วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

... การสอบที่มีความสุขที่สุด ...

และแล้วครับ วันที่ผมรอคอยมาตลอด 4ปี ก็มาถึง และผ่านไปแล้ว



วันที่ผม ปรารถนาที่จะได้มีโอกาศมีวันนี้สักครั้งในชีวิต วันที่ผมจะได้มีโอกาศแสดงความสามารถของผมออกไปบ้าง
ให้ได้รู้จักตัวของผม ว่าผมเป็นอย่างไร


วันที่ Air Asia เปิดสอบ Student pilot วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2553


ผมต้องยอมรับ ว่าตื่นเต้นมากครับ แล้วก็ประหม่ามากด้วย เพราะนี้เป็นครั้งแรก แล้วมันเป็นการเปิดแบบไม่ทันได้รู้ตัวล่วงหน้ามาก่อน
และผมต้องยอมรับอีกเรื่องนึงด้วยว่า มันเป็นช่วงที่ผมถอดใจให้มันไปแล้ว หลังจากที่ผมต้องเผชิญปัญหาชีวิตมากมาย


ผมเตรียมตัวเท่าที่เตรียมได้ ทบทวนความรู้เท่าที่หาขุดเอามาอ่านได้ และที่สำคัญผมพยายามเรียนรู้ คณิตศาสตร์ม.ปลาย ที่ผมไม่เคยเรียนมาก่อน อันนี้ต้องขอบคุณเพื่อนคนสำคัญของผม ที่สละเวลามาสอนผม ทั้งๆที่บางอย่างสอนทางโทรศัพท์ยากมาก
ตลอด 20 วันของการเตรียมตัว ผมตอบตัวเองได้ ณ ตอนนี้ว่าผมได้ทำเต็มที่ เท่าที่ผมจะทำได้ในเวลา 20 วันแล้ว



แม่ผม ที่ตอนแรกบ่นว่าผมจะไปสอบทำไมให้เสียเงิน แต่คืนวันเสาร์ เขาก็จับผมมานั่งไดร์ผม บอกกับผมว่า บุคคลิกสำคัญนะ (แอบปลื้ม) งานนี้ผมก็แอ๊บหญิงนิดนึง


ตอนเช้าวันอาทิตย์หลังจากตั้งร้านแล้ว พ่อก็ขับรถไปส่งผมที่ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ตามเวลา 8.30 น. ผมไปก่อนหน้านิดหน่อย มีแต่ผู้ชายเต็มไปหมด มีแต่สูงๆ หล่อๆ เหมือนวันสมัครนายแบบมากกว่า
จนอยากจะบอกว่า "โอ้ย.... เป็นเลยดีไหมครับ ไม่ต้องสอบ ดูดีขนาดนี้" ช่วงนั้นแอบรู้สึกเหมือนก้อนกรวดในดงเพชร แต่ก้อนกรวดก้อนนี้ก็สู้สุดใจครับ


งานนี้เจอทั้งนักบินที่เป็นทอม (น่าจะ) และทอมที่มาสอบแบบผม แต่มากันแบบไม่มีแอ๊บ ไม่มีหมกเม็ดกันทีเดียว หล่อ แมนมาเลย เห็นแล้วแอบกลัวแทนนะครับ เพราะเคยอ่านเจอว่า การเบี่ยงเบนทางเพศอย่างเราๆ เขาถือว่ามีแนวโน้มที่จะใช้อารมณ์ตัดสินปัญหามากกว่า เหตุผล ซึ่งเป็นทัศนะคติที่อันตรายกับอาชีพนี้มากๆ
ผมแอบกลัวนะ เลยต้องแอ๊บเต็มที่



และแล้วเวลาเข้าห้องสอบก็มาถึง



ผู้สอบ 972 คน วิชาแรก General Technical test 100 ข้อ แบ่งเป็น คณิต 50 ข้อ และ ฟิสิกข์ 50 ข้อ
หลังจากประกาศให้ลงมือทำได้ ผมรู้สึกได้ว่า รอบๆตัวผม เปิดหน้าแรก แล้วก็เริ่มทำกันเลย แต่ผมสิ 555++ ยังคงเปิดหน้าต่อไปเพื่อหาข้อที่ทำได้
ข้อสอบชุดนี้มีข้อแม้ว่า ห้ามมั่ว ห้ามเดาครับ คุณต้องทำข้อที่คุณทำได้ แล้วคิดว่าทำถูก ทำได้ +3 คะแนน ทำผิด -1
ระยะเวลาที่ให้คือ 1 ชั่วโมง 40 นาที เท่ากับข้อละ 1 นาที ป๊าดดดดดโธ่ พูดแบบนี้เตะกันเลยดีกว่า



