วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551

... สักพัก ...

ขอโทษที่ทำแบบนี้ แต่ผมคิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผม


การที่เราจะไม่คุย ไม่เห็นหน้ากันไปสักพัก น่าจะดีกว่า


ผมไม่รู้ว่าสำหรับคุณยากแค่ไหน


แต่สำหรับผม มันยากมาก เกินจะรับ


สำหรับคุณ อาจเป็นทางออกที่ดี ที่ความสัมพันของเราจะดำเนินไปในทางที่ดี คุยกัน ถามสาระทุกข์สุขดิบกันเช่นที่เคยมา


แต่สำหรับผม ผมยอมรับว่าไม่อาจทำได้ มันอาจดูแย่และทำร้ายความรู้สึกของคุณ ที่ผมเป็นเพื่อนคุณก็ยังทำไม่ได้


แต่มันทำไม่ได้จริงๆ ผมรับความเจ็บปวดที่ต้องทำหน้าชื่นคุยกับคุณไม่ได้หรอก


แม้จนวินาทีนี้ผมก็ยังรับเรื่องระหว่างเราไม่ได้อยู่ดี


มันอาจดูน่าเกลียดและทำร้ายจิตใจคุณ ผมขอโทษ


แต่ผมทนไม่ได้จริงๆ


ผมขอโทษที่ผมไม่อาจยอมรับข้อตกลงเลิกกันแล้วกลายเป็นเพื่อนของเราได้


สิ่งที่เพื่อนคุณอธิบายและที่คุณเคยอธิบาย เอาเป็นว่าผมรู้ว่าผมไม่ยอมที่จะเข้าใจ เพราะผมอยากให้คุณอยู่กับผมในฐานะแฟนเท่านั้น


ผมคงยังคิดเป็นอย่างอื่นกับคุณไม่ได้


ผมซื้อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองมากเกินไป และก็ไม่ยอมที่จะเข้าใจ ผมขอโทษที่เป็นแบบนั้น


บางทีนี้อาจเป็นหนทางที่ดีที่สุด ผมจะสามารถทำได้ ในเมื่อคุณได้เลือกแล้ว คราวนี้ผมขอเลือกบ้างนะ
และนี้คือการเลือกของผม


ผมอาจมองดูเป็นคนที่ไม่เข้าใจอะไรเลย แต่พยายามเข้าใจผมหน่อยเถอะนะ ขอร้อง.. ผมไม่เคยร้องขออะไรคุณเลย นอกจากขอให้เป็นแฟนกัน ... นี้จะเป็นอีกเรื่องเดียวที่ผมจะขอคุณ


ขอบคุณที่อยากจะเป็นเพื่อนกัน ผมเองก็อยาก แต่เพียงแค่มันยังจะไม่ใช่ตอนนี้


... การปรับเปลี่ยน มันก็ยากเกินกว่าที่จะทำ ทำไมหัวใจเราต้องถูกสั่งให้ทำอะไรตามใจคนอื่น เพื่อให้เขามีความสุขขึ้น แต่เรามีความสุขน้อยลง


เพื่อให้เขาสบายใจแต่เราเจ็บปวด ภาพที่เห็นที่เป็นสดใส แต่ภายในหัวใจใครจะรู้ ว่ามันอยากเกินจะทนไหว


คนแต่ละคนมีวิธีรักษาแผลใจไม่เหมือนกัน ... นี้คือสิ่งที่ผมจะสามารถบอกได้ ในตอนนี้ ....

ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เพราะผมรักคุณไม่มากพอ


ผมรู้ว่ามันไม่ใช่การนอกใจ ทั้งของคุณและของผม


ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เพราะคุณรักผมน้อยลง


ผมรู้ว่าคุณก็เจ็บปวดไม่แพ้ผม


และผมก็รู้ว่า ... ตอนนี้คุณอยากให้มันเป็นยังไง ...


แต่บางที มันก็ไม่อาจจะเป็นไป ... ดังใจปรารถนาได้ทุกเรื่อง ... จริงไหม

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551

... กลับมาโสด ...

