วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2551

... ปิงฟ้าวิลันดา ...

ปิงฟ้า วิลันดา


เป็นชื่อเวบไซด์นิยายที่ผมพบโดยบังเอิญตั้งแต่เพิ่งมีคอมใหม่ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต เมื่อปี 2004
ผมจำได้ว่า เคยอ่าน เป็นบางเรื่อง และชอบ เป็นบางเรื่อง เท่านั้น ....


เนื่องจากว่าตัวผม เป็นคนชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่ค่อยชอบที่จะอ่านนิยาย นิยายที่เป็นเรื่องรักๆใคร่ๆทั่วไป ผมจะไม่ค่อยนิยมนัก


ด้วยเหตุที่รู้สึกว่ามันรกสมอง ... และผมมักจะชอบอ่านอะไรที่เป็นเนื้อหา เป็นเรื่องราว ประวัติศาสตร์ อุบัติเหตุ เป็นเรื่องเครื่องยนต์กลไก เรื่องเครื่องบินที่ผมรัก อะไรทำนองนี้


นานแล้วที่ผมไม่เคยย่างกลายเข้าไปอ่านนิยายจากเวบนี้อีก ด้วยเหตุที่คิดว่าคงไม่มีเรื่องใหม่ๆเข้ามาอีก


จนวันนึง เห็น Link จาก Blog ของคุณ Pookan แล้ว .... เออ .... เฮ้ย ... นั้นเวบที่ผมชอบนี่นา ผมเคยอ่านนะอะไรแบบนี้


แต่ก็ใช่เวลานานหลายอาทิตย์อยู่ กว่าที่ผมจะสลัด เวบ Thaiflight สุดโปรดของผมได้ แล้วมีเวลามานั่งนึกว่าผมอยากอ่านอะไร


แล้วเมื่อวานก็ได้เข้าไป เวบ ปิงฟ้า หายไปแล้ว กลายเป็น Blog เหมือนที่เรามีกันนี่ บรรจุนิยาย ขนาดยาวเต็มรูปแบบ ไม่เหมือนสมัยที่ผมเคยอ่านที่เป็นเหมือนเรื่องสั้น



และผู้เขียนก็ใจกว้างมาก ที่จะเปิดเผยนิยายที่เธอเขียน และขายด้วย ให้กับผู้คนที่สนใจเข้ามา ได้อ่านมัน และได้อ่านครบ ทุกหน้า ทุกบรรทัด ทุกตัวอักษร


ตัวหนังสือของผู้เขียน ทำให้โลกของผมหมุนช้าลง ความกังวลในหัวใจต่างๆหายไป ราวกับว่า ผมสามารถไปอีกโลกนึงได้ ทั้งๆที่ยังคงนั่งแป่ะอยู่ที่โต๊ะทำงานหน้าคอม


อาจเป็นเพราะเนื่องด้วยที่เดิมเรื่องที่ผมเคยอ่าน มันสั้นกว่านี้ อาจจะทำให้ผู้เขียนใส่ลายละเอียด ลงไปได้ไม่มากเท่า


แต่นี่ มันเต็มรูปแบบมากในความรู้สึกผม อ่านแล้วรู้สึกเหมือนผมรู้จักตัวละครทุกตัว บ้านช่อง บรรยากาศ และความรู้สึก ... ผมชอบการอธิบายในเรื่องต่างๆของผู้เขียน มันแนบเนียน และลึกซึ้ง ไม่เหมือนละครตบๆกัน หลังข่าว ผมแอบกลัวด้วยซ้ำว่าจะมีผู้จัดคนใดสนใจจะทำออกเป็นละครรึเปล่า


เพราะผมคิดว่าถ้าทำ คงจะทำให้คุณค่าของเรื่องราวลดลงอย่างมาก


แต่ถ้าเป็นภาพยนต์ คงพอไหว ... เวลาอ่าน ผมรู้สึกว่าไม่ต้องรีบจินตนาการ นานแล้วที่ผมไม่ได้อ่านอะไรแบบนี้ อาจเป็นตั้งแต่อ่าน the lord of the ring หรือ Harry Potter เล่มแรกๆ แล้วผมก็ไม่พบตัวหนังสือใดที่จะทำให้ผมรู้สึกเช่นนั้นอีก



อ่านแล้วทำให้เรารู้สึกรัก ตามไปด้วย อ่านแล้วผมอยากบอกว่าผมเข้าใจ ตัวละครทุกๆตัว ตอนนี้ผมติด เพลงพิณใบไม้ไหว อย่างแรง ... เมื่อวานแทบจะไม่ได้ทำงานเลย จะมีใครสักเกตุไหมหนอ ( T__T )


มีหลายอย่างที่ผมได้ จากตัวหนังสือเหล่านั้น ... ทำให้ผมเข้าใจได้ว่า ทุกๆอย่างมี 2 ด้าน การไม่ได้รับความรักกลับมา ไม่หมายความว่าเขามิได้รักเรา และการมีชีวิตอยู่บนโลก ก็ไม่ได้แย่อะไรหนักหนา ถ้าเราจะรู้จักที่จะอยู่กับมันสักนิด


เหมือนความรักเอ่อล้น ไปหมด เหมือนเป็นความรักของตัวผมเอง ... แต่ไม่ใช่ มันเป็นความรักของคนอื่น เป็นเพียงแค่ของตัวละครในตัวหนังสือ แต่เรากลับมีความสุขตามไปด้วย รู้สึกว่าอยากมีลายละเอียดในชีวิตได้แบบนั้นบ้าง


ผมไม่ได้หมายถึงการมานั่งกวนน้ำมันมะพร้าวหมักผมเอง หรืออะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่ผมหมายถึง การมีสติกับทุกๆสิ่งรอบๆตัวต่างหาก มีสติ และทำให้ทุกๆลายละเอียดของชีวิต ... งดงาม


รู้สึกว่าชีวิตผมจะไม่ได้มีอะไรแบบนั้นนานแล้ว ... คุณเคยเป็นไหม ที่อยากขัดร้องเท้า ... แต่ไม่เคยได้มีเวลาทำสักที ... จนวันนึงเราได้ออกไปนอกบ้านแล้วหยิบร้องเท้าที่เราอยากขัดให้มันวับ มานั่งขัด ... แล้วรู้สึกดี


รู้สึกว่าชีวิตคุณซับซ่อนกว่าทุกวัน ที่เอาแต่เล่นคอม หมดไปวันๆ แล้วรีบลกๆ ทำนั้นทำนี่ จนเราละเลยที่จะมีชีวิตให้ช้าลง



ความเชื่องช้าของชีวิต .... ผมคงต้องหัดมีชีวิตให้ช้าลงบ้างนะ และปล่อยๆมันให้เป็นไปเองบ้าง อะไรที่มันจะต้องเป็น ต้องไป มันก็จะเป็นไปเองแหละ .....


