วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

... สุดเขต เศษฟัน ...

หวัดดีครับ วันนี้มารายงานตัวและรายงานสถานะภาพตามระเบียบ ว่าผมยังคงมีชีวิตอยู่บนโลกแสนเน่าใบนี้

ตอนนี้ผมโรมรันกับคุณหมอฟันแสนสวย จนถอนฟันไปครบ 8 ซี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลังจากที่ผมเคยเล่าให้ฟังไปแล้ว กับการถอนฟันคุด 2 ซี่แรกในชีวิต รวมกับอีก 5 ซี่ที่เหลือ ไม่มีอะไรเทียบได้เลยกับซี่ที่ผมเพิ่งจะได้ผ่าไปเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา

คุณพระคุณเจ้าครับ มันเป็นฟันคุดที่คุณหมอคนสวยถึงกับรีเควสด้วยตัวเองเลยว่า เก็บไว้สุดท้ายเลยนะค่ะ เพราะมันยากมากกกกกกกก

อ่ะ ครับ ว่าง่ายครับ เก็บก็เก็บ แต่สุดท้ายมันก็มาถึงครับ

ผมได้คิวเริ่มผ่าตอนประมาณใกล้ๆ 6 โมงเย็น คุณหมอก็ฉีดยาชา อะไรต่ออะไรให้ตามปรกติครับ ชิวๆ เพราะเชื่อใจว่าคุณหมอคนนี้ทำไม่เจ็บ มือเบามากครับ เธอเป็นคนละคนกับที่ถอนฟันคุด 2 ซี่แรกให้ผม ซึ่ง ผลงาน 5 ซี่ที่ผ่านมาของเธอไม่ทำให้ผมผิดหวังเลย เพราะมันไม่เจ็บจริงๆ หายเร็ว และก็ทำให้ผมแอบมีความหวังว่ามันจะไม่เจ็บ

แม้เธอจะบ่นว่ามันยากนะกับซี่นี้ แต่ผมก็เชื่อว่าเธอจะทำได้ ไม่เจ็บ ... แต่ ...

เหนือฟ้ายังคงมีดาวเทียมและอวกาศ เหนือฝีมืออันเฉียบคมของเธอ ก็ยังมีฟันคุดของผม เป็นตัวทดสอบ

เนื่องจากว่า เงื่อนของฟันคุดของผมซี่นี้คือ

1.มันนอนครับ นอนเหยียดยาว แอ่งแม้ง
2.มันอยู่ในเหงือกครับ ยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็น
3.ที่สำคัญที่สุด รากมันโค้งขึ้นครับ

แมร่งเอ้ย ...มันมากครับ คุณหมอแสนสวย เลื่อยฟัน เหงือก และกระดูฟันกรามผม ตลอด 2 ชั่วโมง

เชื่อไหมคุณแรกๆมันก็โอนะ แต่ช่วงหลังๆ มันแย่มากครับ เพราะฟันผมถูกเลื่อยแล้วเลื่อยอีก ถูกงัด ถูกดึง ถูกหัก พระเจ้า มันออสซั่มมากๆๆๆๆๆ

ระบมมากแต่ก็ยังต้องทน จนยาชาหมดฤทธิ์ คุณหมอต้องคอยให้ยาชาผม เพิ่มตลอด 5 นาทีหลังๆ เจ็บมากครับ ช่วงท้ายที่กำลังดึงฟัน คุณหมอบอกว่า มันอยู่ใกล้เส้นประสาท มันจะเจ็บมาก ตอนนั้นผมอยากจะตะโกนออกไปว่า "กรูเจ็บฉิบหายแล้วว้อย"


แต่ก็ต้องอดทน แต่สารภาพเลยครับ งานนี้ร้องอย่างหมา ร้องตลอด แต่ไม่ได้ร้องไห้นะ แต่ไม่เก็บอาการเลย ก็มันเจ็บโคตรๆขนาดนั้น คุณหมอทั้งงัดทั้งดึง ผ่านไป 2 ชั่วโมงกว่า เจ้าเขาควายนั้นก็หลุดออกมาจนได้ ตอนนึงคุณหมอยังบอกเลยว่ารากมันต้องสุดยอดมากๆแน่เลย ในใจผมเนี้ย แหม สุดยอดไม่ยอดช่วยเอามาออกมาเร็วได้ไหม กรูจะตายแล้วววววว


ผมจำได้ดีช่วงท้ายที่ยาชาไม่ค่อยชาแล้ว ผมรู้สึกได้ถึงเข็มทุกเข็มที่คุณหมอเย็บแผลให้ผมเลย แต่ตอนนั้นมันแบบ ช่างแมร่งแล้ว เมื่อไรจะเสร็จสะที ...


