วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552
... เพลงเก่า ...
แต่ผมคิดถึงที่นี่นะ ไดอารี่ของผม พักนี้ไม่ค่อยได้เล่าอะไร แต่ ... วันนี้ได้ฟังเพลงๆนึง ที่มีผู้หญิงคนนึงเคยให้ผม ฟังแล้วให้ความรู้สึกแย่ๆกลับมา
ไม่ได้แย่ เพราะเจ็บปวดที่เธอทิ้งไปอีก แต่แย่ เพราะ ... ตลกที่ว่าคนเราไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงๆของเพลงนี้ แต่เธอให้เพลงนี้กับผม ในช่วงที่เราอินเลิฟกันใหม่ๆ
บอกตรงๆว่าตอนนั้น ....โอ้ย ... คุณเอ้ย ฟังไปยิ้มไป มีความสุข ยิ่งได้ฟังความหมาย ผมก็ยิ่งยิ้มกว้างได้ทั้งวัน รู้สึกว่า ผมนี่ช่างมีความหมายต่อเธอนัก และ ... มันคงเป็นความรักที่ดี ประมาณนั้น
ตอนนี้ผมมองย้อนไปแล้วอยากจะปล่อยก๊ากกก ผมคิดเอาเองทั้งนั้น ฟังเอง อินเลิฟเอง ทั้งที่เธอไม่ได้คิดแบบนั้นกับผมสักหน่อย เธอเพียงแค่ฟังแล้วเห็นว่ามันเพราะดี เลยส่งมาให้ผม
ไม่ได้รู้ความหมายของมันไม่ ...
ผมจึงอยากฝากบอกผ่าน ทุกๆคนที่ได้เข้ามาอ่านไดร์ผม ณ วันนี้ ว่าถ้าหากคุณอยากจะให้เพลงใดสักเพลงแก่คนรักของคุณ ยิ่งเป็นเพลงสากลด้วยแล้ว กรุณา ทำความเข้าใจกับความหมายของมัน อย่างถี่ถ้วน ทุกๆถ้อยคำ นะคับ
เพราะ ... หากผู้รับ อิน!!!! เช่นเดียวกับผม ทั้งคุณและเขา อาจจะเข้าใจไม่เท่ากันเป็นได้ เช่นคุณรักแค่ 25 แต่เขาไปโน่นแล้ว 150 5555++ พูดแล้วขำ แต่ผมเคยเป็นเช่นนั้นจริงๆ
สำหรับผมตอนนี้ คุ้นชินกับ ชีวิตโสดอีกครั้ง และมองเห็นแง่มุมที่ผมเคยมองเห็นมัน ... ตอนนี้แค่ทำงานกับ ชีวิตครอบครัวที่บ้าน ก็ทำเอาผมแทบล้มประดาตายทุกวัน ฮืม... คอยดูนะ พ่อผมหายเมื่อไร ผมจะหยุดทำงานบ้านทุกอย่างเป็นเวลา 3 เดือน
เป็นข้อตกลงสัญญาที่ผมได้ทำกับพ่อไว้นะตอนนี้ กร๊ากกกกก
และดูเหมือนผมจะได้กรรมสิทธิ์ ครอบครองรถยนต์ของบ้านมาอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว ... เพราะเมื่อหลายวันก่อน ..แม่บอกกับพ่อว่า "ตอนนี้มันหมดยุกมรึงแล้ว" ก๊ากกกก แม่ฮา ก๊ากกกกใหญ่
รู้สึกว่าแม่จะชอบผมขับรถมากกว่าพ่อ เอิ๊กๆ นะ ... ได้ทีปีนขึ้นยอดไม้ขย่ม เย้วๆๆ 55555
แต่อย่าว่าโง้นงี่เลยนะ ผมก็เริ่มต้นคบหากับผู้หญิงคนนึง เธอก็น่ารักดี ถึงจะขี้น้อยใจไปนิด ที่ตอนนี้ผมแทบไม่มีเวลาสักชั่วโมงให้เธอเลย แต่ก็ยังประคับประคองความสัมพันธ์ไว้ได้บ้าง
เธอเป็นนักวิจัยในห้องแล็ป เอ.. เรียกนักวิจัยได้ป่าวหว่า ไม่รู้ว่าจะเรียกเธอว่าอะไร แต่เธอเป็นคนทำกรรมวิธีตรวจเลือดคนหนะคับ หาค่าต่างๆ ประมาณนั้น น่ารักดี
ขี้อ้อน ขี้งองแง เหมือนเด็กๆ สัก 8 ขวบ เธอทำให้ชีวิตเน่าๆของผมสดใสได้ทีเดียว
วันข้างหน้า ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นยังไงนะคับ จะแย่ยิ่งกว่านี้ หรือว่าจะดีกว่านี้ ผมก็ยังมองมันไม่ออก แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ยังคงต้องเดินไปข้างหน้า ต้องผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านั้นอยู่ดี จะดีจะร้าย ...ก็มาเถอะ ผมพร้อมเสมอหละ ...
