วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

... อยู่ หรือ ไป ...

สวัสดีคับ






ช่วงนี้ยุ่งๆเนอะ มีอะไรให้ทำมากมาย เมื่อวานงานเข้าอย่างแรง จะเอาเร็วด้วย ผมทั้งเครียดทั้งกดดัน
เพราะเมื่อ 2 วันก่อนเพิ่งทำเจ้านายขาดทุนไป 5000






และช่วงที่ทำงานก็รู้สึกเครียดและก็ตามมาด้วยอาการปวดท้องด้านขวาอย่างมาก รวมถึงความรู้สึกอึดอัดในช่องท้องด้วย แต่มันก็ปวดไม่มากนะ แต่จะรู้สึกไม่สบายตัวอย่างแรง






พอหลังจากระรอกคลื่นถาโถมผ่านไป ผมรู้สึกได้ถึงอาการเหล่านี้เลยเดินเล่นไป โต๊ะคนโน้นคนนี้ จนเลิกงาน อาการก็ผ่อนลงไปอย่างเห็นได้ชัด






กลับไปบ้านก็เครียดที่คลำเจอก้อนในท้องก้อนเบอร์เริ่มเลย ก่อนนอนจะต้องเอายาหมองทาท้อง ก็เครียดคับ แบบว่า นี้มันกำลังเกิดขึ้นกับผมจริงๆหรอ ประมาณนั้น






ตี 5 ครึ่งตื่นขึ้นมาก็คลำอีก ก็พบว่ามันยังคงอยู่ที่เดิม ทำเอาเกือบร้องไห้แหนะ คิดอยู่ว่าจะบอกกับแม่ยังไง แม่ต้องแย่แน่ๆ






ว่าแล้วก็ปวดท้องอึขึ้นมา เป็นอัตโนมัติตอนเช้าของผมมา 2 เดือนกว่าแล้ว






ไปเข้าห้องน้ำกลับมา ยังคงเครียดอยู่คับ กลับมานอนห่มผ้า คิดๆๆๆๆ ผมควรจะบอกยายก่อนเรื่องนี้
ว่าแล้วก็คลำมันอีกรอบ ... ปรากฏว่า ... " มันหายไปคับ !!!!! " 55555555555555555555







เอ่อ ... ไอ้ที่คลำเจอบ้างไม่เจอบ้าง ในท้อง บางทีนั้น ได้รับคำตอบ แล้ว ... ผมค่อนข้างสงกะสัยมานาน ตั้งแต่รู้สึกตื้อๆที่ท้องด้านขวาว่าคืออะไรนั้น







แต่ก็ยังไม่อยากวางใจใดๆ จะว่าผมเป็นคนขี้วิตกจริต ก็จริงนะ เพราะอาการตื้อที่ท้องนี้ไม่ได้คิดไปเองแน่นอน






เมื่อหลายวันก่อนผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทสมัยเรียน ป. ตรี โทรมาคุยนั้นคุยนี้ แล้วแจ้งข่าวร้ายของเพื่อนร่วมรุ่นคนนึง ที่ผมรู้จัก






เธอชื่อ กา เป็นเพื่อนที่เรียนเอกเซรามิค ร่วมรุ่นเดียวกับผม ผมไม่รู้จักกามากนัก แต่กาเป็นคนที่Friendly ถ้าได้พบกับกาสักครั้ง จะรู้ได้เลยว่ากาต้องเป็นเพื่อนที่ดีแน่ๆ






กาเป็นมะเร็งคับ เป็นเรื่องน่าเศร้าเหลือเกิน กาเป็นมะเร็งที่เต้านม หลังจากที่ได้รับการวินิจฉัยที่ผิดพลาดจากโรงพยาบาลแถวบ้าน จนกว่าจะรู้ ก็พบว่าเป็นระยะสุดท้ายแล้ว






ณ ปัจจุบันนี้กายังคงมีชีวิตอยู่ มีกำลังใจที่ดี และครอบครัวที่ดี






บางทีก็ทำให้ผมกลับมานั่งคิดนะว่า จริงๆแล้วมันเป็นโชติดีหรือว่าโชติร้าย ถ้าหากเราจะได้รับตั๋วเที่ยวเดียวไปปรโลกก่อนคนอื่นๆ พ้นไปจากความทุกข์ทรมานไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์






พ้นไปจากชีวิตที่ต้องดิ้นรนไปวันๆ และได้ไปลุ้นเกิดเอาใหม่ อาจจะเกิดเป็นลูกเศรษฐี ในปาปัวนิวกีนี หรือเป็นลูกยาจก ขอทาน ใน นิวยอร์ก ก็คงลุ้นๆดี