ในวัน และเวลาที่ผมมีชีวิตที่ช้าลงแล้ว คงจะพอมีคนเห็นผมบ้าง ... คงจะพอมีใครสักคน เห็นว่าผมเดินช้าลงแล้ว และอยากจะมาเดินเคียงข้างกันไป และจะไม่จากไปไหนอีก จะไม่มีเหตุผล หรือข้อแม้ใดๆ อีก คงจะทำให้ชีวิตผมสดชื่นขึ้น มากโขทีเดียว


เวลาที่เราอยู่เฉยๆ คนเดียว แล้วไม่มีแม้แต่คนให้คิดถึง ... มันอ้างว้าง เหลือเกินนะผมว่า เพราะผมเข้าใจมันดีทุกวินาทีตอนนี้


แต่หากมันไม่มี ผมก็ต้องยอมรับว่า ... มันไม่จำเป็นต้องมี ผมก็ยังคงหายใจต่อไปได้


ผมสามารถให้เวลาในวันอาทิตย์กับแม่ ....


มีเวลาซักผ้า ตากผ้า และเก็บผ้าให้พ่อกับแม่


มีเวลาไปเดินดูของที่ผมอยากได้


มีเงิน มากขึ้น เพื่อจะซื้อสิ่งที่ผมอยากได้ ให้กับตัวของผมเอง


มีเงินในโทรศัพท์ เหลือมากมาย และที่สำคัญ มีเวลาว่าง ให้นึกโทรหาแม่ได้


มีสมองที่ปลอดโปร่ง ไว้คิด ไว้ทำเรื่องอื่นๆ เช่น เมกกะ โปรเจ็ท 7000 ล้านที่ผมอยากต่อเรือเดินสมุทรโบราณ เป็นโมเดลถวายเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ที่วัดพนัญเชิง อย่างที่ผมตั้งใจอยากจะทำหลังเรียนจบ แต่จนวันนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เศษกาว


บางทีผมก็ถามตัวเองนะว่า ... จริงๆมันก็ดีเหมือนกัน ที่ผมตัดใจตัวเอง ปล่อยวางเรื่องบ้าบอไปสะ
แล้วค้นพบแง้มุมต่างๆ ในชีวิตผมอีกครั้ง


วันก่อนคุยกับแม่เรื่องเงินทอง แต่ผมไม่เดือดร้อนอีกต่อไปแล้ว ... ผมบอกกับแม่ด้วยความเดือดดาลว่า ... คนบางจำพวกที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว มันก็แค่คนที่ได้ทำอะไรตามใจตัวเอง แค่ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ใช่ ก็แค่คนที่ไม่สน ใจว่าพ่อแม่จะพูดอะไร ไม่เคยยื่นโยนเงินให้พ่อแม่ หรือให้เพียงเศษเงิน แล้วจะเป็นผู้ใหญ่ได้ .... เพราะฉะนั้นอย่าใช้คำพูดว่าผมยังไม่เป็นผู้ใหญ่กับผมอีก


เพราะคนพวกนั้น ไม่ได้มีแม่แบบผม และไม่ได้ให้แม่ ... แบบที่ผมให้ .......... แม่ผม ซึ่งเป็นคนแรง ปรกติคงด่ากันไปถึงไหนๆแล้ว ... ไม่พูดอะไรต่อ ... สักคำ

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2551

... เหตุผลที่ทำให้หายใจ ...

เหตุผลที่ทำให้หายใจ


เพราะเจ้า ... ใครชอบฟังเพลงรัก เพลงอกหักเลี่ยนๆ เร่ เข้ามาทางนี้ได้เลย


มันมาอีกแล้วคับท่าน เวลาเดิมๆ คลื่น เม็ด .. 107.5 ตอน ตี 5 ครึ่ง ที่ผมตื่นสติ มันจะต้องเปิดเพลงแนวนี้
เพลงที่แม่ง ... เพราะดีหว่ะ

จนทุกวันนี้ ผมยังไม่รู้เลยว่าดีเจชื่ออะไร ที่เปิดเพลงช่วงนั้น เพราะพอผมตื่นผมก็จะปิดวิทยุ แล้วลงไปทำกับข้าวตอนเช้า


แต่ช่างเถอะคับ เพราะมันไม่ใช่ประเด็น


ผมค้นพบว่า เจ้าพ่อเพลงรัก R&B ต้องมีชื่อของ BABYFACE ติด TOP 5 ไม่ว่าเขาจะทำเพลงร้องเอง ... จะทำเพลงให้คนอื่นร้อง หรือร้องร่วมกับใคร ... แมร่ง .. เพราะคับ


เพราะสัดๆ เพราะแบบว่า เขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ... แต่ผมเกิดมาเพื่อฟังเพลงของเขา ... อีกที 555+


ผมกลายเป็นแฟนพันธ์แท้ BaByFace ไปแล้ว หลังจากที่ค้นพบว่า หลายๆเพลงที่ผมชอบจากรายการวิทยุ โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นของผู้ใด มาหาโหลดในเน็ท แล้ว กว่า 50 % เป็นของ BABYFACE หรือไม่ก็ต้องมี BABYFACE เกี่ยวด้วย



กลายเป็นแฟนเพลงกันโดยไม่ได้ตั้งใจสะงั้น ...


นี้เป็นอีกเพลงของวันนี้คับ Reason for Breathing โอ้ย .. เพราะเจ้า แค่ชื่อก็น้ำเน่าแล้ว 55555+


นี้เนื้อเพลงคับ

If I cried like a baby, would you change your mind?
If I told you I'm crazy, would you come running back to me?
The harder I try to break away, the more I get lost in yesterday
The man that you know is just for shell, living without your life is hell


Pre-chorusI turn on the radio just to take the hurt away.
Another night and I'm missing you, girl it’s killing me


ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever cared about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing


I don’t wanna go clubbing, ‘coz I got no one to dance with me
I don't wanna go shopping, ‘coz I got no one to spend money on
Spending my time, one glass of wine
Playing solitaire just to ease my mind
Poured one for you, but I drank that too
Anything and everything I'm losing you, oh baby


Pre-chorusI turn on the radio just to take the hurt away
Another night and I'm missing you, girl it's killing me


ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever cared about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing


So I'm reaching out on this distant light
Hoping deep inside, your hearts gonna find the reason
To keep me breathing
But I'm lost in this pain, and I don’t have much time
I'm so tired of walking that same old line
So I’m taking my pride, gonna throw it aside
Please let me breath girl, I'm sorry


ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever did care about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing


ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever did care about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing



ช่วงนี้พอรู้ว่าจะได้หยุดยาวๆๆๆๆๆๆ ปีใหม่แล้วขี้เกียจทำงานมากมายคับ อยากหยุด อยากทำอะไรๆที่อยากทำ


เมื่อวานสามีเกย์เก่าของผมโทรมา ถามสารทุกข์สุขดิบ ตามประสาคนเคยถูกลือทั้งวิทยาลัยว่าเป็นแฟนกันแน่นอน ไม่น่าเชื่อว่า นานมากแล้วที่เราเคยสัญญาว่า


อายุ 35 เมื่อไรแล้วยังไม่มีมีแฟน เราจะแต่งงานกัน


ตอนนี้สามีเกย์ของผม กำลังประสบปัญหา เดียวกันกับผม นั้นคือประสบปัญหาว่าชีวิตทำงานกับชีวิตวัยเรียนช่างต่างกันเยี่ยงฟ้า และเหว ...


