วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

... พายุชีวิต ...

ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในมรสุมชีวิต ใจกลางเฮอร์ริเครนแทคทารีน่า หาทางออกจากพายุก็ไม่ได้ จะหาตาพายุไว้หลบภัย พักแรงก็ไม่ได้

ได้แต่โต้ลมฝน ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้หยุด






ตอนนี้ครอบครัวเรากำลังมาถึงจุดสภาวะที่อันตรายมากๆ ผมรู้สึกแบบนั้น ข้าวของมีค่าใดๆ ที่ตัวผมเองสะสมมา ต้องถูกนำออกมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินตรา

มันเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าไม่เหลืออะไรในชีวิต



ผมยังมองไม่ออกด้วยซ้ำว่า เมื่อใด เรื่องบ้าๆพวกนี้จะผ่านไปสะที



กับที่ทำงานตอนนี้ผมรู้สึก เหมือนเครื่องจักรที่ทำงานเกินกำลัง ผมควบหลายตำแหน่ง และ ต้องทำงานหลายอย่างไปพร้อมๆกัน เพราะความไม่มีสักยภาพของพี่หัวหน้าที่อยู่แผนกเดียวกัน ทุกให้ทุกๆคนเฮกันมาใช้บริการ Designer ที่เหลืออีกคน นั้นคือผม กันหมด



ตอนนี้ผมรู้สึกอยากพักร้อน อยากหลบลี้ไปไกลๆ สักพัก แต่จะไปไหนอ่ะ ในเมื่อเงินไม่มี ... จบข่าว



ผมค่อนข้างคาดหวังกับการขึ้นเงินเดือนและโบนัสสิ้นปีนี้ค่อนข้างมาก เพราะเจ้านายเป็นคนพูดกับผมด้วยตัวเอง ว่า เขาจงใจป้อนงานให้ผมทำ เพราะผมสามารถทำออกมาได้ตามความคิด และความต้องการของเขา





แต่เจ้านายลืมพูดกับผมไป 1 เรื่อง นั้นคือเรื่องของเงินเดือน















... โรงงานใหม่ ที่ผมต้องรับหน้าที่ออกแบบ เป็นธุระตกแต่ง เกือบทั้งหมด ... เฮ้อออออออออออ ....... เหนื่อย ...




ทุกวันนี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆสำหรับผม ในทุกๆวัน ที่ต้องตื่นมาเจอสภาพเดิมๆ
ภาระหนี้สิน เดือนต่อเดือน และมันจะเป็นแบบนี้ไปอีก 2 ปี เพื่อใช้หนี้ที่กู้แบงค์มาให้แม่ และ 6 ปี กว่าที่รถจะหมด





พระเจ้า!!! บางทีผมก็ลืมไปแล้วนะ ว่าผมก็มีชีวิตของผมเอง มีความฝัน มีสิ่งที่อยากทำ และอยากมีชีวิตแบบที่คนอายุ 25 ปีเขามีกัน



บางทีทุกวันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่



ผมเหนื่อย และ จิตตก




เมื่อ 2 วันก่อน ในขณะที่เกิดอาการนอย ในจิตใจอย่างแรง ผมโทรไปหา ผู้หญิงที่กลับมาปรากฏตัวในชีวิตผมอีกครั้ง แล้วถามเธอว่า เธอจะเอายังไงกับชีวิตผมกันแน่


เธอบอกว่าเธอยังไม่พร้อม อืม .. ผมเข้าใจเธอ เพราะผมเองก็ไม่พร้อมเหมือนกัน แต่เธอมีประโยคนึง ที่ผมเคยได้ยินแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ตลอดระยะเวลาที่ได้รู้จักกับเธอ


และนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เธอบอกว่า .. "ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมที่จะเป็นแฟน แต่เธออยากมีใครสักคน ที่เธอรู้ว่า เขารักเธอ และเธอก็รักคนๆนั้นเหมือนกัน" เธอบอกรักผม


ผมไม่รู้ว่าเธอจะรู้ไหม แต่แค่ประโยคที่เธอพูด มันเหมือนดอกไม้เล็กๆสดใส แตกยอดผลิบาน ออกมาจากซอกภูเขาหิน ที่แสนเน่า และแห้งแล้งเหลือทนนี้


ผมไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังหวังอะไรกับชีวิตตอนนี้ แต่ผมหวังแค่จะมีชีวิตรอดไปได้ อยู่จนถึงช่วงที่พายุ ชีวิตลูกนี้สงบลง และจะได้มีโอกาศเห็นท้องฟ้าใสๆ อีกครั้ง







.

.

.

6 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

monkey กล่าวว่า...

อ่านแล้วเห็นใจ ปัญหาหนักหนาเอาการ
เอาเป็นว่า มันก็ชีวิต สู้กันต่อไป ทุกชีวิตมีปัญหาทั้งนั้น ผมเชื่อว่าถ้าคุณทำดี ทำเพื่อแม่เพื่อครอบครัว วันนึงเราต้องได้ดีแก่ตัวเราเช่นกัน

เป็นกำลังใจให้นะครับ

24 : จุดเริ่มต้นของเรื่องมหัศจรรย์ กล่าวว่า...

ตึง กันไปหมดทั้งประเทศ

มองซ้าย มองขวา...

คนแถวๆ นี้ (ในออฟฟิตผม)

บ่น แบบ นี้ กัน เกือบ ทุก คน

เฮือกกกกกกกกกกก

****
สู้ๆ ต่อไป...

(บอกตัวเองด้วยเหมือนกันครับ)

p3ndy69 กล่าวว่า...

สู้นะคะ ..

p3ndy69 กล่าวว่า...

สู้นะคะ ..

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สู้โว้ย!!!!!!!!!



ปัญหาต่างๆกันไปค่ะ


คิดซะว่า เรายังโชคดีที่ได้อยู่คอยช่วยเหลือแม่นะจ๊ะ



^_______________^

ยาหยีกะมิคคี้

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...