วันพุธที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2553

... แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ...

มีคนเขาบอกว่า เมื่อมีความสุข เราจงเตรียมใจไว้ว่า จะมีความทุกข์ตามมา

และเมื่อเราต้องทุกข์แล้ว ก็ขอให้คิดเข้าข้างตัวเองไว้บ้างว่า อีกไม่นานความสุขก็กำลังจะตามมาเช่นกัน




เมื่อวานแม่โทรมาบอกข่าว เหมือนจะเป็นข่าวที่ดี แต่ผมก็ยังไม่รู้ในอนาคตที่แน่นอนว่ามันจะเป็นยังไง



... พ่อกำลังจะได้งานทำ ...



อีกครั้งที่เหมือนแสงสว่างวาบขึ้นมาที่ปลายอุโมงค์ที่มืดมิด ถ้าพ่อได้งานทำ และทำได้จริงๆ อะไรๆในชีวิตครอบครัวของเราตอนนี้



ก็คงจะดีขึ้น



ดีขึ้น .... ดูเหมือนว่าคำๆนี้ผมจะไม่ได้ยินมันมานานแล้ว




มันรู้สึกเหมือน ฟังดู สมองเรารับรู้ว่า มันจะเป็นเรื่องดีที่จะเกิดขึ้น


แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ประมวลผลด้วยสถิติชีวิต บอกว่า .... มันอาจไม่ดีก็ได้ พ่ออาจจะไปทำไม่ได้
สองจิตสองใจ ว่าควรจะดีใจดี ตั้งแต่ตอนนี้ หรือว่าจะรอให้พ่อไปทำงาน แล้วดูว่าทำได้รึเปล่าก่อน แล้วค่อยดีใจ




ผมก็ยังไม่มันใจเหมือนกัน




แต่มันก็เหมือนละอองฝน บนทะเลทรายตอนนี้ ที่ผมกำลังพาครอบครัวเดินไป ถ้าพ่อมีงาน มีเงินเดือนขึ้นมาอีกครั้ง ... ก็คงจะดี



แล้วถ้าอะไรมันเป็นอย่างที่แม่เล่า ครอบครัวเราก็อาจจะไม่ต้องขายของไปจนตาย เราก็อาจจะมีกิจการที่มั่นคงกว่านี้ เป็นของตัวเอง .... และกลับไปมีชีวิตที่ ยิ้มได้กว้างๆ เหมือนคนอื่นๆ สักที ...


.
.

วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553

... บางทีเราก็ควบคุมไม่ได้ ...

คนเราจะตายเพราะความเจ็บปวดในใจไหม ผมว่าไม่หรอก แต่เราจะได้สัมผัสกับความรู้สึกที่เหมือนกับตาย ทั้งๆที่ยังคงมีลมหายใจ



อ่อ ... มันเป็นแบบนี้เอง



ผมจะไม่เสียอกเสียใจกับสิ่งที่ผมได้เลือกแล้ว ... เพราะไม่ว่าผมจะเลือกทางไหน ผมมีเพียงแค่ตัวของผมเอง เป็นเพื่อน และตัวผมเองที่เป็นคนที่ผมไว้ใจได้มากที่สุด



แม่ผมบอกว่า ในโลกของความจริง เราไม่อาจไว้ใจใครได้ แม้แต่คนที่เรารักมากที่สุด เพราะมันไม่ได้แปลว่าเขาจะรักเรา เหมือนที่เรารักเขา




ตอนนี้รู้สึกว่า ชีวิต ต้องผลิตกำลังใจมากๆ ทุกๆวัน ที่จะห้ามไม่ให้เอาหัวโขกข้างฝา หรือ วิ่งร้องเป็นบ้า ออกไป