ผมกับมันเคยเป็นชั้นหัวกะทิของรุ่น ... เคยเป็นชนชั้นผู้นำ ... เพื่อนๆนับหน้าถือตา ... อาจารย์รักใคร่ ... ตัวผมเองและมันก็คงคิดเหมือนกันว่าอนาคตของตัวเองนั้น ช่างสดใส ... และรุ่งโรจน์


แต่พอพบเจอกับตัวเองแล้ว ชีวิตจริงๆโหดร้าย ... และบัดซบกว่าที่คิดไว้มาก ... ไม่ใช่ว่าเราไม่เก่ง ... แต่มันเป็นเพราะองค์ประกอบหลายๆด้านผมว่า


สามีเกย์ของผมนั้นหนักกว่าผมนัก ย้อนไปเมื่อตอนเรียน มันเป็นนักล่ารางวัลทีเดียว ที่มีประกวดประขันอะไร มันต้องทำส่ง แล้วทำเวอร์ ได้รางวัลบ้าง ไม่ได้บ้าง เพราะเวอร์เกินไป ก็มี


แลดู อนาคตมันสดใส ซาบซ่า จนฉุดไม่อยู่ มันคงจะเป็นมือทำกราฟฟิกที่ยิ่งใหญ่ เป็นเทพแห่งวงการภาพยนต์ในไม่ช้า .. .... ... แต่ .... แต่ .... และแต่ .... อีกที .......... ทุกวันนี้มันมีเงินเดือนเท่าผม เป๊ะ ... ทำงานเป็นคนทำพวกป้ายพรีเซ็นต์โฆษณา พวกไอติมวอลล์ อะไรประมาณนั้น



มีชีวิตต๊อกต๋อย ไม่ต่างกัน พยายามที่จะอยู่ทำงานในบริษัทไหนสักแห่ง ...ให้นานเกิน 3 เดือน (หนักกว่าผมอีก) เพราะตลอดเวลามันทำแต่งาน ฟรีแล่นด์


เมื่อก่อนผมเคยสงสัยในโชติชะตาของตัวเองนะ ... แต่ตอนนี้ไม่อีกแล้ว ตั้งแต่ฟังเรื่องราวของมัน ... ผมว่ามันมีปัญหาในการปรับตัวมากกว่าผมอีก


ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไอ้ที่ชอบพูดกันว่าทำงานวงการบันเทิงทั้งหลาย เป็นนักออกแบบ กราฟฟิก เป็น Designer (อย่างผม) เป็นผู้กำกับ เป็นโน่น นี่ นั้น มันไม่ได้สวยหรู ดังเช่นเราเคยได้ยินที่เขาเล่าๆกันมาหรอก



ผมเข้าใจแล้วว่า ร่ำเรียนมาสูงๆ แต่มาขายก๋วยเตี๋ยว ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น .... ทำไมหลวงพ่อวัดพระบาทน้ำพุ จบปริญญาเอก หรือโท ผมจำไม่ได้ จากเมืองนอก ... เมืองนา ทำไมทุกวันนี้ถึงมาเป็นพระ


... คนทุกๆคน มีหนทางเป็นของตัวเอง นั้นเอง ... สิ่งใดที่ทำแล้วมีความสุขและก็สบายใจ ... ดีกว่าโลดแล่น สวยงาม ... แต่ในหัวใจร้องไห้ตลอดเวลา


ทุกวันนี้เชื่อไหมว่าผมอยากออกจากงานมาขายของกับที่บ้านมากเลย ... ทั้งๆที่เมื่อก่อนเคยขี้เกียจตัวเป็นขน และเกลียดเพราะมันลำบาก


ถ้าไม่ติดว่ารายจ่ายมีมากกว่ารายรับนั้น คงทำไปแล้ว


ผมสงสารแม่ ... อยากให้แม่สบาย อยากเลี้ยงเขา ให้เขาอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร เหมือนที่เขาเคยเลี้ยงผมตอนเด็กๆ แม้ว่าตอนนี้มันยังมองไม่เห็นว่าจะทำได้อย่างไร แต่ผมต้องทำได้สิ




ปล. วันนี้ผมพบบางสิ่งในตัวเพื่อนร่วมงานของผม เธอเป็นดี้ และผมเป็นคิวสติวปิ๊ด หาทอมหนุ่มนักเรียนนอกให้เธอ วันนี้เธอมาขโมยแว่นผมไปใส่ ... แล้วก็ได้ดังนี้คับ



อันนี้เจ้าตัว ตัวจริงเสียงจริงของ อิสเบลล่า เหลี่ยง .... หรือ ทาเคโกะ ...ใน Spider liliese

และนี้คือ ทาเคโกะ ภาค Office ผม ดูอิสเบลล่าเหลียงคนนี้ จะบวมๆไปหน่อย ... แต่ผมว่าเหมือนนะ 555555555+

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

... มันต้องเป็นแบบนั้น สิน่า ...

You Must Have Been"

Oh yeah, yeahMmm
Mmm, mm-hmm
Oh, ohDamn


Must've been C-R-A-Z-Y
We got all out of sync and went bye bye bye
Not too long ago, you was mine mine mine
Seems like yesterday (yesterday)
Ninety on the freeway, pushin' my ride
Heard you got engaged and I'm losin' my mind
Ask myself the question, why why why
Why'd I let you get away from me?


Well you must've been, thinkin' I'm a jerk
Cryin' out to God, tryin' to make this work
Girl you must've been, stayin' with a fool
Loving somebody that could be so cruel
Well you must've been, packin' your bags
Silly of me, I couldn't see the red flag
Girl I'm sure that (sure that) you must have been
Sick and tired of me


Must've been tired of the jewels I bought
You must've been bored with the cars you got
I must've gave you everything you want
But you only wanted love (wanted love)
I must've been too damn blind to see
I thought you wanted much too much of meNow
I'm rollin' down this one way street
And you're all I'm thinkin' of, baby, mmm


Well you must've been, thinkin' I'm a jerk
Cryin' to God, tryin' to make this thing work
Girl you must've been, stayin' with a fool
Loving somebody that could treat you so cruel
Well you must've been, packin' your bags
Silly of me, I couldn't see the red flag
Girl I'm sure that (sure that) you must have been
Sick and tired of me


You must have been
The very one I was supposed to spend
My money, my life, my lover, my wife
Girl I know you were right
You must have been
The very one I was supposed to spend
Spend the rest of my life
Now it cuts like a knife, I know


Well you must've been, thinkin' I'm a jerk
Cryin' to God, tryin' to make this thing work
Girl you must've been, stayin' with a fool
Loving somebody who would treat you so cruel
Well you must've been, packin' all your bags
Silly of me, couldn't see the red flag
Girl I'm sure that (sure that) you must have been
You must have, you must have, you must have


(Well you must've been)
Now I know I don't have, mm, an invitation
(Girl you must've been)
And everybody in this church is gonna be mad at me
(Well you must've been)
I can't let you say "I do," that's why I'm down on my knee
(Girl I'm sure that you must have been)
The preacher said, speak now, speak now or forever hold my peace


Well you must've been (I know, I know, I know, I know, I know)
Girl you must've been (I know, I know, I know, I know, I know)