สวัสดีความโสด และเพราะเมื่อคืนสดๆร้อนๆ เราก็เอ่ยคำร่ำลากัน ผมเลิกกับเธอแล้วอย่างเด็ดขาดและถาวร


ไม่ได้เป็นเธอคนเดียวที่บอก แต่เป็นความต้องการในส่วนลึกๆของตัวผมเองด้วย เพราะรู้สึกหมดพลังกับการรักใครสักคนโดยที่เขาไม่ได้อยากจะมาเป็นแฟนเราตอบ


อ่ะ ... เอาเป็นว่า ไม่เป็นไรละกันนะ


เช้านี้จึงมึนๆงงๆเล็กน้อย แต่ก็ไม่แย่เท่าคราวที่เรามีปัญหากันครั้งแรก


นี้หละมั้งที่เขาเรียกว่าไปกันไม่ได้ รักกัน แต่ไปด้วยกันไม่ได้ แม้จนกระทั่งวินาทีนี้ผมก็ยังมีแต่คำถามเดิมๆซ้ำอีกว่า... เธอคิดอะไรของเธอ


แต่ช่างเถอะคับ มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรสำหรับชีวิตผมอีกแล้วที่จะมานั่งฟูมฟาย คร่ำครวญไปก็ไม่ได้ทำให้เธอกลับมา เพราะเธอยืนกรานกระต่ายขาเดียวมาตั้งแต่ต้น


ผมที่บ้าไปเอง ก็นะ ...


ช่วงนี้ก็เลยนึกถึงหนังเรื่อง Love Actually กับคำว่า ... กลับมาโสด ...


ก็คงงั้น


ความรักงดงามเสมอ ไม่ว่าจะมองในมุมไหน แล้วไม่ว่าเราจะอยู่ในมุมไหนก็ตาม บางครั้งการจากลา อาจไม่ได้จบลงด้วยรอยน้ำตาเสมอไป อาจมีความอิ่มเอม และความสุขลึกๆแฝงอยู่


อย่างน้อย ถึงเราจะอกหักเราก็เคยได้รักนะว่าไหม ....


ไม่รู้จะเขียนอะไรหรือจะอธิบายความรู้สึกแปลกๆตอนนี้ ... ก็คงต้องไปแระคับ เพราะว่างานเข้ามากมาย


รู้แต่ว่าคงจะโสดไปอีกนาน เพราะเบื่อแระ หาตังเอง ใช่เองดีก่า ท่าทางว่าจะมีความสุขมากกว่าการหาห่วงมาผูกคอ


วันนี้เปลี่ยนกระเป๋าเป็นกระเป๋าเป้มาทำงาน แล้วก็จัดตำแหน่งท่าทางการนั่งใหม่ อาการแปลกแถวๆลำตัวทางขวาก็หายไป หรืออาจเป็นเพราะกล้ามเนื้อ และการนั่งทำงานที่ไม่ถูกต้องนะก็ไม่รู้ เป็นเพราะกระเป๋าคาดด้วยรึเปล่า


ที่ใส่ของมากเกินไป


ตอนนี้หันมาออกกำลังกายเช้าเย็นก็ดีขึ้น แถมพุงกะทิ ก็หายไปอีกด้วย


หันมาสนใจตัวเองแหละดีที่สุดแล้ว


ที่สำคัญ สนใจแม่ด้วย ผมรักแม่คับ


เออ.. เกือบลืม ... เพลงนี้ผมมอบให้คุณนะ สำหรับ เรา มันอาจเป็นอย่างเพลง คือ ดังสายลม ที่พัดพาเราจากกัน ... ยินดีที่เคยได้รักคุณนะ


อีกนานแค่ไหนไม่รู้ ... แต่ผมสัญญา ว่าเราจะเป็นเพื่อนกัน ในสักวัน ... ขอบคุณที่รักผม

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

... One Fine Day ...

หลายวันมานี้จิตใจห่อเหี่ยว .. บอกตามตรงว่า รู้สึกเหมือนความฝันและความหวังที่พยายามทำมาหายวับไปกับตา





และถูกทดแทนด้วยความรู้สึกไม่กลัวอะไรๆในโลกอีก ผมพร้อมจะหายไปจากโลกได้โดยไม่บ่นหรือตัดพ้อและเสียดายอะไรอีกแล้ว มันเหมือนว่าตอนเด็กฝันอะไรไว้ แต่พอได้จับต้องได้สัมผัสกลับได้พบกับความจริงอันโหดร้าย ว่า ... สิ่งต่างๆอาจไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้นะ


วันนี้ผมสัญญากับตัวเองว่าจะตื่น ... เสียที


เมื่อวานวันอาทิตย์เป็นวันหยุดของผม เลยมีเวลาว่างหาหนังที่เคยชอบดูซ้ำๆมาเปิดดูอีก แล้วก็มีอยู่เรื่องนึงที่ม่ได้ดูนานมากแล้ว นั้นคือ ...








