วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

... เพื่อนของผม ...

สวัสดีครับ  ตอนแรกกะว่าจะทิ้งระยะไปอีกสักพักถึงจะเริ่มเขียนอะไรสักอย่าง เล่าเรื่องชีวิตตัวเอง

ย้อนหลัง 1 ปีที่ผ่านมา  ที่ผมค้นพบชีวิตในอีกรูปแบบนึง






แต่แล้วเมื่อประมาณ  2  อาทิตย์ก่อน  ก็มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับผม  เรื่องที่ผมไม่คิดมาก่อนว่า

จะเกิดขึ้นกับตัวผมจริงๆ  ทำให้ผมอยากเขียนไดร์อารี่เรื่องนี้ขึ้นมา   ผมต้องบันทึกเพราะคนๆนี้มี

ความสำคัญกับผมมาก  ไม่แพ้คนในครอบครัว  เป็นคนๆนึงที่ผมรัก





บางครั้งชีวิตมันก็อาจจะพยายามบอกให้เรารู้ว่าอย่านิ่งนอนใจนะแกร  จงเตรียมพร้อมไว้เสมอ

เรื่องนั้นมาจากเพื่อนของผม  ในชีวิตนี้ผมมีเพื่อนไม่มากนัก  ผมหมายถึงเพื่อนที่สนิทกันจริงๆ

เพื่อนที่คบหากันด้วยความบริสุทธ์ใจ  ไม่เคยคิดร้าย และไม่มีผลประโยชน์ใดๆแอบแฝง






ถ้าจะนับและคัดเลือกจริงๆผมมีเพื่อนสนิทที่สุดอยู่จำนวน  2 คนถ่วน  ถ้าไม่นับเพื่อนประถม

เพื่อนมัธยม เพื่อนมหาลัย  2 คนนี้เป็นคนที่รู้ลึกรู้จริงทีวีพูลชีวิตของผมมากที่สุด  คนนึงเป็นผู้หญิง

ชื่อแอ้ ส่วนอีกคนเป็นผู้ชาย  ชื่อ ปุ๊  แต่ถ้าจะพูดตามความจริงผมจะสนิทกับปุ๊มากกว่า  เพราะ

ชอบทำอะไรเหมือนๆกัน  เรามีงานอดิเรกและความสนอกสนใจใกล้เคียงกันมาก  เราพบกันครั้ง

แรกในโรงเรียนกวดวิชาเตรียมสอบเข้าช่างศิลป  จริงๆก็พร้อมๆกับแอ้ด้วย   แต่อาจจะเนื่องด้วย

เพราะแอ้จะเป็นคนที่ออกหญิงๆมาก  ทำให้ความสนใจของเราต่างกัน






เรา 3 คนสอบเข้าช่างศิลปได้ทุกคน  ถูกแยกอยู่กันคนละห้องแต่มันแปลกมากนะครับที่มันไม่ได้

ทำให้สัมพันธ์ของเราลดลงเลย  นานวันเข้าเราก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น  ผมกับปุ๊ก็เช่นกัน  เรามักเลือก

วิชาเรียนเหมือนๆกัน มักนั่งทำงานในพื้นที่ใกล้ๆกัน  เจอกันเป็นเมาท์มอย  คุยโทรศัพท์กันได้เป็น

ชั่วโมงๆ  เกือบทุกวัน  วันไหนเลิกเร็วก็มีอันต้องไปดูหนัง  กินข้าว  ไปเล่นเกมส์ตู้หยอดเหรียญ ยิง

ไดโนเสาร์  ทุกครั้งที่อยู่กับเพื่อนคนนี้  ผมจะมีความสุขมากมาย  ไร้ซึ่งความกังวลใดๆ

เพราะการกินเที่ยวของเราไม่มีอะไรแอบแฝง  ผมเลี้ยงข้าวปุ๊  ปุ๊เลี้ยงข้าวผม  ไม่เคยเอามานั่งคิด

เล็กคิดน้อย  แกรจ่ายน้อยกว่าฉัน  ฉันออกมากกว่าแกร



เราสนิทกันมาก  ตัวติดกันตลอดเวลา  จนคนทั้งวิทยาลัยเข้าใจว่าเป็นแฟนกัน   แม้แต่พ่อแม่ของ

