วันนี้การงานรัดตัวเข้ามามากมาย กำหนดออกบูทใหม่ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
แต่ผมก็ยังมีเวลาเข้าเวบสมาคมนักบิน ไปดูว่า เกิดอะไรขึ้นแล้วบ้าง
แต่ผมก็ยังมีเวลาเข้าเวบสมาคมนักบิน ไปดูว่า เกิดอะไรขึ้นแล้วบ้าง
.... ผลคือ ....
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! Air Asia จะเปิดรับ Student Pilot แล้ว !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เย้ยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เป็นความปิติยินดี ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของ ซีวิด ผมมาก เออ .. ไม่ได้สะกดผิดนะคับ ตั้งใจ ... ลองออกเสียงดูสิคับ .... ซี ... วิด
ทั่งๆยังไม่รู้ว่าจะสอบผ่านสักรอบไหม แต่แค่เห็นมันเปิดก็ดีใจแล้วคับ เพราะปีที่แล้วเป็นปีที่ผมคอยเก้อ มาแล้ว 1 ปีทีเดียว
เขาบอกกันว่า ประมาณเดือน เมษา นะคับ
ผมคงต้องไปทำให้โลกร้อนมากขึ้น ด้วยการไปทำให้ข้อสอบเขาเสียกระดาษไปเฉยๆ ดูสักชุด สนองตัณหา ราคะของตัวเอง
ช่วงนี้คงต้องติวกันหน่อย ... 5555+
แต่นอกจากเรื่องดีใจ ผมมีอีกเรื่องนึงที่อยากจะเขียน ... เพราะเป็นกระทู้ที่อยู่ต่อไปจากกระทู้ที่เขาแจ้งเรื่องสอบนักบิน
คือเรื่องสองนักบินฝึกหัดของการบินไทย จาก โรงเรียนการบินเอกชน BAC 03 ที่บินหายไปจากจอเรดาห์ ในวันที่ 9 สิงหาคม 2550
ใครหลายๆคน คงจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว หลายๆคนอาจจะยังคงจำได้
แต่เชื่อไหมคับว่า ยังหาสองนักบินนั้นไม่พบ .... และครอบครัวของพวกเขายังคงค้นหากันอยู่ ตามกำลังเท่าที่ทำได้ อย่างสุดกำลัง
ผมยังจดจำได้ว่าครั้งนึงเคยอ่านเจอข้อความที่ญาติๆของนักบิน เขียนเอาไว้ ว่าถ้าหาเป็นลูกหลาน ญาติมิตรของคุณ หายไปแบบนี้ ... คุณจะ ???
- ไม่ค้นหา
- ค้นหา แต่พอไม่พบสักพักก็เลิก ปล่อยเขาทิ้งเอาไว้ จุดธูป ทำบุญไปให้
- หรือ ... ออกค้นหาจนกว่าจะพบ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสภาพไหน ....
ขออภัยหากข้อความไม่ถูกต้องตามจริง 100% เพราะผมเขียนขึ้นจากความทรงจำ เท่าที่ติดตามเรื่องราวของนักบินทั้งสอง
แต่ผมบอกตามตรงว่าผมประทับใจ ครอบครัวเขามาก .... ประโยคด้านบนมันกินใจผมจนทุกวันนี้
ผมเคยเอ่ยถามแม่ ว่าหากผมเป็นเช่นนั้น แม่จะทำยังไง ...... แม่บอกว่า กรูก็จะตามจนกว่าจะเจอ ... ถ้าไม่เจอ กรูก็จะตายตามมึง
T__ T น้ำตาจะไหล
นักบินฝึกหัดทั้งสอง มีชั่วโมงบิน 120 ชั่วโมง จาก 250 ชั่วโมงที่พึงมี เพื่อจบหลักสูตรการบิน
ผมไม่แน่ใจเรื่องบินคู่ โดยไม่มีครูไปด้วย ว่าเขาบินกันตั้งแต่ชั่วโมงที่เท่าไร แต่สองคนคง ผ่านการ Solo หรือสอบบินเดี่ยวกันแล้ว คงจัดว่าชำนาญ
จึงได้บินคู่ 2 คนเพียงลำพัง
วันนั้น นักเรียนบินทั้งคู่บินกลับจากโคราช ผ่านเขาใหญ่ เพื่อกลับไปที่ดอนเมือง
ขณะบินอยู่เหนือเขาใหญ่ ทางหอวิทยุการบินได้รับแจ้งเรื่องเหตุขัดข้องบนเครื่อง ของสองนักบินเกี่ยวกับเครื่องวัดประกอบการบิน และเครื่องยนต์
ผมจำได้ว่าไม่กี่ประโยคที่ทั้วสองสามารติดต่อกับหอได้ แล้วสัญญาณก็หายไป .......