บางทีผมก็รู้สึกว่า ผมเริ่มรู้แล้วว่า ใกล้บ้า เป็นยังไง




ไอ้ตัวเหี้ย ที่ทำงาน คนที่ผมเกลียดกำลังจะย้าย เข้ามาอยู่แถวๆบ้านผมถัดไป 2 ซอย ผมรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก จริงอยู่ที่โคตรพ่อ โคตรแม่ผม ไม่มาสร้างไว้ แต่ .... ผมรู้สึกว่า ละแวกบ้านผม



มันเป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัว ที่ผมจะไม่ต้องพบเจออะไรหรือใครที่รู้จักผม โดยเฉพาะคนที่ผมเกลียด




เวลาใส่ขาสั้น ไปซื้อก๋วยเตี๋ยว ไปซื้อส้มตำ ไปเช่าวีดีโอ หรือปทำธุระที่ธนาคารหน้าบ้าน ผมก็ไม่ต้องรู้สึกว่า จะเจอพวกแม่งไหม



สัดเอ้ย .......... กรูเกลียดพวกมึง ไอ้เหี้ย กรูทนเห็นพวกมึงที่ทำงานก็มากเกินทนแล้ว กรูจะต้องมาพบเห็นพวกมึงที่แถวบ้านอีกหรอวะเนี้ย ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย




ต่อไปนี้เวลาไปช่วยแม่ขายของ กรูก็อาจจะต้องเจอพวกมึงอีก

ว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย





ทำไมชีวิตกรูแม่งถึงได้บัดซบ เหี้ยซ้ำ เหี้ยซาก แบบนี้





กรูเบื่อว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


.

วันเสาร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2553

... อีกหนึ่งความลึก ของชีวิต ...

... อย่าอ่าน !!! ถ้าชีวิตคุณมีอะไรให้ทำสนุกกว่าการนั่งอ่านสิ่งที่ทอมคนนึงเขียน ตีอกชกหัว ไม่พอใจชีวิตตัวเอง เพราะผมเองยังรำคาญชีวิตตัวเองเลย แต่ก็ขอขอบคุณทุกท่าน ที่มีน้ำใจเป็นห่วงกันเสมอมาครับ ...





หวัดดีคับ


สวัสดีอีกวันแสนเน่าในชีวิตผม ตอนนี้ผมเหมือนกำลัง เรียนรู้ชีวิตอีกด้านนึง อีกขีดนึงที่ผมต้องรับมือ
6 เดือนก่อนผมอาจจะคิดว่า .... ผมคงจะไม่สามารถมีชีวิตที่แย่ไปกว่านั้นได้อีกแล้ว แต่ตอนนี้ผมก็มีชีวิตที่ย่ำแย่


มากกว่าเมื่อ 6 เดือนก่อน



เมื่อนานมาแล้ว ผมเคยเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตดี เคยเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ .... แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าผมจะจดจำความรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้อีกแล้ว


ผมยังคงต้องไปทำงานทุกวัน อย่างขาดไม่ได้ ทั้งที่ผมไม่อยากไปเลย คุณรู้ไหมว่ามันต้องใช่กำลังใจมากมายขนาดไหน ที่กว่าจะผ่านไปได้สักนาทีนึง


ต้องต่อสู้กับความคิดของตัวเองมากมายขนาดไหน ... กว่าจะผ่านมันไปได้


ที่จะทำเป็นสงบ นิ่งเฉย เหมือนไม่รับรู้กับภาพที่เห็นตรงหน้า


ที่จะทำเป็นสงบ นิ่งเฉย เหมือนว่าชีวิตยังสดใส เวลาผู้คนในที่ทำงานชวนกันไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ แล้วผมไปไม่ได้ เพราะ .... ไม่มีเงิน


ที่จะต้องทำเป็นสงบ นิ่งเฉย เวลาผู้คนมากมาย ใช่งานผม ทุกๆคนอยากได้เร็ว อยากได้ก่อน ในขณะที่ผม มีคนเดียว กับเซลล์ 4 คน และ เจ้านายอีก 3 คน พร้อมกับ ... ต้องออกไปตรวจของข้างนอกด้วย
ทุกๆวัน ผมต้องรับมือกับสิ่งเหล่านี้ ตลอดเวลา เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งหัวใจ





