ผมต้มมาม่ามานั่งกินหน้าทีวี และพบกับหนังเรื่องนึงทาง ฉายทางช่องหนัง Turemove
... Gattaca ...

เป็นเรื่องราว ของโลกอนาคต ที่มีการกำเนิดมนุษย์ไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติอีกต่อไป โลกอนาคตในหนัง เป็นโลกที่ผู้คนสามารถตัดต่อพันธุกรรมของลูกของตัวเอง ให้ได้แต่ยีนที่ดีๆของพ่อแม่
เด็กที่เกิดมาจะมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง เพียบพร้อมในทุกๆด้าน
และคนเราสามารถทำนายอนาคตของคนแต่ละคนได้ตั้งแต่ เกิดมาลืมตาดูโลกได้ไม่ถึง 5 นาที ว่าเด็กคนนี้ สามารถทำอาชีพใดได้บ้าง จะตายยังไง จะมีอายุขัยเท่าไร เขาสามารถบอกได้หมด
ซึ่ง .... ทำให้เกิดการแบ่งแยกอย่างชัดเจน ระหว่างผู้คนที่เกิดจากการผสมเทียม(พันธุกรรมเด่น valid) และผู้คนที่เกิดโดยวิธีการตามธรรมชาติ (พันธุกรรมด้อย in-valid)

วินเซนด์ (อีธาน ฮอกด์) พระเอกของเรื่อง เกิดมาด้วยวิธีการตามธรรมชาติ และแน่นอน เขามีข้อด้อยมากมาย เขาถูกทำนายว่าจะมีอายุแค่ 30 ปี และจะเป็นโรคหัวใจ
พ่อแม่ของเขามีลูกใหม่ และแน่นอน พวกเขาเลือกที่จะตัดแต่งพันธุกรรมลูกคนใหม่
น้องชายของวินเซนด์เกิดมาสมบูรณ์แบบ มันทำให้วินเซนด์ รู้สึกแตกต่าง แต่เขาไม่เคยท้อ และคิดว่าทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ เขามีความฝันคล้ายผม ตรงที่เขาอยากเป็นนักบินอวกาศ เขาเรียนหนัก และฝึกฝนมากมาย
เพื่อต่อสู้กับข้อด้อยของร่างกายของเขาเอง และก็พบว่า ในโลกตอนนั้น การสอบ ไม่ได้เป็นตัววัดอีกต่อไปว่า ใครมีความสามารถหรือไม่มีความสามารถ พันธุกรรมต่างหากที่เขาใช้ตัดสินคน และมันเป็นสิ่งเดียวที่วินเซนด์เปลี่ยนแปลงไม่ได้
วินเซนด์และน้องชายของเขาชอบเล่นเกมวัดใจกัน โดยการว่ายน้ำออกไปจากฝั่งให้ไกลที่สุด มันเหมือนกับว่า เขาจะพยายามพิสูจณ์เสมอ ว่า เขาเปลี่ยนแปลงมันได้ แต่เขาก็แพ้น้องชายของเขาเสมอ จนกระทั่งวันนึง .... เขาชนะ และยังช่วยน้องชาย ที่หมดแรงกลับเข้าฝั่ง คนเราสามารถทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากจะทำ แม่ผมบอกกับผมเสมอ เรื่องนี้

แต่มันก็แค่นั้น ในชีวิตจริงวินเซนด์ทำได้เพียงแค่ เป็นพนักงานทำความสะอาดใน Gattaca บริษัทที่ส่งคนขึ้นไปสำรวจในอวกาศ ที่เขาใฝ่ฝัน เท่านั้น
แต่กฏมีไว้แหกเสมอ เมื่อวินเซนด์ติดต่อชายผู้หนึ่ง ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาได้ ชายผู้นี้เหมือนนายหน้า รับสวมพันธุกรรม โดยมี เจอร์โรม (พี่จูด ลอว์) ชายผู้ที่เกิดมาพร้อมด้วยพันธุกรรมเด่นมากมาย แต่กลับโชติร้าย ประสบอุบัติเหตุพิการ ขาทั้งสองข้างใช่ไม่ได้