ปล. ถึงคุณ Tar lala ผมไม่ได้ออกแบบแค่ห้องน้ำครับ ทำได้หมดคับ ทำเฟอร์ลอยตัวก็ได้ ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องการออกแบบคับ ถ้าต้องการ
ถึงคุณ ผีเสื้อกลางคืน คงยังไม่ขี้เกียจง่ายๆหรอกคับ 555 เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่ครั้งเป็นเด็กๆแล้ว
วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
... การปล่อยวางของแม่ ...
เพราะงานยุ่งมากมาย ตอนนี้เจ้านายผมต้องการตารางการทำงานของแต่ละคนในแต่ละวัน ว่าวันๆทำอะไรบ้าง และทำแต่ละอย่างใช่เวลานานเท่าใด
เอ่อ ... ฟังดูออกจะอึดอัด แต่ว่าช่างเถอะ เขาเป็นเจ้านาย จะอะไรก็ได้ ผมก็ต้องยอมทำตาม
ช่วงนี้เลยต้องทำตัวยุ่งทั้งวัน เพื่อสร้างสรรค์ตารางให้แน่นเข้าไว้ พร้อมกับชิ้นงานที่ตรงกับตาราง
วันนี้แทบล้มประดาตาย เนื่องจากต้อง QC สินค้าก่อนส่งไปต่างประเทศ เพราะเจ้า 30 กว่าตัว ผมต้องตรวจทุกซอกทุกมุมด้วยตัวเอง
แต่อย่าว่าแต่ตรวจเลย ทำให้ทันตามกำหนด ยังทำไม่ค่อยจะทันเลย
สอง สาม วันนี้เลยได้เห็น พนักงานเขียนแบบ และ QC อย่างผม ที่วันๆเดินเฉิดฉายตรวจของอย่างเดียว ต้องลงมานั่งขัดฟอย ลงกีวี่ เฟอร์นิเจอร์เพราะทำไม่ทัน กร๊ากกก ตัวเหม็นเพราะเหงื่อแตกทั้งวันเลย
แต่ก็นะ สู้ๆค้าบบบบบ
ว่าถึงเรื่องแม่ปล่อยวาง ... ตั้งแต่พ่อตกหลังคาลงมานอนพังพาบอยู่บ้าน ตอนนี้ก็อาการดีขึ้นเรื่อยๆนะคับ ถึงแม้จะยังไม่เดินเองไม่ได้ แต่ก็ดีขึ้น ยกขาได้บ้าง
ยกงอได้ เหมือนปรกติแล้ว แต่ที่สำคัญ คือตอนนี้ไม่มีคนขับรถ
บ้านผมมีรถกระบะ DMAX คันใหญ่มาก เหลือผ่อนอีก 3 ปีครึ่ง 5555++
เพราะบ้านผมขายของ เลยเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีรถกระบะ ผมหนะ ขับได้ตั้งนานแล้ว แต่แม่สิ ไม่เคยให้ผมได้ทำบ้างเลย เป็นเพราะว่ามีพ่อ ผมจึงมักเป็นคำขอที่ตกไปเสมอ เวลาขอแม่บอกว่าอยากขับรถบ้าง
จะได้ขับก็เมื่อวันหยุดจริงๆ แล้วพ่อว่าง ออกไปด้วยกันเหมือนเด็กๆ หัดขับรถ แต่เหมือนแม่ไม่เคยวางใจ
ณ วันนี้ เมื่อไม่มีคนขับรถ แม่ก็ยังมองข้ามผมไป ไปจ้างคนอื่น ให้มาขับรถของเรา เป็นภาพที่บาดตาบาดใจผมมาก สองมือสองเท้าผมก็มีเท่าเขา แล้วที่สำคัญ รถนี้ ผมก็ช่วยผ่อนด้วยเหมือนกัน ผมต้องอดอยาก อดทน เพื่อผ่อนมันเหมือนกัน ผมจึงรู้สึกว่า มันเป็นรถของผม พอๆกับที่เป็นรถของแม่
และหลังจากเริ่มมีปากเสียงกันเรื่องนี้ แม่ก็ยังคงไม่ยอม บอกว่า คันมันใหญ่ไปบ้างหละ ... ผมไม่ค่อยได้จับบ้างหละ (ก็ไม่ให้ขับแล้วผมจะจับได้ยังไงอ่ะ)
จนเวลาล่วงเลยเข้า เดือนที่ 2 ที่ต้องจ้างคนมาขับรถของเรา
โดยปรกติแม่เป็นคนตรงต่อเวลามาก และจะรับไม่ได้ที่มีคนมาผิดเวลากับเขา เพราะว่าแม่ไม่เคยผิดเวลากับใคร ...