ผมอิจฉา ผู้คนรอบตัวผม อิจฉาที่เขามีทุกอย่างที่เขาอยากมี มีความรัก มีเงิน มีชีวิตที่ดี .... ผมยอมรับ และความอิจฉาก็ทำร้ายตัวผมเองตอนนี้ ...... มันดูงี่เง่า เวลาเรามองดูคนที่เขากำลังอิจฉาคนอื่น เราจะมองว่า ไร้สาระ


แต่เมื่อยามที่ มันตกอยู่กับตัวเราเอง บางทีก็หัวเราะไม่ออก


ผมรู้สึกเหมือนผมกำลังตกเป็นนักโทษให้กับชีวิตตัวเอง เหมือนต้องชดใช่กรรมอะไรสักอย่าง ที่ต้องทำให้ผมตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ทนทุกทรมาน เจ็บปวด กับความคิดของตัวเอง






ส่วนแฟนผม ผมจะยังสามารถใช้คำๆนี้กับเธอได้ไหม .... เธอก็หายไปเลย ผมไม่ได้โทรหาเธอ เราไม่ได้พูดอะไรกัน ... ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าตลอดเวลาผมอยู่ในฐานะอะไร


ผมไม่รู้ว่าเธอจะกลับมาทำไมในชีวิตผมทำไมเหมือนกันก็ไม่รู้ กลับมา มาให้ผมเลือกเธอ แล้วก็ทำกับผมแบบนี้


จะกลับมาทำไม ถ้าตัวเขาเป็นแบบนี้


ผมมานั่งคิดๆดู เธอกลับมาเพื่อ ????


ในเมื่อไม่มีเวลา จริงอยู่ที่เธอบอกตั้งแต่แรกว่าไม่มีเวลานะ .... แต่ .... จะเป็นแฟนกันทำไม ถ้าหากว่าไม่มีเวลาแม้แต่จะโทรหากัน


จะเป็นแฟนกันทำไม ... ถ้าคุณแคร์เพื่อนของคุณมากมายขนาดนั้น ....


แล้วจะมีผมเพื่ออะไร .... ให้ผมเคลียร์ตัวเองเพื่ออะไร .... ให้ผมคอยเพื่ออะไร


ผมรักเขา และคิดเสมอมา ว่าเขาเป็นคนที่ใช่สำหรับผม อยากให้เขาเป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกผม (ถ้าทำได้)


แต่ผมไม่เข้าใจว่าผู้หญิงที่ผมเลือกคนนี้ สุดท้ายแล้ว ..... กลายเป็นความว่างเปล่าสำหรับผม
ณ เวลานี้ ผมควรเป็นไง มีชีวิตครอบครัวแสนบัดซบแล้ว น่าจะอยู่ได้ตามปรกตินะ น่าจะไม่ต้องเจ็บปวดหัวใจ เพราะรู้สึกไร้ค่าต่อคนที่รักแบบนี้


น่าจะนอนหลับไปได้ในแต่ละค่ำคืนด้วยความเหนื่อยอ่อน ไม่ใช่หลับไปพร้อมกับความรู้สึกสงสัย และไม่เข้าใจ ว่าผมเลือกทำแบบนี้เพื่ออะไร


สุดท้าย เชื่อเถอะ เธอก็จะไป เธอไม่เลือกผมหรอก เพราะผมมันน่าสะอิดสะเอียน เธอก็จะจากไป ง่ายๆ เหมือนที่เธอเคยทำ


เพราะผมมันรอไม่ได้ เพราะผมเรียกร้อง และ .... ไม่เคารพสิทธิของเพื่อนเธอ






ก็ไม่เป็นไรครับ ผมจะยอมรับ .... หากชีวิตมันจะเป็นแบบนั้นอีกครั้ง





"..แต่ผมสาบานให้ตายจากพ่อแม่ผมไปเลย ว่า ..... มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะทำแบบนั้นกับผม !!! .."







