ช่วงนี้คุณเชื่อไหม ว่า ... มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นในชีวิตผม
แต่ความรู้สึก นอกจากเราจะดีใจ ที่เราลุกขึ้นได้แล้ว ... สิ่งนึงที่เกิดขึ้น นั้นคือ .... ความภูมิใจ
พ่อ .... ไม่ต้องออกจากงานแล้ว เพราะการเจรจาเรื่องเพิ่มเงินเดือนประสบความสำเร็จ พ่อได้เงินเพิ่ม
ผม .... ที่บริษัทมีการปรับเงินเดือนขึ้นให้พนักงาน เป็นเซอร์ไพร์กลางปี ผมได้ขึ้นเงินเดือน
แม่ .... ก็ได้รับเงินเดือนจากพ่อ และผม มาหมุนซื้อของสำหรับขายที่ร้าน รอดตายไปอีกเปราะ
นั้นก็คือการอดทน คอยให้มันผ่านพ้นไป .... ผมไม่รู้ว่านี่ คือสัญญานของพายุที่กำลังจะสงบลง หรือ เราแค่ได้หยุดพักตรงกลางตาของพายุกันแน่
แต่ก็รู้สึกว่าดี ที่ได้พักผ่อนบ้าง
เมื่อ วันอังคาร ผมลางานขับรถพาแม่ไปซื้อของที่กาญจนบุรี เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้มีโอกาศไปกาญจนบุรี และเป็นครั้งแรกที่ได้ขับรถไป
ไอ้การขับรถต่างจังหวัด นั้นผมไม่ห่วงตัวเองเท่าไร เพราะผมขับรถเป็นจากการขับไปต่างจังหวัด และผมคุ้นเคย
แต่ ... การหาทางออกจากกรุงเทพฯให้ถูกทางนี้สิ ปัญหาของผมเลย แต่ปัญหานี้ช่วยได้โดยแม่ผม
เราพากันออกจากกรุงเทพฯแต่เช้า ขับเรื่อยๆ เพราะผมไม่รู้จักทาง และ เพื่อความประหยัด แวะกินข้าว โน่น นี่ ก็ไปถึงกาญจนบุรีประมาณ 9 โมง 10 โมง
ผมชวนแม่แวะที่สุสานทหาร เพราะโดยส่วนตัว ผมเป็นคนชอบเรื่องเกี่ยวกับสงครามโลก ครั้งที่ 2 ชอบอ่าน ชอบดูสาระคดี
ทำให้รู้สึกว่าการได้ไปที่นั่น เหมือนฝันที่เป็นจริงเล็กๆ
เราแม่ลูกได้มีโอกาศได้มาที่สุสานสัมพันธมิตรดอนรัก ที่นี่อยู่ริมถนนแสงชูโต ที่มุ่งหน้าไปทางสะพานข้ามแม่น้ำแคว และเข้าตัวเมืองกาญจนบุรี ที่นี่ ในวิกิพีเดีย บอกผมว่า มีเนื้อที่ทั้งหมด 17 ไร่ และเป็นที่พักผ่อนสุดท้ายของทหารบก และทหารเรือ ชาวเนเธอร์แลนด์กว่า 3 พันชีวิต และนายทหารประเทศอื่นๆที่ร่วมอยู่ในฝ่ายสัมพันธมิตร ทั้งหมดที่นี้ก็ 6,982 นาย

... ท่านแม่ ...

ผู้คนหลายพันคน ต้องมาเสียชีวิตลง ต่างบ้าน ต่างเมือง และหลายคนที่ไม่มีโอกาศได้กลับแผ่นดินบ้านเกิดของพวกเขา

นายทหารหลายท่าน อายุเพียง 24 ปีเท่านั้นอ่อนกว่าผมอีก บางท่าน 30 พวกเขาจะเป็นอย่างไรนะ เมื่อยามที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลก
เดินดูป้ายชื่อ และบรรยากาศสักพัก เราแม่ลูกก็มุ่งหน้ากันต่อไปยังสะพานข้ามแม่น้ำแคว .... ตรงนี้ ผมปล่อยแม่ไปลั้ลลา ซื้อของ ส่วนตัวผมก็ไปเดินเล่น ดูสะพานข้ามแม่น้ำแคว อย่างที่ตั้งใจ ......