แต่ ... คนขับรถคนนี้ มาสายประจำ !!!! 55555++ เริ่มมองเห็นลางๆแล้วใช่ไหมคับ
ล่าสุดผมกับแม่ก็ทะเลาะกันอีก เรื่องว่าผมขับรถได้ รถเรา ผมควรเป็นคนได้ขับ ไม่ใช่จ้างใครก็ไม่รู้ ที ละ 400 - 500 ต่อครั้ง มาขับรถของเรา ให้เรา
แม่ร้องไห้ใหญ่เลย (ผมทำแม่ร้องไห้อีกแล้ว)
และอีก 2 วันต่อมา คนขับรถนั้นก็มาสายอีก แม่เลยให้ผมเอารถออก!!! เพราะเราต้องไปตั้งร้านแต่เช้า ไม่งั้นจะไม่มีที่ให้รถเทียบเอาของขึ้นร้าน
แต่ตั้งแต่นั้น จนวันนี้ จะ 2 อาทิตย์แล้วที่แม่ให้ผมเอารถมาทำงาน ขับรถของบ้านเราไปตั้งร้าน ทำอะไรๆ ที่มันควรจะเป็นหน้าที่ของผม
ผมดีใจที่แม่ ปล่อยวาง ... เรื่องนี้ลงได้ แม่เป็นคนไม่ค่อยปลง .. ปลงอะไรยากมาก แต่ละครั้ง เช่นเรื่องผมเป็นทอมนี้ แม่จะใช่เวลาค่อนข้างนานในการทำใจ
ผมดีใจที่แม่วางใจผมบ้าง และทำให้ผมรู้สึก ว่าแม่เห็นผมโตแล้ว ไม่ใช่เห็นเป็นเด็กน้อยที่ทำอะไรไม่ได้ตลอดเวลา
ตอนนี้ผมก็เลยได้เป็นคุณชาย ขับรถมาทำงาน สบายแต่เครียด เหอๆ
แต่สิริรวมค่ารถเมย์กับค่าน้ำมันเติมมาทำงาน พอๆกัน เพราะฉะนั้น ก็... ขับรถมาโลด
ตอนนี้ผมรู้สึกว่า ชีวิตยังมีอะไรอีกมาก ที่ต้องทำ ต้องเป็น ... และทุกๆอย่างจะมา เมื่อถึงเวลาของมัน ...
วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552
... Goodbye Michael ...

เพราะเมื่อคืนปรึกษากับแม่ว่า พ่อทำงานไม่ได้ จะเอาเงินที่ไหนมาส่งรถ แล้วก็จ่ายๆค่าโน่นนี่
ตื่นมาเครียดๆ
ไปทักทายเพื่อนๆตามโต๊ะ เหมือนที่ทำทุกเช้า และแล้วสายตาก็ไปปะเข้ากับหน้าจอ Msn King of is die ......................... !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เกิดอะไรขึ้น ป้าเคิลเป็นอะไร แวบแรกที่เห็น เหมือนสมองยังประมวลผลไม่ได้ มี ค.ศ. ด้วย 1958 -2009
โอว
โอว
โอว
ไม่นะ ......
