นานมาแล้วที่ไม่ได้เขียนอะไรสักอย่าง หรือว่าเล่าเรื่องอะไรของตัวเอง
บางทีพอเราเติบโตขึ้น ชีวิตก็เปลี่ยน อุปนิสัยต่างๆ ของตัวเราเองก็เปลี่ยนไปด้วย ผมก็เช่นกัน
ช่วงนี้ชีวิตราบเรียบมากครับ เหมือนแล่นเรือในทะเลสาบ แม้ว่าจะยังไม่แน่ใจว่าเมื่อไรจะถึงอีกฝั่งนึง(ทะเลสาบบ้านมึงกว้างมาก) แต่ข้อดีของมันก็คือคลื่นลมสงบ ไม่ต้องอาศัยทักษะในการเดินเรือมากนัก ไม่เหนื่อยแรงใจแรงกาย และสบายใจ
ถ้าไม่นับเรื่องหงุดหงิดเล็กๆน้อยๆในชีวิต ก็นับได้ว่าผมค่อนข้างมีความสุขทีเดียว
ตอนนี้ที่ตัวเลขของอายุเปลี่ยนหลัก เป็นเลข 3 เมื่อก่อนเคยมองคนที่อายุ 30 ขึ้นไปว่าแก่เนอะ 5555+ แลดูเป็นผู้ใหญ่มากมาย รับผิดชอบและวางตัว คงแอบน่าเบื่อ แต่เอาเข้าจริงๆ ตัวผมเองตอนนี้ก็ยังรู้สึกเหมือนเมื่อตอนอายุ 22 เพียงแต่ว่ามัน 30 แล้วเท่านั้น ยังกินขนม ยังเล่นเกมส์ ยังทำอะไรๆบ้าๆบอๆ ปัญญาอ่อนเหมือนเมื่อตอนเด็กๆเคยทำ เพียงแต่ว่าอีกด้านนึง ความรับผิดชอบมากขึ้น สิ่งที่ต้องทำมีมากขึ้น ใหญ่ขึ้นในทุกๆด้าน และก็แอบทำตัวแบบที่เราไม่คิดมาก่อนว่าจะชอบทำ เช่น ปลูกต้นไม้ ซื้อของแต่งบ้าน จัดโน่นจัดนี่ ทำความสะอาดและบ้าอุปกรณ์ 5555
แบบว่าจะรดน้ำต้นไม้ก็ต้องมีที่รดน้ำแบบฉีดๆ เริ่มซื้อสว่าน สะสมอุปกรณ์ช่าง เริ่มอยากได้จานชาม เครื่องครัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในชีวิต 29 ปี ไม่เคยคิดว่าจะมี 55555 แต่ก็นะ ผมคิดว่าคงเป็นไปตามช่วงอายุ
ปีใหม่ที่ผ่านมาเป็นปีที่ดีขึ้นของผมปีนึง เพราะว่าปีที่แล้วไม่ค่อยดีเท่าไร เหมือนว่ามันต้องใช้ความอดทนค่อนข้างมากที่จะผ่านไป และพอผ่านไป
แล้วมันก็ให้ผลลับที่น่าพอใจเกินคาดหวัง และก็มีอะไรที่รออยู่ข้างหน้าที่เกินจะคาดหวังยิ่งกว่ารออยู่ ผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำให้ไปถึงตรงนั้นได้ไหม แต่ว่าก็จะทำเต็มที่ เพื่อที่จะทำให้มันเป็นจริง
และอีกเรื่องของปีนี้ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แต่ผมคงจะต้องซื้อบ้านอีกครั้ง บ้านอีกหลังนึง เพิ่มเติมจากห้องชุดเอื้ออาทรที่เคยซื้อไว้ เพราะว่าหลังจากคิดสาระตะกับแม่ ครอบครัวของผมก็ไม่ไว้วางใจที่จะไปอยู่ในที่ตรงนั้น ด้วยความกังวลหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะทรัพย์สิน ที่จอดรถ และการขึ้นลงบันไดของแม่ที่ก็อายุมากเกินกว่าจะเดินขึ้นลงหลายๆชั้น
และเจ้าของบ้านที่เช่าอยู่ทุกวันนี้ มีแง้มๆไว้ว่าจะขาย เราจึงตกลงใจว่าจะซื้อ ถ้าสู้ราคาไหว หรืออาจไปดูซื้อที่อื่นที่ตัวของผมเองสามารถทำได้ ปีนี้รถก็จะผ่อนหมดแล้ว ภาระต่างๆก็คงเบาบางลง และผมคงได้ทำเรื่องซื้อบ้าน เราจะได้มีบ้านเป็นของตัวเองอีกสักหลังนึง บ้านจริงๆอยู่บนดิน มีที่ดินและที่แค่คิดก็มีความสุขแล้วก็คือ มันเป็นของเรา
ช่วงนี้ก็เก็บเงินเก็บทองกันไป และผมสนใจที่จะทำอะไรสักอย่างเพิ่มเติม หลังจากที่สิ้นสุดการสอบนักบิน ชีวิตผมก็ว่างเปล่า บอกกันตรงๆว่าว่างเปล่าอย่างแรง ผมทิ้งภาษา ทิ้งการฝึกฝนตัวเอง หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต จนตอนนี้ก็รับตัวเองไม่ได้
ตั้งใจว่าจะหาอะไรเสริมทำ และสิ่งที่ผมสนใจก็คือการทำกระเป๋าหนัง พวกกระเป๋าสตางค์ อะไรแบบนั้น อาจจะต้องเก็บเงินลงทุนสักหน่อย กับหาข้อมูลเยอะๆ อาจจะได้ทำมันเป็นงานอดิเรก หรืออาชีพเสริมก็เป็นได้ในอนาคต แต่งานนี้จะเป็นอย่างไรก็คงต้องลองดูกันสักตั้งสองตั้งก่อน
บางครั้งคนเราก็ไม่สามารถอยู่ โดยปราศจากเป้าหมายในชีวิต ไม่ว่าเป้าหมายนั้นๆจะเล็กสักแค่ไหน แต่ถ้าอย่างน้อยเราได้รู้ว่าเรากำลังจะไปทางไหน
ผมว่ามันก็ทำให้เรานอนหลับไปโดยความรู้สึกดีๆที่ว่า พรุ้งนี้เราจะตื่นมาเพื่ออะไร ผมว่ามันดีกว่าการที่ชีวิตว่างเปล่า และไม่รู้ว่าจะทำอะไรหรือต้องการอะไรเยอะเลย
และนั่นทำให้ผมมีความสุข
1 ความคิดเห็น:
^_____^
แวะมาส่งยิ้มให้ค่ะ
แสดงความคิดเห็น