วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

... เรื่องน่ายินดี ...

โอว .............. เยสสสสสสสสสส


ขอยิ้มกว้างๆ แบบเห็นฟัน 32 ซี่ (ไม่ผุเลยด้วย)


ถอยมาแล้วครับ และแล้วการรอคอยบางอย่างในชีวิตผมก็สิ้นสุดลง


มันอาจเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ สำหรับใครหลายๆคน แต่สำหรับผม มันเป็นสิ่งที่ผมอยากได้มานานมาก

หลังจากปีที่แล้วที่ต้องตัดใจซื้อคอมก่อน และปีนี้ก็ถึงคิว ....... PS2



ยี้สสสสสสสสสส ฮ้าาาาาาาาาาา



ทำไมต้องดีใจขนาดนั้น เขาเล่น PS3 กันแล้วไอ้สมองเหา


อ่าว ๆๆๆๆๆ ก็เขามีตั้งซื้อแค่นี้นินา แล้วก็อีกอย่าง เขาก็อยากได้มันมานานมากแล้วด้วย



ดีใจที่ผมไม่ต้องขอตังใครซื้อ แล้วซื้อแล้วก็ไม่เดือดร้อนครอบครัว



ผมฝากเจ้านายซื้อมาให้ที่ร้าน Nadz ที่คอนโดเขา


ตัวกระผมต้องออกไปหาซื้อแผ่นเย็นนี้ .... ดูเกมส์น่าเล่น คริ คริ


จบเรื่องดีใจเรื่องแรก ....



...................................................



เรื่องดีใจเรื่องที่ 2 นั้นคือ เมื่อวาน วันอาทิตย์ไปเจอคุณโอ๊คและคุณพรีมโดยบังเอิญที่แฟชั่นไอแลนด์


อู้ยยย ... รู้สึกเหมือนตัวเองเจอดารา คือ เขิน ประหม่า และอับอายตัวเองที่โทรมเหมือนศพ



คุณพรีมสวยมาก และคุณโอ๊คก็ หล่อ และสูงกว่าที่คิดไว้ (แอบอิจฉาความสูงกันเห็นๆ)



ดีใจและยินที่ได้เจอนะครับ เขาเรียกว่าอะไรนะ โชคชะตารึเปล่า ที่ทำให้เรามาเห็นกัน ทั้งๆที่ไม่น่าจะเจอกันได้



บอกตรงๆนะตอนนั้นถ้าผมเรียกคุณโอ๊คอีกเป็นหนที่สามแล้วไม่หันมานี้จะรู้สึกแป๊กมากๆ ที่จำคนผิด



ดีใจที่ได้เจอครับ หวังว่าเราคงได้เจอกันอีก ในวันที่ผมไม่โทรมเท่านั้น .....



มีความสุขมากๆ กับช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2009 นะครับทุกคน





ในเวลาที่ชีวิตเรามีแต่ความทุกข์ พอมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นแม้จะเป็นเพียงเรื่องดีๆ ที่เล็กน้อยที่สุด ..... แต่เรากลับรู้สึกมีความสุข ... เหมือนเราไม่เคยเจอความทุกข์มาก่อนเลยยังไงยังงั้น






ท้ายสุด กับเครื่องดื่ม อภินันทนาการจาก เจ้านายใหญ่ของผม ชา ลูกพีช อร่อยมักๆ

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552

... Marry Christmas ...

อีเย้ อีเย้ อีเย้ .............. เย้ เย้


คริสมาสแล้ว ... ขอให้ทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน มีความสุขในคืนคริสมาสมากๆ นะครับ ส่วนผมตอนนี้รู้สึกลั้นลา มากๆ


เมื่อวานเป็นวันคริสมาส และวันเงินเดือนออกของบริษัทผม



คุณเชื่อในเรื่องวันคริสมาสไหม ผมฝังหัวกับวันคริสมาสมาตั้งแต่สมัยผมเด็กๆ ตอนที่แม่ผมทำงานอยู่สถานทูตอเมริกัน สมัยก่อนเมื่อถึงน่าเทศกาลเหล่านี้ จะมีขนมน้ำตาลให้กินจนลิ้นแตก มีไก่งวง ให้แม่แอบเอากลับมาบ้าน