น้ำตาผมจะไหลหละคุณ ป้าเคิลตายแล้ว ตายจริงๆ
นักร้องในดวงใจ ผู้ที่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้ผมมีวันนี้ ผู้ที่ทำให้ผมเริ่มต้นฟังเพลงสากล และไม่คิดจะหวนกลับไปฟังเพลงภาษาบ้านเกิดอีก
ผู้ที่ทำให้ช่วงวัยเด็กของผม เป็นช่วงเวลาที่พิเศษ ไม่มีใครในยุคนั้นไม่รู้จักไมเคิล แจ็กสัน ไม่มีใครไม่เคยเห็นท่าเต้น Moonwalker ของเขา

พระเจ้า ผมรู้สึกเหมือนสูญเสียคนในครอบครัว สูยเสียคนที่เรารู้จักมาตั้งแต่จำความได้
50 ปี เอง อ่อนกว่าพ่อแม่ผมไม่กี่ปี เขาน่าจะได้อยู่นานกว่านี้ น่าจะมีชีวิตที่สวยงามไปจนตราบนานเท่านาน
ไม่น่ามีปัญหา รุมเร้า และพยายามจะลุกขึ้นสู้ จนตัวตายเช่นนี้
ครั้งสุดท้ายที่ผมได้ยินข่าวป้าเคิล คือ ป้าแกจะเปิดคอนเสิตที่ลอนดอน เหมือนประมาณว่าจะหาตัง มาแก้ปัญหาต่างๆของตัวเอง
ตอนนั้นผมยังคิดเลยว่า สังขารป้าแกจะไหวลุกขึ้นมาเต้นๆ อยู่ไหม เพราะผมคิดว่า แค่เดินเฉยๆ ป้าแกก็คงเหนื่อยแล้ว
ผมคิดว่าผมรู้ว่าป้าแกตายเพราะอะไร เพราะป้าแกตั้งใจมากกับคอนเสิตที่กำลังจะถึง พยายามมาก ที่จะกลับมามีชื่อเสียง และเงินทอง เหมือนเมื่อครั้งรุ่งเรืองที่สุด
แม้ว่าในใจลึกๆ ป้าแกรู้ว่า ยุคป้า ได้ผ่านไปนานแล้ว เดี๋ยวนี้เขาไม่ค่อยฮิท นักร้องเดี่ยวมาเต้นๆ กันแล้ว ยุคสมัยเปลี่ยนไป แต่ป้าเปลี่ยนตามไม่ทัน
น่าสงสารที่การลุกขึ้นสู้ของป้าไม่ประสบความสำเร็จ ป้าถึงกับต้องตาย

ครั้งนึงเมื่อยังเด็ก ช่อง 7 เคยออกโฆษณาว่า จะถ่ายทอดสดคอนเสิตใหญ่ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือ มาราย แคร์รีย์ ครั้งที่สอง จะเป็นป้าเคิล ของผม ตอน 4 ทุ่ม
4 ทุ่มสำหรับผมตอนนั้น เป็นเวลาที่ไม่อนุญาติให้ดูทีวีแล้ว แต่คืนนั้น เป็นกรณีพิเศษจากแม่
ผมจำได้ว่านั่งรอการถ่ายถอดสดของป้าแกถึง เที่ยงคืน ป้าแกก็ไม่มา ป้าเป็นลมตั้งแต่ตอนซ้อม ทำให้คอนเสิตนั้นต้องเลื่อน ป้าเคิลแกจะรู้ไหมว่า มีเด็กน้อย นั่งรอดูแกอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่หน้าทีวีทั้งคืน
และเด็กคนนั้นก็คือผม
วันนี้ป้าจากไปแล้ว ไม่มี ไมเคิล แจ็กสัน อยู่บนโลกนี้แล้ว .....

บุคคลอันเป็นตำนานของโลก ที่ยังมีลมหายใจตัวเป็นๆ ได้จากโลกเน่าๆใบนี้ไปอีกคนแล้ว
ขอบคุณ Michael Jackson ที่ทำให้ผมชอบภาษาอังกฤษ มาจนทุกวันนี้
ขอบคุณที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชีวิต
ขอบคุณที่เป็นวีดีโอให้ผมดูจนยืด
ขอบคุณที่เป็นเทบให้ฟังจนขาด (ร้องไห้ไปหลายวัน)
ขอบคุณที่เป็นวัยเด็กสุดพิเศษของผม
ขอบคุณ MJ
ด้วยความอาลัยรักยิ่ง ...... จากหัวใจของเด็กน้อยคนนึงที่ชอบคุณมากๆ
วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552
... จาก เมธินี ถึง เมทินี ...
อาห่ะ ... งงอ่ะดิ
ผมก็งง ... อ่าว
หลังจากที่พระบิดาของผม สวมบทเป็นสไปร์เดอร์แมน ตอนพลังหมด โรยตัวลงมาจากหลังคาอู่ ด้วยเชือกไนล่อนเหนียวพิเศษ
ทำให้ตอนนี้ต้องไปนอนพังพาบอยู่โรงพยาบาลนั้น ณ บัด นาว อาการดีขึ้นเป็นลำดับแล้วคับ
พออาการดีขึ้นก็ เริ่มเปรี้ยวและมีฤทธิ์ เช่น เดิม ผมยังแอบคิดว่าผมจะกลับไปเกลียดพ่อตามเดิมหรือไม่ อันนี้บอกไม่ได้จริงๆ
แต่ที่แน่ๆ หัดเดินวันแรก ทำนักกายภาพ หนีไปแล้ว 1 คน ด้วยความเหี้ยน ผมหละเซ็ง
ตอนนี้ก็ยังเดินไม่ได้อ่ะคับ แม่เลยขู่ว่า ถ้ายังดื้อแบบนี้อีก จะไม่มาเยี่ยมอีกเลยจนกว่าจะกลับ ... กร๊ากกกก ค่อยหายดื้อหน่อย ..... 5555555+++
ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านและเมนต์ เป็นกำลังใจให้ผม ขอบคุณน้ำตาไหลเลยคับ รู้สึกว่าอย่างน้อยชีวิตมันก็ยังไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น ยังมีคนที่คอยให้กำลังใจผมอยู่
ขอบคุณคร้าบบบบบ
ผมหรอ ... ช่วงนี้งานบาน อารมณ์ก็กลับมาเข้าที่เข้าทาง ถึงจะเซ็งชีวิตไปบ้าง แต่ก็ยังพอทนไหวอยู่
ว่าแล้วเข้าเรื่องอยากอวด
ไซด์บอร์ด ตัวยาว สำหรับบ้านคุณ ลูกเกตุ เมทินี กิ่งโพยม มาแร้นนนน
รอทำสีก่อนนา ..... นะ นะ แล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูอีกทีตอนเสร็จแล้ว ฮะ
ผมเขียนแบบเองหละ คริ คริ อยากอวด เพื่อ ?????
