
มันจะช้าไปไหมหนอ ถ้าผมจะเพิ่งมาพูดถึงหนังเรื่องนี้
หนังธรรมดาๆเรื่องนึงที่จะถูกจัดอันดับขึ้นเป็นหนังประจำชนชาติ ทอมดี้ เลส ของเรา
555555++
เพิ่งได้มีโอกาศดูครับ คงต้องขอโทษทางทีมงานด้วย เพราะว่าได้ดูหนังเรื่องนี้จากแหล่งที่ไม่ถูกลิขสิทธิเท่าไร ชอบมากกกกกกกกก ครับ พี่เอาใจผมไปเลยดีกว่า (รู้สึกเสียดายมากที่พลาดไปดูในโรง)
จริงๆก็หมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะไปดู แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ดู เพราะติดสอบนักบิน แล้วช่วงนั้นในสมองก็มีแต่เรื่องสอบๆๆๆ
ทำให้กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็ย่างเข้าเดือนกุมภาพันธ์เข้าไปแล้ว ส่วนผลการสอบนักบินของผม กับสายการบินใจดีสีแดงแห่งนี้ ... ผลประกาศแล้วครับ T__T
ไม่ผ่านเกณท์ เป็นที่เรียบร้อยโรงเรียน Air asia เฮ้ออออ.... สู้ต่อไปครับ สักวันคงได้บิน
ว่าแต่ เราพูดกันถึงเรื่องหนังไม่ใช่หรอ ม่ะ เข้าเรื่องดีก่า
ผมว่าใครหลายๆคนที่ได้มีโอกาศเข้ามาอ่าน ก็คงจะพอรู้จักหนังเรื่องนี้ เคยดู หรืออย่างน้อยก็ต้องรู้โครงเรื่องคร่าวๆ
เพราะมันเป็นหนังที่มีเนื้อเรื่องง่ายๆ แบบเดาได้สไตร์หนังรักใสๆ อยู่แล้ว ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้ ว่าสุดท้ายพระเอกนางเอกต้องได้รักกัน
แต่ส่วนใหญ่ที่ผู้คนตีตั๋วเข้าไปชม หรือพยายามกระเสือกกระสนหาดูหนังเรื่องนี้ทีหลังอย่างผม
ต้องอยากรู้ เพียงแค่ เรื่องราวมันจะเป็นยังไงนะ ซับซ่อน ซ่อนเงื่อนยังไง กว่าเขาจะรักกันได้
หนังเรื่องนี้ไม่ทำให้ผมผิดหวังเลย ถามว่าจริงอยู่ที่เรื่องราวมันไม่ได้ซับซ่อนมาก ไม่ต้องมีสายชนวนระเบิดมาให้ตัดเพื่อกู้โลก แต่หนังเน้นมาก ในเรื่องของความรู้สึกที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น
ผมชอบตรงที่หนังไม่ได้วางโครงเรื่องโง่ๆมาให้ "คิม" เป็นทอมมาตั้งแต่ต้น แต่ทำให้เป็นคนที่เป็นตัวของตัวเอง แต่ยังไม่ค้นพบตัวเองเท่านั้น

ผมว่าตรงนั้นเป็นจุดที่น่ารักมากๆ ของหนัง .... ทำให้มันช่วยลดทอนภาพลักษณ์ของโปสเตอร์หนังที่ ชี้ชวนชมว่า เป็นหนังทอมดี้ ให้กลายเป็นว่า เลสก็เข้าไปดูได้ โดยที่ไม่รู้สึกต่อต้านมากนัก
แต่งานนี้ผมเชื่อว่า จำนวนผู้ชาย ที่ตีตั๋วเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเอง คงมีจำนวนที่นับหัวได้
หลายมุขที่ผมอ่านในบทวิจารณ์ของหลายๆคนที่ว่าไม่อินกับ ... "เรื่องผีเสื้อในท้อง" ผมเห็นด้วยนะ 555+ แว้บแรกที่ได้ยินจาก ทีเซอร์ตัวอย่าง รู้สึกแบบ .... เอ่อ ... แป๊กมาก ... หลังจากที่ดูหนัง ช่วงที่พระนางนอนคุยกัน ผมก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมอยู่