.... One Fine Day ... หนังในดวงใจตลอดกาลของผม ... ผมว่าถ้าพูดถึงหนังรัก หนังเรื่องนี้คงต้องอยู่ในหัวใจของใครหลายๆคน ที่ได้เคยมีโอกาศ สัมผัสหนังเรื่องนี้ แม้เพียงครั้ง ... ความรู้สึกอบอุ่น ความรู้สึกโรแมนติก ... ความน่ารัก ... ทุกอย่างรวมตัวกันอยู่ในหนังเรื่องนี้ ... ไม่น้ำเน่า ... แต่แฝงไว้ซึ่งความเป็นจริงของชีวิตคนเรา ที่ในความไม่สมดุลของชีวิตคนแต่ละคน ... จะมีสิ่งหนึ่งมาทดแทนเสมอ ... ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น





... Jack พ่อม่ายลูกติดผู้มีชีวิตขาดๆเกินๆ ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ... เขาไม่ได้ดีพร้อม ... แต่สิ่งที่ผมเห็นได้จากแววตาของเขา ... คือความจริงใจ







... เมลานี ... แม่ม่ายลูกติดที่ มีทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกรอบ อยู่ในตารางเวลา ชีวิตเธอสมบูรณ์แบบ เมื่อมองจากภายนอก แต่ลึกๆ ส่วนของหนังต้องการบอกว่า แม้คนที่มองดูสมบูรณ์แบบ ก็ยังขาดสิ่งเติมเต็ม









หนังเรื่องนี้มีมากกว่าความโรแมนติก ... มันได้ใจผมเสมอ ทุกครั้งที่เปิดดู

และทำให้ผมเชื่อลึกๆเสมอว่า ... ความรักที่แท้จริงยังคงมีอยู่ในโลก เพียงแค่เรายังไม่เคยเปิดตามองให้ดีเท่านั้น

หนังเรื่องนี้เริ่มขึ้นและจบลงภายใน 1 วัน ... 1 วันที่คนสองคนมาเจอกัน มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย

หนังเรื่องนี้สอนผมเสมอว่าไม่มีใครดีที่สุด และไม่มีใครเลวร้ายที่สุด แค่เพียงเรารักคนๆนั้นหรือไม่ ผมเชื่อเช่นนั้นเสมอ

และแม้ในยามที่ชีวิตแย่ถึงขีดสุด ... ก็จะมีสิ่งดีๆเข้ามา

ผมรู้ว่าชีวิตผมอาจไม่ได้สวยงามเหมือนหนังเรื่องนี้ ... แต่วันนึง ผมจะได้พบ สิ่งที่ผมตามหา ... มาตลอดชีวิต

ใครสักคนที่ผมจะตกหลุมรัก ... แล้วเธอก็จะมองกลับมา ด้วยสายตาเช่นนั้น ... เหมือนกัน



And for the first time I am looking in your eyes ....

For the first time Im seeing who you are ....

I cant believe how much I see ....

When youre looking back at me ....

Now I understand what love is, .... love is ..... For the first time ....


วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2551

... คนละก้าว ...

หวัดดีคับ

เมื่อวานเกิดเรื่องไม่เข้าใจกันมากมาย

ผมคุยกับคุณแล้วก็ยังไม่ค่อยจะสู้เข้าใจกันอยู่ดี รู้สึกว่าทำให้คุณเหนื่อยใจมากขึ้น .. ผมขอโทษนะ
แล้วก็คุยกับแม่อีก หลังจากที่วางหูจากคุณไปแล้ว โดนด่าไปอีกกระบุง