แต่ก็นะ ครั้งนึงในชีวิตเน่าๆ ของผมได้มีโอกาศไปเกี่ยวโยงชีวิตประจำวันกับนางแบบระดับประเทศขนาดนี้ ถึงแม้จะเป็นแค่ ไซด์บอร์ดในบ้าน ก็ยังดี
แค่คิดว่าเจ้าหล่อนจะเดินผ่านไซด์บอร์ดนี้ อย่างน้อยวันละรอบก็แอบปลื้มในใจแล้ว.... หัวเรื่องวันนี้ จึง เป็น ผม ถึง เธอ เพราะเราชื่อเหมือนกันนั้นเอง ถึงจะสะกดต่างไป แต่ก็ .... นะ ... นิดนึงได้ไหม
เฮ้อออออออออ .... ในน้ำเน่าๆ ก็จะต้องมีน้ำดีๆไหลผ่านมาบ้างเสมอ .... ให้ได้ชื่นใจเนอะ
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2552
... การปรากฏตัวของพ่อ ...
แต่อย่าตกใจ ผมมีพ่อมาตลอดชีวิต อยู่บ้านหลังเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน และเรียกเขาว่าพ่อ
เขาเป็นพ่อจริงๆของผม ที่ทำให้ผมเกิดมา เราหน้าเหมือนกัน อย่างกับสำเนาบัตรประชาชน
แต่ตลอดทั้งชีวิตจนย่างเข้าจะอายุ 25 ปี เมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่ผมรู้สึกว่า เขาเป็นพ่อของผมจริงๆ
พ่อไปทำงานที่ซาอุ ตั้งแต่ผมอยู่ในท้องแม่ แล้วกลับมาตอนผม 2 ขวบแล้ว เราไม่ค่อยสนิทกัน และยิ่งโตเราก็ยิ่งไม่สนิทกัน
ผมไม่ชอบใจพ่อในหลายๆแง่มุมที่พ่อปฏิบัติต่อชีวิต ทั้งกับตนเองและครอบครัว พ่อชอบกินเหล่ามากๆ ทั้งๆที่คออ่อน ทะเลาะกับแม่เรื่องกินเหล่าไม่รู้เท่าไร
แต่ก็ยังคงกินอยู่ พ่อสัญญากับผมและแม่เสมอ ว่าจะเลิก แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้
ผมบอกได้ว่าก่อนหน้านี้ ผมเกลียดพ่อตัวเอง เกลียดทุกสิ่งที่เขาทำ ที่เขาเป็น เขาเป็นเหมือนผู้ชายที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกับผม แล้วผมแค่เรียกเขาว่าพ่อเท่านั้น
แต่พ่อก็เป็นผู้ชายที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิต ผมคงไม่มีวันนี้ถ้าไม่มีเขา
เมื่อวาน พ่อประสบอุบัติเหตุ ตกลงมาจากหลังคาอู่รถ ที่พ่อเป็นลูกจ้าง เขาใช้ให้พ่อไปซ่อมป้ายชื่ออู่ที่ตกห้อยลงมา
พ่อขึ้นไปบนนั้น กับเพื่อนอีกคน แล้วก็พลัดตกลงมา ตกลงมานอนกองกับพื้น ดีที่พ่อคว้าเชือกผูกป้ายไว้ได้ จึงเหมือนกับว่ามันเป็นแรงชุด ให้พ่อร่วงลงมาไม่แรงมาก
แต่การตกลงมาจากที่สูง 2 ชั้นแบบนั้น พ่อเอาขาลง ขาพ่อหัก กระดูกเชิงกรานตรงช่วงเบ่า ข้อต่อต้นขาของพ่อแตกละเอียด
พ่อหัวแตกนิดหน่อย เย็บไป 4 เข็ม แต่ขาของพ่อ ค่อนข้างสาหัส
เมื่อวาน เราได้ย้ายโรงพยาบาลจากนพรัตน ไปที่โรงพยาบาลลาดพร้าว ที่พ่อมีประกันสังคม
เราต้องคอย เพราะหมอบอกว่า ยังผ่าไม่ได้ ตอนแรกหมอบอกว่าจะผ่าให้วันเสาร์โน่น แต่ยังไงไม่รู้เราได้ผ่าวันนี้
เมื่อวานเป็นวันแรก ของ 24 ปีในชีวิตผม ที่ผมป้อนข้าวพ่อ ได้ดูแลเขา เป็นครั้งแรกที่ผมตระหนักว่า ผมมีพ่อ และผมรักเขา
ถึงแม้ว่าวันๆเราแทบจะไม่พูดอะไรกันเลยที่บ้าน ไม่สนิท เหมือนแค่คนอยู่บ้านเดียวกัน แต่ผมก็พึงคิดได้ ณ วันนี้ ถ้าหากคนๆนั้นหายไปจากชีวิตผมจริงๆ นั้นคือเรื่องใหญ่
วันนี้เขาเอาพ่อผมเข้าห้องผ่าตัดใหญ่ ตั้งแต่ 11 โมง และบอกว่าจะเสร็จตอน 4 โมงเย็น วันนี้ผมมาทำงาน แล้วแม่ไปเฝ่าพ่อแต่เช้า แม่บอกว่า ดูรู้ว่าพ่อกลัว ถึงแม้ว่าพ่อจะพูดว่าไม่เป็นไรๆ