ว่ามันแป๊ก ... แต่ ... พอมันนำไปสู่ฉากแอบบอกรักของคิมกับพาย ตรงม้านั่งในสวน มันกลับทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีผีเสื้ออยู่ในท้องคิมจริงๆ มันจริงมาก ไม่เฟค และก็รู้สึกถึงความรักที่คิมมีให้กับพาย
ฉากนั้นทำเอาผมอดที่จะยิ้มไปด้วยไม่ได้
และอีกเรื่องที่ผู้คนวิจารณ์กันมาก นั้นก็คือเรื่องของการแสดงของ น้องติ๊นา เป็น "คิม" ผมว่าแอ๊คติ้งเรื่องดวงตา กับท่าทาง ยกให้เต็ม 10 เลย 55555+ เป็นทอมในอุดมคติมากๆ เสียนิดนึง ในเรื่องของการแสดงออกเรื่องของการพูดจา
จริงๆมันก็ดีนะครับ แต่ถ้าน้องเขาจะทำให้มันดูเป็นธรรมชาติอีกนิด ผมว่า คงเยี้ยม แต่ สำหรับเรื่องแรก คงต้องยอมรับ ว่าผ่านครับ ^__^ น้องเขาทำได้ดีทีเดียว
สำหรับน้องออม ที่เล่นเป็น "พาย" นั้น โอ้ย ... น่ารัก ได้ใจผมไปเลยครับ หน้าตาท่าทาง พูดจา ทุกสิ่งอัน .... ชนะเลิศครับ เป็นผู้ดี้ในอุดมคติอีกเช่นกัน

แล้วก็น้องดิว ที่เป็น "เจน" ก็ต้องยกนิ้วให้เช่นกัน แต่เพียงว่าพอมาเจอกับน้องออมปั๊ป ความสวยของเธอก็ลดลงอย่างประหลาด
งานนี้จริงๆมันก็ดีนะครับ เป็นหนังรักใสๆ ถึงใสมาก มีแต่ด้านดี ของคนหน้าตาดีมาเจอกันจริงๆ เพียงแต่ว่า สำหรับในความเป็นจริง จะมีสักกี่คนที่โชติดีแบบ "คิม"
ผมว่าคงน้อยจนนับจำนวนหัวได้ ที่ครอบครัวฝ่ายหญิงที่แอนตี้เรื่องทอมดี้มากๆ จะยอมให้ลูกสาวตัวเองที่มีผู้ชายโคตรดีพร้อมแต่งอยู่แล้ว มาทำอะไรแบบนี้
โดยรวมผมว่าตัวหนังค่อนข้างทำได้ดี แต่จริงๆแล้วหนังแนวนี้ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ น่าจะมาจากบท ตัวบทของหนังเรื่องนี้ ดีนะครับ เห็นว่าดัดแปลงมาจากหนังสือ (ผมเองก็ยังไม่เคยอ่าน)
แต่มันมีจุดด้อยเหมือนกับหนังตลาดๆหลายๆเรื่อง นั้นคือ ... การหลงลืมบทบาทของตัวละครเสริม ที่จะทำให้ไม่รู้สึกว่าโลกนั้นมีเพียงแค่ "คิมกับพาย" แค่สองคน เหมือนเช่นรักแห่งสยามทำได้ ... นั้นคือ
เพราะชีวิตคนเราไม่ได้พุ่งเป้าได้แค่เพียงสิ่งใดสิ่งนึง มันประกอบไปด้วยครอบครัว และสภาพแวดล้อม ถ้าทำให้เพื่อนที่เดินมาตบหัวเจน มีบทมากกว่านั้น ผมว่าตัวละครตัวนี้น่าสนใจมาก แล้วก็ตัวพ่อของคิมด้วย
บทพี่อินทร์ หรือแม้แต่บทของพี่แวน และเจน หนังทำให้ผมรู้สึกเหมือนเส้นตรงที่วิ่งจากจุด A ไปจุด B เท่านั้น เนื้อเรื่องวิ่งไปตามลำดับ จริงๆก็ผ่านนะครับ
แต่ถ้าหากมันจะซับซ่อนกว่านี้อีกนิด คงจะดีเยี้ยมเลย

