วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

... เมื่อเวลาเดินทาง ...

สวัสดีครับ หายหน้าหายตาไปจากบล็อคนานมากๆ


คิดถึงที่นี่นะครับ แต่ก็ไม่รู้ว่า จะเขียนถึงอะไร เพราะไม่มีอะไรให้เขียน


ชีวิตของผมก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปเลย มีแต่เรื่องแย่ลง ที่ผมก็ไม่รู้ว่าจะเล่าทำไมเหมือนกัน


ผมยังคงใช้ชีวิตอย่างเดิม ถูกขัง เป็นนักโทษอยู่ในชีวิตของตัวเองเหมือนเดิม
ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรน อดทนต่อสู้ยังไง ผมก็ยังคงไม่ก้าวไปไหน



ตอนนี้ที่บริษัทของผม ได้ย้ายภูมิลำเนา ตำแหน่งมาแถวบ้านผมแล้ว ก็สะดวกและประหยัดที่จะเดินทางไปทำงานมากกว่าแต่ก่อน



แต่ก็มีสิ่งที่ไม่ดีตามติดมา



เพราะต้องเห็นคนที่เรารัก ใช่ชีวิตอยู่กับแฟนของเขาต่อหน้าเรา ทุกวัน มาอยู่ใกล้ๆบ้านผม ถัดไปแค่ 2 ซอย มาให้ผมเห็น ให้ผมรับรู้ ..ว่าเขาอยู่ด้วยกัน




คนรักกัน ... ได้ใช่เวลาร่วมกัน ช่วยเหลือ เกื้อกูล ได้มีแสดงออก จับต้องมองเห็น มีความทรงจำที่ดีร่วมกัน




ได้มีโอกาศได้แสดงออก ... ว่าตนรัก นี้มันคงจะดีมากๆเลยนะครับ




ผมควรจะดีใจ กับเธอด้วยใช่ไหมครับ ผมก็รู้สึกดีใจนะ ที่เธอมีคนดูแล ... ที่รักเธอ
เขาก็ดีกับเธอจริงๆ และมันก็ไม่ผิดที่คนๆนั้น ไม่ใช่ผม







การเรียนรู้ที่จะปล่อยวางนี่มันช่างเจ็บปวดเหลือเกินนะครับ ไม่ว่าผมจะเลือกรักใคร ... มันก็มักจะจบลงแบบนี้เสมอๆ





ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะผมก็ถูกลืมเสมอๆ





ใครเขาจะมาเลือก คนที่ไม่มีอะไรเลยอย่างผม แม้แต่ชีวิตของตัวเอง ก็ยังมีไม่ได้ ...





ผมจะได้มีโอกาศมีวันนั้นไหมครับ ... วันที่ผมจะได้เจอใครสักคน ที่เขาจะรับรู้ว่าผมรักเขาจริงๆ และมองเห็นว่าผมก็มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้




วันนี้ ... ผมไปทานข้าวเย็นกับเพื่อนของผม ที่ Big C สุขาภิบาล 3 และพบภาพ 2 สิ่งที่ทำให้เจ็บปวด เข้าไปถึงหัวใจข้างในของผม



ภาพแรก คือภาพของชาย 2 คน เดินมาด้วยกัน คนนึงใส่เครื่องแบบนักบิน เขาเอาอินทนูออก แต่ยังคงติดปีกสีทองที่อกเสื้อ มองเพียงครั้งแรก ผมก็รู้ ว่าเขาคือ "นักบิน"
อาชีพที่ผม ได้แค่เก็บความฝันและความพยายามนั้นไว้กับตัว





และ 2 ภาพของ หญิงคนที่ผมรัก เดินมากับแฟนของเธอ ... คนที่ผมได้แต่เก็บความรักเอาไว้ เพราะมันไร้ค่าสำหรับเธอ




มันเจ็บที่ข้างในหัวใจยังไงไม่รู้ครับ ... ผมรู้แต่ว่า มันเจ็บ .........




ผมขอโทษนะครับ สำหรับทุกๆคนที่เข้ามาที่นี้ และพบว่ามันมีแต่ความเศร้าซ้ำซากหน้าเบื่อ มีแต่น้ำตา ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรมันจะหยุดไหล




ขอโทษพ่อกับแม่ ที่ผมไม่สามารถทำอะไรให้มันดีไปกว่าที่เป็นอยู่นี่ได้ และทำให้พ่อกับแม่ยังคงต้องเหนื่อย ในวัยที่สมควรจะต้องได้พักผ่อนแล้ว



ผมขอโทษจริงๆครับ

1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เราไม่แน่ใจ ว่าคุณอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณหรือเปล่า..

ถ้าอยาก... สิ่งแรกที่คุณ ต้องเปลี่ยน คือ

....ทัศนคติ.......

---ด้วยความห่วงใย---

นบซาน

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...