ผมจะชอบช่วงเวลาเหล่านี้มากๆ เพราะมันเป็นช่วงที่ผมจะมีความสุขทุกๆปี ถึงแม้ว่าจะไม่มีเรื่องอะไร แต่ผมก็มีความสุขได้ เพราะบรรยากาศ ไปที่ไหนๆ ก็มีแต่ไฟสวยๆ



และต่อๆมา ในวันคริสมาสปีหลังๆ ผมก็มักจะได้ของขวัญวันคริสมาสเสมอๆ แต่มันไม่ใช่ ในรูปแบบของของขวัญนะ มันจะมาในรูปแบบของ เรื่องดีๆ ที่มักจะเกิดขึ้นกับผม ในทุกๆวันคริสมาสของทุกปี



จนผมเชื่อมั่น ว่าทุกๆวันที่ 25 ของเดือนธันวาคม จะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นกับผม อย่างน้อย 1 เรื่อง




ครั้งนึงเมื่อนานมาแล้ว ในวันคริสมาส ผมกลับบ้านตอนบ่ายหลังเรียนเสร็จอย่างเหงาหง่อย แต่วันนั้น ผมได้พบกับผู้หญิงคนแรกที่ผมรัก กลางถนน เราเดินมาเจอกัน สะแบบนั้น และนั่นเป็นครั้งแรก ในรอบ 3 ปีที่ผมได้พบกับเธอ



และอีกครั้งนึง ในวันคริสมาสอีกเช่นกัน ผมได้รับการติดต่อจาก "นางฟ้า" ที่เราเคยขาดการติดต่อกัน ไปแล้ว ถึง 4 เดือน



ยังมีเรื่องราวอีกมากมายในทุกๆปี ที่เกิดขึ้นกับผม ที่เกี่ยวข้องกับวันคริสมาส แม้ว่าบางทีมันจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ผมก็จะยิ้มออกมาได้ และเชื่ออย่างเต็มหัวใจว่าทุกๆวันคริสมาส ผมจะได้เจอเรื่องดี




และวันคริสมาสปีนี้ .... มันก็มี ของมันเหมือนกัน ....



โบนัสผมออกแล้ววววววว ...... เยสสสสสสสสสส 1.5 เท่ากของเงินเดือน โอว... เย้



ได้เยอะกว่าที่ผมคิดไว้ ว่าน่าจะได้เดือนเดียว หรืออาจไม่ถึงเดือน




และมกราคมปีใหม่นี้ เงินเดือนผมก็จะถูกปรับขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าเท่าไร ..... เอาไว้ลุ้นกันอีกที ผมไม่คาดหวัง แค่ให้มันขึ้น ก็โอแระ



ปีใหม่นี้ ผมจะได้ซื้อของ 1 ชิ้นให้ตัวเอง .... เอ ... จะซื้ออะไรดีอ่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552

... ดาว ...

ดาว ... Synkornize


รอมาหลายปี จนบัดนี้ก็ยังไม่เคยลอง
เมื่อไรได้มองก็อยากจะลองดูสักที
รอให้เธอ มาเฉลยความจริงที่มี
บนฟ้าคืนนี้ฉันจะนับดาวได้กี่ดวง


ลองมานับดูดาวบนฟ้ากับฉันสักคืน
จะไม่ยืนโดดเดี่ยวไม่เหงาถ้ามีเธอข้างกาย
ชวนเธอนั่งนับดาวบนฟ้ากับฉันจะได้ไหม
ให้สองใจแห่งรักของเราได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน


ดาวคงสวยดีถ้าหากมีเธอเป็นเพื่อนดู
อยากให้เธอรู้ว่าฉันชอบดูเธอมากกว่าดาว
คอยสักวันคงไม่นานคงมีสักคราว
ที่เธอกับดาวมาอยู่ด้วยกันให้ฉันนั่งดู


หากมีทุกข์ใดเพียงได้มองดาวก็มีความสุข
กับเธอที่แสนดีมาอยู่รวมกันตรงนี้จะได้ไหม
ดาวเป็นล้านดวงก็สู้ใจเธอดวงเดียวไม่ได้
เป็นเธอเท่านั้นที่ทำให้ชีวิตของฉันสดใส