หลังจากนั้น คุณหมอบ่นเลย ว่าเหนื่อยมาก ผมก็แย่ครับ จะตายเอา คุณหมอใจดี ยังเอาฟันผม ที่เป็นชิ้นๆมาต่อให้ดู รากสุดท้ายที่ดึงออกมา โหย งอโค้งเหมือนเขาลูกวัวเลยครับ น่ากลัวมากๆ นึกขอบคุณคุณหมอที่เอามันออกมาจากเหงือกผมจนได้


เชื่อไหมคุณ ผมออกมาจากคลินิกตอน 2 ทุ่มกว่าๆ พระเจ้า 2 ชั่วโมงเต็มกับการผ่าตัด ที่ผมรู้สึกตัวตลอดเวลา

คืนนั้นทั้งคืนปวดระยำมากครับ ปวดมากกกกก จนนอนแทบไม่หลับ แต่ก็ต้องอดทน

จนถึงตอนนี้ก็เรียกว่า เกือบดีแล้ว ผมสามารถกินข้าวได้ตามปรกติแล้ว อาจเป็นเพราะความหิวของผมมักมีอิทธิผลเหนือความเจ็บปวดเสมอ ถอนฟันมา 8 ซี่ผมก็ยังคงกินปรกติ จะกินโจ๊กก็แค่มือแรกหลังเพิ่งถอนฟันแล้วเท่านั้น 555+ หลังจากนั้นก็ข้าวกระเพรา ก๋วยเตี๋ยว อะไรเรื่อยเปื่อย กินได้สามารถตลอด


เฮ้อ .. เดือนหน้าก็จะได้ใส่เหล็กสะทีครับ จนกะการถอนฟัน หมดไปเป็นหมื่นแล้วเนี้ย ยังไม่ได้ดัดสักแอะ เฮ้ออออออ

แต่ยังไงก็สู้ๆครับ เพื่อความหล่อต้องอดทน ไว้จะถ่ายรูปตอนใส่เหล็กแล้วมาให้ดูนะครับ

เวลาไม่สบายนี้คิดถึงแฟนจังนะครับ ไม่มีคนให้อ้อนเลย ... เฮ้อออออออ ^^

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

... Now that I see you ...

ชอบการ์ตูนกันไหมครับ ผมเชื่อว่าใครๆก็น่าจะชอบกัน

ผมเป็นคนนึงที่ดูการ์ตูนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วมันก็ทำให้ผมชอบวาดรูป และก้าวเดินมาตามเส้นทางสายศิลปะเสมอมา

สมัยเด็กๆ ถ้าคนรุ่นเดียวกันกับผม คงจะต้องเป็นเหมือนกันที่แต่ละปี ดิสนีย์จะออกการ์ตูนมา 1 เรื่อง โปรโมทกันตับหลุด ตื่นเต้นกันมาก ประหนึ่งถูกหวยรางวัลที่ 1 ถ้าพ่อกับแม่ยอมพาไปดูในโรงหนัง แล้วเอามาคุยให้เพื่อนที่โรงเรียนฟังไป 3 วัน 7 วัน

แม้ว่าสมัยนี้ การ์ตูน 2D แบบคนวาด จะหายไปแล้ว เรียกได้ว่ามันไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จแล้วนั้นเอง แต่ดิสนีย์ของเราก็ยังคงพยายามต่อไป






ราพันเซล หรือ Tangled เป็นการ์ตูน 3D ของดิสนีย์เรื่องแรกในรอบหลายปี ที่ผมดูแล้วไม่รู้สึกว่ามันเป็น 3D มันเป็นการ์ตูน 2
D ของแท้ฉบับดิสนีย์ที่ มาในร่างของ แอนิเมชั่น 3D และมันเป็นดิสนีย์มากๆ เป็นการ์ตูนสำหรับเด็กๆของแท้ ที่ผมไม่ได้รู้สึกมานานมากแล้ว เพราะผมมักชื่นชม แอนิเมชั่นของ พิกซาร์ มากกว่าเพราะมันเป็นการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ที่แฝงข้อคิด ให้เก็บไปคิดและเติมเต็มความรู้สึกได้

แต่กับราพันเซล มันเป็นการ์ตูนสำหรับเด็ก ที่พาผมกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง .... มันไม่ได้ให้ข้อคิด มากมาย หรือว่ามีสาระจนกลบความรู้สึกของการ์ตูน แต่มันเป็นการ์ตูนในไม่กี่เรื่อง ที่เติมเต็มความสุข ณ เวลาที่ได้ดู และทำให้เด็กในร่างผู้ใหญ่อย่างผม กลับเป็นเด็ก ... อีกครั้ง






^^ นางเอกน่ารักมากๆครับ ราพันเซลของเรา Mandy Moore พากษ์ได้น่ารักมากๆ ทำให้ราพันเซลมีเอกลักษณ์ของบุคลิกที่ใกล้เคียงความเป็นมนุษย์ธรรมดา น่ารัก แล้วก็ความเป็นเด็ก ที่ยังคงเชื่อฟังผู้ที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็นแม่

ส่วน "ยูจีน" หล่อไปไหน .... หล่อมากๆ หล่อหมดจด ไม่มีที่ติ 555+ แอบหลงรักผู้ชายสไตล์นี้ แต่ยูจีน ให้ความรู้สึกเหมือน จอห์น สมิท ในโพคาฮอนทัสมาก สะจนนึกว่าพี่น้องฝาแฝด จนผมที่เป็นแฟนพันธ์แท้ โพคาฮอนทัสถึงกับ แอบเคือง เพราะยูจีนหล่อกว่า หนุ่มกว่า 555+