แต่ผมก็รู้ว่าพ่อก็กลัว
ผมกลัวแทนพ่อจริงๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่า จะดีจะชั่วก็พ่อผม ทำงานเลี้ยงผมมาตลอดชีวิต ผมคงทนดูเขาเป็นอะไรไปไม่ได้แน่นอน ...... ชีวิต ... ช่างเปรอะบางเหลือเกิน
ตอนเช้าผมยังเห็นเขาเดินเก็บใบไม้ก่อนจะออกไปทำงาน ตอนเย็นมานั่งดูเขานอนสลึมสลืออยู่บนเตียง เจ็บปวดกับสะโพก ไม่สามารถขยับตัวได้
ทำให้รู้ว่า .... ชีวิตช่างบอบบางเหลือเกิน ....
วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552
... Flight แรกในชีวิต ...
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่นับว่าเกิดขึ้นได้ยาก

เครื่อง A320 ของ Air Asia ถึงจะลำเล็กแต่ก็ผมตื่นเต้นสุดๆ เจ้านายสลับให้ผมได้นั่งข้างหน้าต่าง รู้สึกดีมากๆ ได้เห็นเครื่องยนต์จริง การทำงานจริงๆ เสียง แรงสั่นสะเทือน แรงกระชากต่างๆ ของจริง

มันต่างไปจาก Flight Sim ที่ผมเล่นมากมาย ในความจริงกับเกมส์ เวลาเขาบินจริงก็ต่างไป 400 น๊อต เป็นในเกมส์ ผมคงขึ้น over speed ไปแล้ว
ประมาณชั่วโมงนึงผมก็มายืนกระพริบตา ปริบๆ กับเจ้านายที่ภูเก็ต 8.00 เช้าพอดี แก้วหูยังลั่นเปรี๊ยๆ ไม่หาย
ลูกค้าฝรั่งที่เรามาพบ ชื่อคุณ Jon เป็นฝรั่งน่ารัก พูดมาก ตลกที่ตอนแรกผมคุยกับเขาได้สองสามคำ เขาก็เข้าใจว่าผมคงพูดเก่ง เลยใส่ผมใหญ่เลย อยากจะบอกว่า กรูได้แค่นั้นแหละ กรูฟังไม่ทันแล้ว
แต่ก็ยังพอทำงานกันได้ คอนโดที่แกจะตกแต่งอยู่หน้าหาดกะรน วิวสวยมากๆ 15 ล้านบาทถ้วน เงินนี้ซื้อความสุขได้จริงๆ
มื้อเช้า ตา Jon พาไปเลี้ยง บุฟเฟย์ ของโรงแรมอย่างหรู .... กลางวันพาไปร้านแพง .... จึงแอบเกิดความคาดหวังทั้งในใจของผม และ เจ้านายเล็กๆ ว่า มือเย็นมันต้องหรู .... 555555++++
แต่แล้วเวลาประมาณ 1ทุ่ม ของวันนั้น ... ผมกับเจ้านายนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเนื้ออยู่ข้างทางแถวๆ ถลาง ก่อนเข้าสนามบิน 555555+++ แอบเซ็งนิดๆ
และแล้วเลาประมาณ 3 ทุ่ม ผมก็ได้ขึ้นเครื่องอีกครั้ง ขากลับตกหลุมอากาศ ตลอดทาง คนแน่น รู้สึกเหมือนนั่งรถทัวร์ไม่มีผิด อีกหน่อยถ้ามันตัดงบมาก เราคงเห็นแอร์ เดินถือกระเป๋าเก็บตั้ง เดินไปเดินมาเก็บค่าโดยสารแน่ๆ 5555+
เครื่อง Landing ที่สุวรรณภูมิ อย่างปลอดภัย ท้องฟ้าตอนกลางคืน เวลามองจากหน้าต่างลงมา มันเป็นภาพที่งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น แล้วที่สำคัญ ผมได้มองลงมาจากหน้าต่างเครื่องบิน

ผมจะไม่มีวันลืม Flight แรกในชีวิตผม จะไม่มีวันลืมพระคุณเจ้านายที่เลือกผม ไม่มีวันลืม 1 วันที่แสนอิ่มเอมหัวใจ และมีความสุขที่สุดในรอบหลายปี
เรื่องบางเรื่องอาจเป็นเรื่องปรกติธรรมดาสำหรับบางคน .... แต่เรื่องเดียวกันนี้ ก็อาจจะเป็นสิ่งแสนพิเศษสุด สำหรับอีกคนได้ ..... นี้ก็คือเรื่องธรรมดา แต่แสนวิเศษสำหรับผม
ขอบคุณ ๆๆๆๆๆๆๆๆ
^____________^
วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552
... ว่าด้วยการอัลตร้าซาวด์ ...