สวัสดีคับ


วันนี้ขอทำตัวเป็นดีเจสักนิด


เนื้องมาจากว่าปรกติผมจะเป็นคนที่เปิดวิทยุแล้วนอนหลับไปเลย ... เป็นแบบนี้มา 3 ปีได้แล้วคับ


จนติด วันไหนไม่เปิด นอนไม่หลับ ( ยกเว้นเวลาพาผู้หญิงมานอนบ้าน )


เมื่อเช้านี้ลืมตาตื่นมาตอน ตี 5 เพราะนาฬิกาปลุกมันก็ได้ยินเพลงนี้กำลังถูกเปิดอยู่คับ


สมองแล่นสั่งการในบัดดล ... แมร่ง ... เพราะคับ


ว่าแล้วก็หยิบมือถือมาอัดเสียงเอาไว้ ไปทำงานแล้วจะได้นั่งฟัง นั่งแกะเนื้อ และออกตามหาเพลงนี้ใน Google


ตอนนี้ถึงที่ทำงานแล้วก็ใช่เวลาไม่นาน เอิ้กๆ ในการตามหา เพราะความรู้ทางภาษาที่พอฟังได้ของผม


ผมเป็นคนกระแดะ คับ นิยมฟังแต่เพลงสากล ใครจะค่อนคอดว่าอย่างไร ไม่เคยสนใจ ก็ผมชอบของผม ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง ก็เพราะดี


5555+


และแล้ว... ได้อ่านเนื้อเพลงจริงๆทั้งหมด ... แม่เจ้า โดนเหลือรับ ...


แบบ ... ฉันว่าแล้ว ว่าเธอจะต้องเป็นแบบนี้ ฉันมันห่วย ฉันมันโง่เอง ... ที่ไม่เคยสังเกตุ


จนเธอเก็บข้าวเก็บของจากไป แล้วปล่อยให้ฉันเป็นไอ้โง่อยู่ตรงนี้


ผมชอบ อยู่ท่อนนึงนะ


You must have been
The very one I was supposed to spend
My money, my life, my lover, my wife
Girl I know you were right
You must have been
The very one I was supposed to spend
Spend the rest of my life
Now it cuts like a knife, I know


มันโดนเหลือเกิน แบบ อารมณ์โดนผู้หญิงทิ้ง 55555+ แล้วออกแนวงี่เง่า เหมือนผมเลย


555555555555


ผมรู้ว่าผมมันงี่เง่านะ ทุกวันนี้ก็ยังหัวฟัดหัวเหวี่ยง กับการเลิกลากันของแฟนคนล่าสุด แบบหงุดหงิด นะ


แต่มันจะดีขึ้นเรื่อยๆ ผมเชื่อนะ แม่ผมบอกว่าผมเหมือนคนขาหัก ตอนนี้อาจยังต้องการไม้เท้า แต่วันนึง เมื่อขาผมหายดี ผมจะไม่ต้องการไม้เท้านั้นอีกต่อไป .... แม่ผมพูดถูกเสมอ


คนเราต้องทุกข์บ้าง สุขบ้าง เนอะ ผมไม่สนอยู่แล้ว ผมมันทนได้เสมอ .... ไม่เป็นไรเสมอ ...


แต่เพลงมันเพราะดีคับ เลยเอามาให้ฟังแก้เซ็ง


โดยส่วนตัวผมไม่มีสไตร์เพลงเป็นที่แน่นอนหรอกคับ แล้วก็ไม่ได้ชอบนักร้องคนไหนจริงๆจังๆ มานานแล้ว
เอาเป็นเพลงไหน ฟังแล้ว... แมร่งโดนเหลือเกิน ... ฟังแล้วจี๊ดในใจก็เพราะหมด ...555555+


เออ... ลืมเล่าอีก..


เมื่อวันเสาร์ไปรับแม่ที่ตลาดหลังจากเลิกขายของ ไม่รู้แม่นึกยังไง ชวนผมไปกินขนมจีนไหหล่ำที่สะพานขาว ... เลยขับรถกันไป 3 คนพ่อ แม่ ลูก จากตลาดมีนบุรี ไกลโคตรๆ


เดิมครอบครัวผมอาศัยอยู่ในเมืองนะคับ ตรงโรงพักลุมพินีเก่า ตั้งแต่ผมยังไม่เกิด เพราะปู่ผมเป็นตำรวจ


แม่บอกว่าไม่ได้กินขนมจีนไหหล่ำนี้มา 30 ปีได้แล้ว นานมาก เป็นสิ่งที่แม่อยากกิน และคิดมาตลอดว่าอยากจะกิน แต่ไม่เคยได้ไป แม่เล่าว่าเคยมากินที่นี้สมัยยังรุ่นๆกับพ่อผม ตั้งแต่สมัยผมยังไม่รู้อยู่ที่ไหน
มากินอีกที ผมก็โตจนแก่แล้ว ....


ร้านนี้จะขายตอนกลางคืนเท่านั้นนะคับ ถ้าลงมาจากทางด่วนยมราช วิ่งไปสะพานขาว ร้านนี้จะอยู่ทางขวามือ ตรงทางวิ่งไปคุรุสภา เป็นตรอกที่สว่างที่สุด ไปแล้วก็จะเห็นเองคับ มีโต๊ะเยอะๆ คนนั่งกินเพียบ
เพราะร้านนี้เก่าแก่มากคับ แต่ไปดึกๆหน่อย ก็จะดีคับ เพราะแม่บอกว่า ช่วงหัวค่ำคนจะเยอะ


เป็นครั้งแรกที่ผมได้ลองชิม ก็... อร่อยมากคับ มันไม่เหมือนขนมจีนแบบที่คิดไว้ ... มันเหมือนก๋วยเตี๋ยวที่มีเส้นเป็นเส้นอูโด่ง มากกว่า แต่อร่อยมากคับ มีหมูกับเนื้อ มีทั้งแบบแห้ง แบบน้ำ แล้วก็มียำด้วย


สิริตก ชามละ 50 บาท แต่ของที่ได้ก็คุ้ม 50 บาทคับ ยำก็ 80 บาท


ติดตรงที่ไม่ได้เอากล้องไป แล้วมือถือก็แบทหมด เลยไม่ได้เอารูปมาให้ได้ดูกัน


แต่เป็นช่วงเวลาอีกครั้งนึงที่ผมเห็นแม่มีความสุข ... ผมเองก็มีความสุขไปด้วยคับ



ปล. ช่วงนี้อยากได้คนดามใจเหลือเกิน ผมจะไปหาที่ไหนได้บ้างเนี้ย ... ^____^


ที่คุณแหม่มเคยแนะนำสาว Ink ... รู้สึกกว่าจะมีเจ้าของแล้วนิคับ ... หล่อด้วย ...


ถ้ายังโสด อาจอยากลองดูเหมือนกันนะเนี้ย ... (หน้าหม้อไม่เลือกเลยผมเนี้ย)

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2551

... วันนี้วันหยุดไม่ใช่หรอ ...