ที่สำคัญ คาเมเลี่ยนน้อย 5555+ เห็นครั้งแรกในทีเซอร์ตัวอย่าง หัวเราะแทบตกเก้าอี้ เพราะว่า รู้สึกว่าปรกติลูกน้องเจ้าหญิงที่เป็นสัตว์ มันควรจะเป็นอะไรน่ารักๆ เช่น นก หนู หมูป่า ม้าลาย อะไรก็ว่าไป นี้เธอเป็น คาเมเลี่ยน 555555555++ คิดได้ยังไง ชอบครับ ชอบๆ





เนื้อเรื่องสนุกมาก ตามสไตล์ดิสนีย์ มีนิสนึง ที่ทำให้ผมถึงกับน้ำตาหยดเลย ... ถูกต้องแล้วครับ ฉากลอยโคม ... เฮ้ออออ ^__^

บางครั้งความฝันสูงสุดของคนสักคนนึง มันก็แค่การได้ทำอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ... I see the light เป็นเพลงคู่ที่ผมว่า ... เหมาะมากสำหรับที่มาของทั้ง ราพัลเซล และยูจีน ที่ทั้งสอง ได้มาพบแสงสว่าง ที่รอคอย ณ จุดนึงของช่วงเวลาที่เหมาะสม

ราพันเซล เธอได้บรรลุความฝันที่เธออยากจะได้มาดู แสงที่เธอใฝ่ฝันจะได้เห็นมันด้วยตานอกหน้าต่างหอคอยมาตลอดชีวิต

ยูจีน ก็ได้มาพบกับแสงสว่างของชีวิต ส่องสว่างไปสู่หนทางที่เขาเลือกเดินต่อไปจากนี้ นั้นคือราพันเซล







คงจะดีนะครับ ... ถ้ามีใครสักคนมองเห็นคุณ เหมือนกับที่เห็นแสงสว่างในชีวิต และคุณจะไม่ถูกมองข้ามหรือละเลยอีกต่อไป

กับท่อนนึงของเพลงที่ผมชอบมากๆเลย ....

And at last I see the light ... Now that I see you ...

คุณเอ้ย น้ำตาร่วงครับ 555++ มันเป็นความอิ่มเอมในหัวใจ และรู้สึกดี แม้จะเจ็บปวดลึกๆในใจ แต่เวลาเราได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้ ก็ต้องยอมรับว่า มันช่างวิเศษ และดีจริงๆ


ช่วงจบ อาจขัดใจผู้ใหญ่หลายคนผมว่า เพราะมันง่ายๆ สไตล์ดิสนีย์ แต่ผมว่าดีแล้วที่เป็นอย่างนั้น เพราะมันเข้าใจง่ายสำหรับเด็ก และมันแสดงให้เห็นได้ง่ายๆ และชัดเจนว่า หากถ้าวันนึง เรารักใครสักคน ... เราก็อาจจะสามารถทำอะไรที่ดี และยิ่งใหญ่ได้ ด้วยแค่พลังของความรัก เพราะเธอทำให้ฉันรักเธอ ...

ผมรักการ์ตูนเรื่องนี้จริงๆเลย เฮ้ออออออออออออออ ^^






สักวัน คงมีใครสักคน มองเห็นผม เหมือนที่เนื้อเพลงบอก ... Now that I see you ... ^___^

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

... นอนไม่หลับ ...

เคยนอนไม่หลับกันบ้างไหมครับ คืนนี้ผมนอนไม่หลับหละ

มันรู้สึกยังไงไม่รู้ เหงา

ตลอดหลายอาทิตย์มานี้ ผมพยายามบอกตัวเองว่าไม่เหงา ผมทำอะไรที่อยากทำไปก็เยอะ แล้วยอมรับว่ามีความสุขมากๆ

ได้พบเจอพูดคุยกับเพื่อนเก่า ที่ทำให้ความรู้สึกดีๆ กลับมามากมาย

แต่ตอนนี้ผมก็ต้องยอมรับว่า ผมปฏิเสทไม่ได้ว่าผมเหงา

พรุ้งนี้ผมจะไปพบกับสามีเกย์อีกครั้ง ลางานไป พบปะสัมมนา ในเรื่องกิจการส่วนตัวของเราสองคนเป็นครั้งแรก คล้ายๆประชุม CEO (เวอร์มาก) ว่าตกลงเราจะทำสินค้าอะไรขายให้รวยกันดี มันตลกดีที่คน 2 คนเกิดความรู้สึกเดียวกันขึ้นมาพร้อมๆกัน ว่าเราต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างกับชีวิตของเราสักที

คนนึง อยากที่จะเริ่มต้นกับชีวิตของตัวเอง ส่วนอีกคน อยากที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเอง

จุดมุ่งหมายเราอาจต่างกันก็จริง แต่เราจะร่วมมือกัน ผมดีใจที่ได้ร่วมงานกับคนๆนี้อีกครั้ง และได้แต่หวังว่ามันจะออกมาดี

ถ้าชีวิตผมเปลี่ยนไปจากนี้ได้ พ่อกับแม่คงได้สบายกว่านี้

ถ้าชีวิตผมเปลี่ยนไปจากนี้ได้ เตียงนอนผมคงไม่เย็นเยียบแบบที่มันเป็นทุกวัน

ถ้าชีวิตผมเปลี่ยนไปจากนี้ได้ ผมคงไม่ต้องตื่นมาคนเดียว

และ... ผมคงไม่ต้องรอคอย .... อีกต่อไป

ชีวิตผม ผูกติดกันการต้องคอยเสมอ และตลอดเวลาผมก็มีความอดทนเหลือเฝือที่จะเฝ้าคอย คนนึง 10 ปี คนนึง 2 ปี และคนนี้ 3 ปีแล้ว ผลจะออกมาหัวหรือก้อย ผมเองก็ไม่รู้ ผมคิดถึงเธอมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ได้แต่คอยอยู่เงียบๆ


และเฝ่าหวังว่า ......... ผมจะเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

... เรื่องของทอมกับเกย์ และเจ๊ทุสโซ่ ...