วันนี้ คิดถึงเพลงนี้ ที่ผมเคยได้ฟัง เมื่อตอนทำงานอยู่แกรนด์ โฮม มาร์ท เป็นเพลงที่เขาเปิดออกอากาศให้ลูกค้าฟัง

แล้วผมก็ยังคงจดจำท่อนฮุกของเพลงนี้ได้ อย่างเหนียวแน่น

เป็นเพลงที่น่าเปิดตอนงานแต่ง ถ้าผมได้มีโอกาศแต่งงานนะ 5555



มันคงจะอินดี ผมชอบทุกๆท่อนของเพลงๆนี้ มันสวยงาม จนบางทีฟังแล้ว เจ็บลึกๆในหัวใจ ว่าเราน่าจะได้มีใครสักคนจริงๆ



ใครสักคนที่ไม่ต้องรอ ไม่ต้องมีกฏเกณท์มาบังคับ



มานั่งดูดาวด้วยกัน ในยามที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ในยามที่ท้องฟ้า กลายเป็นสีดำ สนิด ทั่วทั้งท้องฟ้า



มองดูแสงไฟ และ แสงดาวระยิบระยับ จากอีกด้านนึงของขอบฟ้า ที่ๆห่างไกลจากที่ๆเราอยู่กันนี้ เกินกว่าจะกำหนดได้ว่ามันไกลเท่าไร



คงจะมีอะไรในโลก อีกมาก ให้ผมพบเจอ และผมหวังว่า วันพรุ่งนี้ เวลาที่ลืมตาตื่นขึ้นมา ....... จะไม่ต้องรู้สึกตัวคนเดียวอีก


โอ้ยยยยย ..... เพลงเพราะจังเลยครับ ... ชอบ ...

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

... สำเพ็ง ...

เมื่อวันพ่อที่ผ่านมา เป็นวันหยุดที่ใครหลายๆคนอาจไปลั้นลากัน


แต่ผม เลือกที่จะไปสำเพ็งกับแม่


ไปสัมผัสชีวิตที่ผมไม่ได้ทำมานานมาก นั้นคือไปหิ้วของให้แม่ ในช่วงเช้าตรู่ ตอนตี 5 ของวันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม


เมื่อก่อนสมัยที่ยังคงเป็นนักศึกษา เฟรชชี่ (รึเปล่า) ตอนนั้นผมต้องไปสำเพ็งกับแม่ ทุกอาทิตย์ ช่วงนั้นรู้สึกเซ็งมากๆ ครับ แหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่ตี 4


เพื่อออกไปหิ้วของให้แม่ เดินเบียดๆกับแม่ค้าพ่อค้า นับร้อยๆ คน



สำเพ็งตอนเช้า เป็นอะไรที่วุ่นวายมากๆ ทั้งคนซื้อ กรูก็จะซื้อ เดินๆ ตามหลังในตรอกแคบๆที่จุคน สัก 500 คนได้อยู่ดีๆ หยุดกึก ดูของสะงั้น ส่วน คนขายก็จะขายๆๆๆ


ไม่สนใจว่า"คนติดยาวไปจนถึง ปากตรอกแล้ววววว" และในตรอก ที่มีทางเดินกว้างแค่ 1 เมตร ที่คนต้องเดินสวนกันแทบจะไม่ได้แล้วนั้น สามารถมีรถเข็นขายน้ำ และขายผลไม้ ของกิน ลูกชิ้นปิ้ง หมูทอด ไปยันข้าวไข่เจียวได้ กรูจะบ้าตาย


และถามตัวผมนั้น จะต้องมีถุงใบย่อมๆของซานตาครอสแบกฝ่าฝูงชนไปด้วย




มันเป็นอะไรที่ทุลักทุเล แต่เมื่อเช้าวันนั้น เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกคิดถึงการทำแบบนี้ นานเท่าไรแล้วที่ผมไม่ได้เดินตามหลังแม่ที่เดินพริ้วมาก ซอกแซกผู้คน มองดูร้านรวง และตึกรามบ้านช่องที่มันมีเสนห์มากๆ และเป็นเอกลักษณ์ที่สำเพ็งสุดๆ




... เมื่อฟ้าเริ่มสาง ...

