วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

... การทดสอบ ...

ช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาของการทดสอบ .... ผมเชื่อว่า คนเกือบทั้งประเทศกำลังได้รับการทดสอบ


ด้วยสิ่งที่โดยธรรมชาติธรรมดาแล้ว อ่อนแอ ไม่มีรูปร่าง จับต้องไม่ได้ แต่เมื่อมันรวมตัวกันมากมาย มหาศาล จนไม่อาจประเมิณเป็นตัวเลขได้ มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน


สิ่งนี้ทดสอบอะไรเราบ้าง

ทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจ ว่าเมื่อยามที่ภัยมาถึงตัวเรา เราเลือกที่จะขาดสติ หรือมีสติ

ทดสอบความเป็นมนุษย์ ว่าเมื่อยามที่ภัยมาถึงตัว หรือยามที่เห็นผู้อื่นเดือดร้อน เราเสียสละได้มากแค่ไหน

และที่สำคัญ มันทดสอบเราว่า .... หลังจากมันผ่านพ้นไปแล้ว เราจะเข้มแข็งและเดินหน้าต่อไปได้แค่ไหน


ย้อนไปเมื่อ เกือบ 1 เดือนก่อน ครอบครัวของผม ตัดสินใจเสริมกระสอบทรายรอบบ้าน และก่ออิฐบล๊อคสูง 3 ก้อนที่หน้าประตู เก็บข้าวของที่จำเป็นไว้ใกล้ตัว ตั้งแต่ข่าวภาคค่ำเริ่มพูดหนาหูว่า น้ำจะเข้ากรุงเทพ และในเวลาต่อมาไม่นาน เราก็ตัดสินใจเก็บข้าวของบางส่วนไปไว้ที่คอนโดที่ผมเพิ่งซื้อ

เราลำบากกันค่อนข้างมาก เพราะเมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาแม่ตัดสินใจไม่ไปขายของ ก็เท่ากับว่าเราขาดรายได้หลักไป เงินสำรองที่มีต้องถูกเอาออกมาใช้ และเราทุกคนต้องยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

และเมื่อ 5 วันก่อน เราก็ตัดสินใจขนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น และไม่อยากให้เสียหายไปไว้ที่ต่างๆ ไปไว้ที่ออฟฟิตของผมบ้าง ... ที่ออฟฟิตพ่อบ้าง หรือแม้แต่บ้านของเพื่อนแม่ ที่นับถือกันเช่นญาติพี่น้อง

ช่วงแรกๆเราคิดกันว่า เมื่อน้ำท่วมสูง หรือท่าทางไม่ดี เราจะย้ายเข้าไปอยู่ในคอนโดใหม่ที่ผมเพิ่งซื้อที่ลาดกระบัง

แต่แล้วเมื่อสถานการ์ณต่างๆเกิดขึ้น ดูเหมือนลาดกระบังจะไม่ใช่คำตอบที่ดีนัก เพราะเท่ากับ่วาเราอาจเข้าไปติดเกาะอยู่ที่นั่น

เราเตรียมอาหาร และข้าวของเครื่องใช้เท่าที่จำเป็น เอาไว้พร้อม แต่หากเราต้องไปติดอยู่ที่นั้น หากขาดน้ำหรือไฟ ทุกอย่างก็จบเห่

แม่กับผมจึงตัดสินใจนาทีสุดท้าย ว่าเราจะย้ายไปที่อพาตเมนท์ใกล้ๆบ้านของเพื่อนแม่ ที่ซึ่งความช่วยเหลือ มาถึงผู้ที่ร้องขอเสมอ

และเมื่อ นายปลอดประสพ ประกาศให้เขตสายไหมอพยพ เราทั้ง 3 คนก็ตัดสินใจว่าคงถึงเวลาแล้ว เพราะหากน้ำเข้ามาที่สายไหม ก็จะมาถึงมีนบุรี ซึ่งก็เป็นที่ๆมีน้ำท้วมอยู่แล้ว

เราถอดปลั๊กทีวีแล้วขนข้าวของจำนวนสุดท้ายที่จำเป็นออกจากบ้าน ปิดบ้าน โดยที่ไม่ได้รับข่าวสารอีกว่าหลังจากนั้นมีการแถลงการแก้ไขสิ่งที่นายปลอดประสพพูดไป


นี่ก็ ย่างเข้าวันที่ 6 แล้วที่เราเร่ร่อนอยู่นอกบ้าน อยากบอกว่า ผมอยากกลับบ้าน เป็นที่สุด ถึงห้องที่เรามาเช่าอยู่นี่ จะไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ที่ไหนหละ จะสบายเท่าบ้านของตัวเราเอง

ตอนนี้น้ำเหนือกำลังมาถึงบางบัวทองแล้ว และบางบัวทองก็พ่ายแพ้ให้กับศึกครั้งนี้ ผมไม่รู้ว่า ภายในเดือนนี้ สถานการณ์ต่างๆเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมอยากออกไปช่วย แต่ผมมีพ่อแม่ ยาย และข้าวของต้องดูแล ทำได้แค่เพียงบริจาคข้าวของเท่าที่กำลังทรัพย์ผมจะทำได้

มันอาจไม่ได้มากมายนัก เพราะว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ครอบครัวของผมก็ถึงกับรวนทีเดียว

ผมหวังว่า ฝันร้ายนี้จะผ่านพ้นไป และอะไรๆจะกลับมา แม้จะไม่ดีเหมือนเดิม แต่ก็ขอให้มันกลับมาได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ผมได้รู้ ได้สัมผัสอะไรมากมาย คนที่ไม่ใช่ญาติ แต่ให้ความช่วยเหลือ และรักเรา เหมือนญาติ และญาติตัวเราเอง ที่พยายามอย่างที่สุดที่จะตัดขาดจากเรา

โทรศัพท์จากคนที่ไม่คิดว่าเขาจะโทรมา ก็มีมา ส่งความห่วงใย ถามไถ่ บางอย่าง คิดว่าไม่น่าจะได้กลับได้ และบางอย่างที่คิดว่าน่าจะได้ ก็กลับว่างเปล่า


บางครั้งในยามที่เราสิ้นหวังที่สุด แค่คำถามสั้นๆง่ายๆว่า ... "เป็นยังไงบ้าง" บางทีมันก็ทำให้มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ เพราะอย่างน้อยในช่วงวินาทีนึง ... มีคนๆนึงคิดถึงเรา

ผมไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือใดๆหรอกครับ ผมช่วยเหลือตัวเองได้ ผมไม่ใช่คนจับจด งอมืองอเท้า ขอแค่กำลังใจเท่านั้น

แต่ก็เอาเถอะ ... "ไม่เป็นไร"

1 ความคิดเห็น:

Tar la la กล่าวว่า...

สู้ ๆ นะคะ

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...