อ่ะ ... งงหละสิ .... ผมท้องรึ??
555++ เปล่านะคับ เปล่าโดนเสกเด็กเข้าท้อง
แต่เป็นเพราะว่า ช่วง 2 อาทิตย์นี้ผมไปหาหมอประกันสังคมมา เรื่องของอาการปวดท้อง และปวดหลังข้างขวามานะคับ
มันปวดมากขึ้น ปวดทุกวัน แล้วก็ปวดมานานกว่า 5 เดือนแล้ว อย่างที่ผมเคยบ่นๆไว้ในไดร์ เมื่อนานมาแล้ว ตลอดเวลาผมพยายามจะไม่สนใจ คิดว่ามันคงจะหายได้เอง
แต่นานวันก็พบว่ามันไม่หายนะคับ
ก็เลยได้เวลาไปหาหมอตรวจอีกรอบ คราวนี้พบเจอคุณหมดคนเดิม กลับเมื่อปลายปีที่แล้ว คุณหมอค่อนข้างตกใจ ที่ผมบอกอาการว่าปวดท้องมานาน
เลยจับผมตรวจ เลือด ดูความผิดปรกติของตับ และไต
และนัดผมมาตรวจอัลตร้าซาวด์ ดูเด็ก ในท้องผม
ออกจะแตกตื่นสักหน่อยกับพยาบาล เพราะดูสารรูปผมแล้ว จะอัลตร้าซาวด์ไปทำไม
ผลเลือด ผมออกมาดีหมด อัลตร้าซาวด์มีทำใจหาย เพราะตอนเข้าไปนอนเปิดพุงให้เขาซาวด์ตอนแรก ผมก็เข้าใจว่าผู้หญิงที่ใส่เสื้อกราวที่กำลังจะหาเด็กในท้องผมเนี้ย เป็นหมอ ???
แต่แล้ว ... ก็ตรวจไปตรวจมา หายใจเข้า หายใจออก นอนหงาย นอนคว่ำ นอนตะแคง ก็แล้ว
เขาก็เคลื่อนที่ไอ้ไม้ตรวจไปเรื่อยๆ จนท้ายๆ ของการตรวจ เขามีถ่ายภาพด้วย ผมเห็น แล้วเขาก็หยุด ตรงตำแหน่งช่วงกลางท้องผม ทำหน้าสงสัยใส่มอนิเตอร์ ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมขนลุกที่สุด
ยิ่งกว่าเจอผีอีก มันแบบ ประมาณว่า เห็นอะไรหรอ ผมเป็นอะไร เจออะไรรึ?? ประมาณนั้น ตอนนั้นจำได้ว่าใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทีเดียว แล้วทันใดนั้นเธอก็ลุกพรวดพราด บอกผมว่าจะออกไปตามคุณหมอ อ่าว ... แล้วคุณมรึงมิใช่หมอหรอกรึ???
ผมเองก็นอนหน้าซีด ใจหาย อยู่ในห้องแสนจะเย็นเยียบนั้น แล้วคุณหมอผู้ชายก็เข้ามา เดินตรงมาที่ผมคว้าเครื่องมือมาซาวด์ผมใหม่อีกรอบอย่างชำนิชำนาญ
"ตับดีนะคับ "
"ไตดูดีทั้งสองข้าง"
"มดลูกดี"
"ปีกมดลูกดูดีนะคับ"
จบ ... !!!!!!