เพราะว่าแม่ขอฟังว่าผมพูดยังไงกับคุณบ้าง แม่ก็บ่นผมมากมาย


แม่บอกว่าผมชอบพูดจาวกไปวนมา


แล้วก็บอกให้เราสองคนถอยกันอีกคนละก้าว คุณเองก็ตกลงในเรื่องการถอยกันอีกก้าวนี้


เอาเป็นว่า 3 - 4 วันนี้ ผมจะไม่รบกวนคุณดีไหม ปล่อยให้คุณจัดการปัญหาต่างๆของคุณไปก่อน แล้วผมก็จะอยู่ตรงนี้นะ


แต่ถ้าคุณอยากจะโทรหาผมก็ทำได้ตลอดเวลานะ


แม่บอกว่าเรื่องของเราต่างก็ไม่ได้มีใครถูก บางเรื่องผมก็งี่เง่า บางทีคุณก็พูดแรงเกิน แต่แม่ไม่ได้ให้ผมเปิด โฟนฟังคุณนะ เขาแค่ฟังสิ่งที่พูดกับคุณเท่านั้น


ผมรู้ว่าผมอาจคิดมากไปในหลายๆเรื่อง และทำให้คุณต้องรำคาญใจ ผมรู้ว่าผมเป็นคนรักที่ห่วยแตก .. แต่ผมก็รักคุณนะ


แต่ถึงแม้คุณจะง้องแง้ง ใส่ผมในบางครั้ง ผมก็ยังรักคุณอยู่ดี และก็รับได้กับทุกอย่างที่คุณเป็น
บางทีผมแค่ไม่แน่ใจว่าคุณรักผมไหม ... เอาเป็นว่าผมจะไม่กวนคุณสักระยะละกันนะ จะพยายามนั่งเงียบๆตรงนี้คอยคุณ


ผมขอโทษที่ก่อเรื่องให้ต้องปวดหัว ปวดใจอีกนะ ...


... แล้วไว้ยังไงค่อยคุยกัน ... เมื่อคุณโอเคกว่านี้


... ผมรักคุณนะ ...

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2551

... ไม่เป็นไร ...

หวัดดีคับไดอารี่ .. และหวัดดีคับทุกคน ที่เข้ามาอ่าน


วันนี้ดูท่าชีวิตผมจะแย่กว่าเก่า ผมไม่แน่ใจว่าผมกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ในหัวสมอง
เมื่อววานผมปวดใจจากการเห็นข้อความของคนที่ผมคิดจะรัก จะใช่ชีวิตอยู่ด้วย เขียนบางอย่าง ถึงใครบางคน


ผมไม่รู้ว่าจะพูดยังไงรู้แต่ว่าสถานการณ์ของผมกับเธอตอนนี้ดูจะไม่ค่อยดีนัก เรียกได้ว่ามันไม่เคยดีจริงๆเลยมากกว่า


บางทีผมไม่เข้าใจว่าเธอรักผม ในสิ่งที่ผมเป็น หรือรักเพราะอยากให้ผมเป็นแบบใครที่เธอต้องการให้เป็นรึเปล่า ??? แล้วตอนนี้เธอยังรักผมอยู่ไหม ... หรือว่าความรู้สึกมันลดลงไปตามสถานะไปแล้ว


ท่าทีเรียบเฉยไม่ใส่ใจความรู้สึกของผมอีกแล้วของเธอ เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้มันมากมาย แม้แต่เมื่อคืนที่เราคุยกัน


การถูกลดความสัมพันธ์ ... เพราะ ???


เธอให้เหตุผลว่า ... เพราะผมยังไม่พร้อม ...


1 .. ชีวิตผมยังไม่ตั้งตัวไม่ได้ ผมไม่มีเงินเก็บ ไม่เหมาะที่เธอจะฝากชีวิตไว้
2 .. เพราะผมไม่เป็นโล้เป็นพาย ...
3 .. เพราะผมเป็นเด็ก
4 .. เพราะผมไร้สาระ
5 .. เพราะ
6 .. เพราะอะไรอีกมากมาย ... แต่เอาเป็นว่าผมไม่ดี


ตอนนี้ผมไม่รู้แล้วว่าควรทำไง


เพียงแต่ผมคิดถึงผู้หญิงที่น่ารัก ... ที่ทำให้ผมรักเธอ ... แต่เมื่อคืน เธอบอก เป็นเพราะผม ที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป ....


