"2012"

มันมากกกกกกกกก
"แต่"
ไม่ได้ทำให้กรูรักโลกขึ้นมาเล้ยยยยยย
เป็นอีกครั้งที่ผมไปดูหนังคนเดียว ... เฮ้อออ .... นี้แหละหนอ ชีวิตคนโสด
อยากดูมาก ไปทำ ATM ใบใหม่ที่ท่านแม่ไปลืมไว้ที่ตู้ที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วก็เลยดูสะเลย
คนแน่น แต่ก็ยอม
เดี๋ยวนี้ ไม่รู้ว่า ใครเป็นเหมือนผมไหม แต่ผมรู้สึกว่า หนังมันสั้นๆ ยังไงไม่รู้ ฉากการดำเนินเรื่อง น้อยลง แต่ฉากโชว์ความฟู่ฟ่า อลังการ กับเพิ่มขึ้น ผมว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของเรื่องเลยนะ
แต่เรื่องนี้ถ้าดูเอามันนั้น ถือว่า คุ้มค่าเงินมากๆ พวกกราฟฟิตก็ล้ำหน้าไป ชนิดที่หาจุดจับผิดยาก แล้วก็ เก็บลายละเอียดได้ละเอียดยิบๆ
ตึกถล่ม เห็นคน เป็นตัวๆ ห้อยต่องแต่ง พื้นดิน พุดขึ้น ยุป ลง เห็นคนวิ่งกันเป็นตัวๆ ว่าไอ้นี้วิ่งไปทางนั้น อีนี้วิ่งมาจากทางโน่น

... ว๊ากกกกกก ...
ไม่รู้ว่าผมโรคจิตรึเปล่า แต่ติดมาตั้งแต่สมัย คลุกคลีอยู่กับสามีเกย์เก่า เพราะมันเรียนสถาปัตย์ภาพยนต์ ทุกครั้งที่ดูหนังมหากาฟย์ อะไรก็แล้วแต่ เวลาเจอฉากอลังการ สิ่งที่สายตาของผมโฟกัส
จะไม่ใช่ ตัวเอกของซีน แต่จะเป็นสภาพแวดล้อม กราฟฟิต ว่ามึงมีจุดให้กรูจับผิดไหมว่ะ
มันติดจนเป็นนิสัยแล้ว หนนี้ก็เหมือนกัน และก็พบว่า กราฟฟิตสมัยนี้ ยุคหลัง The lord of the ring ทำได้น่ากลัวมากๆ เพราะเราจะไม่สามารถแยกแยกได้ด้วยสายตาเปล่าแล้วว่าอันไหนของจริง อันไหนคอมพิวเตอร์
กราฟฟิตน่ากลัวสุดตีน แบบว่า หลอน เพราะมันเหมือนจริงมาก และแอบคิดว่า ที่มึงบอกว่าสร้างด้วยเงินทุนมากมาย แมร่งสร้างจากคอมทั้งนั้น ค่าทำกราฟฟิตมันแพงขนาดนั้นเลยรึ .... โอว ... กรูอยากไปทำกราฟฟิต บ้างงงงงงงง
พระเอกรอดตายได้ ทุเรศมาก เวอร์เกิน คนบ้าอะไรจะวิ่งเร็วทันเครื่องบินที่ เริ่งเครื่องกำลังจะ Take off 85 น๊อต นี้ไม่ใช่ช้าๆ เลยนะ กว่าที่ปีกจะเกาะอากาศ และ ลอยตัวได้
หนังทำได้ ทั้งเวอร์ และยังอิงความจริง ในเรื่องของการบิน เพราะผมดูแล้วไม่รู้สึกขัดใจ นอกจากตอนที่พระเอก กลายเป็นนักกีฬาวิ่งเหรียญทองโอลิมปิค วิ่งขึ้นเครื่องขณะ Take off ได้
แอบมีดราม่าซึ้งๆ ของความรัก ในครอบครัวสอดแทรกอยู่ตลอดเวลา
บางตอนทำให้ได้คิดว่า จงแสดงความรักต่อกันเถิด เมื่อ ยังสามารถทำได้ เพราะวันนึง เราอาจไม่มีโอกาศได้บอก หรือเขาอาจไม่มีโอกาศได้ยิน ก็ได้
ผมชอบที่ บางผู้นำประเทศเลือกที่จะอยู่และตายในประเทศของตนเอง
เป็นคุณหละ หากคุณมีเงิน จะเลือกทำอย่างไร จะเลือกจ่าย 1000 ล้าน ยูโร เพื่อมีชีวิตอยู่ดูอวสานของโลก ดูผู้คนมากมายฉิบหายมลายไปกว่าค่อนโลก หรือว่าจะยอม ... วัดดวงอยู่บ้าน

... น่ากลัวฉิบหาย ...

