ถึงกับเข่าอ่อนทีเดียว
อยากจะบอกว่า ... "น้ำข้างนอกเท่าไหน ข้างในบ้านก็เท่านั้นเลย" ไอ้ที่ผมทำเขื่อนที่กั้นไว้แทบล้มประดาตายนั้น ไม่ได้ช่วยอะไรมากไปกว่าช่วยกักน้ำ ไม่ให้ไหลออกไปตอนน้ำลดแล้ว ผลคือ เมื่อผมกลับบ้าน น้ำนอกบ้านและบริเวณถนนรอบๆแห้งหมดแล้ว แต่ปรากฏว่าในตัวบ้านยังคงมีน้ำขังอยู่ประมาณ 20 เซ็น

ผมกับพ่อช่วยกันรื้อปราการเขื่อนปูน และกระสอบทรายรอบๆบ้านออก แงะซิลิโคนที่ยาไว้ตามขอบประตูหน้าต่าง แค่นี้ก็ใช่เวลาปาเข้าไปครึ่งวันแล้ว ยังไม่นับรวมการเริ่มขนย้ายสิ่งของ และเริ่มทำความสะอาดไปทีละห้องๆ
ไม่ต้องคอนเฟิมครับ เฟอร์ เอ็มดีเอฟ ทุกชิ้น แช่น้ำประมาณ 30 เซ็น หายห่วงครับ ถอดทิ้งได้เลย เรียกว่าทิ้งทั้งบ้าน

โชติดีหน่อยตรงที่ตู้เหล่านั้นไม่ล้มลงมา ทำให้ข้าวของที่เราเทินเอาไว้ ยังอยู่รอดปลอดภัยครบทุกชิ้น หนังสือผมตกน้ำไป 1 ถุง จากที่แพ็คไว้ 12 ถุง ลังเทบเก่าๆของผม ก็จมน้ำเกลี้ยง

ก็ไม่รู้จะเสียดายทำไมกับเทบคัดเซ็ท เพราะว่าตอนนี้หาเครื่องฟังไม่ได้แล้ว แต่สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมเติบโตมาด้วยกัน ต้องยอมรับครับว่า เสียดายที่จะทิ้ง
บางอย่างมันอาจเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ก็มีความหมายสำหรับตัวของเรามาก เช่นเข็มกลัด ช่างศิลป หรือป้ายรุ่น สมัยเรียน ม.ต้น ฟิมล์ รูปถ่ายเก่าๆ อะไรแบบนี้ หรือแม้แต่หนังสือเก่าๆ
เพราะปัญหาคือ สิ่งเหล่านี้ เมื่อเสียหายไปแล้ว เราไม่สามารถจะหาซื้อได้อีกแล้ว
เช่นเดียวกับความรู้สึก เมื่อสูญเสียไปแล้ว มันก็เรียกกลับคืนมาไม่ได้

ผมกับพ่อ ใช้เวลาเกือบ 3 อาทิตย์ ในการทำความสะอาดตามเวลาที่พอจะทำได้ จ้างเขาบ้าง อะไรบ้าง แอ้ เพื่อนสนิทของผมมาช่วยบ้าง ทำให้วันนี้ ผมสามารถกลับมาอยู่บ้านได้ 3 คืนแล้ว
กลิ่นของบ้าน แปลกไป มีแต่กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดผสมกับน้ำเน่า
ความรู้สึกของบ้านเปลี่ยนไป เพราะมีแต่ของไม่มีตู้เก็บวางระเกะระกะ
กิจกรรมปรกติในบ้านของเรา 3 คน แปลกไป เพราะประตูหายไป เราอพยพไปนอนรวมกันในห้องเดียวที่เหม็นน้อยที่สุด
เรากลับมานั่งกินข้าวกับพื้น ทีวี วางบนโต๊ะเตี้ยๆ ตอนนี้ที่บ้านไม่มีเฟอร์มากนัก และข้าวของส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง
แต่ลึกๆเราก็มีความสุขที่ได้กลับมาบ้าน แม้จะไม่สะดวกสบายอย่างก่อนหน้า
ช่วงนี้มรสุมชีวิตเยอะหน่อยครับ คลื่นลมแรงทุกทิศทาง แต่ผมอยากบอกว่า ไม่ท้อ และสู้ไม่ถอย ผมว่าผมเอาตัวรอดได้ และคิดว่า พอจะผ่านไปได้
ผมเรียนรู้ว่าผมจะรู้สึกดีขึ้นมาก เมื่อลดความสำคัญของสิ่งที่ทำให้ผมทุกข์ลง ทำให้สำคัญกับชีวิตเราน้อยลง เราก็จะใส่ใจและคิดถึงมันน้อยลง และวันนึง มันจะไม่มีค่าอะไรกับชีวิตเราอีกต่อไป
เพื่อนผมอีก 2 คน บ้านน้ำท่วม 1 (พุทธมลทณสาย 5 ) และไม่ท่วม 1 (ใกล้สุวรรณภูมิ) แต่เราก็มีความคิดว่า เมื่อบ้านอีกคนน้ำลดแล้ว เราจะไปช่วยกันกู้บ้าน และพามันกลับบ้าน
เหมือนที่แอ้พาผมกลับบ้าน บางครั้งผมอยากจะบอกว่า ถ้าหากผมต้องเป็นโสด ไปตลอดชีวิต แต่ชีวิตของผม มีคน 2 คนนี้ เป็นเพื่อนตลอดไป ผมว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไรนะ
หวังว่าบ้านใครน้ำท่วม ก็ขอให้น้ำลดเร็วๆนะครับ จะได้กลับบ้าน สู้ๆนะครับ
1 ความคิดเห็น:
เข้ามาสวัสดีปีใหม่ครับ
แสดงความคิดเห็น