เครื่องตกไป ... แต่ที่ไหนไม่รู้ เท่าที่ผมติดตามอ่านมา มีพยานรู้เห็นหลายคน บอกว่าตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง ทั้งพระภิษุ และชาวบ้าน ทางญาติออกค้นหา ทุกตารางนิ้ว และซ้ำแล้วซ้ำอีก .... แต่ ไม่พบแม้แต่ร่องรอย
ช่วงสองวันแรก โทรเข้ามือถือของทั่งสองนักบิน ไม่ติด มาติดหลังจากนั้น วันที่ 3 ดูเป็นข่าวที่น่าดีใจ
แต่ ... มันไม่มีคนรับสาย และมีผู้ปรารถนาดี ช่วยโทร จนแบท ของทั้งสอง หมดลง ..... ฟังดูแล้วน่าเศร้า
ต่อมาหลังจากนั้น โทรศัพท์ของ 1 ในสองนักบินสามารถโทรเข้าได้ ติดตลอด แต่เขาบอกว่าคงเป็นในเรื่องของเครือข่ายที่ผิดพลาด เพราะไม่เคยมีใครรับสาย
ต่อมาหลังจากนั้น โทรศัพท์ของ 1 ในสองนักบินสามารถโทรเข้าได้ ติดตลอด แต่เขาบอกว่าคงเป็นในเรื่องของเครือข่ายที่ผิดพลาด เพราะไม่เคยมีใครรับสาย
ทางโรงเรียนบิน BAC ออกช่วยค้นหาอยู่พักใหญ่ ก็ยุติ ที่เหลือปีกว่า ญาติหากันเอง พร้อมกับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย จากหน่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่คิดเงิน
คนทรงเจ้า มากมาย ยื้นมือเข้ามาช่วยเหลือ ญาติทำพิธี ต่างๆนานา แต่ก็คว้าน้ำเหลว ทั้งหมด
แต่ทุกคน จะพูดคล้ายๆกันว่า 1 ในสองนักบิน ยังมีชีวิตอยู่
ผมเคยตามไปอ่าน Blog ของหมอดูคนนึง เล่นผีถ้วยแก้ว ขนาดว่า วิญญาณ 1 ในสองนักบิน บอกละเอียดมาก ว่าออกมาจากเครื่องยังไง ปลอดภัยทั้งคู่
แต่สุดท้ายพลัดกันเพราะหนีหมี 1 ในนักบินเสียชีวิต 1 คนไม่ทราบว่ายังไง เพราะวิญญาณบอกไม่ได้ พร้อมกับตบประโยคว่า " เราร้องไห้อยู่ "
การค้นหา ดำเนินไปชนิดที่เรียกว่า เรานึกไม่ออกด้วยซ้ำ ว่าเขาทำกันถึงเพียงนั้น ภาพถ่ายดาวเทียม เครื่องตรวจจับโลหะ บินค้นหา ซ้ำไปมา เดินหา ซ้ำไปมา ละเอียดยิบ หาแล้วหาอีก

ขอบคุณภาพประกอบจากกระทูพันทิพของญาตินักบินคับ
แต่ ... ไม่เจอแม้ร่องรอย ...
เครื่องบินทั้งลำ หายไปเฉยๆ
มันเป็นเรื่องที่ฟังแล้วเศร้าใจเสมอสำหรับผม สำหรับคนที่รักอาชีพคนบนฟ้า เพราะจนป่านนี้ สองนักบินยังไม่ได้ออกมาจากป่า
แต่ผมเชื่อว่า ทุกคนที่อยากจะไปโบยบินอยู่บนท้องฟ้า ... คู่เคียงกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา ..... ทุกๆคนยอมแลก .... ผมเองก็เป็น 1 ในจำนวนคนที่ยอมแลก กับความเสี่ยง ... เหล่านั้น

ส่วนภาพนี้จาก Blog ของนักบินท่านนึงจำไม่ได้แล้วว่าเป็นใคร
4 ความคิดเห็น:
จำได้เลือน เลือน เหมือนเคยอ่านกระทู้ในพันทิปเหมือนกัน
เป็นเราก็คงยังหวังอยู่เหมือนกัน แม้มันจะเริ่มเลือนอ่ะ
ปล.เราจัดการล๊อคคนเข้าบล๊อกแทนแล้วนะคับ
ถ้าสะดวกรบกวนคุณลงเมล์ไว้ในเม้นท์บล๊อกของคุณนะคับ
เด๋วจะได้อินไวท์มา เสร็จแล้วคุณจะได้รบเม้นท์ทิ้ง ไม่รั่วไหล อิอิ
ขอบคุณคับ
ไดอารี่คุณ ทำเอาผมเลิกทำงานตั้งแต่ 17.30 น.