เรื่องของเรื่องคือ ใฝ่ฝันอยากเข้าดูหุ่นขี้ผึ่งของเจ๊ ทุสโซ่ มาเป็นเวลานานมาก

พอรู้ว่า มาเปิดที่บางกอก บ้านเรา ผมก็กระสั่นอยากดู แต่พอเห็นราคาบัตร 700 บาท ถ่วน อาการกระสันอยากดูก็หดหาย

เพราะรู้สึกว่า 700 เอาไปทำอย่างอื่นได้อีกตั้งเยอะ ... จนกระทั่งไปพบว่า คุณ Violet_Ladybird ได้ไปดูมาแร้นนนนน โอววว..... ฉานอยากไปบ้าง จาไป จาไป จาไป!!!!


แล้วก็เลยเข้าเวบไปดู พร้อมกับให้คุณเพื่อนสามีเกย์ ไปสืบมาสิ ว่าบัตรมันราคาเท่าไรกันแน่ กรูอยากดู

สามีเกย์ไปสืบมาได้ว่า 300 บาทถ่วนขอรับ ว๊ากกกก กระผมมีรึจะอดใจไหว .... จัดไปเพื่อนเอย ... งานนี้ลงทุนลางานเลยครับ อีกแล้ว ไปทำเรื่องเบิกตังค่าทำฟันกับประกันสังคมก่อน

แล้วก็ค่อยจรรี เข้าเมือง .... รถติดมากกกกกกครับ บ่ายวันพฤหัสที่ผ่านมา จากมีนบุรี ไปสยาม ฟาดไป 2 ชั่วโมงกว่า เส้นเพชรบุรีตัดใหม่

ด้วยความโง่ ที่เข้าเมืองเป็นอยู่ทางเดียว เหอๆ






ไปถึงเกือบ 4 โมงเย็น โน่น .... คุณเพื่อนก็มาคอยอยู่นานแระ จัดไปเข้าดูกันเถิด












ว้าวๆๆๆๆๆ ห้องแรก เฉยๆ ครับ อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยรู้จัก ทำให้เฉยๆ เดินผ่านไป ฉิ้วๆ

















พอถึงห้องนักกีฬา อีทอมกับอีเกย์ 2 ตัวนี้ก็กรี๊ดกร๊าดกันประหนึ่งได้เจอตัวจริง เสียแต่ว่าคนเยอะไปนิด ทำให้ไม่สามารถสร้างสรรค์ท่าโพสได้หลากหลายเท่าที่ควร



... อยู่ใกล้พี่เบ็คแล้ว นู๋ปวดอึ ...




... โดนต่อยสะฟันเหยินเลย 555 ...






... ใจเย็นๆแกร ...






... เขาทำตามความสูงจริงๆใช่ม่ะ ...



ผมกับมันจึงเดินเลยเข้าไปห้องข้างในก่อน พอจนคนไปหมดแล้ว ค่อยเดินย้อนกลับมา งานนี้ 300 เรียกว่าคุ้มครับ 555++ โคตรคุ้ม ผมว่า แต่เสียดายนิสนึงตรงที่ เจอร์ราด ไปตั้งที่อื่น เลยไม่ได้เจอเรอะ ... ว้าาาา




... อเมริกัน ไอดอล ...






วันนั้นจะได้เห็นอี 2 ตัวนี้ เดินย้อนไปย้อนมา ไม่พอใจเดินกลับไปใหม่ 5555+









... ใครจะช่วยเมิง นังเกย์อ้วน ...


งานนี้เรียกได้ว่าเก็บตกทุกตัว .... ไม่มีพลาด ยกเว้น .... เอ่อ ..... จา - พนม ... และก้านกล้วย ... ที่ผมและคุณเพื่อน นี้ได้แค่หันไปมองและเดินผ่านไปเงียบๆ ไว้อาลัยให้อย่างสงบ ...

ผมชอบงานปั้นทุกชิ้นเลยนะครับ ชอบความพยายามในลายละเอียดต่างๆ ทั้งเส้นผม ดวงตา ขนตามจุดต่างๆ ไปจนถึงเม็ดสีตามผิวหนัง เหมือนบ้าง ไม่เหมือนบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเจ๋งสุดๆ

แต่ห้องที่ผมกรี๊ดกร๊าดมากที่สุด และรอคอยมานานเวอร์ นั้นก็คือห้องสุดท้ายครับ งานนี้ ไม่พลาดทุกเม็ด





... พี่เคน ของนู๋ ...

















เป็นอีกหนึ่งวันที่เรียกได้ว่ามีความสุขแล้วก็คุ้มค่า ที่ได้ใช่ไปเพื่อการนี้ และดีใจที่ได้เจอคุณเพื่อนอีก




... เหมือนพ่อแม่ ... ลูกใครอ่ะ ...