ผม  ปุ๊เคยมากินข้าวกับที่บ้าน   แต่เราก็มิได้แคร์  มิตรภาพที่เรามีให้กันยังคงสม่ำเสมอ

จนกระทั้งวันนึง  วันที่ผมยังคงจดจำได้  ปุ๊โทรมาพูดคุยเมาท์มอยกัน  เรื่องหนัง  หนังสือ  อะไร

ต่างๆตามปรกติ  แต่วันนี้มันต่างจากทุกวันตรงที่  ปุ๊ลงท้ายว่า  "รักนะ"  



.................


5555555555555555555555555555555555555555++++


.................



มันเป็นความรู้สึกที่รู้ได้เลยครับ  ว่ามันบอกรักผม 5555+  แต่ปัญหามันติดตรงที่ว่า  ผมก็รักมัน

นะแต่ไม่ใช่ความรู้สึกแบบคู่รัก  บางครั้งตั้งแต่วันนั้นผมก็บอกไม่ถูกเหมือนกันนะ  ว่าจะพูดสิ่งนี้

ออกมาเป็นความหมายได้ว่าอย่างไร    "ผมรักเขามากกว่าเพื่อน  แต่ไม่ใช่แฟน"   เพราะถ้าจะให้

ผมปฏิเสธ  มันก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก  เพราะผมรักเขาจริงๆ  เพียงแต่มันไม่ใช่ความรู้สึกที่แบบ

อยากกอด  อยากจับมือ  อยากซั่ม  อะไรแถวนั้่น  แต่มันเป็นความรู้สึกมีความสุข  สบายใจ  แค่

คิดว่าจะได้เจอกัน  ผมก็สนุกและมีความสุขแล้ว  ผมจึงคิดว่านั้นมันก็คงเป็น  "ความรัก"  ในรูป

แบบนึง  และผมยอมรับอย่างซื่อตรงว่า "รัก"





ผมไม่รู้ว่าตัวปุ๊เองคิดอะไรอยู่ในช่วงนั้น  แต่ความเป็นเพื่อนของเราก็ยังคงดำเนินไปเหมือนเดิม

ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย  เรายังคงทำกิจกรรมซ้ำๆอย่างที่ชอบทำกันเป็นปรกติไม่รู้เบื่อ





จนวันนึงเรื่องแปลกประหลาดอีกหนึ่งเรื่องก็เกิดขึ้น  นั้นคือปุ๊มาบอกผมว่า  มันเป็นเกย์



55555555555555555555555555555555++++





และแฟนผู้ชายคนแรกของมันก็ถือกำเนิดขึ้น  โลกของมันก็เปลี่ยนไปเป็นสีม่วง  ปีนั้นผมจำได้ว่า

เป็นปีสุดท้ายที่เราได้เรียนด้วยกัน  ปุ๊เอ็นต์ติดมหาลัย  และข้ามทางรถไฟไปเรียนที่เทคโน

ลาดกระบัง    เราอยู่ห่างกันแค่ทางรถไฟกั้น  ผมยังคงเรียนต่อที่ช่างศิลป  ปุ๊ยังคงไปมาหาสู่ผม

อย่างสม่ำเสมอ  มาเดินกลับบ้านพร้อมกัน  แลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกัน  

ปุ๊มักจะมีอะไรใหม่ๆมาอวด    DVD limited    หนังสือฝรั่งสวยๆ   โมเดลใหม่ๆที่มันทำเอง  งาน

โปรเจคที่ทำ  เราช่วยเหลือกันทำการบ้าน  ทำงานกิจกรรม  เล่นเกมส์  และสิ่งที่เราชอบเหมือนๆกัน

คือ  ทำโมเดล    เรียกได้ว่าชีวิตผมไม่เคยขาดผู้ชายคนนี้  และผมมีความสุขที่มีเขาเป็นเพื่อนอย่าง

มากมาย





กาลเวลาผ่านพ้นไป  เราเรียนจบ  ก้าวสู่ชีวิตของการทำงาน ปุ๊กลับไปอยู่บ้านที่อีกฝากของเมือง