เพราะมันเป็นอีกครั้ง .... ที่เธอแสดงให้ผมประจักแก่สายตาของผมแล้วว่า ..... ผมไม่ได้มีค่าอะไรขนาดที่ผมสำคัญตัวว่ามี




แม่ผมพูดไว้ไม่มีผิดเลย .... ไม่ผิดจริงๆ และผมทะเลาะกับแม่เพื่อ ผมเถียงแม่แทนเธอเพื่อ?????




นอกจากไปเกิดเอาใหม่แล้ว .... จะมีวิธีไหนอีกบ้างไหมครับ ... ที่ผมจะหลุดพ้นไปจาก .... เรื่องเหี้ยๆที่ต้องพบเจอกันประจำๆแบบนี้


หรือผมสมควรต้องไปเกิดใหม่แล้วจริงๆ





จะมีสักคนไหม ... ทีจะทำให้ผมไม่ต้องรู้สึกแบบนี้อีก ...


เวลาเงินไม่มี ... ชีวิตก็แย่ลง ... เมื่อชีวิตแย่ลง ... ก็อย่าริจะรักใครเลย .... เพราะมันคือความไม่พร้อม


คนแย่ๆอย่างผม ไม่สมควรได้รับ ... สิ่งที่อยากได้


ไม่สมควรได้รับ ....


โน๊ต อุดมบอกว่า ... เราควรให้โอกาศคนที่รักได้ทำผิดหลายๆครั้ง ... เพราะเราก็จะต้องการโอกาศแบบนั้นบ้างเหมือนกัน



แต่ผมว่ามันใช่ไม่ได้กับใครหลายๆคนบนโลกนี้ ....
.
.

วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553

... ไม่สะดวก และเกรงใจ ...

"คงไม่สะดวกให้มาคะ เพราะเกรงใจเน เดี๋ยวเนโกรธ หวังว่าคงเข้าใจนะคะ"

นี้คือข้อความที่ผมได้รับ .... เมื่อคืน หลังจากที่ผมอยากจะใช่เวลา ช่วงหยุดสงกรานต์กับเธอ

นี้คือข้อความจากผู้หญิงที่เป็นแฟนผมนะครับ คนที่ผมเลือก คนที่ผมยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อ .........




ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนกลับไปแดกน้ำใต้ศอกอีกครั้ง




รู้สึกเหมือนหนีมาจากการแดกน้ำใต้ศอกของอีกคนนึงมา เพื่อจะพบว่า กรูก็กลับมาแดกน้ำใต้ศอกของแฟนตัวเองอีกรอบ


คนๆนั้น คือรูมเมทของเธอ .............. อ่า


เห็นไหมครับ .... ผมบอกแล้ว ไม่ว่าจะครั้งไหนๆ หรือไม่ว่าจะกับใคร ผมจะกลายเป็นคนที่ถูกมองข้ามเสมอ จะกลายเป็นคนที่จะไม่ถูกเลือก ไม่ว่าจะยังไง





7 เดือน ที่ผมอดทน

7 เดือน ที่เธอไม่มีเวลา

7 เดือน ที่ผมจะพลาดพลั้งไม่ได้ ถ้าผมมีคนอื่น หรือแม้แต่เธอระแคะระคาย ผมจะเสียประวัติทันที

7 เดือน ที่ผมถูกทิ้งๆขว้างๆ

7 เดือน ที่จากเข้าใจ กลายเป็นไม่เข้าใจ เพราะจาก 100 ผมรู้อยู่แล้วว่าจะไม่ได้ โอเค 30 -40 ก็ยังโอ