สวัสดีวันหยุด ... ที่ตัวผมต้องมาทำงาน T___T




เซ็งนะ ... ที่เห็นใครๆเขาหยุดกันแต่ผมต้องนั่งรถเมลล์ต๊อกๆ มาทำงาน



เศร้าจาย .... ใครๆเขาก็ไปลั้ลลา กัน ดูผมสิ อดลั้ลลาเลย




แต่ตอนนี้ความรู้สึกก็ลั้ลลาขึ้นมานิดนึง เพราะเมื่อวานเซ็งจัดนะ เลยออนเอ็มตอนกลางวัน เจอกับอดีตแฟน ที่ตอนนี้เป็นเพื่อนหนิดหนม




แนะนำหญิงให้ 1 โขยง ... หุ หุ ยังแอบคิดเลยเนอะ แปลกดี แฟนเก่าหาแฟนใหม่ให้แฟนเก่าตัวเอง ... เออ ... งง ไหม ผมยังงงเลย





เมื่อคืนรีบกลับบ้านไปออนเอ็มลั้ลลากับสาวๆ 1 โขยง พร้อมกับมีสาวร้านหนังสือแปลกหน้าแอดผมมาอีก 1 คน จบเอก Eng ด้วย 555+ เสร็จ อิ อิ



ผมแพ้สาวเก่ง Eng เฮ้อ ....


แต่ก็ยังแอบคิดว่าจะดีไหมที่จะหาห่วงมาผูกคอ อีกรอบ ... แต่ถ้าคิดจะผูกอีก รอบนี้คงต้องเอาห่วงทองคำฝังเพชร เพราะอย่างน้อยถ้าจะถูกห่วงรัดคอตาย




ก็ยังภูมิใจว่าเป็นห่วงทองคำฝังเพชร ไม่เสียชาติเกิด




ตอนนี้ก็เลือกกันไป ดูกันไปก่อน โสดนี่หว่า ... เอิ๊กๆ




แต่ผมเรียนรู้อย่างนึงได้ว่า ถ้ามีแฟนอีก จะไม่มีผู้หญิงคนไหนรู้อีกว่า ผมมีไดอารี่ออนไลท์ แบบนี้ ผมเบื่อที่แม่ง เข้ามาอ่านเอง แล้วก็งอนกรูเองอีก




อะไรที่กรูคร่ำครวญ ก็ทำเป็นหูทวนลม ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอกรูด่า หนอย .. ดิ้นพลาดๆ เลย รับไม่ได้ ต้องหาเรื่องมีปากมีเสียงกับผม




เพราะฉะนั้น จะไม่มีหญิงใด ที่นอนกับผมรู้อีก ว่าผมมี Blog เบื่อคับ เพราะอย่างน้อย เวลาที่เราอัดอั้นตันใจ แบบ เหมือนเวลาที่แฟนคุณตดเหม็น ให้คุณดม





มันน่าเกลียดจริงไหม แต่มันไม่ได้ทำให้คุณหมดรักในตัวแฟนคุณ และหากคุณจะมาบ่น มาระบายบ้าง ว่าคุณต้องนั่งดมตดเหม็นของแฟนคุณ มันแย่ยังไง แล้วทำให้สบายใจ




แล้วความสัมพันของคุณกับแฟนคุณก็ยังคงเหมือนเดิม ผมว่าน่าจะดีกว่า ที่แฟนคุณจะรู้แล้วเข้ามาอ่าน แล้วแบบ อ๋อ...ใช่ซี่ กรูตดเหม็น แล้วหาเรื่องเลิกกับคุณ






ผมว่าไม่ต้องให้ใครรู้อีกเลยจะดีที่สุด




แม่ผมเองก็แนะนำ ด้วยว่า คราวหน้าก็ไม่ต้องบอกเขามาก ว่าเราจน เราลำบากยังไง เราจริงใจเกินไปก็ใช่ว่าจะดี



ถูกของแม่ การที่เราบอกเขามาก ว่าเราจน เรามีหนี้สิน ยังไง ลำบากยังไง จริงอยู่ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา แต่มันทำให้เขาอึดอัดใจ




ใครจะอยากคบกับคนที่จน ... ที่ไม่มีอะไรเลย ... ว่าไหมหละคับ มีผัวรวยก็ดีกว่ามีผัวจนตั้งเยอะ ... อย่างน้อยก็ไม่ต้องทะเลาะกันเรื่องเงิน ไม่ต้องมีปัญหาเวลาเงินเดือนออกไม่ตรงเวลา





เวลาอยากจริงจัง แต่งงานแต่งการ เพราะอายุมากแล้วก็จะได้ทำได้ ไม่ใช่เพ้อฝัน ... มีแต่ตัวใครจะชอบเล่า ... แหม....ว่ามะ




ต่อไปนี้คงต้องปรับปรุงการพูดจาของตัวเองเสียใหม่ จริงใจให้น้อยลง ... ก็คงจะดีนะคับ แต่คิดได้อย่างนึงว่า ช่างมึงสิ ... อยากคบก็คบ บอกผมไม่ Get ก็เชิญเสด็จ ลงนรกไปได้เลย เบื่อที่จะต้องมานั่งปรับตัว ให้ใครก็ไม่รู้คับ

รับได้ก็รับ ผมเป็นแบบนี้ รับไม่ได้ จะไปตายที่ไหนก็เชิญไปป้ายหน้ากันเลย




เออ ... ว่าแล้วลืมเล่า ... เมื่อวันพฤหัสก่อนโน้นๆที่ผ่านมา ผมกลับบ้านดึกคับ เพราะว่างานบาน ... ก็กลับประมาณ 2 ทุ่ม ข้างๆ Office ของผมนั้น ติดกับ ตึก OfficeMate ผมเดินกลับบ้านมาด้วยอาการเร่งรีบ เพราะมันดึกและหนาวแล้วจะรีบไปขึ้นรถคับ



ตอนเดินผ่านหน้า Officemate ผมก็เห็นผู้หญิงคนนึงกำลังกลับรถอยู่คับ เห็นปุ๊ปก็รู้ว่าเธอถอยรถไม่เก่ง แต่เนื่องจากเธอมีพี่ยามโบกรถให้อยู่แล้ว





ผมจึงเดินผ่านไปเฉยๆ ไม่งั้นคงไปช่วยโบกแล้ว เพราะรู้ว่าสาวๆ OfficeMate สวยๆเยอะ





ขณะที่ผมเดินผ่านไปได้ สัก 5 - 6 ก้าวได้ Jazz ขาว ป้ายแดง คันนั้น ก็เข้ามาจอดเทียบข้างๆผม พร้อมกับใบหน้างดงาม (ในความมืด) 1ใบหน้าเปิดกระจกลงมา พร้อมกับถามผมว่า ... ผมจะไปทางไหน เขาจะให้ผมติดรถไปด้วย




วินาทีนั้น ... แม่เจ้า .... สับสนมากคับ ใจนึงอยากขึ้นรถไปใจจะขาด ... แต่ต้องยั้งตัวไว้ เพราะเธอแปลกหน้าคับ จริงๆมาดีมาร้ายไม่รู้ นี่ก็ดึกแล้วด้วย อยู่ดีๆผู้หญิงคนเดียวเชิญทอมที่ไม่รู้จักกันมาก่อนขึ้นรถด้วย ... แปลกเกินนะผมว่า



ผมก็ตอบกลับไปว่าไม่เป็นไรคับ ... แต่เธอยังคงไม่ไปคับ ถามผมต่ออีก ว่าผมจะไปทางไหน เธอจะไปทางประเวศ ... พระเจ้า ... ตื้อด้วย ...