ทั้งสอง แลกเปลี่ยน ชีวิตกันและกัน เจอร์โรม ให้วินเซนด์ หยิบยืม ร่างกาย และ วินเซนด์ ให้เจอร์โรม ยืม ความฝัน ......
มันไม่ง่ายเลยที่คนๆหนึ่งจะเป็นคนอีกคนหนึ่ง วินเซนด์ต้องผ่าตัดกระดูก เพื่อให้เขาสูงขึ้นอีก 2 นิ้ว เท่าเจอร์โรม ต้องสางผมและขัดเดาเซลล์ผิวที่ตายของเขาออกทุกวัน ต้องระมัดระวังไม่ให้มีเส้นผม หรือ DNA ด้อยของเขาตกหล่นในที่ทำงาน (Gattaca) เพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ว่า เขาไม่ใช่พวกที่มีพันธุกรรมเด่น

และเรื่องมันก็เกือบจะปูดออกมา เมื่อเจ้านายคนที่ล่วงรู้ถึงความลับของเขาถูกฆาตกรรม และ ขนตา ของวินเซนด์ถูกตรวจพบในที่เกิดเหตุ เขากลายเป็นผู้ต้องสงสัย ทั้งๆที่ไม่ได้ทำ ทำให้การปลอมตัวเป็นเจอร์โรมยากขึ้น ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น จนแฟนสาวของเขาไอรีน (อูม่า เธอร์แมน) รู้ความจริง ว่าวินเซนด์สวมพันธุกรรมของเจอร์โรมแฝงตัวเขามาเพื่อไล่ตามความฝัน
ที่จะเป็นหนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศ

วินเซนด์ต้องต่อสู้มากมายเพื่อให้ไปถึงฝั่งฝันของตัวเอง รวมทั้ง ต่อสู้ เพื่อให้รอดจากการถูกจับได้ โดยที่มีเจอร์โรมตัวจริง คอยช่วยเหลือในทุกๆวิถีทาง ผมรู้สึกจากหนังว่า เจอร์โรมมีชีวิต ผ่านวินเซนด์ มันเป็นความสุขบนความทรมานว่ามันน่าจะได้เป็นตัวเขาเองต่างหาก
ในตอนท้ายของเรื่อง หลังจากที่จับฆาตกรตัวจริงได้แล้ว ตำรวจที่มาสืบคดีนี้รู้ว่า วินเซนด์คือพี่ชายของเขาที่หนีออกจากบ้านไป และทั้งสองคนก็ทะเลาะกัน และออกไปว่ายน้ำ เป็นนัดล้างตา ว่าน้องชายที่เป็น Valid ของเขา แอนทาน ไม่ได้อ่อนแอ่ เหมือนครั้งล่าสุดที่เขาพ้ายแพ้พี่ชายที่อ่อนแอกว่าของเขา
แต่ปรากฏว่า ... นี้เป็นอีกครั้งที่ แอนทาน พ่ายแพ้ เขาตะโกนถามพี่ชาย ที่ด้อยกว่าเขาในทุกๆทาง ณ ช่วงเวลาที่อยู่กันกลางทะเลแล้ว ว่า .... "ไม่เห็นฝั่งแล้ว ว่ายกลับเถอะ ... นายทำได้ยังไง นายทำได้ยังไง " ...... วินเซนด์หันกลับมามองน้องชายของเขา และบอกว่า " ฉันทำไปแบบนั้น เพราะฉันไม่เคยเผื่อแรงเอาไว้ ว่ายกลับ ... "
เป็นคำพูดที่ทำให้ผมขนลุกในตอนนั้น ช่ายแล้ว ... ไม่เผื่อแรงเอาไว้ว่ายกลับ นั้นหมายถึง ชีวิตคนเรา จงทุมไปเถิด สุดตัว เพื่อสิ่งที่เป็นยอดปรารถนา
วินเซนด์ กลับมาบ้าน พบไอรีน เธอเองก็ยอมรับความบกพร่องของเขา รักเขาที่เป็นเขา เป็น In-valid
และพบ เจอร์โรม ที่เตรียม เอกลักษณะต่างๆของตัวเอง ไว้ให้วินเซนด์มากมาย ก่อนที่วินเซนด์จะขึ้นบินไปกับยานอวกาศ ในนามของ เจอร์โรม
เจอร์โรมเอง ก็จะออกเดินทางเช่นกัน ....
วันที่วินเซนด์ขึ้นบิน เขาเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง กับแพทย์ผู้ตรวจ เพราะต้องตรวจฉี่ก่อนบิน แต่ก็ผ่านไปได้ เพราะแพทย์ผู้ตรวจ เป็นพ่อของไอรีน และเข้าใจถึงข้อบกพร่องของมนุษย์ และการเอาชนะมันเพื่อความฝัน แล้วก็ได้เฉลยว่า ไอรีน คนรักของวินเซนด์คือ ลูกชาย!!! ของเขา 5555+
ส่วนเจอร์โรมตัวจริงนั้น ... ก็ออกเดินทางในรูปแบบของเขาเองเช่นกัน โดยการแต่งชุดหล่อและคลานเข้าไปในเตาเผา เอาเหรียญเงินที่ได้จากการว่ายน้ำ ที่เนื้อเรื่องปูพื้นมาว่าเขามีความภูมิใจกับเรื่องนี้มาก คล้องคอ ก่อนจะจุดไฟเผาตัวตนของเขาเอง ... ให้เหลือเพียงเจอร์โรมเดียว ที่จะมีชีวิตที่รุ่งโรจน์แทนเขา