... น่ากลัวได้อีก สัดดดดด ...
แต่ถ้าเป็นผมนะ ขอเป็นแถวหน้า ตายก่อนได้ไหม จะได้จบๆไป วันนึงหากเป็นเช่นนั้น ผมคงจะอยู่บ้านกับพ่อแม่ รอดูวินาทีสุดท้ายในชีวิตตัวเอง คงจะไม่ไปไหน เพราะ .... มึงจะหนีไปไหนพ้นอ่ะ ลำพังขับรถขึ้นเหนือไปจีน 3 วัน มึงจะขับไปพ้นประเทศไทยรึยังเหอะ 5555
แต่ผมชอบที่มีตัวละครตัวนึงพูดในเรื่อง จำไม่ได้แล้วว่าใคร แต่เขาพูดประมาณว่า "พระเจ้าจะเป็นผู้เลือกเอง ว่าใครจะอยู่ หรือตาย " นั้นดิ อยู่บ้านเฉยๆ ผมอาจรอดก็ได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเหนื่อยดิ้นรนไปตายในที่ๆ ไม่รู้จัก แถวๆตะเข็บชายแดน
อย่างน้อย ผมคงเป็นคนส่วนมาก 555 วันนั้นใครๆเขาก็ตายกัน เราก็ตายมั่งดิ จะอยู่เป็นคนส่วนน้อยไปใย
แต่ถ้าผ่านพ้น ช่วงเวลานั้นไปแล้ว โลกอาจจะสงบ และสะอาดขึ้น เพราะว่า คนมีน้อยลง ลดไปหลายปาก
มีคนนึงเขียนไว้ในเน็ทได้ดี ว่า " ถึงเขาจะไม่ได้เกิดมาในยุคกำเนิดโลก แต่ได้อยู่ในยุคสุดท้ายของโลก ก็โอแระ " 5555 เจ๋งดี
ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ไม่ได้ทำให้ผมรักโลกมากขึ้นเลย เฉยๆ นะ
แต่ทำให้ผมรักครอบครัวมากขึ้นอีก
และรู้สึกว่าเวลาในทุกๆวันที่ผมให้กับแม่ และก็พ่อ ผมว่าก็โอแหละ ถึงจะมึนๆ เบื่อๆ แต่ก็ดีใจ ที่ได้ทำอย่างที่ทำทุกวันนี้ ทุ่มเทให้กับพ่อแม่ เหมือนที่เขาเคยทุ่มเทให้กับเรา เมื่อเรายังเล็ก
ช่างเถอะครับ บางทีผมก็ปลงๆนะ ถ้าหากผมจะไม่ได้เป็น หรือไม่ได้ทำ อะไรที่ผมอยากทำ เพราะแม่ก็เคยไม่เป็น ไม่ไป ไม่ทำ อะไรที่เคยเป็นฝันของเขา เพื่อผมเหมือนกัน ซึ่งนั่น ยิ่งใหญ่ที่สุด เท่าที่ผมรู้สึก และผมภูมิใจ ที่มีแม่ เป็นแม่ผม
แต่ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ขนาดผมพยายามอินเต็มที่ก่อนดูแล้วนะ เดินออกมา ตอนหนังจบ ก็เฉยๆ
ไม่เหมือนบางเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกตราตรึงได้ ขนาดเดินออกมาจากโรงแล้วยังน้ำตาไหล ประมาณนั้น
เป็นหนังเรื่องนึงที่ เนื้อเรื่องงั้นๆ กราฟฟิตน่ากลัวสัดๆ แต่มันดีอ่ะ ....
ปล. อีกเรื่องที่อยากพูดถึง ผมไม่เชื่ออ่ะ ว่าโลกจะแตก 2012 โลกก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนเน่าๆ เต็มประเทศไทยนี้อยู่ดีแหละ ...
.
.
1 ความคิดเห็น:
ปกติ ถ้าหนังที่ไม่ได้อยากดู
จะไม่รู้เรื่องเลย..
ใครๆ ก็พูดถึงเยอะนะ
ผมก็เฉยๆ
แต่เห็นภาพแรกทีคุณเอามาลง..
ชักจะสนใจแระ
แต่วันนี้
ขอดู ทไวไลท์ ก่อนเหอะ 55
แสดงความคิดเห็น