เธอเหมือนอีกคนไปแล้ว ผมไม่แน่ใจว่า ผู้หญิงคนแรก ที่ผมรู้จัก กับคนปัจจุบัน ... เป็นคนๆเดียวกันไหม

" ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะ ที่โดดงานมาหา "

" ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะเวลาอ่านไดร์นาย"

" นายนี้มันไร้สาระจริงๆ "

" ไปทำตัวเองให้รวยก่อนไป แล้วค่อยมาคบกัน "

" พูดพอรึยัง "

" พูดจบรึยัง "

" เราก็เป็นคนแบบนี้ "


คุณจะเคยคิดบ้างไหมว่าผมจะรู้สึกยังไง เวลาได้ยินประโยคเหล่านี้ คุณเก่งมากนะรู้ไหมที่ทำให้ผมรู้สึกสมเพชตัวเองได้ขนาดนี้


ถ้าคุณเข้ามาอ่านอีก ผมรู้เลยว่าคุณจะพูดว่าอะไรต่อไป " แย่มากไหม .. แย่มากนัก ก็หยุดสะ พอสะ จบสะ " ประโยคนี้อีก ซ้ำๆ เดิมๆ


ทำไมต้องเป็นผมคนเดียว ทำไมทุกเรื่องผมถึงเป็นคนๆเดียวที่ผิด แม้แต่การรอให้คุณตัดสินใจว่าจะกลับมาคบกันไหมก็เป็นสิ่งที่คุณเกลียด วันนี้ผมนั่งพิจารณาตัวเองแล้ว ว่าควรจะทำยังไง



ปัญหามันอยู่ที่ผมใช่ไหม



ผมขอโทษที่คิดเข้าข้างตัวเองว่าคุณหมายถึงผม ต่อจากนี้ไปผมสาบานว่าจะไม่เข้าไปอ่านอะไรของคุณอีก เพราะคุณบอกว่า " Hi5 ไม่ได้มีไว้ให้แฟนมาชื่นชม " จริงของคุณ คุณพูดถูกทุกๆเรื่อง


ผมจะไม่อยากรู้เรื่องส่วนตัวของคุณอีก ถ้าคุณว่านั้นมากเกินไป


ผมขอโทษที่ทำความรำคาญให้เสมอ


ผมขอโทษที่พยายามจะเข้าไปในชีวิตคุณ


ขอโทษที่พยายามจะให้คุณเข้ามาในชีวิตผม โดยไม่เคยถามว่าคุณต้องการไหม


ขอโทษที่ให้คุณมีผลกับชีวิตผมมากเกินไป


ขอโทษที่ดีไม่ได้สักที


แต่สิ่งที่คุณทำกับผม ... ไม่เป็นไร ... ผมไม่เคยโกรธคุณเลย ไม่เลย ไม่เป็นไร



เพราะผมรักคุณ .. แต่ความรักกินไม่ได้ .. ให้หลักประกันอะไรไม่ได้ .. บางที .. ความรักถึงถูกมองมาที่หลังเสมอ....

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2551

... แด่ชีวิต ...

ช่วงนี้เบื่อๆ เลยอับไดร์ทุกๆวันทำงาน ... รู้สึก เซ็งๆทุกวันนะ มีเรื่องให้ต้องระบาย วันละหลายพันกิโล


วันนี้ก็อีก ... รู้สึกแปลกกับชีวิต ... ไม่รู้สิ มันเหมือนจะมีความสุขนะ แต่ทุกครั้งที่มีความสุข มันมันกจะติดตามมาด้วยความทุกข์ใจ หงุดหงิดหัวใจ อย่างน่าเบื่อหน่าย


อิจหนาระอาใจ


จนแบบทำไมกรูต้องเจออะไรแบบนี้ว่ะ มันน่าจะดีแล้วนี่


แต่มันก็ไม่ดีสักที หลายไดร์ที่รุนแรงเกินกว่าจะอับ ... ด้วยความรู้สึกก้นบึ่งจากหัวใจ


ที่มันอึดอัดจนอยากจะร้องตะโกน .... ว่าเบื่อแล้วนะ ....


ทำไมคนรอบๆตัวผมถึงเห็นแก่ตัวกันนัก ... ทำไมถึงคิดถึงแต่ตัวเอง ...