เราไม่พบเจอกันอย่างที่เคยเป็น  แม้ไม่ได้ใส่ใจ  แม้จะเหงาๆ  แต่เราก็ยังคงโทรคุยกันอยู่ตลอด

อาจไม่บ่อยเหมือนก่อน  แต่เรื่องความนานนี่รับประกัน   ภาระชีวิตผมเยอะขึ้น  ไม่อาจไปเจอ  ไป

สังสรรค์ได้เหมือนก่อน    ทำงาน 8 ปี  เราเจอกันปีละแค่ 3-4 ครั้ง  จะมากน้อยกว่านั้นแล้วแต่

สถานการณ์   แต่ทุกครั้ง  มีคุณภาพและไม่เคยรู้สึกว่ามีอะไรที่เปลี่ยนไปเลย





ประมาณ 4 ปีก่อน  ปีก่อนปีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพ  เราสองคนมีโปรเจคทำงานร่วมกันอย่างนึง  ปุ๊มี

ไอเดียทำในสิ่งที่เขารัก  นั้นคือโมเดลตุ๊กตา BJD  ทำจากเรซิ่น  อะไรทำนองนี้ซึ่งปุ๊ค่อนข้างเชี่ยว

ชาญ  และความชอบส่วนตัวมาก   ตัวมันเองทำการผลิตในเกือบทุกขึ้นตอน  ส่วนผมผมก็จะมี

หน้าทีปั้นต้นแบบตามคำสั่งของมัน  สุดแล้วแต่มันจะสั่งให้ทำอะไรบ้าง    ก็ลุ่มๆดอนๆ   ไม่ค่อย

ดีนัก  เพราะตอนนั้นปุ๊ว่างงาน  การทำเรซิ่นจึงเป็นอาชีพหลักของมันในช่วงนั้น   ชีวิตการทำงาน

ของเรา 2 คนไม่รุ่งนัก  ซึ่งต่างจากช่วงเรียนมาก   เราจะมักคิดด้วยกันเสมอๆว่า  จะทำอะไรเสริมดี

  แต่หลายๆอย่างก็ไม่เป็นไปตามหวังเสมอไป




หลังจากเหตุการน้ำท่วมเกิดขึ้น  บ้านของปุ๊น้ำท่วมถึงอกได้  ทุกอย่างที่เกี่ยวกับโปรเจ็คเล็กๆของ

เราที่เก็บเอาไว้  ก็ไปกับสายน้ำหมด  ก็เท่ากับว่า  สิ่งที่พยายามทำกันมา  ถูกล้มไป

ปุ๊ไปเรียนทำหัวโขนแบบโบราณ จากชาววัง   ส่วนผมก็ทำงานไปอย่างไร้จุดหมาย





สุดท้ายปุ๊กลับเข้าสู่วังวนการทำงาน  มันสอบได้เข้าทำงานกับการไฟฟ้า  ผมยินดีกับมันอย่างมาก

เพราะมันจะได้มีงานทำเป็นชิ้นเป็นอัน  และมันก็เป็นงานที่ค่อนข้างดีมากๆ  เป็นงานที่สามารถทำ

ไปได้ตลอดชีวิต  ไม่ต้องกังวลเรื่องตกงานอีกแล้ว  แล้วเรา 2 คนก็กลับเข้าสู่โหมดคิดว่าจะทำ

อะไรต่อไปกันดี




ปลายปีที่ผ่านมาปุ๊เข้า รพ. 1 ครั้งเพราะไม่สบายมากไข้ขึ้นสูง  ผมไม่ได้ไปเยี่ยมมัน  ได้แต่โทรไป

สอบถามอาการ    เราทำท่าจะนัดเจอกันหลายครั้งแต่ก็ไม่มีโอกาศ  ก่อนปีใหม่มันไปต่างประเทศ

กับแฟน  นั่นคือเรื่องสุดท้ายที่ผมเห็นจากเฟสบุค   จนกระทั่งเดือนมกราคมที่ผ่านมา  ผมค่อน

ข้างแปลกใจพอสมควรที่มันหายไปอย่างผิดสังเกตุ  และก็มีหลายครั้งที่ผมนึกถึงมันจนอยากจะ

