วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552

... รักแรก ...

รักครั้งแรก

เมื่อวานได้ฟังเพลงเก่าๆ ย้อนไปวันวานสมัยยังเรียนอยู่คับ ก็เลยพลอยไปนึกถึง เมื่อครั้งนึงที่เคยมีความรัก เป็นรักครั้งแรก และเป็นรักที่ยาวนานที่สุด เท่าที่ผมเคยมีมาในชีวิต

และผมคิดว่านี้คงเป็นรักแท้จริงๆ เท่าที่ผมเคยรู้สึกรักมา เพราะมันไม่ต้องการสิ่งใดๆ

แต่มันไม่ได้เป็นความรักที่สมหวังหรอกนะคับ เป็นความรักข้างเดียว ที่กินเวลานานถึง 10 ปี ตอนนี้ผมกล้าพูดได้เต็มปาก ว่าผมไม่ได้รักเธออีกแล้ว เพียงแต่เธอจะเป็นความทรงจำที่งดงามที่สุดเสมอ ในหัวใจเน่าๆของผม


ผมพบเธอครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2541 ตอนนั้นผมอายุ 13 พ้นจากโรงเรียนใกล้บ้าน ออกมาผจญโลก กับโรงเรียนมัธยมเป็นครั้งแรกในชีวิต การเรียนแบบเดินเรียน การต้องขึ้นรถเมย์ไปเรียน การเรียนแบบนับเวลาเรียน

การต้องซื้อข้าวกินเอง และอะไรๆหลายๆอย่างที่ผมเองต้องปรับตัว ผมจำได้ว่าผมทำได้ไม่ค่อยดีนัก ในช่วงแรกๆ



ผมพบเธอครั้งแรกในช่วงการเตรียมงานก่อนกีฬาสี ผมยังคงจดจำได้ดี เธอแก่กว่าผม 2 ปี อยู่สีเดียวกับผมและเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล เย็นนั้น ผมกับเพื่อนนั่งร้องเพลงเชียร์กันอยู่บนแสตนด์ ด้านหน้าของพวกเราคือสนามบอลของโรงเรียน เอ่อ ... ผมเรียนโรงเรียนสิริรัตนาธร ครับ ใครเป็นพี่เป็นน้องขอมือหน่อยเด้อ


มีผู้คนมากมาย ในสนามนั้น แต่ผมก็เห็นเธอ ผมจำได้ว่าผมเห็นเธอเพราะร้องเท้าบาส Niki ของเธอ เธอเท่มาก เย็นนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมตกหลุมรักเป็นครั้งแรกในชีวิต เธอเป็นลูกครึ่ง  หรืออะไรสักอย่าง ผมจำไม่ได้แล้ว ผมสีน้ำตาลของเธอ และดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น ยังคงอยู่ในใจผมเสมอ


เธอสะดุดตามาก และตั้งแต่นั้น ผมก็พยายามจะทำทุกวิถีทาง ที่จะจีบเธอ ผมทำเหมือนที่เด็กๆในวัยนั้นทำกันทุกคน นั้นคือสืบตารางเรียนของเขา คอยออกมามองหาเขา อยากรู้เรื่องของเขาไปสะทุกอย่าง ผมจำได้ว่าช่วงแรกๆที่ชอบเขา ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็น ดี้ รึเปล่า แต่มักเห็นเขาเดินกับรุ่นพี่ผู้หญิงอีกคนบ่อยๆ


จน 2 ปีต่อมา ถึงได้รู้ว่าพี่คนนั้นเป็นแฟนของเธอ เธอก็ดีกับผมนะคับ ยอมคุยโทรศัพท์กับผม เขียนจดหมายตอบผม ยอมรับของขวัญตามเทศกาลต่างๆจากผม ยอมรับว่ารัก และหลงเธอมากทีเดียว แต่มองย้อนไปตอนนี้ก็เป็นความรักแบบเด็กๆ


แอบปลี้มเขา อะไรประมาณนั้น


เธอเป็นคนดี เธอไม่เคยให้ความหวังผมเลย และก็ไม่เคยที่จะคั่วผมเล่นๆ อาจเป็นเพราะตอนนั้นเรายังเด็กเกินไปก็ได้ เธอรักษาระยะห่างกับผมได้ดีมาตลอด ไม่ว่าผมจะพยายามแค่ไหนก็ตาม


