1 ปี มีทั้งหมด 365 วัน 1 วันมี 24 ชั่วโมง 1 ชั่วโมงมี 60 นาที และใน 60 นาทีมี 3600 วินาที
กว่า 23,932,800 วินาที แล้วนับจากวันนั้น
ช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุด และอ่อนแอที่สุด อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ช่วงเวลาที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น และพร้อมที่พังชีวิตตัวเองให้ราบเป็นหน้ากลอง เจ็บปวดทุกครั้งที่หายใจเข้าออก และไม่มีอะไรที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้เลย
และชั่วขณะนึงผมนึกถึงคำพูดนึงของแม่ ที่แม่เคยเล่าให้ฟัง ช่วงที่ยังเป็นเด็ก แม่เป็นลูกตำรวจในโรงพักสวนลุมพินี แม่บอกว่าแม่เคยทำเงินหาย มันเป็นค่าเทอมหรืออะไรสักอย่าง และมันสำคัญมาก แม่ไม่กล้าที่จะบอกใคร และไม่รู้จะทำยังไง ด้วยความเป็นเด็ก แม่เลยไปที่ศาลพระพรม และอธิฐาน
หลังจากนั้น แม่ก็ถูกหวยเล็กๆ และมีเงินไปจ่าย ผมยังจดจำสิ่งที่แม่เคยเล่าให้ฟังได้
ด้วยความสิ้นหวังอย่างสุดกำลัง
วันนึง ในช่วงท้ายๆของการทำงานในเมืองของผม ผมไปที่ศาลพระพรมในเย็นวันนึงหลังเลิกงาน ด้วยความที่ไม่รู้ว่า ชีวิตจะเป็นอย่างไร จะเดินหน้าไปทางไหน ไม่อยากแม้แต่จะมีชีวิต ไม่อยากรู้ว่าวันพรุ้งนี้จะเป็นยังไง ผมไป เพื่ออธิฐานขออย่างสิ้นหวัง เพราะผมมองไม่เห็นเลย ว่าสิ่งที่ผมปรารถนาตอนนั้นจะเป็นจริงได้อย่างไร
ผมอธิฐานขอ 2 สิ่ง เพียงแค่ 2 สิ่งเท่านั้น สิ่งนึง เป็นจริงอย่างปาฏิหารย์ทันที ในอีก 2 วันต่อมา และสิ่งสุดท้าย อธิฐานขอในสิ่งที่ แม้แต่ตัวผมเอง ก็ยังรู้ ว่าไม่มีทางเป็นไปได้
ทุกครั้งที่ผมนึกถึงเรื่องนี้ น้ำตาผมจะไหลออกมาทุกครั้ง ....
บางสิ่งที่เหนือธรรมชาติ เหนือการคาดเดา ใครเลยไม่เจอเข้ากับตัว ไม่มีทางเชื่อ ... ไม่มีทางศัทธา แต่วันนี้ ...ผมเห็นแล้ว
เกือบ 1 ปี ที่แม้แต่ตัวผมเอง ก็เลิกหวัง ไปแล้วว่าคำอธิฐานนี้จะเป็นจริง ในยามที่เราสูญเสียความเชื่อมั่น ความศรัทธาให้กับตัวเอง และอ่อนแออย่างที่สุด
คำอธิฐานนี้ ... ก็เป็นจริง
ก่อนหน้านี้ ผมเคยคิดว่า คงเป็นเพราะว่าผมไม่มีบุญมากพอ อย่างที่ผมตั้งจิตเอาไว้ ผมไม่ได้บนบาน เพราะผมไม่มีสิ่งใดจะแลกเปลี่ยน ที่มีค่าเทียบเท่า และผมคิดว่าการบนบาน มันอาจไม่ใช่ความจริง แต่ผมตั้งจิตอธิฐาน ร้องขออย่างสิ้นหวัง ถ้ามันเป็นจริงได้ ถ้ายังมีบุญร่วมกัน ... ถ้ามีโอกาศ
และวันนี้ .... มันเกิดขึ้นจริงๆแล้ว
หากวันนี้เธอลองมองดูด้วยใจที่เปลี่ยนความฝัน
ลองรับความจริงที่มีตัวตนมากมาย
อาจจะยิ้มจะยอมเศร้าและเสียใจทุกสิ่ง
ก็จะมองเห็นจริงด้วยใจที่สุขหนักหนา
แค่เพียงมองเห็นทุกคราก็สุขดังใจ
หากแม้ยอมรับรู้ทุกสิ่ง
เมื่อมองดูรอบกายมีเลื่อมพรายสวยงาม
เช้าวันนึงไม่นานมานี่ผมได้มีโอกาศนั่งรถแท็กซี่มาทำงาน แล้วคนขับแท็กซี่ น่าจะวัยเดียวกัน เปิดเพลงการ์ตูนดิสนีย์ที่ผมชอบมากๆตอนเด็กๆ Pocahontas
ด้วยความที่เป็นเด็กกระแดะฟังแต่ตัวต้นฉบับ color of the wind และไม่เคยฟังเวอร์ชั่นภาษาไทยมาก่อน 20 ปีมาแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เคยฟัง
"สีสันแห่งสายลม" ในเวอร์ชั่น ภาษาไทย
อยากจะบอกว่า น้ำตาร่วงนะครับ เหอๆ ตัว color of the wind ที่เป็นต้นฉบับ มันก็เข้ากับตัวเนื้อเรื่องนะครับ แต่ "สีสันแห่งสายลม" ในเวอร์ชั่นภาษาไทยเรา
มันกินเข้าไปในใจชนิดที่ แอบรู้สึกว่าความหมายดีกว่ามาก และมันรู้สึกตรงกับใจของคนได้ดีกว่า จากตัวเนื้อเพลง ไม่ว่าเราจะเลือกหนทางใด ... นั้นคือเราเลือกตาม
ในหัวใจของเราช่วยบอก และไม่ว่าผลลัพท์มันจะออกมาในรูปแบบใด นั้นคือความจริง .... เราจะสามารถยอมรับสิ่งที่เราเลือก ได้ดีกว่า เพราะเราเลือกมัน .... ด้วยใจ
วันนี้ผมมีความสุข รู้สึกกลับไปเป็นเด็กๆ ในวัย 10 ขวบ ที่ได้ดูการ์ตูนเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ผ่านไป 20 ปี ผมดีใจที่ เด็ก 10 ขวบคนนั้นยังอยู่ในตัวผม ดีใจที่ผมยังสามารถ
กลับไปเป็นเด็ก 10 ขวบนั้นได้อย่างไม่เคอะเขิน ..... รู้สึกดี อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นเด็กดี และเป็นเด็กมันดีอย่างนี้เอง
http://www.youtube.com/watch?v=XCO-oW4KdIo

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น