ตัวเองไม่ชอบแบบนั้น ตัวเองชอบแบบนี้ ... แล้วผมหละ ... ผมอยู่ตรงไหน


แล้วมนุษย์มันจะเป็นสัตว์สังคมทำเหี้ยอะไร ก็ไปอยู่ป่าแม่งเลยสิ ... จะได้ไม่ต้องเจอใคร จะได้ไม่ต้องหน้าไม่อาย ... พูดว่าแต่คนอื่น


ไม่ได้คิดรู้เลยว่าคนอื่นเขาจะรู้สึกยังไง


อยากทำไรก็ทำ


ผมเบื่อหว่ะคับ ตอนนี้ ... เริ่มเบื่อจนเหลือจะทนแล้ว


แด่ แม่ ... ที่ขี้บ่น .... แต่ผมก็รักแม่มาก และไม่เคยไม่รักแม่สักวินาที


แด่พ่อ ... ถึงพ่อจะไม่เอาไหน ถึงผมจะไม่ชอบใจในความเป็นพ่อสักเท่าไร แต่พ่อก็เป็นพ่อผม ผมรักพ่อคับ


แด่ยาย ... ที่เห็นผมเป็นหลานคนสุดท้าย และรักผมเพราะไม่เหลือหลานแล้ว แต่หลายๆความรู้สึก ผมรู้ว่ายายรักผมและผมก็รักยาย


แด่ป้า ... ที่หน้าไหว้หลังหลอก โกหกหน้าตาย แต่หลายๆความทรงจำที่ดีก็ยังมีอยู่ แม้ว่ามันจะน้อยมากก็ตาม.. แต่เอาเป็นว่าผมรักน้าสะใภ้มากกว่าคุณ


แด่ อาฉ่าง อาเขยแฟนของป้า ... เป็นคนอื่นๆแท้ๆ แต่บางทีดีกว่าญาติ .. ผมไม่แปลกใจหรอก ถ้าคุณจะด่าผมกับพ่อแม่ ด่ายาย ด่าปู่ สลับไปมาจนเขารู้กันหมดแล้ว


แด่พ่อน้าพาส ... ผมรักน้านะ เป็นเหมือนพ่ออีกคนของผม เป็นตัวแทนของพ่อที่ผมอยากมี แม้ว่ามันจะเกิดเรื่องไม่น่าจำหลายเรื่อง แต่พ่อก็เป็นพ่อที่ผมรักมากที่สุดอีกคน


แด่แม่น่าอ้อย ... น้าสะใภ้ที่เลี้ยงผมมาแต่เด็ก .. หลายๆความทรงจำยังติดตรึงอยู่ในใจ แม้ว่าต่อแต่นี้เราจะไม่ได้เจอกันอีก แต่ผมก็กล้าพูดได้ว่าผมรักแม่น้าอ้อยนะ .. แม้ว่าน้าจะเป็นคนอื่นแท้ๆ


แด่พี่สาว ... ที่เกิดและโตมาด้วยกัน แม้ว่าตอนนี้จะมีเรื่องไม่น่าจำ เกิดขึ้นระหว่างเรา ... แต่ผมจะจดจำพี่สาวที่เกิดและโตมาด้วยกัน คนนั้นเอาไว้ตลอดไป


แด่คุณปู่ (จริงๆเป็นตา) ... แม้ว่าเราจะเพิ่งมาสนิทกันแค่ช่วง 10 ปีหลัง .. แต่ช่วงท้ายๆของชีวิตปู่ ปู่ก็ทำให้ผมรู้ว่าปู่ก็รักผมและแม่ และแยกแยะได้ว่าใคร โกหก หรือใครไม่โกหก ดีใจที่ได้ดูแลปู่ก่อนตาย คับ


แด่แฟนสาว ... เรื่องราวของเราอาจไม่ค่อยสวยงามเท่าไร มีหลายครั้งที่เราต้องอดทน ต้องกลั้นใจ ผ่านบางช่วงไป ผมแค่อยากเป็นคนๆนั้นของคุณ ไม่ว่าคุณจะอยากได้หรือไม่ก็ตาม


แด่แฟนเก่าทั้งหลาย ... ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตบางช่วงมีความสุข และบางช่วงเหมือนตกนรก