แต่ผมต้องรวบรวมพลังทั้งหมดของผม ปฏิเสธเธอไป อย่างไม่อยากทำเล้ยยยยย .... จนนิดเดียว ว่าไม่เป็นไรคับ คนละทางกัน (จริงจะทำให้มันเป็นทางเดียวกันก็ได้ )




ทุกวันนี้เวลากลับบ้านดึกหน่อยผมจะคอยมองหา Jazz ขาวคันนั้นอีก พร้อมกับนึกในใจว่า ... ถ้ามีอีกรอบ ... ผมจะไปทางเดียวกับเธอแน่นอน 555555+




แล้วก็คิดนะว่า ดวงผมนี่คงดึงดูด หรือถูกชะตากับหญิงที่อายุมากกว่ามากๆนะ ถึงจะอยู่กันยืดๆ เพราะผมคบใครไม่เคยมีปากมีเสียง ... บอกซ้ายไปซ้าย บอกขวาไปขวา เชื่อฟัง อิ อิ



โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่อายุมากกว่ามากๆ จะแพ้ทางมากมายคับ


โอ้ย ... คิดแล้วจั๊กกะจี้ 5555555555






เออ.. คือไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องวันนี้ แต่อยากลงอวด เฟอร์ที่ผมออกแบบเอง ไปลงเฟอร์ที่บ้านลูกค้ามา เลยเอามาอวด อิ อิ ... ปรกติไม่ใช่คนขี้อวดเลย















วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2551

... ช่วงเวลาที่ดี ในเวลาที่ไม่ดี ...

วันนี้เป็นอีกวันที่งานบานแต่งานไม่ค่อยเดิน เนื้องจากคอมพิ้วเตอร์ของผม มันเป็น Super computer ทำให้งานต่างๆเดินตัวไปได้อย่างช้ามากๆ


จนเต่าแซงไปหลายป้าย วันนี้คิดไม่ออก ก็นั่งทำ 3 D ไปคับ Render กันไป 2 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ


ช่วงนี้อากาศหนาวนะคับ ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นกับอะไรต่างๆรอบตัว ผมเป็นคนชอบช่วงนี้ของปีที่สุด เพราะนอกจากอากาศจะดี และประหยัดน้ำแล้ว



ผมรักวันคริสมาสคับ ผมเชื่อในเรื่องซานตาร์ เหมือนเป็นบ้า แต่ว่าวันคริสมาสทีไรต้องเอาถุงเท้าเก่าๆออกไปแขวนไว้ที่หน้าต่าง ทั้งที่รู้ว่าทำแล้วไม่ได้อะไร


แต่แบบว่า ... ขอกรูทำหน่อยเถอะ จะได้หลับสบาย


ช่วงนี้ผมนอนกับลูกคับ เจ้าลูกชาย ลูกติดจากแฟนคนล่าสุด นอนหันหน้าชนกันทุกคืน


ลืมตาตื่นมาตอนกลางดึก ก็เห็นตาเม็ดถั่วคู่นั้นมองกลับมา ก็ทำให้รู้สึกดีนะคับ
วันนี้เลยเอาลูกชายมาโชว์หน่อย



จดหมายนัดตรวจสุขภาพมาถึงบ้านผมแล้วเมื่อสองวันก่อน แม่โวยวายนิดหน่อยว่ามีจดหมายอะไรมาจากสถาบันมะเร็ง ชื่อมันฟังดูหน้ากลัวเนอะ 5555+


หัวเราะดีไปเถอะ ... ระวังจะหัวเราะไม่ออก


คิวนัดผมคือวันที่ 10 กุมภา ต่อจากนี้ไป 2 เดือน แม่เจ้า ... มีเวลาเก็บตังอีกนานเลย


เมื่อวันก่อนพูดกับแม่เรื่องนี้ก็สองจิตสองใจเหมือนกัน ว่าจะไปดีไหม


ยังไม่รู้คับ ช่างเถอะ ไว้ใกล้ๆก่อนแล้วค่อยคิดดีกว่า ... เนอะ


ช่วงนี้ก็เรื่อยๆคับ พยายามช่วยแม่สะสางหนี้สิน และค่าอะไรต่อมิอะไรที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายปีนี้
ประกันรถเอย พรบ.เอย ... เพื่อที่จะประคองครอบครัวของเราให้ผ่านพ้นวิกฤต ที่เกิดขึ้นนี้ไปให้ได้อีกครั้ง

ผมยังไม่รู้เลยว่า จะได้ถอย PS2 เมียใหม่ของผมรึเปล่าเนี้ย เพราะโดนประกันชั้นหนึ่งของรถที่เพิ่งถอยมาเมื่อต้นปี เข้ามาบดบังรัศมี


ขับก็ไม่ค่อยได้ขับ เฮ้อออออออออออ


วันนี้มาทำงานตอนเช้าแล้วนั่งฟังเพลงนี้ "ยิ่งใกล้กันยิ่งหวั่นไหว" ฟังแล้วคิดถึงใครคนนึงคับ ที่เขาเคยให้เพลงนี้กับผม ครั้งเมื่อเราเคยรักกันผ่านเพลงนี้ มันสั้นมากเลยนะคับ เมื่อเทียบกับ


ช่วงเวลาที่ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะรักผมไหม ... แต่พอรู้ว่ารัก ... เราก็ต้องจากกันด้วยระยะเวลาอันสั้นเหลือเกิน แต่เธอจะเป็นความทรงจำในหัวใจของผมตลอดไป


คริสมาสนี้ ผมรี้อเอาต้นคริสมาสต้นเก่าออกมา ขามันหักหมดเลย เพราะว่าเป็นพลาสติก กรอบมากแล้ว เลยต้องเอามาโมใหม่ ยัดมันลงในตะกร้าแทน


เมื่อวานช่วยแม่ขายของ ตอนเย็นเลยได้ไปซื้อไฟสีๆมา 1 ถุง 79 บาท เพราะว่าเครื่องแต่งต้นคริสมาสมันหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ต้นอย่างเดียว นานมากแล้วคับที่บ้านเราไม่ได้มีต้นคริสมาส ที่เจ้าต้นคริสมาสนี้ไม่เคยได้ออกมายลโฉม .. ตั้งแต่ผม 10 ขวบได้มั่ง


สมัยที่แม่ทำงานอยู่สถานทูตอเมริกัน ช่วงนั้นฝรั่งมากๆ ถึงเทศกาลพวกนี้ทีไร ผมจะได้กินขนมน้ำตาลต่างๆมากมาย กินจนลิ้นแตกทีเดียว 555


ตอนหัวค่ำไป Big C กับแม่ แม่ซื้อเครื่องแต่งให้อีก มีสายสีทองกับแดง และก็ลูกๆ สำหรับห้อยอีก ดูวิบๆ


กลับบ้านก็เลยนั่งพันๆ ติดๆไป

และแล้วเจ้าตนคริสมาสต้นเก่าของผม ก็กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ... ไม่แพ้เมื่อวันยังใหม่ๆเลย ^_____^


เมื่อคืนวันเสาร์ ก็ไปงานเพื่อนแม่มา เป็นงานกินบุญของมุสลิม งานใหญ่มาก ... แม่เจ้า
ลูกสาวเขาอยู่มหาลัยปี 1 มีเพื่อนเป็นทอมดี้ 1 โขยง ... แม่เจ้า ... เด็กสมัยนี้มันแต่งตัวกันจัดจริงๆ เห็นแล้วเกิดแรง

บันดาลจิต ... ว่าต่อไปนี้ กรูต้องดูดี มีชาติกระกูล แบบนั้น บ้าง ......