คุณเคยมีเพื่อน ที่สนิทกัน มากกกก ... จนคุณรู้สึกว่า มันเกินเส้นของความเป็นเพื่อนไปแล้วไหมครับ

แปลกที่ผมรู้สึกกับผู้ชายคนนี้แบบนั้น เราเป็นเพื่อนกันมาแบบนี้ก็ย่างเข้าปีที่ 11 แล้ว ตั้งแต่ ปวช.ปี 1 ที่ช่างศิลป

สนิทกันจน ความรู้สึกมันก้าวข้ามผ่านจุดเกรงใจ และจุดช่องว่าง ผมสามารถพูดได้ว่าผมพร้อมจะช่วยเหลือ และทำทุกอย่างเพื่อคนๆนี้ได้ โดยไม่ต้องคิดอะไรให้มันมากมาย

ถามว่าผมรักมันไหม ผมคงตอบได้ว่า มันเป็นผู้ชายคนเดียวในโลกรองจากพ่อผม ที่ผมรู้สึก และตอบตัวเองได้ว่าผมรักมัน

มันอาจไม่ใช่ความรู้สึกแบบแฟนกัน อาจไม่เคยไปถึงจุดนั้น (ถึงแม้ว่าอาจจะเกือบเคยเป็น 555+ ) แต่ผมก็ต้องยอมรับว่า การมีคนๆนี้อยู่ในชีวิต และได้ใช่เวลาร่วมกันคนๆนี้ เป็นสิ่งที่ผมมีความสุข







เมื่อนานมาแล้ว เราเคยสัญญากันไว้ว่า อายุ 35 เมื่อไร แล้วต่างคนต่างไม่มีแฟน เราจะมาแต่งงานกัน 555+ อนาคตมันจะเป็นยังไงนะ

แต่ผมดีใจที่ทุกวันนี้ ผมมีผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อน และเรายังคงคบกัน รักกัน และเป็นห่วงเป็นใยกันอยู่ ไม่เคยเปลี่ยน และผมดีใจที่ถึงแม้ชีวิตผมจะไม่โชคดีเท่าไร แต่ผมโชคดี ที่มีคนดีๆ อยู่รอบข้าง

หากมันจะไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ยังมี

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

... เหงือกจ๋า ฟันลาก่อน ...

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย

อยากจะกู่ร้องให้ก้องโลก ..... ปวดเหงือกและฟันขอรับ ....


เมื่อวานไปถอนฟันคุดมาครับ เป็นขั้นตอนทางการทหาร ก่อนที่จะทำการเริ่มต้นใส่เครื่องมือจัดฟัน


ไอ้กระผมที่ไม่เคยมีความรู้เรื่องการเข้าร้านหมอฟันมาก่อน เพราะในชีวิตไม่เคยมีฟันผุ ไม่เคยปวดฟัน เลยไม่เคยต้องย่างกรายไปมาก่อน


นี้ถ้าฟันผมไม่เกย์มาก จนทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยวไปจากปรกติมาก ชีวิตนี้ผมก็คงจะไม่ต้องเข้าร้านไปหาหมอฟันอีกนานโขทีเดียว
แต่ในเมื่อคิดจะหล่อแล้ว ก็ตัดสินใจว่าถึงเวลาที่ควรจะไปทำเสียที ไม่งั้นก็จะแก่ไปมากกว่านี้



เนื่องจากว่า 2 อาทิตย์ก่อน ผมไปทำการพิมพ์ฟันและเอ็กซเรย์ฟันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็นัดไปอีกเมื่อวานครับ


ในความเข้าใจผม ผมเข้าใจว่า คงจะได้คุยกับคุณหมอ วางแผนรบว่าจะทำยังไงๆ กับการเพิ่มความหล่อของผม จะถอนฟันซี่นั้น ซี่นี้นะ จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ บลา บลา บลาๆๆ ให้เราได้รู้กันบ้าง และเตรียมตัวเตรียมใจล่วงหน้า



แต่ในความเป็นจริง .....



"เชิญคร้าาาาาาา " ... เปิดประตูเข้าไป ... "นอนเลยคร้าาาาาาาาาา" ... ลงนอนอย่างว่าง่าย .... "จะถอนฟันคุด 2 ซี่นะคร้าาาา" ... ห่ะ!!!!



เดี๋ยวก่อนครับเดี๋ยวก่อน .... ในใจนึกด่า นี้จะไม่คุยกันก่อนเลยรึ??? หน้าหมอจัดฟันยังไม่เห็นเลยเนี้ย ...



"เนี้ยอ่ะคร้าาาา ฟันคุด 4 ซี่ ต้องเอาออกก่อน วันนี้เอาออก 2 ซี่ ต้องเอาออกอยู่แล้ว นะคร้าาาา" T___T ในใจ ตอนนี้เลยหรอ ตั้งแต่เกิดมาเป็นทอมจากท้องพ่อท้องแม่ กรูยังไม่เคยถูกถอนฟันเลยยยย



กรูกลัววววววว T___T



ต้องทำเลยหรอครับ .... "คร้าาาาา ณ บัดนาว คร้าาาา"



เฮ้ออออ.... ครับเอาก็เอา เพื่อความหล่อ ฉีดยาชาก่อนเลยครับ โอเค รับได้ ... ไม่เจ็บมาก ... "กลัวหรอคร้าาาาา ..." ครับ "งั้นขูดหินปูนก่อน ให้เวลาทำใจคร้าาาาา" คร้าบบบบ



