติดที่ มีทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกรอบ อยู่ในตารางเวลา ชีวิตเธอสมบูรณ์แบบ เมื่อมองจากภายนอก แต่ลึกๆ ส่วนของหนังต้องการบอกว่า แม้คนที่มองดูสมบูรณ์แบบ ก็ยังขาดสิ่งเติมเต็ม

หนังเรื่องนี้มีมากกว่าความโรแมนติก ... มันได้ใจผมเสมอ ทุกครั้งที่เปิดดู
และทำให้ผมเชื่อลึกๆเสมอว่า ... ความรักที่แท้จริงยังคงมีอยู่ในโลก เพียงแค่เรายังไม่เคยเปิดตามองให้ดีเท่านั้น
หนังเรื่องนี้เริ่มขึ้นและจบลงภายใน 1 วัน ... 1 วันที่คนสองคนมาเจอกัน มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย
หนังเรื่องนี้สอนผมเสมอว่าไม่มีใครดีที่สุด และไม่มีใครเลวร้ายที่สุด แค่เพียงเรารักคนๆนั้นหรือไม่ ผมเชื่อเช่นนั้นเสมอ
และแม้ในยามที่ชีวิตแย่ถึงขีดสุด ... ก็จะมีสิ่งดีๆเข้ามา
ผมรู้ว่าชีวิตผมอาจไม่ได้สวยงามเหมือนหนังเรื่องนี้ ... แต่วันนึง ผมจะได้พบ สิ่งที่ผมตามหา ... มาตลอดชีวิต
ใครสักคนที่ผมจะตกหลุมรัก ... แล้วเธอก็จะมองกลับมา ด้วยสายตาเช่นนั้น ... เหมือนกัน
And for the first time I am looking in your eyes ....
For the first time Im seeing who you are ....
I cant believe how much I see ....
When youre looking back at me ....
Now I understand what love is, .... love is ..... For the first time ....
วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2551
... คนละก้าว ...
เมื่อวานเกิดเรื่องไม่เข้าใจกันมากมาย
ผมคุยกับคุณแล้วก็ยังไม่ค่อยจะสู้เข้าใจกันอยู่ดี รู้สึกว่าทำให้คุณเหนื่อยใจมากขึ้น .. ผมขอโทษนะ
แล้วก็คุยกับแม่อีก หลังจากที่วางหูจากคุณไปแล้ว โดนด่าไปอีกกระบุง
เพราะว่าแม่ขอฟังว่าผมพูดยังไงกับคุณบ้าง แม่ก็บ่นผมมากมาย
แม่บอกว่าผมชอบพูดจาวกไปวนมา
แล้วก็บอกให้เราสองคนถอยกันอีกคนละก้าว คุณเองก็ตกลงในเรื่องการถอยกันอีกก้าวนี้
เอาเป็นว่า 3 - 4 วันนี้ ผมจะไม่รบกวนคุณดีไหม ปล่อยให้คุณจัดการปัญหาต่างๆของคุณไปก่อน แล้วผมก็จะอยู่ตรงนี้นะ
แต่ถ้าคุณอยากจะโทรหาผมก็ทำได้ตลอดเวลานะ
แม่บอกว่าเรื่องของเราต่างก็ไม่ได้มีใครถูก บางเรื่องผมก็งี่เง่า บางทีคุณก็พูดแรงเกิน แต่แม่ไม่ได้ให้ผมเปิด โฟนฟังคุณนะ เขาแค่ฟังสิ่งที่พูดกับคุณเท่านั้น
ผมรู้ว่าผมอาจคิดมากไปในหลายๆเรื่อง และทำให้คุณต้องรำคาญใจ ผมรู้ว่าผมเป็นคนรักที่ห่วยแตก .. แต่ผมก็รักคุณนะ
แต่ถึงแม้คุณจะง้องแง้ง ใส่ผมในบางครั้ง ผมก็ยังรักคุณอยู่ดี และก็รับได้กับทุกอย่างที่คุณเป็น
บางทีผมแค่ไม่แน่ใจว่าคุณรักผมไหม ... เอาเป็นว่าผมจะไม่กวนคุณสักระยะละกันนะ จะพยายามนั่งเงียบๆตรงนี้คอยคุณ
ผมขอโทษที่ก่อเรื่องให้ต้องปวดหัว ปวดใจอีกนะ ...
... แล้วไว้ยังไงค่อยคุยกัน ... เมื่อคุณโอเคกว่านี้
... ผมรักคุณนะ ...
วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2551
... ไม่เป็นไร ...