ผมชอบนะ ... ผมว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นค่ายหนังหน้าใหม่ สถานที่ถ่ายทำ มุมกล้อง การตัดต่อ หรืออะไรต่างๆอาจจะไม่เฟอร์เฟ็คร์ เท่าหนังรักใสๆ ของค่ายใหญ่ๆ อย่างสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก
แต่ผมเห็นด้วยกับหลายท่านว่า Yes or No ก็สามารถขึ้นไปยืนข้างๆ กับหนังเรื่องนั้นๆได้ อย่างภาคภูมิ
หนังเรื่องนี้หลายคนมองว่ามันมี สองแง่ ผมเห็นด้วยนะ ที่ว่า มันบอกได้ว่า คนรักเพศเดียวกันมันไม่ได้แย่อย่างที่หญิงชาย ปรกติเข้าใจนะ มันสวยงาม และความรักของ หญิงรักหญิงอย่างเราๆ มันก็เริ่มต้นขึ้นได้ด้วยสิ่งดีๆของคนสองคนที่มีให้กัน
ไม่ใช่แค่ความรักฉาบฉวย หรือ แฟชั่น
อ่า ... คำว่าแฟชั่น นี้แหละครับที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดนโจมตีในเรื่องของว่า หากหนังกล่าวถึงเรื่อง หญิงรักหญิงแต่ในด้านดีโคตรๆ ใสเวอร์ขนาด จะมีเด็กๆ
อีกมากมายที่แห่กันมาเป็นทอมดี้ เพียงเพื่อแฟชั่น ...??? อย่างผมที่เป็นทอมมาแต่เกิด บางทีเห็นเด็กๆ สมัยนี้แล้วก็อดจะถอนใจไม่ได้
เพราะพวกเด็กๆจะรู้จักตัวเองดีพอไหมหนอ ถึงได้กล้าที่จะแสดงออกอย่างชัดเจนแบบนั้น
งานนี้อาจมีเรื่องน่าเป็นห่วงอยู่บ้าง ... แต่ ผมว่าส่วนดีของหนังเรื่องนี้ก็น่าจะมีมากกว่า อย่างน้อย ผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง พ่อแม่ เขาก็จะได้เข้าใจลูกๆของพวกเขามากขึ้น
และทอมน้อย และดี้น้อยๆ รุ่นต่อๆไป ก็อาจจะไม่ได้ต้องเผชิญกับความรู้สึกแบบที่ผมเคยเจอ ตอนที่ต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของผมกับแม่ของผม
ก้าวแต่ละก้าวของชาวเราบนสังคมไทย ผมว่ามันอาจจะยากเย็นสักหน่อย แต่ผมว่าเราก็กำลังก้าวไปได้ดี
หนังเรื่องนี้ได้ใจผมไปแบบเต็มๆครับ ^___^

PL.ผมอาจไม่ได้ไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนัง แต่ผมสัญญานะครับ ว่าจะรอซื้อ DVD ลิขสิทธิ์ถูกต้องครับ
ว่าแต่มีแบบบรูเรย์ม่ะครับพี่ 5555 + (ถึงขึ้นนั้น เครี่องเล่นยังไม่มีเลย)
1 ความคิดเห็น:
แวะมาทักทายครับ...
ผมก้อยังวนๆ เวียนๆ อ่านไดคนโน้นคนนี้
แม้ไม่ค่อยได้อัพ
^^
แสดงความคิดเห็น