ตลอด 1 ชั่วโมง 40 นาที ผมก็ทำได้นะครับ ผมเลือกข้อที่ทำได้ นั่นคือโจทย์ที่เกี่ยวกับการหาเปอร์เซ๊นต์ธรรมดาทั่วไป แบบว่า นังแอน กับนายจอห์น ขับรถย้ายบ้าน เป็นระยะทาง 400 ไมล์ นังแอนขับด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. นายจอห์น ขับด้วยความเร็ว 50 กม./ชม. นังแอนแวะแดกข้าว 1 ชม. 20 นาที นายจอห์น ใช้เวลาพักน้อยกว่านังแอนครึ่งนึง จงหาว่า ทั้งสองคนใช้เวลาต่างกันเท่าไรที่ใช้เพื่อเดินทางถึงที่หมาย



ก็โอเคนะครับ มาประมาณนี้ ทำได้ๆ แล้วก็อีกส่วนคือพวกเมตริก ที่เรียนมาสดๆ จากเพื่อน ก็ทำได้ครับ สิริรวมที่ทำได้ ประมาณ 8 ข้อ ส่วนฟิสิกข์ ล้างบอร์ดครับ ว่างโล่งขาวสะอาด 55555+


เสร็จจากชุดแรก พักทานข้าวกลางวัน ผมได้เพื่อนใหม่ 2 คน ครับ เป็นผู้หญิงทั้งคู่นิสัยน่ารัก พวกเธอรู้จักกันเพราะเข้าคอร์สตะลุยโจทย์ เฮ้อออออ คู่แข่งผมแต่ละคน



หลังจากนั้นเราก็มาตะลุย ข้อสอบ 2 ชุดสุดท้าย ช่วงบ่าย ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษครับ 100 ข้อ 1 ชั่วโมง ตรงนี้สิครับ มันส์มาก



ข้อสอบแบ่งออกเป็น Listening gramma และ reading เหมือน Toeic เลยครับ สำหรับการฟัง จริงๆผมกะไปฟันหมู เพราะผมค่อนข้างฟังได้ดีแต่ ....
เนื่องจากสถานที่สอบอยู่ในห้องประชุมใหญ่มากครับ ผลที่ได้ก็คือ .... เสียงซาว์ดแอ๊คโค่ววว โค่วว โค่วว ครับ แมร่งเอ้ยยยยยย แค่เขาประกาศเป็นภาษาไทยก็แทบจะไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว นี้เป็นภาษาปะกิต งานนี้จอดครับ จอด เหมือนฟังเสียงหึ่งๆ เพราะว่าเทบที่เปิดผมก็เข้าใจนะว่าเขาอุสาห์ทำเสียงซาว์ดเอ็ฟเฟ็คมาเพื่อให้ได้อารมณ์ร่วม แต่ ....
มันกลับทำให้ยิ่งแย่ครับ ยิ่งเรื่องแรกเกี่ยวกับพนักงานดับไฟป่า พระเจ้า มีเสียง ฮ. หึ่งๆๆ ตลอดฟังไม่รู้เรื่องเลยครับท่าน



แต่ยิ่งแล้วใหญ่คือ ข้อสอบการฟังมี 6 part แต่เขาเปิดเทบแค่ 5 ครับ ตอนแรกผมก็เข้าใจว่า ผมมัวแต่เหม่อ มัวแต่อ่านเรื่องที่ 6 ก่อนล่วงหน้าจนลืมฟังเลยหรอเนี้ย ตอนนั้นก็แอบตีอกชกหัวในใจอยู่
ผมรออยู่ 2-3 นาที เห็นว่าไม่เปิดเทบแน่ๆแล้ว มองไปที่รอบๆข้าง เขาก็ก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบยิกๆ ผมก็เลยเอาว่ะ ช่างมัน ว่างก็ว่าง นึกเสียดายแล้วก็ทำข้อสอบแกรมม่าต่อไป ส่วนreading ผมก็พอทำได้ครับ การฟังกับอ่านผมโอเคนะ เพราะหัดเอง จะได้กว่าแกรมม่าเยอะเลย