วันอังคารนั้น เป็นวันในไม่กี่วันของช่วงชีวิตนี้ของผม ที่ผมมาสามารถบอกได้ว่าผมมีความสุข ได้หยุดงาน ได้ไปเที่ยว ไม่ต้องรู้สึกกดดัน หรือทุกข์ใจ เมื่ออยู่กับแม่ ก็เหมือน เรื่องราวร้ายๆต่างๆมันจะหายไป
3 โมงกว่าเราก็กลับถึงบ้าน ..... แม่ครับ วันนั้นเป็นอีกวันที่ผมมีความสุข
เราจะผ่านมันไปได้ไหมครับ .... กับชีวิตของเรา
สิ้นปีนี้ ... เราคิดกันไว้แล้ว ว่าไม่ว่ายังไงเราจะต้องไปภูเก็ตอีกให้ได้ .... เพราะว่าไม่ไหวแล้วอยากไปเที่ยว และรู้สึกกันว่า ไม่ไปเครียดกว่า ไปแบบไม่มีเงินอีก 55555++
..... ^________^ .....
ผมรู้ว่า มันอาจเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ สำหรับชีวิตคนอื่น แต่สำหรับชีวิตของผม ช่วงนี้ของชีวิต ถือว่า เหมือนเป็นช่วงเวลาที่เราหกล้ม
แล้วสามารถลุกขึ้นยืนได้ แม้ว่า จะมีแผลสด เลือดไหล รองเท้าขาด หัวเขาถลอก และก็ยังเดินกะโพลกกะเพลก
แต่ความรู้สึก นอกจากเราจะดีใจ ที่เราลุกขึ้นได้แล้ว ... สิ่งนึงที่เกิดขึ้น นั้นคือ .... ความภูมิใจ
พ่อ .... ไม่ต้องออกจากงานแล้ว เพราะการเจรจาเรื่องเพิ่มเงินเดือนประสบความสำเร็จ พ่อได้เงินเพิ่ม
และ ครอบครัวเราตัดสินใจกันว่าจะให้พ่อทำต่อ
ผม .... ที่บริษัทมีการปรับเงินเดือนขึ้นให้พนักงาน เป็นเซอร์ไพร์กลางปี ผมได้ขึ้นเงินเดือน
ถึงจะไม่มากมาย แต่ก็พอจะทำให้ผมมีเงินเหลือ ไว้ทำอะไรๆ ได้บ้าง
แม่ .... ก็ได้รับเงินเดือนจากพ่อ และผม มาหมุนซื้อของสำหรับขายที่ร้าน รอดตายไปอีกเปราะ
มันก็เลยทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าหากบางที เราได้แก้ไขปัญหาต่างๆ จนสุดความสามารถแล้ว สิ่งที่เราทำได้อย่างเดียวต่อจากนั้น
นั้นก็คือการอดทน คอยให้มันผ่านพ้นไป .... ผมไม่รู้ว่านี่ คือสัญญานของพายุที่กำลังจะสงบลง หรือ เราแค่ได้หยุดพักตรงกลางตาของพายุกันแน่
แต่ก็รู้สึกว่าดี ที่ได้พักผ่อนบ้าง
เมื่อ วันอังคาร ผมลางานขับรถพาแม่ไปซื้อของที่กาญจนบุรี เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้มีโอกาศไปกาญจนบุรี และเป็นครั้งแรกที่ได้ขับรถไป
ไอ้การขับรถต่างจังหวัด นั้นผมไม่ห่วงตัวเองเท่าไร เพราะผมขับรถเป็นจากการขับไปต่างจังหวัด และผมคุ้นเคย
แต่ ... การหาทางออกจากกรุงเทพฯให้ถูกทางนี้สิ ปัญหาของผมเลย แต่ปัญหานี้ช่วยได้โดยแม่ผม
เราพากันออกจากกรุงเทพฯแต่เช้า ขับเรื่อยๆ เพราะผมไม่รู้จักทาง และ เพื่อความประหยัด แวะกินข้าว โน่น นี่ ก็ไปถึงกาญจนบุรีประมาณ 9 โมง 10 โมง
ผมชวนแม่แวะที่สุสานทหาร เพราะโดยส่วนตัว ผมเป็นคนชอบเรื่องเกี่ยวกับสงครามโลก ครั้งที่ 2 ชอบอ่าน ชอบดูสาระคดี
ทำให้รู้สึกว่าการได้ไปที่นั่น เหมือนฝันที่เป็นจริงเล็กๆ
เราแม่ลูกได้มีโอกาศได้มาที่สุสานสัมพันธมิตรดอนรัก ที่นี่อยู่ริมถนนแสงชูโต ที่มุ่งหน้าไปทางสะพานข้ามแม่น้ำแคว และเข้าตัวเมืองกาญจนบุรี ที่นี่ ในวิกิพีเดีย บอกผมว่า มีเนื้อที่ทั้งหมด 17 ไร่ และเป็นที่พักผ่อนสุดท้ายของทหารบก และทหารเรือ ชาวเนเธอร์แลนด์กว่า 3 พันชีวิต และนายทหารประเทศอื่นๆที่ร่วมอยู่ในฝ่ายสัมพันธมิตร ทั้งหมดที่นี้ก็ 6,982 นาย