หลังจากที่ขูดหินปูนเสร็จ ผมก็รู้สึกเบินท์ ไปครึ่งหน้า ชามากครับ ลิ้นแข็งไปซีกนึง แล้ว ขากรรไกรข้างขวาทั้งซีกก็รู้สึกเหมือนเป็น ก่อนซิลิโคนหยุ่นๆ บนหน้า



"ลองเทสนะคร้าาาา ว่าชารึยัง" จิ้มๆไปก็ ไม่เจ็บครับ รู้สึกเฉยๆ ว่ามีของมาดุนๆ ว่าแล้วก็ "เริ่มเลยนะคร้าาาาา" แรกๆก็โอครับ ไม่รู้สึกอะไรเท่าไร แต่... หลังจากนั้นสิ ของจริงครับ



.... เธอเอาอะไรไม่รู้มาแล้วบอกว่า .... "สะเทือนหน่อยนะคร้าาาา" แกร๊กกกกก แกร๊กกกกกก เนื่องจากผมปิดตาอยู่ เลยไม่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง ได้ยินแต่เสียงและเงาลางๆ แต่จากเสียงตอนนั้น



รู้สึกเหมือนอยู่โรงไม้ที่ทำงานเลยครับ .... แกร๊กกกกก แกร๊กกกกก แต่มันเป็นในปากผมนี้สิ เลยให้ความรู้สึกเหมือนเล่นหนังเรื่อง SAW โอ้ย ... Saw 8 เมามันมาก นึกภาพตามออกเลย หมอคนสลับหยิบเครื่องมือชิ้นนั้นชิ้นนี้ สนุกสนานมาก ที่ในปากผม ...



และก็ถึงวินาทีสำคัญ "ก้มหน้านิดคร้าาาา หุบปากลงด้วยนะคร้าาาา" เธอดึงครับ ผมรู้สึกได้ว่ามีมือหลายมือมาช่วยจับที่หน้า แล้วเธอก็ดึงครับ ... ตอนนั้นผมเกร็งมาก มันไม่ได้เจ็บนะครับ แต่รู้สึกแย่ เหมือนจะรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง



จนกำมือแน่น คุณหมอก็เลยหยุดครับ เพราะมันไม่ออก เอาใหม่ครับ ... "สะเทือนหน่อยนะคร้าาาา" แล้วก็ทำการโรมรัน ในปากผมอีกครั้ง ... จากนั้นก็ เหมือนเดิมเลยครับ มีมือหลายมือมาจับที่หน้าของผมอีกครั้ง แล้วก็ดึงครับ



"ออกแล้วคร้าาาาา เก่งมากเลย" T_____T กรูแย่ๆๆๆๆ



"ฉีดยาชาด้านบนเลยนะคร้า" T___T จะไม่ให้กรูได้พักเลยหรออออออ



ฉีดปั๊ป ชาปุ๊ป ก็ดึงเลยครับ ..... แต่ซี่นี้ มันขึ้นมาค่อนข้างเยอะ เธอเลยดึงออกได้ภายในเวลาเสี่ยววินาที จนผมที่เตรียมใจรับมือการโรมรันต่อสู้กับฟันคุดแบบเมื่อกี่ ถึงกับงง ห่ะ เสร็จแระ ทำไมข้างบนมันง่ายจัง



"ออกแล้วคร้าาาาา เสร็จแล้วคร้าาาา" เย้ๆๆๆๆๆ กรูจะบร้าตาย T___T



ถอนเสร็จกัดผ้าก๊อต แล้วก็เดินออกมาแบบงงๆ นี้หนะหรือ ... ถอนฟันมันเป็นแบบนี้เองหรอ ... นี้กรูผ่าฟันคุดแล้วนะ เย้ๆๆ ออกมาแระ 2 ซี่ มองไปที่ถาด เป็นฟันยาวเฟื่อยเลย น่ากลัวมาก รากแม่ง ลึกโคตร



ทำให้ได้รู้ว่า อ่อ ถอนฟันเขาทำกันอย่างนี้ .... ทำให้ได้รู้ว่า ในหนังซาดิสไม่ได้ขี้โม้ ที่ใช้คืมดึงฟันกันออกมาดูเล่น ง่ายๆแบบนี้เลย



อีตอนถอนเสร็จใหม่ๆก็ยังไม่เท่าไรครับ อีตอนกัดผ้าก๊อดนี้ดิ กว่าเลือดจะหยุดไหล .... ตอนหลังที่ยาชาหมดฤทธิ์แล้ว ... ตอนหลังจากกัดผ้าก๊อดก้อนที่ 2 ผ่านไป ชั่วโมงกว่าแล้วเลือดยังไม่หยุดนี้ดิ โอ้ยยยยย.... ชาตินี้ผมไม่ขอเข้าร้านหมอฟันอีกแล้ว ถ้าจัดฟันผ่านไปได้



ผมสัญญาว่ากับตัวเองว่า จะแปรงฟันให้บ่อยกว่าเดิม จะไม่ให้มีฟันผุเลยเด็ดขาด และจะรักษาฟันที่จัดใหม่นั้น ให้อยู่นานเท่านานเลย ให้สมกับความเจ็บปวดที่อยู่ดีไม่ว่าดี ก็ไปหาเรื่องให้เจ็บตัว