แด่ปูเพื่อนเก่า ... ดีใจที่ได้เจอแก่อีก ดีใจที่เราได้กลับมาคุยกัน แม้ว่าตอนนี้อะไรๆมันจะต่างออกไปมาก แต่ฉันก็ดีใจ


แด่เพื่อนปุ๊ ... ฉันเคยรักแกรนะ และไม่เคยคิดว่าเราจะเป็นแบบนี้กัน ในทุกวันนี้ ฉันเสียใจในสิ่งที่แกรทำกับฉัน รู้ไหม


แด่เพื่อนทั่วๆไป ... กรูเกลียดพวกมึง หลายคนตอแหล หลายคนเห็นแก่ตัว หลายคนไม่เคยจำว่ากรูมีบุญคุณอะไรกับมึงบ้าง เพราะฉะนั้น ... เพื่อนทั่วไปกรูเกลียดหมด


แด่เจ้านาย ... ขอบคุณที่ให้งานผมทำ ขอบคุณที่ให้โอกาศ และผมหวังว่าจะผ่านโปร


แด่เพื่อนที่ทำงาน ... ก็ดีนะ อย่างน้อยก็ดีกว่าที่เก่ามากโข


แด่คนทุกๆคนที่มองหน้า เดินสวนกัน และอยู่รวมโลก ... ดีใจที่ไม่ได้อยู่ในโลกนี้คนเดียว


แม่งชีวิตกรู มีคนอยู่ไม่มาก ...แต่ทำให้มีความสุขจริงๆนับคนได้ ... แสรดดดดดดดดดดดด ... กรูเซ็งชีวิตกรูวันนี้มากมาย

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2551

... On The Line ...

วันนี้มีงานมากมายล้นหัว แต่กระผมก็ยังมีเวลาอับไดร์ เอ... ยังไงหว่า



เอาเป็นว่า ไม่ว่างานจะยุ่งสักแค่ไหน ก็ต้องเขียนไดร์ ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร แปลกดี



ช่วงนี้เจ้านายคิดงานใหม่ให้ทำได้อีก 1 อย่างนั้นคือ การคิดราคาต้นทุนของสี ... เอ่อ ... ฟังๆดูมันก็ธรรมดาจริงไหมคับ ว่าการจะทำสีเฟอร์นิเจอร์สักตัวเนี้ย



ก็ต้องหาต้นทุนของสีสิ ... แบบ ตัวนี้ใช่สีกี่ ลิตร กี่แกลลอนก็ว่าไป จริงๆไอ้ตัวผมอ่ะ ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยว่ามันจะเข้ามาใกล้ตัวได้อย่างน่าใจหายเช่นนี้ ... จริงๆมันน่าจะเป็นหน้าที่ของแผนกอื่นว่าไหม???



แต่แล้ว ก็ต้องเป็นผม กับพี่อีกคนที่แผนก ... จริงๆ แค่เดินไปถามช่างสีก็น่าจะรู้จริงไหมคับว่า พี่ๆ ตัวประมาณนี้ใช่สีเท่าไร ...วะ ฮะ ฮ่า ... แต่เรื่องมันไม่ง่ายเยี้ยงนั้นหนะสิ คือท่านเจ้าขุนมูลนายของผม ต้องการออกมาเป็นตารางนิ้วละเอียดยิ้ปๆหนะสิ ... เฮ้ออออออออออออออออ



ว่าแล้วก็ต้องมานั่งคิดกัน ... เอ่อ ... ขาด้านนึง กว้างยาวเท่าไร ... ขาหนึ่งข้างมีกี่ด้าน ... เอ่อ ... คิดกันเข้าไป ทุกซอกทุกมุมที่สีพ้นไปติดกันทีเดียว



55555555555555+ (หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง)



ก็คนมันเก่งนา (ตรงไหนฟร่ะ) เลยทำได้ อิ อิ



แต่ปวดหัวมากหน่อย ตกตอนเย็นนี้เลยต้องกินพาราไป 2 เม็ด ... เอ ... ตกลงเก่งรึเปล่าเนี้ย


.............................