ปกติ เวลาเลิกงาน คือ 18.30 น.
จำไม่ได้ว่า เปิดต่อๆ มาจากไดอารี่ใคร
(แต่เพื่อนๆ ที่วนเวียนมาเม้นท์ในไดคุณ ก็หน้าคุ้นๆ ทั้งนั้น 555)
อ่านแล้วหยุดไม่ได้ครับ อ่านย้อนไปเรื่อยๆ
ชอบหน้า โอบราม่า
ทำให้ต้องอ่านย้อนกลับไปอีก
อ่านแล้วคิดถึงคำว่า "ครอบครัว"
อ่านแล้วอยากดูแล "คนที่เลี้ยงเรามาตั้งแต่เด็ก" ให้ดีกว่านี้
มีอะไรๆ ที่ทำให้ผมได้คิดเยอะเลย
- วันพุธ, ธันวาคม 10, 2008 ... วันนี้วันหยุดไม่ใช่หรอ ...
เจอประโยคโดนใจ "แม่ผมเองก็แนะนำ ด้วยว่า คราวหน้าก็ไม่ต้องบอกเขามาก
ว่าเราจน เราลำบากยังไง เราจริงใจเกินไปก็ใช่ว่าจะดี"
- วันจันทร์, ธันวาคม 1, 2008 ... คนรักกัน ...
ผมเห็นด้วยกับทุกข้อของคุณเลย
-วันศุกร์, พฤศจิกายน 21, 2008... ส่วนหนึ่งของความทรงจำ ...
พระเจ้า ประโยคนี้ เข้ากับชีวิตผมที่สุด ที่สุด ที่สุดของที่สุด
"แต่ผมว่า ถ้าเลือกสักหน่อย แล้วได้คนที่ผมชอบจริงๆ
ไม่ใช่ใครก็ที่อยากคบกันไปนานๆ ผมคงจะมีความสุข ในความทรงจำ คล้ายๆ เธอคนนี้
ว่าอย่างน้อยครั้งนึง ผมก็ได้เคยสัมผัส ... นางฟ้า ..."
-วันศุกร์, ตุลาคม 31, 2008... สักพัก ...
"ผมขอโทษที่ผมไม่อาจยอมรับข้อตกลงเลิกกันแล้วกลายเป็นเพื่อนของเราได้"
"... การปรับเปลี่ยน มันก็ยากเกินกว่าที่จะทำ ทำไมหัวใจเราต้องถูกสั่งให้ทำอะไรตามใจคนอื่น
เพื่อให้เขามีความสุขขึ้น แต่เรามีความสุขน้อยลง
เพื่อให้เขาสบายใจแต่เราเจ็บปวด ภาพที่เห็นที่เป็นสดใส
แต่ภายในหัวใจใครจะรู้ ว่ามันอยากเกินจะทนไหว
คนแต่ละคนมีวิธีรักษาแผลใจไม่เหมือนกัน ..."
***ผมอยากจะขอบคุณประโยคเหล่านี้นะ...
เพราะผมก็เพิ่งผ่าน การขอเป็นเพื่อนกับแฟนที่คบกันมา กว่า 2 ปี
และเค้าก็ใช้ความพยายามทำตัวให้เหมือนเพื่อนอยู่
คนเราเวลามองอะไรที่มันใกล้ตัวมากๆ มันก็มองไม่เห็น
มามองเรื่องคนอื่น จากมุมมองคนนอก กลับสะท้อนเข้าไปในใจเรา***
******
คอมเม้นท์ยาวไปหรือเปล่า
เหอๆ...
วันนี้อ่านถึงแค่วันนี้ก่อน...
เริ่มปวดล้า ลูกกะตา อ่านมา 1 ชั่วโมงครึ่ง
เพราะอ่านแล้วคิด...เหม่อแป๊บนึง
แล้วอ่านต่อ....
เข้ามาสมัครเป็นเพื่อนทางไดอารี่ด้วยคนนะขอรับ
ส่งอินไวท์ไปที่ @gmail แล้วนะคับ
ต้องขออภัยในความไม่สะดวก
^_^
แสดงความคิดเห็น