และเป็นเช้าที่ผมมีความสุข ไปยืนเบียดๆ ช่วยแม่เลือกต่างหูมาขาย ได้เห็นแม่เลือกของ คุยกับคนขายเหมือนเป็นญาติกัน แม่ผมมักจะซื้อของร้านเดิมๆ เสมอ



ได้พบเห็นร้านบางร้าน ที่เจ้าของเป็นเด็กสาวพม่า สมัยก่อนเธอยังพูดไทยไม่ชัดเลย แต่ตอนนี้ พูดชัดมาก ร้องเพลงไทยได้อีกตะหาก 555+



หลายๆอย่างรอบๆตัว แม้ว่าจะอยู่คงเดิมครบถ้วน แต่ผมรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงไป



ตัวของผมเองก็เช่นกัน แก่ขึ้น 555++




อืม....


คุณเคยเป็นไหม ที่ไม่กล้าเขียนอะไรลงไปในไดอารี่ตัวเอง เพราะกลัวว่า หากมันไม่เป็นไปตามนั้น จะเกิดอาการอับอายตัวเอง



ทำให้คุณรู้สึกว่า ยังไม่แน่นอนเลย มึงจะเล่าทำเหี้ยอะไรเนี้ย (แต่กรูก็เห็นมึงเล่าทุกคนอ่ะ)



มีผู้หญิงเข้าๆออกๆในชีวิตผม ตลอด ปี นี้ 3 คนแล้ว บางทีผมก็เหนื่อยๆที่จะถามตัวเองว่า เขาใช่ป่ะ ใช่ไหมว่ะ ... แต่แล้วเมื่อเกือบจะทำใจเนียนๆว่าใช้ เธอก็มีอันต้องจรรี ออกไป



จนตัวผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นมะเหงกอะไร



นี้ก็อีกแระ ... ที่ผมตัดสินใจอีกครั้ง ที่จะคอยผู้หญิงคนที่เคยทำให้ผมเจ็บปวดมาก่อน ให้เธอกลับเข้ามาในชีวิตผมอีกครั้ง



ผมตัดสินใจที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง กับคนเดิม



ฟังๆดูเหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ แต่คนเรามีความหวังเสมอ แม้แต่กับสิ่งที่เล็กน้อยที่สุด



เราต่างคนต่างโตขึ้น และผมคิดว่าเราเข้ากันได้ดีขึ้น



แต่ยังก่อน อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไร คงต้องดูๆกันต่อไปอีก ผมเบื่อจะคาดหวังหรือเดาอะไรแล้ว



เอาเป็นว่า มีเธออยู่ตอนนี้ ก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมากมาย



และอยากที่จะปล่อยให้อะไรๆ มันเป็นไปเอง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมของมัน....

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552

... Someday ...

มันเรื่องยาก หากเราจะได้มีโอกาศเจอใครสักคนที่ใช่ในชีวิตเน่าๆของเรา


แต่มันมีเรื่องที่ยากกว่านั้น คือทำอย่างไรให้คนๆนั้นมองเห็นเรา และได้มีโอกาศร่วมชีวิตกับเขา


ในชีวิตของผมนั้น ไม่อาภัพขนาดแอบรักเขา แล้วเขาไม่เคยแม้แต่จะรู้ ผมยังได้มีโอกาศ "รัก" และได้รักตอบกลับมาจากคนที่รักนั้นๆ ทุกคน


แต่จะได้นาน หรือได้น้อยผมคิดว่าคงเป็นเพราะบุญกรรมที่เคยทำร่วมกันมา ผมคิดว่าชาติก่อนผมคงจะมีแฟนหลายคนมาก ชาตินี้เลยได้มาอยู่กับคนนั้นคนนี้อย่างละนิด อย่างละนานหน่อย


แต่ยังไม่ได้มีโอกาศได้ใช่ชีวิตร่วมกับใครนานๆ


ผมคิดว่าหลายๆคนคงโชติดี ที่รัก และได้รักตอบกลับมา มีคนรัก ที่น่ารัก ดูแลเอาใจใส่กันในทุกๆเรื่อง จะกินจะนอน จะโน่น จะนี้ ก็จะมีคนที่รักอยู่เคียงข้างๆเสมอ