แต่วันนี้มีเรื่องน่าดีใจ 1 เรื่อง ... Bit อัลบั้ม King of Pop (Deluxe Edition ) ของราชาเพลงป๊อปในดวงใจกระผมมาได้อย่างรวดเร็วชนิดที่เรียกว่า ... ประทับใจในการ Seed ของชาวต่างชาติมาก แค่ ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้น





เลยได้ฟังเพลงเก่าสมัยยังเด็กๆ รู้สึกดีมาก แล้วก็ไปสะดุดกับเพลง 1 เพลงของป้าเคิล ที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อน ..... On the line ....



โอว... เพราะมาก ... น้ำตาไหล ... เอ่อ ... มากไปไหม ????



แต่มันก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆนะ ... แบบ... เคยไหมที่เราเคยฟังเพลงอะไรสักเพลงตอนเด็กๆ แล้วประทับใจ ทุกวันนี้มาฟังแล้วทำให้มีความสุข นึกถึงตอนเด็กๆ ที่แสนจะมีความสุข



เพลงนี้เพราะมากเลย ถึงไม่เคยฟังมาก่อน แต่มันได้กลิ่นอายความเป็นป้าเคิล แล้วรู้สึกดี ... บางเพลงที่เคยฮิทๆมาก ฟังอีกก็รู้สึกดี บางเพลงเป็นเพลงในยุคหลังๆก่อนล้มสลายของป้าเคิลก็เข้าใจ



ว่าทำไมอับบั้มหลังๆถึงไม่ประสบความสำเร็จ ... อาจเป็นเพราะด้วยวัยนะ .. แล้วซาว์ดของป้าเคิลก็ไม่พัฒนา ... มันคล้ายๆเพลงเก่าๆ จน ต้องเปลี่ยนหนี เพราะมันสู้ของเก่าไม่ได้
ที่หลากหลาย ...



แต่ในยุคที่ปัจจุบันนักร้องเดี๋ยวไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักในทุกวันนี้ ป้าเคิลเป็น 1 ในความทรงจำของชาวโลกยุคนึงว่าเรามี เอววิส เพลสลี่ ภาคเพลง ป๊อป



คนที่คนทั้งโลกชอบเหมือนๆกัน ... ซึ่งหาไม่ได้มากนักจากอุตสาหกรรมดนตรีในปัจจุบันที่หลากหลายมากมายจนลานหูลานตาไปหมด



ผมว่าป้าเคิลเองก็คงไม่ไหว ... ที่จะมาทำตัวฟิตแข่งกับ เด็กๆ ทุกวันนี้คงอยู่บ้านอ๊อปเด็กไปวันๆ
แต่ป้าก็ยังคงเป็นนักร้องในดวงใจผมเสมอ ... ตลอดกาล



ช่วงนี้คนที่ผมรักป่วย ... ไม่ค่อยสบาย แล้วเราก็เหมือนยังไม่ได้จังหวะที่จะได้คุยกันดีๆ แต่ผมไม่เคยหยุดคิดถึงและก็เป็นห่วงคุณนะ



แต่หลายๆครั้งทำให้ผม ไม่ค่อยกล้าที่จะโทรไปอีก เพราะ กลัวว่าจะรบกวนคุณนะ ... ผมรู้บางครั้งผมก็ทำอะไรให้คุณไม่ชอบใจ ... แต่มันก็เป็นเพียงเพราะว่าผมเป็นห่วงคุณเท่านั้น ... คุณอาจมองว่าการอยู่ตัวคนเดียวของคุณเป็นเรื่องปรกติ



แต่สำหรับผม มันไม่ปรกติก็เท่านั้นเอง ...แล้วยิ่งมารู้ว่าคุณป่วย ผมก็แค่อยากรู้ว่าคุณเป็นยังไงก็เท่านั้น ... การรับสายแล้วบอกว่า นอนอยู่ .. ก็เพียงพอแล้วสำหรับผม ... แต่การไม่รับสาย ... มันก็ทำให้คิดไปได้ร้อยแปด



ผมรู้ว่า ...ทำหลายอย่างให้ต้องเสียอารมณ์บ่อยๆ ... แต่ก็นั้นแหละ ... ผมก็ไม่รู้ว่าจะยังไงเหมือนกัน ...



งั้นผมนั่งเงียบๆอยู่ตรงนี้ละกัน ... ไว้คุณโอเคแล้วอะไรๆคงดีกว่านี้



... รักคุณนะ ...

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...