จาก ม.1 - 3 จนผมย้ายไปเรียน ปวช. ช่างศิลป เราก็ขาดการติดต่อกัน แต่ผมยังคงคิดถึงเธอเสมอ ยังคงส่งจดหมาย และของขวัญให้เธอ ตามวันเกิด และเทศกาลต่างๆ ไปที่บ้านเธอ แม้ว่าจะไม่ได้รับสัญญาณใดๆตอบกลับมา ว่าเธอได้รับรึเปล่า


3 ปี พอกพูนเป็น 5 ปี 7 ปี และ 8 ปี ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมยอมรับว่ารักเธอคนเดียว ไม่ว่าจะคบกับผู้หญิงคนไหน เป็นต้องมีอันเลิก เพราะทุกๆคนจะเข้าใจว่าผมคบเธอซ้อนอยู่ ผนังบ้านผมจะมีรูปถ่ายของเธอติดไว้ แม้ทุกวันนี้ก็ยังมีติดอยู่ มันเหมือนเป็นอะไรที่ต้องเห็น เหมือนเธอเป็นส่วนนึงในชีวิตของผม


และทุกครั้งที่ผมทุกข์ใจ จากอะไรก็แล้วแต่ ผมจะนั่งวาดรูปของเธอ หรือเดินเข้าไปในซอยบ้านของเธอ ไปหาบ้านของเธอ แม้ว่าจะเป็นอะไรที่อ้างว้างมาก แต่การได้เห็นป้ายหมู่บ้านเธอ ก็ทำให้เด็ก อายุ 18 ตอนนั้นมีความสุข ผมไม่เคยเห็นเธอเลย และขณะเดียวกันก็ไม่คิดที่จะแสดงตัวเข้าไปในชีวิตเธอ




แล้วผมก็ตัดสินใจเลิกคบแฟนไปช่วงนึง ตอนนั้นคงเป็นเพราะแม่ด้วย ให้เวลากับแม่ เกือบ 4 ปี ที่ผมไม่มีแฟนเลย และจอมจมอยู่แต่กับอดีต คิดถึงคนรักคนแรกในชีวิต

และเกือบ 4 ปีที่เราขาดการติดต่อกันอย่างสิ้นเชิง วันนึง โทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น เป็นเสียงหวานๆที่ผมจดจำไม่ได้แล้ว แต่มันเป็นเสียงของเธอ เรียกชื่อเฉพาะของผม ที่เธอใช่เรียกผมช่วงเราเรียนด้วยกัน
เธอได้การ์ดที่ผมทำเอง และมีเบอร์มือถือเบอร์แรกในชีวิตของผม และยังคงเก็บมันเอาไว้ จะด้วยอะไรไม่รู้ เธอโทรมาตามเบอร์

เหมือนผมถูกหวย ใครจะเชื่อว่า ตลอด 4ปีที่ผมไม่เคยพบเธอเลย เธอจะโทรมาหาผม เหมือนนักวิ่งมาราธอนที่ได้พบกับเส้นชัย และพบว่าไม่ต้องวิ่งต่อไปอีกแล้ว

8 ปี เธอทำงานแล้ว และผมเรียนอยู่ ป.ตรี ปี 3 ชีวิตเราแตกต่างออกไปมากมาย

ผมพบว่าเธอมีแฟน หลังจากที่เลิกรากับรุ่นพี่ที่คบกันตอนเรียนมานาน

บอกตามตรงว่าตอนนั้นหัวใจของผมพองโตมาก รู้สึกว่า 8 ปีเอง ในที่สุดฉันจะได้รักกับเธอแล้ว อะไรประมาณนั้น ตอนนั้นรู้สึกว่าคุ้มค่ากับการรอคอย หาได้รู้ไม่เลยว่า .... มันเป็นจุดจบของทุกๆสิ่งที่รอคอยมาตลอด 8 ปี