ขอให้รู้ไว้เลยว่าคุณหนะ โชติดีกว่าใครๆในโลกนะนั้น รวมถึงคนที่พิมพ์ตัวหนังสือเหล่านี้ให้คุณอ่านอยู่ด้วย



ความรักสำหรับผมตอนนี้ ก็ยังเป็นสิ่งสวยงามอยู่ เวลาผมเห็นคนรักกัน ก็ยังคงไม่ได้รู้สึก อิจฉาหรืออะไร เพราะผมจะมีความรู้สึก มีความสุขไปด้วย ดีใจ ที่อย่างน้อยก็ไม่ต้องมีคนที่เป็นเหมือนกันกับผมเพิ่มอีกคน


เมื่อหลายวันก่อนดู รายการ American Got Talent ทาง Truemove พบกับผู้หญิงคนนึง ชื่อ Kari Callin เธอเหมือน Susan Boyle มาก


แต่รู้สึกว่า จะตกรอบไม่ได้เข้าชิงนะ ผมพยายามเข้าไปหาอ่านข่าวของเธอ ตามเวบต่างๆ แต่ภาษาไม่แข็งแรงขนาดนั้น รู้แต่ว่าเธอไม่ได้เข้า 40 คน (ดูจากเวบ)


น่าเสียดาย คงต้องติดตามสาเหตุต่อไป


แต่ ... มีสิ่งนึงที่ผมได้จากทั้ง Susan และ Kari นั้นคือ คนพวกนี้ไม่เคยพบพานความรัก ไม่เคยมีใครเดินเข้ามาในชีวิตของพวกเขา


แต่พวกเขาก็อยู่กันมาได้ .... 40 ปี



ตอนนี้ผมไม่อยากฝันอะไรมาก คิดว่าบางที ถ้าไม่ได้มีใครที่ถูกสร้างมาเพื่อเรา นั้นก็คงจะไม่ใช่ความผิดของพระเจ้า


และก็มีผู้คนมากมายเขาก็เป็นแบบนั้น



ตอนนี้ผมเหมือนกำลังพยายามยอมรับ ในทุกๆวันของชีวิตให้ได้ทีละวันทีละวัน



แต่เหมือนบางทีก็จับต้นชนปลายไม่ถูกเหมือนกัน



คุณเคยเป็นไหม ที่ก็อยากมีใครสักคนนะ แต่ ... ในเมื่อมันไม่มี .... มันก็ไม่เป็นไร



ไม่ใช่เรื่องสำคัญ



ไอ้ตัวผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าชีวิตมันจะแย่ไปกว่านี้ได้อีกไหม



และอยากรอดูจุดสิ้นสุดของความอดทนของตัวเองเหมือนกัน



อยากรู้ว่าชีวิตของคนๆนึงจะไร้ค่า ไร้จุดหมายไปตลอดชีวิตไหม ไร้ซึ่งความสุข และไร้ซึ่งอนาคต ความฝัน และแม้แต่พลัง.....

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

... มนุษย์หน้าเหา ...

เมื่อวานเป็นวันที่ผมไม่คิดมาก่อนว่าจะได้พบเจอคนประเภทหน้าเหาขี้เก็กมาก่อนในชีวิต


เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ จนอายุ 25 ขวบปี เพิ่งเคยเห็นของแปลก พิสดาร ก็เมื่อวานนี้เอง


เมื่อวานเป็นวันที่จะมีคนมาตรวจเฟอร์ตัวอย่างที่ทำเสร็จแล้ว ของรีสอร์ท ที่ผมออกแบบให้เขา ผมขอเรียกชื่อสมมุมติของรีสอร์ทนั้นว่า " ตะบันหน้าที ณ สมุย"


เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ท และบริษัทเจ้าของรีสอร์ท ที่ผมออกแบบเฟอร์นิเจอร์ให้ มาตรวจดูเฟอร์ตัวอย่าง


ไอ้ตัวกระผมนั้น เคยไปเสนอหน้าติดต่องานกับเขาหนแรก หนเดียว กับทางบริษัทเจ้าของโรงแรม ซึ่งคน 3 คน ประกอบไปด้วย 1 หญิง และ 2 เกย์ เป็นคนที่น่ารักมาก จะเอาอะไรก็บอก แจ้ง และยอมรับในการออกแบบของผม เขาโอเคกับแบบทุกอย่าง