ตอนนี้ก็ข้ามวันมาแล้ว จากถอนเมื่อวานวันอาทิตย์ตอน 11 โมง ตอนนี้ก็ยังมีเลือดซึมๆ ออกมาบ้าง ไม่รู้ว่าออกมาจากซี่บน หรือแผลเย็บด้านล่าง แต่แอบส่องกระจกดู แผลล่างก็ดูโอเคนะครับ ไม่เห็นมีเลือดซึมออกมาจากด้ายที่เย็บไว้



สงสัยจะเป็นรูบน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง เพราะเมื่อคืนก็นอนใช้ก้อนน้ำแข็งนาบแก้ม ดูน้องติ๊นา ประกาศรางวัลสุพรรณ์หงษ์จนเกือบ ตี 1 ตื่นเช้ามาเข้าใจว่าเลือดคงไหลจนกลบปาก แต่ก็แปรงฟันไม่ยักมี แต่มีตอนถุยน้ำลาย มีนิดนึง ก็หวังว่าเลือดจะหยุดเสียที เฮ้อออออออ



มีใครที่ผ่าฟันคุดแล้ว ยังมีเลือดซึมยาวนานแบบนี้บ้างไหมครับ ยกมือหน่อย ...



อาทิตย์หน้าหมอนัดตัดไหม ... ไม่รู้ว่าเขาจะถอนอีก 2 ซี่ที่เหลือเลยรึเปล่า ... แต่ก็เตรียมตัวเตรียมใจครับ เพราะซี่ที่เหลือคงสู้รบปรบมือกันมันเลย เพราะรากฟันมันนอนครับบบบบ T___T กรูแย่แน่ๆ




ตายครับ งานนี้ ไม่ตายก็คางเหลือง แต่ก็สู้ๆครับ เพื่อความหล่อ



สิ่งที่ต้องทำหลังถอนฟัน

1.กัดผ้าก๊อตให้แน่ สุดชีวิต
2.ห้ามบ้วนน้ำลาย ให้กลืน
3. ห้ามอมน้ำแข็ง ให้ใช้น้ำแข็งประคบแก้มเอา
4.แล้วก็กินยาตามหมอสั่งครับ



ก็น่าจะไม่มีอะไรที่ต้องกังวล สู้ๆครับ กับการถอนฟันครั้งแรกในชีวิตของผม

PL. ดีนะเนี้ย ที่คุณหมอน่ารัก ไม่งั้นเปลี่ยนร้านจริงๆด้วย 5555+
แล้วก็ น้องติ๊นา น่ารักดี ขวัญใจผมตอนนี้เลย ... น้องเอ้ย พี่อยากเกิดเป็นน้องจริงๆ

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

... ขับรถ มาราธอน ...

หวัดดีครับ ช่วงนี้จะขยับอัพไดร์สักหน่อย

อาจเป็นเพราะไม่มีคนให้คุยด้วย เลยต้องมาคุยคนเดียวในไดร์ตัวเอง 55++

ช่วงนี้ก็เดินทางบ้างครับ แต่เมื่อก่อนมันก็เซ็งๆ ไม่ได้ถ่ายรูป หรือมานั่งสนใจว่าวันนี้จะอัพไดร์ยังไงแบบไหน

เหมือนเมื่อครั้งที่หัดเขียนไดร์ใหม่ๆ

เมื่อวานขับรถไปกาญให้ท่านแม่ ไปซื้อของอย่างเคย ... แต่เนื่องจากวันหยุดพักร้อน ผมเหลือเพียงแค่ 2.5 วัน แล้ว และผมก็จะอดได้เบี้ยขยัน 300

งานนี้จึงมีค่าจ้างกันเล็กน้อย 300 บาท แต่ท่านแม่ก็ยังเป็นท่านแม่ นั่นคือ 240 เมิงจะเอาไหม 555+ งานก็เอาสิครับ กำขี้ดีกว่ากำตดเป็นไหนๆ



เป็นการขับรถมาราธอนทั้งวัน ตั้งแต่ตี 5 จนถึง 2 ทุ่ม กรุงเทพ ไป กาญ , กาญ มา กรุงเทพ , ไปฉะเชิงเทรา กลับไปอ่อนนุช และก็กลับมา มีนบุรี

ถึงบ้านบริบรูณ ตอน เกือบ 2 ทุ่มได้

งานนี้ท่านแม่ เลี้ยง อาหารตอนเย็น ที่ตรงถนน สุวินทวงศ์ ยังไม่ถึงโรงงานซีพี ขับเข้าไปในป่า อย่างไกลถึงไกลมาก จนต้องคอยถามท่านแม่อยู่เป็นระยะๆ ว่า ... แน่ใจนะว่าทางนี้ จะถึงรึยัง ตลอดทาง 555+
















เป็นร้านมุสลิมครับ เป็นคนรู้จักกันมานาน เพราะท่านแม่ผม มีเพื่อนเป็นคนมุสลิมที่รักกันเหมือนญาติ

แต่ฝีมือนั้น แซ่บมากครับ ... 555+





มีเนื้อคั่ว ... น้ำตำเนื้อ ... และต้มเครื่องในวัว






ผัดไทยวุ้นเส้น ... และยำวุ้นเส้นครับ งานนี้พุงกาง




เห็นอยู่ในป่า ในดง แบบนี้ แต่ว่า ก็มีคนบุกบั่นเข้าไปทานกัน

หวังว่า ... คงจะได้รับอุปการะค่าอาหารจากท่านแม่อีก งานนี้อิ่มจังตังอยู่ครบตลอดทางฮะ 55555

วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

... สำคัญที่ทัศนคติ ...