อ่าว ... แล้วที่กรูปวดท้อง ปวดหลังเป็นวัก เป็นวรตั้งหลายเดือนนี้ เพราะอะไร
ผมก็เลยถามคุณหมอ ว่าทำไมผมจึงปวดหลัง ปวดท้อง คุณหมอบอกว่า กระดูกสันหลังผมโก่ง แบบผมเป็นคนก้นงอน (เอ่อ ... เพิ่งรู้เนี้ย)
ว่าแล้วคุณหมอก็ให้ผมยืนชิดผนัง คุณหมอสามารถเอาแขนทั้งแขนผ่านหลังผมไปได้ .... กรรม ผมเพิ่งรู้ว่าที่เป็นนี้ มันผิดปรกติ คุณหมอบอกว่า คนที่เป็นแบบนี้มีโอกาศที่จะปวดหลังมากกว่าคนปรกติหลายเท่าตัว
ทางแก้ของผม หรือ ... คุณหมอบอกว่า ทำหลังค่อม .... เอ่อ ....สะงั้น หลังค่อมแล้วผมจะมีบุคคลิคที่ดีพอจะเป็นนักบินได้อย่างไรหละคับเนี้ย กรรม
คุณหมอแจงอีกว่า ที่อาการปวดหลังของผม ไม่น่าจะเกี่ยวกับการปวดท้อง
ผมปวดท้องใต้ชายโครงขวา ตอนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไร คุณหมอปรกติ ก็ให้ยารักษาแผลทางเดินอาหารมาทาน ผมก็หวังว่ามันจะหาย
อย่างน้อยผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก .... รึเปล่า ... หุ หุ
แต่ก็สบายใจไประดับนึง
เมื่อวาน พี่หมอดู ที่ดูให้แก๊งเพื่อนท่านแม่ผมมานาน มาหาแม่ผมที่ตลาด เตือนเรื่องอาการ ป่วยที่อาจเกิดขึ้นกับแม่ เขาบอกว่าแม่ผมจะเป็นโรคหัวใจ
อืม... รู้แล้วก็กลุ้มนะ พี่หมอดูคนนี้มีลักษณะพิเศษ ตรงที่เขาเป็นใบ้ หูหนวก พูดไม่ได้ ใช่ภาษาท่าทางในการทำนาน แต่สามารถทำนานได้อย่างแม่นยำ แล้วภาษามือที่เขาใช่ก็ไม่ใช่ภาษามือที่เป็นสากล แต่เป็นภาษาท่าทางที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้
ก็สนุกดีคับ เป็นการดูหมอที่มัน ได้โดยไม่ใช่เสียง
ผมแอบถามเขา เรื่องคนที่ผมรักพยายามจะกลับเข้ามาในชีวิตผม เขาทำหน้าตกใจ เพราะเขาเคยบอกผม เมื่อปีที่แล้ว ว่า เธอจะไม่กลับมาแล้ว
เขาบอกผมแค่ว่า ให้เรื่อยๆ ปล่อยๆไป อย่าไปคิดมาก
เธอเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของผม เป็นนางฟ้า ที่เข้ามาในชีวิตผม ตอนที่แย่ๆ ไม่ว่าตอนจบของผมกับเธอจะเป็นอย่างไร แต่ผมก็บอกได้เสมอ ว่าผมรักเธอ
รักจริงๆ อย่างที่ไม่ต้องการอะไร .... และคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ น่าจะดีที่สุดสำหรับเรา ปล่อยให้เธอมีชีวิตของเธอ กับคนที่เธอรัก และผมหวังว่าเขาจะรัก จะจริงใจกับเธอ
และทำให้เธอมีความสุข ผมอยู่ตรงนี้ และรู้ว่าเธอจะมีความสุข จะได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ก็น่าจะดีแล้ว
ลึกๆผมรู้ว่าเธอก็รู้สึกเช่นเดียวกัน บางครั้งผมคงต้องยอมรับ ไม่ใช่มันก็คือไม่ใช่ ผมไม่มีวันเป็นคนๆนั้นของเธอได้
จะด้วยอะไรหลายๆอย่าง เราต่างกันเกินไป
แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่อาจเป็นเพื่อนกับเธอได้ ไม่อาจทำได้ ยามที่เรารักใครสักคนไปแล้ว มันไม่มีวันเป็นเพื่อนกันได้
เป็นอย่างที่เป็นอยู่ถึงผมจะต้องเสียใจ แต่ก็คงจะไม่เทียบ เท่ากับรู้ว่าทุกๆคำพูดที่เธอพูดกับผมมันหลอกลวง
แต่เธอ .... จะอยู่ในความทรงจำ ของผมเสมอ .........
... สีสันแห่งสายลม ...
ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...