วันนี้ดูท่าชีวิตผมจะแย่กว่าเก่า ผมไม่แน่ใจว่าผมกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ในหัวสมอง
เมื่อววานผมปวดใจจากการเห็นข้อความของคนที่ผมคิดจะรัก จะใช่ชีวิตอยู่ด้วย เขียนบางอย่าง ถึงใครบางคน
ผมไม่รู้ว่าจะพูดยังไงรู้แต่ว่าสถานการณ์ของผมกับเธอตอนนี้ดูจะไม่ค่อยดีนัก เรียกได้ว่ามันไม่เคยดีจริงๆเลยมากกว่า
บางทีผมไม่เข้าใจว่าเธอรักผม ในสิ่งที่ผมเป็น หรือรักเพราะอยากให้ผมเป็นแบบใครที่เธอต้องการให้เป็นรึเปล่า ??? แล้วตอนนี้เธอยังรักผมอยู่ไหม ... หรือว่าความรู้สึกมันลดลงไปตามสถานะไปแล้ว
ท่าทีเรียบเฉยไม่ใส่ใจความรู้สึกของผมอีกแล้วของเธอ เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้มันมากมาย แม้แต่เมื่อคืนที่เราคุยกัน
การถูกลดความสัมพันธ์ ... เพราะ ???
เธอให้เหตุผลว่า ... เพราะผมยังไม่พร้อม ...
1 .. ชีวิตผมยังไม่ตั้งตัวไม่ได้ ผมไม่มีเงินเก็บ ไม่เหมาะที่เธอจะฝากชีวิตไว้
2 .. เพราะผมไม่เป็นโล้เป็นพาย ...
3 .. เพราะผมเป็นเด็ก
4 .. เพราะผมไร้สาระ
5 .. เพราะ
6 .. เพราะอะไรอีกมากมาย ... แต่เอาเป็นว่าผมไม่ดี
ตอนนี้ผมไม่รู้แล้วว่าควรทำไง
เพียงแต่ผมคิดถึงผู้หญิงที่น่ารัก ... ที่ทำให้ผมรักเธอ ... แต่เมื่อคืน เธอบอก เป็นเพราะผม ที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป ....
เธอเหมือนอีกคนไปแล้ว ผมไม่แน่ใจว่า ผู้หญิงคนแรก ที่ผมรู้จัก กับคนปัจจุบัน ... เป็นคนๆเดียวกันไหม
" ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะ ที่โดดงานมาหา "
" ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะเวลาอ่านไดร์นาย"
" นายนี้มันไร้สาระจริงๆ "
" ไปทำตัวเองให้รวยก่อนไป แล้วค่อยมาคบกัน "
" พูดพอรึยัง "
" พูดจบรึยัง "
" เราก็เป็นคนแบบนี้ "
คุณจะเคยคิดบ้างไหมว่าผมจะรู้สึกยังไง เวลาได้ยินประโยคเหล่านี้ คุณเก่งมากนะรู้ไหมที่ทำให้ผมรู้สึกสมเพชตัวเองได้ขนาดนี้
ถ้าคุณเข้ามาอ่านอีก ผมรู้เลยว่าคุณจะพูดว่าอะไรต่อไป " แย่มากไหม .. แย่มากนัก ก็หยุดสะ พอสะ จบสะ " ประโยคนี้อีก ซ้ำๆ เดิมๆ
ทำไมต้องเป็นผมคนเดียว ทำไมทุกเรื่องผมถึงเป็นคนๆเดียวที่ผิด แม้แต่การรอให้คุณตัดสินใจว่าจะกลับมาคบกันไหมก็เป็นสิ่งที่คุณเกลียด วันนี้ผมนั่งพิจารณาตัวเองแล้ว ว่าควรจะทำยังไง
ปัญหามันอยู่ที่ผมใช่ไหม
ผมขอโทษที่คิดเข้าข้างตัวเองว่าคุณหมายถึงผม ต่อจากนี้ไปผมสาบานว่าจะไม่เข้าไปอ่านอะไรของคุณอีก เพราะคุณบอกว่า " Hi5 ไม่ได้มีไว้ให้แฟนมาชื่นชม " จริงของคุณ คุณพูดถูกทุกๆเรื่อง
ผมจะไม่อยากรู้เรื่องส่วนตัวของคุณอีก ถ้าคุณว่านั้นมากเกินไป
ผมขอโทษที่ทำความรำคาญให้เสมอ
ผมขอโทษที่พยายามจะเข้าไปในชีวิตคุณ
ขอโทษที่พยายามจะให้คุณเข้ามาในชีวิตผม โดยไม่เคยถามว่าคุณต้องการไหม
ขอโทษที่ให้คุณมีผลกับชีวิตผมมากเกินไป
ขอโทษที่ดีไม่ได้สักที
แต่สิ่งที่คุณทำกับผม ... ไม่เป็นไร ... ผมไม่เคยโกรธคุณเลย ไม่เลย ไม่เป็นไร
เพราะผมรักคุณ .. แต่ความรักกินไม่ได้ .. ให้หลักประกันอะไรไม่ได้ .. บางที .. ความรักถึงถูกมองมาที่หลังเสมอ....
... สีสันแห่งสายลม ...
ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...