ช่วงนี้ผมรู้สึกเหมือนกำลังมีความรัก

งง อ่ะดิ ไม่ได้มีความรักจริงๆหรอกครับ แต่มันเป็นความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวของผมเอง ทำให้รู้สึกมีพลัง เหมือนตอนที่กำลังมีความรัก

ผมก็ไม่ยักรู้มาก่อนว่า คนเราสามารถสร้างความรู้สึกแบบนี้ได้ด้วยตนเอง ... โดยไม่จำเป็นแม้แต่จะต้องมีคนมาเป็นแรงบันดาลใจ

แม่ผมเคยพูดเสมอ ว่า ... ตัวเราเองคือเพื่อนที่ดีที่สุด ตอนนี้เองอาจจะไม่ถูกสะทีเดียว ต้องขอบคุณเพื่อนๆ เก่าๆ ที่กลับมาในชีวิตอีกครั้ง

และทำให้ผม รู้สึกว่า .... ชีวิตผมมีค่า และเราไม่จำเป็นต้องแขวนตัวเองเพื่อรอคอยสิ่งเพียงสิ่งเดียว ตัวเราเองสามารถมีชีวิต และทำอะไรก็ได้ ที่ต้องการ เพื่อตัวเราเอง

ให้เราได้มีความสุข และมีความหวังสำหรับวันต่อๆไป

วันนี้เพื่อนสนิทของผมที่ทำงานลาออกไปแล้ว มันทำให้ผมรู้สึกแย่ แต่ก็โอเคนะ ผมรับได้ คนเราก็ต้องการที่จะออกไปหาความเจริญความก้าวหน้ากันทั้งนั้น ผมก็ได้แต่บอกตัวเองว่า

สักวัน มันจะเป็นวันที่ผมจะได้ออกไปพบกับสิ่งดีๆ เหมือนกัน

คุณเคยมีเพื่อนสนิทไหมครับ เพื่อนที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านพ้นไปนานแค่ไหน ผมหงอกหรือตีนกาบนหน้าเราจะเยอะขึ้นเท่าไร มิตรภาพของความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่

ผมมีเพื่อนแบบนั้นหลายคนเลยหละ ไม่ถึง 10 คน และไม่ถึง 5 คนด้วยซ้ำ แต่คุณรู้ไหมว่า มันมากมายจริงๆสำหรับผม

มันไม่จำเป็นจะต้องบอกรัก แต่ความเป็นเพื่อนของเราก็ยังคงอยู่ แม้เราอาจทำไม่ดีต่อกัน แต่เราก็ยังกลับมาเป็นเพื่อนกัน กินข้าว พูดคุยกันได้อย่างสนิทใจ

สนิทใจจริงๆนะครับ มันทำให้ผมค้นพบว่า ... มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เท่าที่มนุษย์เราคิดค้นขึ้นมาได้เลย

"เพื่อน"

เพื่อนนี้ก็คงจะเป็นส่วนนึงมั่งครับ ที่ทำให้ผมรู้สึกมีพลัง อย่างที่เป็น และมีความสุขมากขึ้นเป็นกิโลเลย

บางครั้งถ้าทำเป็นไม่สนใจความทุกข์บ้างสักพัก มันก็ทำให้เราสร้างกำลังใจใหม่ๆขึ้นมาได้

ตอนนี้ผมบอกได้ว่า ผมมีความสุข มันอาจไม่ได้มาจากเงินทองมากมาย เสื้อผ้าราคาแพง หรือความสำเร็จในหน้าที่การงาน

แต่ความสุขของผมตอนนี้ มันมาจาก ห้องที่สะอาดขึ้น รองเท้าที่ผมขัดเอง เสื้อผ้าที่ถูกรีดเรียบทั้งตู้ หัวกบาลใหม่ และอะไรหลายๆอย่างที่ผมกำลังจะเปลี่ยนแปลงมัน

มีรูปปลากรอบมาอัพเดทให้ดูฮะ ....555+ Before and After

Before






After





ยังไม่ค่อยเปลี่ยนเท่าไร แต่ผมต้องพยายามอีก เป็นตัวเองไม่ work ลองเป็นคนอื่นสักพัก (เจ้ากรรมนายเวรอาจงง สับสน และอโหสิกรรมให้ก็ได้) ชีวิตอาจจะดีขึ้น ....


ถึงคุณนกน้อยหลงทาง .... ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนรวมความฝัน และเพื่อนร่วมสายงานอาชีพนะครับ ผมก็เป็น นักออกแบบเหมือนกัน มีชีวิตเน่าๆเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่

สิ่งที่ผมแบกอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ผมก่อขึ้น และครอบครัวผม ก็ไม่สามารถซัพพอตท์ผมได้ ถ้าผมอยากจะขอถอนตัว .... แต่ ... เรามาร่วมต่อสู้ไปด้วยกันได้นะครับ สู้ๆครั

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...