ทุกวันนี้ถึงแม้ชีวิตจะไม่ได้มีความสุขอะไรมากมายนัก .. แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกแย่เพราะคนอื่น อย่างน้อยตอนนี้ ผมก็มีความสุข ...

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

... คนรักกัน ...

สวัสดีอีกแระคับ


วันนีมันคันปากยิบๆนะ จริงๆ ก็คันมาได้สักพักแระหละ แต่ว่าพยายามหักห้ามใจเอาไว้ แระอีกอย่างก็คือมีเรื่องมาเบียดบัง หันเหความสนใจของผมไป


ช่วงนี้อาการต่างๆทางร่างกายของผมก็ทรงๆอยู่ แต่จัดได้ว่าดีขึ้น มั้ง หลังจากพยายามทำนั้นทำนี้ ปรับเปลี่ยนตัวเอง


ตอนนี้ผมเลิกน้ำอัดลมกับ มาม่าขาดแล้ว ถึงจะต้องพยายามมากหน่อยแต่ก็คิดว่าทำได้


อาการปวดท้องกับหลังข้างขวาก็เบาไป ตอนนี้ปวดแต่หลัง ท้องมีปวดบ้างบางที


เฮ้อออออออ ... เวลาสุขภาพไม่ดีนี้ ไม่ดีเลยนะคับ



เมื่อวาน ก็นวดให้แม่ไป คุยกับแม่ไป ช่วงนี้เวลาชีวิตส่วนใหญ่ของผม นอกจากไปทำงานแล้ว


ก็หมดไปกับการคลุกคลีอยู่กับแม่ เล่านั้นเล่านี้ให้แม่ฟัง


ช่วงนี้ตั้งแต่เลิกกับแฟนมา ทำให้ผมรู้สึกเป็นสุขชะมัดเลย รู้สึกว่าก่อนหน้านี้โง่มากมาย ที่เอาเวลาไปใส่ใจ ไปให้กับใครก็ไม่รู้ ที่แม่งไม่ได้เห็นคุณค่าของเราแม้แต่น้อย


ผมเลยเกิดพุทธิความคิดถึงมาว่า จากประสบการณ์ของผมเท่าที่เคยได้เจอมานั้น ผุ้หญิงมองทอมที่อะไร


1 . " หน้าตา "

ด่านแรก ที่คนเราใช่มองดูคนอื่น ดี้ หรือใครก็ต้องมองทอมที่หน้าตาดีนะ ว่าไหม ... คือ ... แต่อาจจะไม่ได้ชอบแบบหล่อ เพิ่งหลุดออกมาจากร้านทำผม ช่อง 5 หรือ ทองเด็ก พังค์ พลาดทั้งหลาย ที่ไม่ได้ดูหนังหน้าตัวเองก่อนทำผมเลย


แต่ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเห็นแก่ตัวเลือกคนที่หน้าตาคิดว่าใช่ ว่าโอ ... ว่าป่ะ


แต่บางครั้งผมต้องอดทน ... กับหน้าตาของผู้หญิง หรือผู้ดี้ ที่อาจจะเป็นอย่างไรก็ได้ ต้องบอกว่าสวยหมด ... มาจากอีสาน ... หน้าเหลี่ยมมาเชียว ก็ต้องบอกว่าสวย ... เพราะหลงคบทางเอ็มมาตั้งนาน (แม่งไม่เคยยอมให้กรูดูรูปเลย อีหอย) หรือให้ดูรูปก็จะเป็นรูปที่เบลอมองไม่ชัด หรือเป็นรูปดีที่สุดในชีวิต แม่งสวยโคดดดดดดๆๆๆ อะไรประมาณนั้น นั้น 1 เรื่อง


2 . " ฐานะทางการเงิน " ...


นี้ก็เป็นอีกปัญหานึงที่ผมเชื่อว่าหลายๆคู่ประสบ เหมือนที่ผมเคยเจอ ... ผมเคยหาเมียรวย ... แม่งก็มองว่าผม จน ไม่เหมาะๆ ไม่สมฐานะเขา เขาไม่เลือกผม ..


ไอ้ครั้นผมไปหาเมียจน ... แม่งก็มองอีก ว่าผมมีเงิน มีความมั่นคง มีปัญญาที่จะรับผิดชอบเธอได้ไหม พระเจ้า... แม่งจะเอายังไงฟร่ะคับ ... แต่สุดท้ายผมว่าหลายคนอาจเคยเจอ ... มุขนี้ ... มักเจอกับประโยคเด็ดที่ว่า .. " ไม่ได้มองที่เงิน ถ้ามองที่เงินคงเลิกคบไปแล้ว " (น่าน ... เป็นคนดีอีก ดีจริงๆ) แต่ขอโทษเถอะ แม่งเรื่องเงินเป็นอันดับแรกที่ทะเลาะกันเลย

3. เรื่อง " เวลา " ... วะฮาฮ่า ...

หลังจากที่ทะเลาะกันเรื่องเงินแล้ว ..ผมเชื่อว่าทอมหลายคนต้องให้สัญญาว่า เธอจ๋า ผมจะทำตัวให้ดีกว่านี้ ผมจะรวยให้จงได้ ที่รักอย่าจากฉันไปเลยยยยย .... ใช่ไหม????

มันจะเกิดแบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือ ... ฝ่ายคนมองดู(ดี้) และฝ่ายปรับปรุงตัว (ทอม) มันจะเกิดปัญหาทางฝั่งอีคนดูประมาณว่า .. ฉันไม่เห็นเธอจะทำอะไรเลย ... หรือ .... เงียบเป็นเป่าซาก (แล้วกรูจะตรัสรู้ไหมว่ามึงพอใจในความรวยของกรูรึยัง)


ทั้งที่เรื่องเงินทองๆ คงต้องใช่เวลาหากันทั้งชีวิต และจะเกิดคำถามขึ้นในใจของฝั่งปรับปรุง คือทอม ว่า ... แค่ไหนที่เธอคิดว่าฉันปรับปรุงตัวพอแล้ว ...

นี้ก็นานแล้วนะ เอ ... 1 เดือนก็แล้ว ... 2 เดือนก็แล้ว ไปเที่ยว ไปไหนๆ กรูก็ออกหมดแล้ว ... เอ... เขาจะพอใจบ้างรึยังนะ ... คล้ายๆพอกรูทำ แม่งไม่มอง ไม่รู้มองเหี้ยอะไรอยู่ พอ กรูเบื่อไม่อยากทำ แม่งหยิบมาด่าเชียว ... ว่าทำตัวเหี้ยสัดๆ

แล้วถ้าเราสวนว่า เธอได้ดูบ้างรึเปล่า ... เราจะเจอ.... มุขนี้ .... คับท่านว่า .... " ฉันดูเธออยู่ตลอดเวลาแหละ ... ดูมาตั้งแต่วันแรก ที่รู้จักกันแล้ว "... ( น่าน ... มาเหนือเมฆ คับมุขนี้ เล่นเอาเราเถียงไม่ออก ว่าไหม???)