จนกระทั่งหมดเวลา ..... เจ้าหน้าที่คุมสอบก็ประกาศว่า เมื่อกี่มีใครได้ทำ part 6 บ้าง ผมแอบตกใจ เพราะเว้นว่างไว้ เขาก็บอกต่อว่า ก็ไม่ได้เปิดเทบแล้วคนที่ทำทำได้ยังไง ฮาาาาาา เขาบอกว่านักบิน ต้องเชื่อฟังคำสั่งครับ และห้ามทำอะไรสุ่มๆ มั่วๆ ผมว่างานนี้มีคนหน้าแตกเหมือนกัน



แล้วเขาก็เปิดเทบ part 6 ให้ได้ทำกันครับ แต่ก็เหมือนเคย เปิดกับไม่ได้เปิด มีค่าเท่ากัน นั่นคือฟังไม่รู้เรื่องเลย แย่ครับ ผมยิ่งทำแกรมม่าไม่ได้อยู่ เจอแบบนี้เข้าไปก็เซ็งครับ แล้วก็มาถึงข้อสอบชุดสุดท้ายครับ Aptitude test ที่ผมรอคอย ที่เน่นๆว่าทำได้ดีที่สุด เป็นข้อสอบวัดประสิทธิภาพ เขาบอกว่าอาชีพนักบินเป็นอาชีพเดียวที่ต้องสอบ ดีครับ ดีๆ จะได้เห็นกันครับ



งานนี้ก็ทำได้ตามคาดครับ แยกแยะ ซ้ายขวา ว่าแตกต่างกันหรือไม่ จินตนาการ ว่ากระดาษรูปนี้จะพับออกมาเป็นรูปทรงหน้าตาอย่างไร ก็ฟันหมูครับ ไม่พลาด แล้วก็มาให้จำตารางครับ อีตารางนี้ทำผมเจ็บใจมาก มันมี 6 ช่อง 4 แถว มีรูปภาพและตัวอักษรต่างๆ เขาให้ 3 นาที จำครับจำไวให้ดี


แล้วก็ให้ทำข้อสอบชุดต่อไปนั่นคือบวกลบคูณหารครับ ผมก็โอเคครับ อันนี้ทำได้ไม่ครบเหลือ 5 ข้อ ก็โอเคครับ พอใจกับตัวเอง


หลังจากนั้นก็เป็นชุดอีตารางข้างบนครับ ที่เขาให้จำ จะต้องมาบอกกันตอนนี้ว่าใครจำอะไรได้บ้าง ตอนแรก ผมจำได้ 8 จุด กะว่ายังไงก็พอได้ แต่ปรากฏว่าเขาไม่ได้ถามทุกช่องครับ เขาถามเป็นบางช่อง ซึ่งก็รวมไอ้ที่ผมจำได้ด้วย ป๋อยยยยยยยยยยยยย!!!


ตอนนั้นเจ็บใจมากครับ ทำได้ 8 ที่ๆผมจำได้ ก็เหลือแค่ 4 ที่ในบัดดล ..... เฮ้อออออออออออ หมด หมดกัน 55555++

สุดท้ายการสอบก็สิ้นสุดลงครับ แต่ผมอยากจะบอกว่า มันเป็นการสอบที่สนุก แล้วก็มีความสุขที่สุด เท่าที่ผมเคยทำข้อสอบมาตลอดชีวิต



ตอนนี้ก็เหลือแค่รอลุ้นผล ปลายเดือนมกราครับ ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ถ้าได้ ก็ดีครับ คงเยี้ยมเลย แต่ถ้าไม่ได้ก็โอเคครับ ปีหน้าเอาใหม่ ยังไงก้อนกรวดก้อนนี้ก็สู้สุดใจครับ



แต่ถ้าผ่านไปได้ แล้วไปตกรอบ ตรวจร่างกาย .... เพราะผมสูงแค่ 160 มันขาดไป 3 เซ็น แต่เขาก็ยังอุสาห์ให้ผมเข้าสอบ ผมก็โอเคครับ ถ้ามันเป็นอย่างนั้น ผมก็จะได้รู้ว่า ผมอยู่ห่างจากความฝันของผม แค่ 3 เซ็นติเมตร


ขอบคุณครับ Air asia

1 ความคิดเห็น:

24 : จุดเริ่มต้นของเรื่องมหัศจรรย์ กล่าวว่า...

มาส่งกำลังใจ ให้คนที่กำลังจะถึงความฝันสูงสุดนะครับ...

เยี่ยมเลย...

สู้ๆ นะ

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...