... ท่านแม่ ...
ผู้คนหลายพันคน ต้องมาเสียชีวิตลง ต่างบ้าน ต่างเมือง และหลายคนที่ไม่มีโอกาศได้กลับแผ่นดินบ้านเกิดของพวกเขา
นายทหารหลายท่าน อายุเพียง 24 ปีเท่านั้นอ่อนกว่าผมอีก บางท่าน 30 พวกเขาจะเป็นอย่างไรนะ เมื่อยามที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลก
ที่สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรักแห่งนี้ เป็นสถานที่ๆงดงามมากครับ งดงามจริงๆ สงบ เหมาะแก่การพักผ่อนชั่วนิรันตร์ แม้จะเป็นต่างบ้านต่างเมือง แต่ผมเชื่อว่า แผ่นดินของประเทศเราก็ยินดีต้อนรับพวกเขาเหล่านี้ ให้พักอยู่ที่นี้ ตลอดไป
เดินดูป้ายชื่อ และบรรยากาศสักพัก เราแม่ลูกก็มุ่งหน้ากันต่อไปยังสะพานข้ามแม่น้ำแคว .... ตรงนี้ ผมปล่อยแม่ไปลั้ลลา ซื้อของ ส่วนตัวผมก็ไปเดินเล่น ดูสะพานข้ามแม่น้ำแคว อย่างที่ตั้งใจ ......
ครั้งแรกที่ผมเห็นสะพาน ผมรู้สึกว่ามันเล็กกว่าที่คิดไว้มาตลอดมาก ผมไม่เคยเห็นสะพานแห่งนี้มาก่อนนอกจากในรูปถ่าย สะพานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะ มีเฉลยฝ่ายสัมพันธมิตรมาที่นี่กว่า 6 หมื่นคน เพื่อทำการเร่งสร้างทางรถไฟ ทั้งวันทั้งคืน กว่า 20 เปอร์เซ็นต์ต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่
สะพานข้ามแม่น้ำแควแห่งนี้เคยเสียหายลงจากแรงระเบิดที่ถูกทิ้งมาจากเครื่องบิน และได้บูรณะซ่อมแซ่มใหม่ โดยใช้ชิ้นส่วนเหล็กกล้าสีเหลี่ยมคางหมู มาแทนที่โครงสร้างเดิมที่เป็นรูปครึ่งวงกลม อย่างที่เราเห็นในภาพกันทุกวันนี้ครับ
มองไปที่แม่น้ำด้านล่าง น้ำเชี่ยวมากครับเวลาที่น้ำไหลมากระทบกับตอม่อของสะพาน สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าน้ำนั้นกลายเป็นน้ำวน น่ากลัวมากครับ
หลังจากที่ผมเดินข้ามไปได้ประมาณครึ่งสะพาน ที่อีกฝั่งก็มีรถไฟมา ตอนแรกผมก็กะว่าจะรอให้รถไฟผ่านมา และจะได้รู้ว่า เวลาสะพานที่มีรถไฟวิ่งจริงๆ จะเป็นอย่างไร แต่รถไฟเจ้ากรรมก็เดินๆหยุดๆอยู่ที่ปลายสะพานฝั่งโน่น ไม่มาสักที
และผมก็ ฉุดคิดได้ว่า สะพานนี้มีอายุมากกว่า 60 ปีแล้ว .... จะดีหรอ ???
ว่าแล้วก็เดินโกยอ้าว กลับไปฝั่งเดิมที่ข้ามมาอย่างเร็วเลยครับ
สิ่งที่ผมสัมผัสได้จากสถานที่แห่งนั้น .... เหล็กกล้าทุกชิ้น หมุดตอกทุกหมุด มันถูกสร้างขึ้นจากชีวิตของผู้คนจริงๆ นับร้อยๆคน ขอวัยอาลัยให้กับนายทหารทุกๆคนครับ ....
วันอังคารนั้น เป็นวันในไม่กี่วันของช่วงชีวิตนี้ของผม ที่ผมมาสามารถบอกได้ว่าผมมีความสุข ได้หยุดงาน ได้ไปเที่ยว ไม่ต้องรู้สึกกดดัน หรือทุกข์ใจ เมื่ออยู่กับแม่ ก็เหมือน เรื่องราวร้ายๆต่างๆมันจะหายไป
3 โมงกว่าเราก็กลับถึงบ้าน ..... แม่ครับ วันนั้นเป็นอีกวันที่ผมมีความสุข
เราจะผ่านมันไปได้ไหมครับ .... กับชีวิตของเรา
... ไม่เคยพลาดสักงาน ... เจ้าลูกชายผม ...
สิ้นปีนี้ ... เราคิดกันไว้แล้ว ว่าไม่ว่ายังไงเราจะต้องไปภูเก็ตอีกให้ได้ .... เพราะว่าไม่ไหวแล้วอยากไปเที่ยว และรู้สึกกันว่า ไม่ไปเครียดกว่า ไปแบบไม่มีเงินอีก 55555++
..... ^________^ .....
.
.
.
3 ความคิดเห็น:
ไม่มีอะไร อยู่กับเรานาน...
เหมือนกับทุกข์...ที่มันก็ต้องมีวันหยุด วันหมด
เช่นเดียวกันกับสุข...ที่ต้องมีหมดเหมือนกัน...
มันก็สลับๆ กันไปอย่างนี้แหละครับ
^___^
^_________^
---นบซาน---
ดีใจ..ที่เห็นบล็อกของคุณ มีเรื่องราวที่ทำให้ยิ้มได้
Tar la la
แสดงความคิดเห็น