ฟังดูเหมือนสีดำกับขาว ชัดเจน แต่ในความชัดเจน ก็มีหลากหลายสงครามที่เกิดขึ้นระหว่าง สีเทา ทั้ง 2 ด้าน ต่างคนต่างเทา ไม่มีใครรู้ หรือยืนยันได้ว่า ฝ่ายไหนกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูก
แต่โลกของเราก็ยังคงมีผู้คนที่ทำสงครามกันต่อไป โดยที่ผู้สูญเสีย ไม่ใช่ผู้ที่ทำให้มันเกิด

ทหาร บางครั้งผมก็เคยนึกสงสัยแทนพวกเขา ว่า .... เขาไปรบเพื่ออะไรกันแน่ ในใจลึกๆเขารู้ไหม ว่าจะต้องฆ่าอีกฝ่าย ไปด้วยเรื่องอะไร คนจากอีกซีกโลกนึง ซึ่งไม่เคยพบเจอพูดคุย ไม่เคยทำไม่ดี หรือสร้างเรื่องเลวร้ายใส่กัน

แต่ต้องเป็นคนลั่นกระสุนออกไปเพื่อสังหารฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับตน เพื่ออะไร ??
และหลายคนต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก คนหนุ่มสาว ทหารกล้าที่มีฝีมือ ต้องสูญเสียไป
หลายคนสูญเสียแขนขา สูญเสียตัวตน หรือแม้กระทั้งความเชื่อไป

ตอนที่เครื่องบินพุ่งเข้าชนตึกแฝด ... หลายประเทศในโลกมุสลิม ออกมาเฉลิมฉลองดีใจ ชุมนุมโห่ร้อง ...

อเมริกา ซึ่งเดิมเป็นประเทศที่ได้แต่เอาเปรียบประเทศอื่น แล้วสร้างภาพว่าตัวเองเป็นเหมือนตำรวจโลก ... ถูกตบเข้าที่หน้าอย่างจัง หลายชีวิตที่ไม่รู้เรื่องด้วย ต้องจบลงกว่า 3,000 ชีวิต แม้จนตอนนี้หลายร่างกว่าครึ่ง ก็ยังไม่ได้กลับคืนสู่ครอบครัวอันเป็นที่รัก

ผมเข้าใจความรู้สึกของคนอเมริกันดี มันเป็นความรู้สึกสูญเสียที่ไม่อาจจะชดเชยได้อีก ไม่ว่าด้วยอะไร เขาดูทีวี แล้วเห็น ..... ฝ่ายตรงข้าม หัวเราะ มันเป็นความรู้สึกเคียดแค้น ถึงแม้ว่า ... ลึกๆพวกเขาก็จะรู้ว่า ประเทศเขาเอาเปรียบ และหาผลประโยชน์จากประเทศเหล่านั้นอย่างไร?? แต่ชีวิตที่สูญเสียไป มันก็ยากที่จะทำใจให้เป็นกลาง
จากวันที่ 11 กันยา วันนั้น หนุ่ม สาว อเมริกันหลายร้อยหลายพันคน สมัครเขาเป็นทหาร เพียงเพื่อ ... ต้องการแก้แค้น อเมริกาเตรียมตัว และลงมือแก้แค้น ... ประเทศกัฟกานิสฐาน ย่อยยับ ... อเมริกาที่รู้สึกเหมือนโดนตบหน้า ต้องการเอาคืน ... แบบทีมองดูถูกต้อง แต่ถูกจริงๆไหม ... ยุติธรรมไหม ? ย่อมตัดสินได้ไม่ยาก เพราะคนที่สูญเสีย ... คือคนที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย

วันนี้ โอสสะมะ บินลาดิน ถูกสังหาร .... อเมริกา สังหารเขา และ จัดทำศพให้เขา ... โดยที่ไม่ยอมให้เกิดพื้นที่ศักดิ์สิทธ์ ไม่ยอมให้มีแผ่นดินใดกลบหน้าเขา ถูกต้องแล้วหรือ ?? สำหรับศาสนาอิสลาม สำหรับผู้เป็นมุสลิม
การกระทำนี้ ผมมองดูว่ามันไม่ต่างจาก ... คนป่า ที่เข้าไปฆ่าเขา ด้วยความแค้น จนแม้กระทั้งเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว ก็ยังสับศพเขาเป็นชิ้นๆ จนไม่เหลือชิ้นดี มองดูแล้วได้อะไร .... นอกจากความแค้น ความชิงชังจากอีกฝ่าย
วันนี้ชาวอเมริกันทุกคนฉลอง ด้วยความสะใจที่ในที่สุดก็ได้เอาคืน ผมเชื่อว่าหลายคนดีใจ เพราะมันแสดงว่าสงครามจะยุติลงเสียที และสมาชิกอันเป็นที่รักของพวกเขาจะได้กลับบ้าน

แต่ลึกๆผมเชื่อว่า นี้จะไม่จบ "ทั้งสองจะไม่อาจอยู่ได้ ถ้าอีกคนยังอยู่รอด" .... อย่างในแฮร์รี่ พอตเตอร์ และ .. "เราจะฆ่ามันให้หมด" เหมือนอย่างที่ในตัวละครของทั้ง 2 ฝ่ายในหนังเรื่อง The Kingdom ว่าไว้
เพราะอีกฝ่าย ก็คงกำลังดูทีวี หรือเล่นอินเตอร์เน็ท และเห็นว่าอเมริกันกำลังหัวเราะ .... และคงกำลังเตรียมการ เพื่อแก้แค้นเอาคืน
สงครามใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกขณะ และใกล้ตัวของเรามากกว่าที่เราคิด ผมหวังว่า สักวัน ... โลกจะกลับไปสงบสุขอย่างที่มันเคยเป็นสมัยที่ผมยังเป็นเด็ก เหมือนก่อนหน้า วันที่ 11 กันยายน และผมหวังและฝันอย่างสุดใจ ให้ตึกแฝดนั้น ยังคงตั้งอยู่อย่างนั้น อยู่ตรงนั้นอย่างที่มันเคยเป็น
หวังให้หลายชีวิตที่สูญเสียไป ยังคงอยู่
ผมรักประเทศอเมริกันนะ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รักและสัมผัสผู้คนและศาสนาอิสลามอย่างใกล้ชิดจากเพื่อนๆของแม่ผมมาหลายปี

ศาสนาอิสลามสอนให้มุสลิมทุกคนเป็นคนดี และยึดถือปฏิบัติแต่สิ่งดีๆ และผมก็เชื่อว่ามีอเมริกันมุสลิม ในสหรัฐมากมาย ที่รักประเทศสหรัฐ และผมก็เชื่อเหมือนกันว่า ประเทศในโลกมุสลิม ก็มีลูกครึ่งอเมริกันในหมู่มุสลิมที่เป็นมุสลิมที่เคร่งครัด
ก็ในเมื่อโลกใบนี้มันเล็กลงเรื่อยๆแบบนี้ ทำไมเรายังต้องมาฆ่ากันอีก
God bless all of you ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น