ผมชอบตอนที่เห็นเขาเอาเหรียญนั้นคล้องคอ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ไม่ว่าปัจจุบันมันจะแย่แค่ไหน แต่ .... อดีตที่งดงามที่ตัวเราเองเป็นคนสร้าง มันเป็นสมบัติที่ล้ำค่าเสมอ และยังไงๆ มันก็มีค่ามากกว่าสิ่งที่คนอื่นทำแม้จะเป็นชื่อของเรา
หนังเรื่องนี้สอนอะไรผมมากมาย .... " เวลาพวกเขามองนาย พวกเขาไม่ได้เห็นนาย แต่เขาเห็นฉัน " นี้เป็นสิ่งที่เจอร์โรมบอกวินเซนด์
ดูแล้วรู้สึกอิ่มเอม ที่คนเราสามารถทำอะไรต่างๆได้อย่างมากมาย เพื่อความฝัน เพื่อสิ่งที่เป็นยอดปรารถนา
แม่ผมบอกเสมอ .... ว่า แกรทำดีที่สุดแล้วรึยังหละ ... ไม่มีอะไรที่แกรทำไม่ได้ ถ้าแกรอยากจะทำ
วันนึง ... ผมก็จะว่ายน้ำออกไป และไม่เผื่อแรงไว้ว่ายกลับ ในสักวัน ....
.
.
2 ความคิดเห็น:
ลอย........ลอย กระทง...
เด๋วมาเม้นท์ใหม่
ช่วงนี้หัวหน้า
ดุ!!!
เม้นท์ย้อนหลัง เรื่องที่แล้ว
ดูแล้วแอบอิจฉาชีวิตของคนที่ไม่ต้องรับผิดชอบพ่อแม่ คนที่พ่อแม่วางรากฐานมาดีแล้ว ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอะไรนอกจากตัวเอง
1. ผมว่า ไม่มีใครที่ไม่ต้องรับผิดชอบพ่อแม่หรอก... เพราะตามกตัญญู คือ พื้นฐานความเป็นคนเพียงแต่ รับผิดชอบในแบบที่ต่างกัน
2. หากฆ่าคนเพื่อป้องกันตัว ผิดมั้ย
หรือ ฆ่าคน เพื่อป้องกันคนรักหล่ะ
ในมุมของผม คุณเป็นคนดีคนนึง
ดี เลว ใครตัดสิน
^_____^
แสดงความคิดเห็น