จนกระทั่ง มี Designer จากทีมที่เป็นผู้ออกแบบทุกอย่างทั้งหมดให้กับรีสอร์ท ก่อนหน้าที่บริษัทเจ้าของจะ ปฏิเสธเฟอร์ทั้ง เซ็ทของเขา แล้วมาเอาแบบที่ผมออกแบบ


เหตุการณ์มาคุ เริ่มตั้งแต่ดิวงานกันตั้งแต่ต้นปี จนนี้จะปลายปีแล้ว แบบก็ยังไม่นิ่ง อีทีม Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะ เปลี่ยนแปลงแบบของผม


เจ้านายที่ไปดิวงานมักจะมาบ่นหัวเสียให้ผมฟังบ่อยๆ ว่า Designer ของ "ตะบันหน้าที ณ สมุย" กวนตรีนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางกิริยา และท่าทาง เรียกได้ว่าถ้าหากบริษัทเจ้าของไม่ชอบงานบริษัทผม บริษัทผมคงหลุดวงโคจรไปแล้ว


แต่ในที่สุดเราก็ได้ทำ วิลล่า 1 แบบ มีเฟอร์นิเจอร์ 4 แบบ ทั้งหมด 250 ตัว


จนในที่สุด เมื่อวาน ผมก็ได้เจอเข้ากับตัว เจ้านายยังไม่มาครับ แต่ว่า แขกต้องประสงค์ของเรามาถึงก่อนเป็นคนแรก นั้นคือตัวจี๊ดดดดด Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" เด็กที่รับงาน เชิญเขาเข้าไปนั่งและออกมาเรียกผม ให้เข้าไปพบเขาก่อน


ผมเดินเข้าไปอย่างอารมณ์ดี เพราะยังเช้ามาก เห็นจากข้างหลังแล้วคับว่าเป็นผู้ชาย ต้องเป็นอีตาคนที่เราเคยส่งแบบให้แน่เลย


ผม ... สวัสดีค่ะ คุณเมธีรึเปล่าค่ะ (คนที่ผมเคยส่งอีเมลล์หาเขา)

ไอ้จี๊ด ... ไม่ใช่ เป็น Designer ของ "ตะบันหน้าที ณ สมุย"



เออ ... ผมเหวอๆ ไปเล็กน้อยนะคับ นอกจากเขาจะพูดจากลับมาด้วยน้ำเสียงไม่ดีแล้ว หน้าตาเขาบ่งบอกเลยว่ากรูไม่คุยกับมึง กรูจะคุยกับเจ้านายมึงประมาณนั้น


ตอนนั้นผมเปลี่ยนโหมด เป็นพร้อมรับศึกเลยครับ คิดในใจแล้วว่า ไอ้นี้ ไม่มาดีแน่นอน


คุณ Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" คนนี้ มีรูปร่างหน้าตาคล้ายๆหนูนาตายซาก ตากแห้ง สีผิว เหมือนชาวเคนย่าโคยกำเนิด รูปร่างผอมโส สูงเท่าๆผม มีสีผมที่ทำไฮไลด์ขาวธรรมชาติทั้งหัว และสภาพเหมือนเพิ่งคลอดออกจากมดลูกมารดา แต่เท่าที่ดูอายุ ไม่น่าจะแก่กว่าผมเท่าไร


ตอนนั้นผมปั้นหน้าเป็นสนตรีนใส่มันทันที


ว่าแล้วเขาก็คว้าแบบจากมือน้องที่ทำงานผม แล้วจรดปากกาแดงของเขาลงไป แก้ไข โน่น นี้ นั้น ในแบบที่ผมแก้ไปแล้ว ในแบบผมทันที พร้อมกับพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะสื่อสารกับผม แบบภาษาไทย 1 คำ ภาษาอังกฤษ 5 คำ ศัพท์เทคนิก ห่าเหวอะไรเขาขนมาประเคนใส่ผม ผมมั่นใจเจตนาของเขา คือต้องการให้ผม หน้าแหก ไม่เข้าใจที่เขาพูด ... แต่ ... คิดผิดสะแล้วมึง