4. เรื่องความ ... " เข้าใจ "...


ผมว่าหลายๆคนก็คงจะประสบปัญหาเดียวกันกับผมอีกเช่นกันแต่ของผมมันมาเป็นระรอกคลื่น ... ดังนี้ หลังจากที่ทะเลาะกันเรื่องเงินๆทองๆ ... แล้วพาลมาที่เรื่องเวลา ...มันจะตามมาด้วยประโยคทองอีกอันนึงว่า ... " เธอไม่เคยเข้าใจเราเลย เราพูดคนละภาษา " (น่าน .... ถูก ตัลหลอด ... ว่าไหม) แล้วผม หรือฝ่ายทอมมักจะกลายเป็นฝ่ายที่ผิดตลอดเช่นกัน เป็นระบบตอบรับอัตโนมัติที่ไม่มีทางจะสร้างโมเมนตั้มมาให้เราถูกบ้างได้เลย


เรื่องความเข้าใจนี้อีกเหมือนกันที่มักทำให้ผมตีอกชกหัวตลอดเวลา ... เพราะว่า ... " ไม่พูด แล้วกรูจะรู้มึงเรอะ !!!!!!!! แม่ง ... แสรดดดดดดดด " แล้วพอผมไม่เข้าใจ ... ผมก็ผิด ตัลหลอดดดดด


จะจริงไหมผมไม่รู้ ... แต่ผู้หญิง หรือผู้ดี้ เท่าที่ผมเคยเจอมา มักทำอะไรแปลกๆ มักคิด มักทำ และมักพูด ไม่ตรงกันสักอย่าง


มักคิด แล้วคิดว่าทอมจะรู้ว่าเจ้าหล่อนคิดอะไรอยู่ (ใครที่ว่าผู้หญิงต้องเข้าใจผู้หญิง อันนี้มาต่อยกับผมเลย ขอเถียงว่า ... ไม่จริง )


มักทำ แล้วคิดว่าทอมจะต้องตีความหมายได้ ... แล้วต้องตีได้อย่างถูกต้องด้วย


และมักพูด อะไรที่มันออกมาตรงข้ามกับความเป็นจริงในใจเสมอ ... เช่นรัก ... แต่บอกว่าเกลียด


มักมองเห็น ความผิดของคู่รักเป็นเรื่องใหญ่โต ... และสามารถจดจำและขุดมาด่า ขุดมาพอกไว้ในใจ ให้แม่งได้โล่อะไรขึ้นมา


มักไม่สามารถยอมรับที่ ถูกวิพากวิจารณ์ ... แต่เธอสามารถวิจารณ์คู่รักด้วยคำพูดแรงๆได้ .... ไม่เป็นไร


มักคิด จะตีตัวออกห่างเรา ... ก็สามารถทำได้ ... ไม่ผิด ด้วย ข้ออ้างที่ว่า เราห่างกันสักพักเถอะ ให้เวลาต่อกัน ... แต่ลองเราเป็นฝ่ายห่างบ้างดิ ... แม่ง ... " อ๋อ ...อยากจะเลิกใช่ไหม ??? " ... นี้ก็เป็นประโยคทองอีกประโยคนึงที่เรามักได้ยินบ่อยๆ


และสุดท้าย ... มักไม่ยอมลืมสิ่งผิดพลาดที่ผ่านพ้นไปแล้ว ... และคิดว่า ... มันจะต้องย้อนมาเข้าตัวของเจ้าหล่อน ... เสมอ ... จนบางทีผมอยากจะบอกว่า ... บ้ารึเปล่าเนี้ย จำอยู่ได้




ที่ผมเขียนวันนี้ ... ผมไม่ได้จะบอกว่าทอมดี ... และดี้เลวทุกคน ไม่ใช่

ทอมเลวๆก็มีเยอะ พอๆกับดี้ที่ดี


และการที่ดี้เป็นอย่างที่ผมพูดมาข้างต้น ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหล่อนเลว แต่ผมแค่อยากระบาย และอยากบอกว่า จริงอยู่ที่เสนห์ของผู้หญิงคือความ งี่เง่า ความเอาแต่ใจ บางครั้ง หายยะนะ ที่เกิดขึ้นกับคู่รักหลายๆคู่ เช่นคู่ของผม มักเกิดขึ้นจากปัญหาเหล่านี้



หลายๆครั้งที่ผมเองก็งี่เง่า



แต่สุดท้าย ... คนรักกันเขาควรจะทำอย่างไรหละคับ ... ให้อภัย ... ซึ่งกันและกันมิใช่หรือ


การที่ใครสักคนจะรักใครอีกคนนึงได้ ... นั้นแปลว่า เขาต่างมองเห็นซึ่งกันและกันแล้ว และจะไม่มีฝ่ายใดถูกลืม ถูกมองข้ามอีก เขาจะต่างมองเห็นซึ่งความเลวและความดีของกันและกัน ไม่งั้นโจรจะมีเมียรึ???



แต่หลายครั้งที่ผมเชื่อว่า ... คนเรามักคิดกันว่า ... ช่างแม่ง หาใหม่ก็ได้ ... เพื่ออะไรหละคับ ในเมื่อคนที่เรารัก และรักเรายืนอยู่ตรงหน้าเราตลอดเวลา แต่เรากลับบอกกับตัวเองว่า อาจมีคนอื่นที่ดีกว่า ... แล้วเราจะหยุดที่ใครหละ ถ้าคิดอย่างนั้นตลอดเวลา



แล้วเราจะร่วมชีวิตกับใครได้ ถ้าไม่รู้จักคิดว่าคนเรามีทั้งข้อดีข้อเสีย ไม่มีใครเป็นสีขาว หรือสีดำอย่างเดียว


ความรัก ... มันขึ้นอยู่กับว่า ... อยากที่จะรักกัน ... รึเปล่าหละ


เธออยากจะนั่งข้างๆฉันไหม ... ถ้าฉันดูหนังที่เธอไม่ชอบดู


เธออยากจะนอนข้างๆฉันไหม ... ถ้าฉันปากเหม็น และ SEX ห่วย


เธออยากจะร่วมชีวิตกับฉันไหม ... ถ้าฉันทำกับข้าว หรือซักผ้าไม่เป็น


เธออยากจะรักกับฉันไหม ... ถ้าฉันงี่เง่า เอาแต่ใจ ถ้าฉันต้องเป็นฝ่ายถูกตลอดเวลา


และเธออยากจะแก่ไปกับฉันไหม ... ถ้าวันนึง ฉันจะอ้วน และหน้าเหียวลง โรคภัยรุมเร้า เข้าห้องน้ำเองไม่ได้


ถ้าคำตอบในหัวใจของคุณ ตอบออกมาว่า .... ใช่ ....


ทำไมต้องทรมานกันและกัน .... ด้วยความคิดที่ว่า .... วันนึงเราจะได้เจอคนที่ดีกว่า ... จริงไหมคับ

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...