โทรไป  แต่ก็ไม่ได้โทร





จนกระทั่งเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว  มันโทรมาในบ่ายวันทำงานวันนึง  เราเปิดประเด็นเมาท์มอยกัน

เรื่องหนังเช่นเคย  เพราะเราจะคุยกันเรื่องหนังใหม่ๆเสมอ  จนอยู่ดีๆ  มันก็พูดขึ้นมาว่า   "แกรฉัน

เป็นมะเร็ง"





มันเหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวของผมเลย  เป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดตระเตรียมหัวใจเอาไว้สำหรับเรื่อง

แบบนี้มาก่อน   ในความรู้สึกของผมตลอดมา  ผมคิดเสมอว่าเราจะแก่  และอ้วนไปด้วยกัน  เรา

จะดูแลกันและกันไปเรื่อยๆ  ผมจะมีเขาเป็นเพื่อนไปตลอดชีวิต




ปุ๊บอกกับผมว่า  มันใช้เวลาค่อนข้างนาน  กว่าที่จะทำใจโทรหาผมได้  เพราะตัวมันเองก็ไม่รู้

เหมือนกันว่าจะเริ่มต้นบอกกับผมอย่างไร   และผมเป็นคนเดียวที่นอกเหนือจากครอบครัวที่มัน

บอกให้รู้    ในใจของผมตอนนี้สิ่งที่อยากทำก็คืออยากเจอปุ๊มาก   อยากอยู่ใกล้ๆให้กำลังใจมัน

แต่สิ่งที่ปุ๊บอกตอนนี้คือยังไม่ได้  เพราะปุ๊กำลังโดนวัณโรคเล่นงานอยู่  มันจะทำให้ผมติดได้  ปุ๊

เป็นมะเร็งที่ปอด  สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คือพยายามรักษาส่วนของวัณโรคให้หายก่อน  ซึ่งก็ใช้เวลา

ค่อนข้างมาก  ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร





ผมรู้ว่าปุ๊แย่มาก  กับสิ่งทีเกิดขึ้น  แต่บางครั้งดูเหมือนมันทำใจได้มากกว่าผมเสียอีก  สิ่งที่ผมทำ

ได้ตอนนี้  ก็เพียงแค่คุยกับปุ๊มากขึ้น  ถามไถ่อาการบ้าง  เพราะไม่อยากซักไซ้หรือชวนมันพูดคุยใน

สิ่งที่ผมรู้ว่าลึกๆแล้วตัวมันเองก็รับไม่ได้  เพราะมันพูดถึงน้อยมาก




เราคุยกันบ่อยขึ้น  ทั้งทางตัวหนังสือและโทรศัพท์  มันทำให้ผมกลับไปรู้สึกถึงช่วงเวลาที่เราได้ใช้

ร่วมกันบ่อยๆ  ช่วงที่เรายังเป็นเด็กวัยรุ่น    และทำให้ผมรู้ว่า  ผมโชคดีแค่ไหนที่มีคนๆนี้เป็นเพื่อน

มาตลอด 15 ปี  เพื่อนที่เข้าใจแม้ไม่ต้องพูดอะไรออกมา  คนที่รู้ใจผม  คนที่รับฟังผมในทุกเรื่อง

ราวของชีวิต





ตอนนี้ผมหวงสุดหัวใจว่า  การรักษาวัณโรคของปุ๊จะดีขึ้นในเร็ววัน  และยาตัวใหม่ๆ จะ ไม่ทำให้

เกิดผลข้างเคียงกับมันนัก    และไม่นาน  มันจะหายและกลับมาใช้ชีวิตได้ปรกติเหมือนเดิมอีกครั้ง

  เพราะผมยังคงคิดเสมอว่า  เราจะได้แก่  แล้วอ้วนไปพร้อมๆกัน  .....






2 ความคิดเห็น:

Tar la la กล่าวว่า...

เอาใจช่วย ให้ปุ๊หายป่วยและแข็งแรงไว ไว นะคะ

Mae Maetee Ryan กล่าวว่า...

ขอบคุณแทนปุ๊ด้วยครับ

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...