และไม่เคยได้พบหน้ากันอีกเลย .... จนกระทั่ง ปัจจุบัน
เมื่อ 2 วันก่อน ผมได้พบกับเพื่อนของผมคนนี้อีกครั้ง .... หลังจากที่เราไม่ได้พบกัน เกือบ 11 ปี
... Toy story 3 ...

ทำให้ผมได้พบกับเพื่อนๆในวัยเด็กของผมอีกครั้ง
เป็นเหมือนตอนจบที่ทำขึ้นมาล่ำลาตัวละครกับคนดูจริงๆ
ผมคนนึง ที่ชอบการ์ตูนเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กๆ เพราะเป็นคนชอบเล่นของเล่น จึงรู้สึกอินกับตัวละครต่างๆ และการมีของเล่นสักชิ้น ที่เรารักมาที่สุดในครอบครอง
และวันนี้ กาลเวลาล่วงเลย ของเล่นที่เคยมากมายเต็มตู้ ก็ค่อยๆหายไป ตามกาลเวลา โดยที่ผมไม่ได้ใส่ใจพวกมันมากนั้น
ยกเว้น Lego ของเล่นอย่างเดียวที่ผมรัก และผูกพันกับมันมากที่สุด ผมจำได้ว่าตลอดวัยเด็ก ผมเล่นมันทุกวัน จินตนาการเรื่องราว จับชิ้นนั้นผสมชิ้นนี้ ต่อสู้กันอย่างสนุกสนาน
และพวกมันก็ค่อยๆ ถูกลืม ทีละเล็ก ทีละน้อย .... จนผมค้นพบว่า เมื่อโตขึ้น เรากลับไม่สามารถเล่นของเล่น ได้อย่างสนุกสนาน เหมือนเมื่อตอนเราเป็นเด็ก
ไม่สามารถนั่งเล่น กับมันได้เป็นชั่วโมงๆ และที่สำคัญ เมื่อคนเราเติบโตขึ้น ..... จินตนการของเราก็จะค่อยๆหดหายไป พร้อมวัยเยาวน์

เมื่อปีที่แล้ว ช่วงเวลาเดียวกันกับที่ ... Toy story 3 ออก ทีเซอร์โฆษณาโปรโมทตัวแรก ผมจำเป็นที่จะต้องขายพวกมันไป เพื่อนำเงินจำนวนนึงมาช่วยเหลือครอบครัว
ผมดูโปรโมทชิ้นนั้น แล้วผมเข้าใจ มันอย่างท่องแท้ ว่ามันรู้สึกอย่างไร ที่เราต้องขายของเล่นที่เรารักมากที่สุดไป อย่างที่ผมเคยเอ่ยในไดร์ก่อนหน้าบ่อยๆ ว่าผมต้องขายของที่ผมรักไป สิ่งนั้นก็คือของเล่น ของผมนั้นเอง
ตอนแรก ผู้ชายคนที่ตกลงจะซื้อมัน เขาเลือกที่จะซื้อเป็นบางชุด เพราะผมมีบางชุดที่พ่อกับแม่ซื้อมาให้จาก มาเลย์เซีย หรือ สิงค์โปร์ และมันไม่ซ้ำกับที่เขามี แต่ผมก็ตัดสินใจ ขอร้องเขา ... ว่า หากจะซื้อ ก็ขอให้ซื้อมันไปทั้งหมด
เพราะผมรู้สึกว่า อะไรก็ตาม ถ้าหากเราไม่เห็นมันไปเลย ก็คงจะทำใจได้เร็วกว่า และผมก็ตัดสินใจขายมันไป
เพราะผู้ชายคนนั้นเขามี Lego มากมายจริงๆ พวกมันคงจะไม่เหงา เพราะได้อยู่กับเพื่อนๆ ได้ถูกเล่นบ่อยๆ มากกว่าอยู่ในกล่องกระดาษเก่าๆ บนชั้นหนังสือของผม
ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเรื่อง ทำเอาผมเอง ต้องร้องไห้ออกมา .... เพราะผมจดจำ Lego ทุกชิ้นของผมได้ จดจำได้ว่า ผมมีตัวไหนบ้าง มีชิ้นไหนบ้าง มีอะไรหัก มีอะไรที่ผมใช้ฟันกัด
Andy ก็คงจะเหมือนผม ที่จดจำของเล่นทุกชิ้นของเขาได้ ... ตอนที่ บอนนี่ จะคว้าตัว Woody แล้วเขาชักมือกลับ .... สีหน้าของเขาดูตกใจ และทำให้คนดูมองดูเขาเหมือนเมื่อยังเป็นเด็กเล็กๆ
และ การที่จะยกของเล่นทุกชิ้นให้น้องไป ยกเว้น Woody ก็คงจะทำให้เขา คิดถึงของเล่นที่เหลือทุกตัว และ Woody เอง ก็คงจะเป็นเหมือนกัน
ผมเข้าใจว่า ทำไม Andy ถึงยอมยก Woody ให้ไปด้วย ในนาทีสุดท้าย ......

... และบางครั้งการที่เรารู้ว่า อะไรก็ตามที่เรารัก ได้ไปอยู่กับคนที่จะถนุถนอมรักษา สิ่งที่เรารัก ถึงเราจะเจ็บปวดที่ต้องจากลา .... แต่เราก็จะสามารถรู้ได้เสมอว่า อะไรก็ตามที่เรารักนั้น จะมีความสุข แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่กับเราก็ตาม ...
คุณเคยดู การ์ตูน เอนิเมชั่นเรื่อง Cars ไหมครับ .... เรื่องนี้พิกซาร์ ก็ทำได้ดีไม่แพ้เรื่องนั้น .... ที่แกนหลักของเรื่อง ไม่ใช่เรื่องที่ว่าพระเอกจะต้องชนะเสมอไป ความมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทางต่างหาก ที่สำคัญกว่า ...
Toy story 3 นี้เองก็เช่นกัน ... ที่แกนหลักอาจไม่ใช่แค่การให้เด็กๆ รู้จักรักของเล่น ....แต่บอกให้เด็กๆ หรือเด็กโค่งอย่างเราๆ รู้จักแบ่งปันของเล่น กับเด็กคนอื่นๆ
ดูหนังจบเดินออกมาจากโรง ผมรู้สึก ... เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