ผมไม่รู้ว่า ผมจะต้องไปแท็กมือกับกา ก่อนวัยอันควรในปรโลกรึเปล่า แต่ผมว่าผมคงจะไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไร มาคิดๆ ดูอย่างน้อยผมมีกา เพื่อนที่จะล่วงหน้าไปก่อนแน่ๆ มีแม่ ที่ก็คงตามผมมาติดๆ เพราะผมรู้ว่าแม่คงอยู่โดยปราศจากผมไม่ได้






และอีกคน คือยาย






แม่กับยาย คือคนที่ผมรักมากที่สุดในชีวิต คือคนที่ดูแลผม และผมรู้ว่าแม่กับยายจะรักผมเสมอ ไม่ว่าผมจะเลวสักเท่าไร






ยายผมอายุ 84 ปีแล้ว ผมว่ายายคงอยู่ในโลกได้อีกไม่นานเท่าไร ผมมีตากับพี่ชายคนละพ่อที่ล่วงหน้าไปแล้ว ฟังๆดูมันก็ไม่เลวร้ายเท่าไรนะคับ ว่าไหม






กับการที่ผมจะอยู่หรือไป






แต่ตอนนี้ยังอยู่ ก็อยู่ไปเรื่อยๆ กับแม่






เพราะผมเคยคิดเหมือนกันว่าผมเป็นทอม ผมคงไม่มีลูก และผมก็เป็นคนสุดท้ายของครอบครัวที่อายุน้อยที่สุด วันนึงเมื่อผมอายุ 40 หรือ 50 ปี ผมจะยังเหลือใครไหม??? จะยังมีคนในครอบครัวผมเหลืออยู่ไหม






คำตอบง่ายๆคือ คงจะพากันไปปรโลกหมดแล้ว ผมคงจะอยู่อย่างเดียวดายหน้าดู






ทุกวันนี้บอกตรงๆว่าผมเลิกมองไปข้างหน้าไกลๆแล้ว เลิกคิดแล้วว่าอายุ เท่านั้นเท่านี้จะทำอะไร แต่ผมกลับมองแค่วันนี้พรุ่งนี้เท่านั้น






เลิกอยากได้ อยากเป็นใดๆแล้ว เพราะผมเริ่มรู้สึกแล้วว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรเลยกับชีวิต ส่งของที่ผมเก็บๆไว้ แต่ไม่เคยได้เอาออกมาดูอีก เก็บไว้เพื่ออะไร






สิ่งที่คิดๆว่าจะทำ แต่ไม่เคยได้ทำ จะคิดไปทำไม






ไม่มีใครอยากไปปรโลกก่อนวัยอันควรอยู่แล้ว ถึงจะถึงวัยอันควร บางคนก็ไม่อยากไป






ผมเองก็ไม่ได้อยากจะไป แต่บางที เขาบอกว่าต้องไปแล้วหละ .... เราจะยอมรับได้หรือไม่






สำหรับผมตอนนี้ ผมหาเหตุผลให้ยอมรับได้แล้ว ว่า... ถึงเวลาต้องไป ... ก็ไป







เหตุผลง่ายๆ ปัญญาอ่อนนี้แหละ ที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับสิ่งที่ผมกังวลอยู่ ณ ตอนนี้






ในทางกลับกันผมอาจไม่ได้เป็นอะไรเลยก็ได้ อาจจะอยู่ไปอีก ถึง 35 - 40 อะไรแบบนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องเซอร์ไพรกันไป






"คนเราทำอะไรไว้ย่อมรู้ตัวเอง ..." แม่ผมบอกเสมอ






ผมเองก็รู้ว่าทำอะไรไว้กับร่างกายตัวเอง ตลอด 24 ปีมานี้ ผมไม่เคยดูแลมัน ไม่เคยใส่ใจ






ณ ตอนนี้ก็ไม่ควรจะมาเรียกร้องอะไร จริงมะคับ ... จะมาเรียกร้องว่า เร็วไปนะ ยังเด็กอยู่เลย เหมือนที่ผู้ชายคนนั้นร้องขอ แล้วคุณทำอะไรกับตัวเองตลอดมาหละ ต้องถามกลับแบบนี้






ว่าแล้ว ก็ปลงได้ .... ไม่ว่าหนทางข้างหน้าผมจะไปได้อีก ไกล หรือสั้นกุด ผมก็ต้องยอมรับ
แต่ผมรักแม่ ... รักยาย คับ






ป.ล. ภาพนี้เป็นภาพแห่งความทรงจำ วันที่ผมคิดว่าทุกๆคนในภาพคงจะมีความสุขไม่ต่างจากผม คนซ้ายสุดของภาพ คือ กา คนที่ผมเล่าให้ฟัง ส่วนผม ก็คนใส่แว่นทางขวาคับ

ไม่มีความคิดเห็น:

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...