ผมพยายามอีกครั้ง แม้จะอ่อนแรง แต่ก็พยายามด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี โทรหา พยายามจะนัดเจอ และก็เหมือนเคย เธอตัดสินใจคบผู้หญิงคนนึงไปแล้ว ช่วงพอดีกับที่เจอผม

และ เธอแปลกไป เธอไม่สนใจว่าจะนัดผมไปทำอะไรที่ไหน เธอรับปากตลอด แต่นึกจะเบี้ยวก็เบี้ยวไปดื้อๆ ผมจำได้ว่าตอนนั้นเจ็บปวดมาก

รู้สึกว่าผู้หญิงที่ผมเคยรู้จัก ตอนนั้นกับตอนนี้ เป็นคนละคนกันไปแล้ว และผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ อาจเป็นเพราะว่าผมจอมจมอยู่กับอดีตและความคิดของตัวเองมากเกินไป คาดหวังว่าเธอจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ หรือเป็นเหมือนเดิม อย่างที่เธอเคยเป็น

แต่คนเราเปลี่ยนแปลงเสมอ .... และสิ่งที่เธอเป็น ได้ทำลายความรู้สึกรัก รู้สึกดีที่มีให้กับเธอ ไปจนหมดสิ้น
ผมใช่เวลาอีก 1ปีให้หลัง รู้สึกแย่กับการรอคอยของตัวเอง และค้นพบว่า พระเจ้า ทำให้เธอกลับเข้ามาในชีวิตของผม เพื่อบอกผม ให้เลิกรักเธอได้แล้ว ประมาณนั้น



ทุกวันนี้ เธอเป็นความทรงจำวัยเด็กทั้งหมดของผมก็ว่าได้ ทุกๆคืนผมยังคงจ้องมองรูปถ่ายที่ถ่ายคู่กันกับเธอ แล้วรู้สึกมีความสุข เพราะมันเป็นความทรงจำที่งดงามเสมอ


ทุกวันนี้ ผมยอมรับว่าไม่อาจอดทนรอ หรือว่า รักใครข้างเดียวได้อีกแล้ว เหมือนผมได้ใช่มันหมดไปแล้ว กับผู้หญิงคนนึง

ผมเองก็เปลี่ยน กลายเป็นคนที่จะไม่รักใคร หากไม่ได้ความรักตอบกลับมา เหมือนเห็นแก่ตัว แต่ใครจะรู้บ้างว่า ผมพบ ผมเจออะไรมาบ้าง

ตอนนี้ผมเองก็ตัดสินใจที่จะละทิ้งความสัมพันที่ก่อขึ้นอีกครั้ง เพราะผมรู้ว่า เรื่องของผมกับคนที่ทำงานที่เดียวกัน คงจะไปกันได้อีกไม่นาน ผมดีใจที่หักห้ามใจไม่มีอะไรกับเธอได้ เพราะถ้าหากมี คงทำใจได้ยาก
ผมรู้ว่า เธอคงจะไม่ทิ้งเพื่อนผม มาเพื่อรักกับผม เพราะเธอพูดเสมอว่า ทางนั้นไม่ผิด .... ผมรู้ ตัวผมเองที่ผิด


และจะพยายามลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่แปะคำว่า "ชู้" นี้เอาไว้ให้เร็วที่สุด
ความเจ็บปวดหรือ .... โอ้ย ... ผมเป็นเพื่อนกับมัน
ในชีวิตผม ผมวาดรูปคนที่ผมรักแค่ 3 คน จากทั้งหมดหลายคน ทั้ง 3 คนจะมีใครรู้บ้างไหมว่า ทุกๆเส้นสายที่ผมจรดดินสอ ลง ผมวาดมันออกมาจากใจ
แต่ผมรู้ว่า หลายๆคน คงคิดว่า ก็แค่ภาพวาด ... เท่านั้น ...


2 ความคิดเห็น:

~ p r i m ~ กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะ

blog ยาวจัง อิอิ

ขอเมนท์ก่อน แล้วจะมาอ่านทีหลังนะค๊า

สบายดีนะค่ะ

^^

ผีเสื้อกลางคืน กล่าวว่า...

โอ้ววว ยาวมาก ๆ

จำรักแรกของตัวเองไม่ได้

^^

เพราะมันไม่น่าจำเล้ย

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...