แต่ท้ายที่สุด มันคือ 0





ช่วงแรกที่เธอกลับเข้ามาในชีวิตผม มันดีมากๆเลย เธอเคยบอกกับผมว่า สงกรานต์นี้จะมาอยู่กับผม ผมตั้งตารอมัน แต่พอปีใหม่ เธอบอกว่าจะกลับบ้านที่หาดใหญ่กับพี่ชาย เธอชวนผม ทั้งๆที่รู้ว่าผมไปไม่ได้ โอเค กลับบ้านก็กลับเถอะ ไม่เป็นไร



แต่สุดท้าย ก็ไม่ได้กลับ เพราะต้องอยู่ทำงาน จริงรึเปล่าผมก็ไม่รู้ แต่ก็ไม่เป็นไร งั้นผมไปหาได้ไหม รูมเมทกลับบ้านรึเปล่า ถ้าไม่กลับมาบ้านผมไหม จะได้เจอกันบ้าง อยู่ด้วยกันบ้าง ....... เธอบอกผม ว่าอย่ามาคิดแทนเธอ



และเมื่อคืนผมก็ได้รับข้อความนี้ โดยที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ หรือผมมันไม่สมควรแม้แต่จะได้รับคำอธิบาย




นี้คือผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนผม คนที่ผมยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อ ?????????




นี่ผมทะเลาะกับแม่ เพื่อจะไปค้างกับเธอ และได้ไป ....... เพื่อ ???????????




อ่อ ........... หรือเพราะผมมันไม่เหมาะสมกับใครเลยในโลกนี้ ..................



บอกตรงๆตอนนี้ผมรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมเลยจริงๆ



และเป็นอีกครั้งที่ผมต้องอยู่คนเดียว ในช่วงเวลาที่ผมอยากจะมีใครสักคน



ผมอายุ 25 แล้วและผมไม่ประสบความสำเร็จกับความรักเลยไม่ว่าจะกับใคร



และไม่ว่าจะทำอะไรสักแค่ไหน หรือ............... ว่าผมไม่ควรจะทำอะไรมากมายเลย ตั้งแต่แรก




ตอนนี้ผมสัญญากับตัวของผมเองว่า ผมจะไม่พยายามอีกแล้ว เพราะผมรู้สึกว่าสุดท้ายมันก็แค่นั้น
ไม่ว่าผมจะเสแสร้งแกล้งทำว่า เป็นคนดี เข้าใจ ว่ารับได้สักแค่ไหน ...... ทั้งที่ในใจมันไม่เคยรับได้เลย




ผมก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น ....... นี้คอยดูสิ ถ้าเธอเข้ามาอ่าน มันก็จะมีปัญหาอีก แต่คุณรู้ไหม ..... ว่าผมไม่สนแล้ว




หากเธอไม่ได้สนใจ หรือว่าแคร์ผมเลย ...... ก็ไม่เป็นไร ..........




" ..... ก็ไม่เป็นไร !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ..... "


และถ้าหากผมสมควรจะได้รับสิ่งเหล่านี้ ความเจ็บปวดทรมานเหล่านี้ ..... ก็เอาสิ ..... แต่บอกตรงๆ ผมไม่สนสักนิดเลยหว่ะ


เพราะผมมันชินแล้ว ...........

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

... งานใหญ่ครั้งแรก ของ Designer กระจอกกระจอก เจอของจริงเข้าแล้วกรู ...

มาแล้วคับผม ออกจากโหมดเศร้าโศกกลับสู่โหมดทำงานทำการ วันนี้ขอเสนอ ความภาคภูมิใจครั้งแรกของชีวิต Designer กระจอกๆ ของผม




ตะบันหน้าที ณ สมุย รีสอร์ท ก็เกือบจะแล้วเสร็จแล้วคับ เฟอร์ที่ผมออกแบบก็ถูกทำ และจัดส่งไปที่หน้างานครบเรียบร้อยแล้ว มาดูกันเลยดีก่า .....






... ห้องนั่งเล่น โต๊ะกลางอันนี้ของผม แล้วก็ตู้ทีวีที่เห็นลิบๆ นั้น ...








... ที่วางทีวีตัวเล็กใน้ห้องนอน อันนี้ก็ของผมเช่นกันครับ ...














... อันนี้หัวนอน โชว์เฉยๆ ไม่ใช่ของผมครับ สวยเนอะ ห้องไฮโซมากๆ ...





... อันนี้โต๊ะทำงานเจ้าปัญหา เกลียดมัน T___T ฮือ ...





... นี้ เปิดหน้าTop ด้วยนะ ปิดแบบ นุ่มนวล ซอฟโครสสสส สุดๆ บานพับคู่ละ 1200 บาทถ่วนขอรับ ...






... และอีก 1 คู่ คือโต๊ะข้างอ่างอาบน้ำ นั้นเอง แต่รูปมองไม่ค่อยเห็นครับ แต่ห้องน้ำอลังมากกกก สวยกว่าห้องนอนอีก ...




งานนี้เล่นเอาเหงื่อตกและหืดขึ้นคอ เพราะเป็นงานใหญ่ครั้งแรกในชีวิตผม โรงแรม 5 ดาวเชียว มีเงื้อนไขต่างๆ ซับซ่อน อุปกรณ์เสริมพิเศษ ที่เราไม่สามารถออกไปหาซื้อได้จากโฮมโปร ต้องสั่งมาจากเมืองนอกเท่านั้น



ทำให้ผมรู้จักวิธีการเข้าเขาสาย lan internet ทำให้ผมรู้จักว่า สายไฟ มันดูยังไง ใช่ยังไง อันไหน เป็นแบบมีสายดิน วุ่นวายมากครับ


และก็ไม่วาย ไอ้หน้าเหาทำผมงานเข้า เพราะทางทีมงานของเขาแจ้งผมตั้งแต่เขียนแบบ มาว่ามีวิลล่าแค่แบบเดียว สายไฟออกจากขาโต๊ะเท่านี้ๆ ออกทางขวาทางเดียว ทั้งๆที่ผมและเจ้านายได้ย้ำแล้วย้ำอีกกับเขาเรื่องนี้



แต่ปรากฏว่าพอเฟอร์เราไปหน้างาน กลับถูกไปวางที่อีกวิลล่าซึ่งตำแหน่งโต๊ะเปลี่ยน จากขวาเป็นซ้าย ทำให้สายไฟยาวไม่พอ และ ... งานเข้าสิครับ โต๊ะที่มีอุปกรณ์อิเลคโทรนิก และ สายแลนด์ ก็ไม่สามารถเสียบเข้ากับตำแหน่งของปลั๊กที่ผนังได้




ร้อนให้ผมเหงื่อออกกีบ วิ่งวุ่นหาสายไฟ และต้องเดินสายไฟใหม่หมด .... แม่เจ้า



มันเป็นความผิดของผมไหมมมมมมม????? แต่ผมก็ต้องรับผิดชอบบบบบบบบบ!!!!!!!!



เล่นเอาปวดหัว ไปหลายวันเลยคับ .... แต่แล้ววันนี้ทุกๆอย่างก็ผ่านไปด้วยดี คนงานที่หน้างานกลับมากันหมดแล้ว ผมก็ได้แต่หวังว่า จะไม่มีงานอะไรเข้าตามมาที่หลังอีก อย่าได้ให้มันซวยขนาดนั้นเลยยยยย ....... สาธุ





เฮ้ออออออออออออออออออออออออออออ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



ปล. 1 งานนี้สอนให้รู้ไว้ว่า เหงื่อออกกีบ มันเป็นแบบนี้ นี่เอง .....
ปล. 2 เฟอร์ธรรมดาๆ ของผม ไปอยู่ในที่ๆดีๆ อลังๆ นี้มันก็ดูไฮโซขึ้นได้เหมือนกันเนอะครับ คริ คริ

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...