เราประมึอกระบวนท่ากันพอหอมปากหอมคอ ชนิดที่ผมก็สู้ยิบตา ถามอะไรกรูรู้เรื่อง กรูอับเดท กรูตอบได้หมด


จนกระทั่งมีอาเสี่ยอีกคนเข้ามา (ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าของหรือผู้รับเหมา)


อาเฮียแกรก็เอาเลยครับ ขนาดได้รึเปล่า มีการกั้นห้องตัวอย่างให้ดูไหม อ่าว ... ก็พวกมึงเป็นคนเฟิม เรื่องขนาดมาให้กรูตั้งแต่เมื่อชาติก่อน ตกลงมึงยังไม่ตกลงขนาดกันอีกเรอะ .... ฟายยยย


ทะเลาะตบตีกัน ไปอีกพัก คนของบริษัทเจ้าของโรงแรมก็มาครับ 1 หญิง 2 เกย์
สถานการณ์ โดนรุม 2 ของผมก็ดีขึ้น และเจ้านายผมก็มา


ตลอดเวลาของการตบตีถกเถียงกันเรื่องการปรับเปลี่ยน ต่างๆ ผมพบว่า ไอ้หน้าหนู นั้นไม่ให้ความสนใจกับผมเลย ทั้งๆที่ผมเป็นคนเขียนแบบในมือมัน แต่เวลาต้องการแก้ไข ไอ้หน้าหนูจะแจ้งความจำนงกับน้องที่ทำงานผม ที่ไม่ได้รู้เรื่องแบบเล้ยให้เป็นคนจดลายละเอียด สราดดด แสดงออกขนาดนี้ ต่อยกับกรูเลยไหม????


และเท่าที่ผมสังเกตุ Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" หน้าหนู คนนี้ พยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะติดกลุ่ม ไปกับวงสนทนาตลอดเวลา


ทั้งๆที่ 1 หญิง 2 เกย์ และ 1 เฮีย นั้น ดู ... ผู้ดีมากๆๆ ...


Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" จะแสดงท่าที สีหน้า ท่าทางเหมือนคนสำคัญที่ทุกๆคนควรจะต้องฟังเขา แต่ปัญหาคือ ... ไม่มีใครฟังเขาเลย ... กร๊ากกกกก


และแล้วศึกคนชนคนก็ตบตี กันเสร็จเรียบร้อย ก่อนกลับ ผมยืนอยู่ระหว่าง Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" หน้าหนู นั้น กับกระเป๋าเป้ถูกๆของเขา โดยมีโต๊ะทำงานตัวอย่าง และ ตัวของผมเอง ขวางอยู่ ในระยะ 1 เอื้อมสุดแขน


นาย Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" หน้าหนูตาย ตากแห้งนั้น พยายามอย่างมากที่จะเอาปลายนิ้วดำๆของเขา เกี่ยวกระหวัด กระเป๋าเป้ของตัวเอง โดยมีผม ยืนดูอย่างกวนตรีน อยู่ตรงหน้า โดยที่ไม่ช่วย 55555++


รู้สึกเลว ...


แต่ ... สะใจ เพราะกรูเกลียดมึงหว่ะ


เกิดมานี้เป็นครั้งแรกที่ผมเกลียดคนอื่นที่ไม่เคยรู้จักอย่างไม่มีเหตุผลแบบนี้ ต้องขอบคุณเขาที่เป็นผู้โชคดี

ได้รับเกียตินี้ เป็นคนแรก

น่าสงสารและหน้าสมเพชคนพวกนี้มากๆ

ผมหละเหนื่อยใจ ...

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

... 2012 ...

ไปดูมาแร้น ไปดูมาแร้นนนน



"2012"



มันมากกกกกกกกก


"แต่"


ไม่ได้ทำให้กรูรักโลกขึ้นมาเล้ยยยยยย


เป็นอีกครั้งที่ผมไปดูหนังคนเดียว ... เฮ้อออ .... นี้แหละหนอ ชีวิตคนโสด


อยากดูมาก ไปทำ ATM ใบใหม่ที่ท่านแม่ไปลืมไว้ที่ตู้ที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วก็เลยดูสะเลย
คนแน่น แต่ก็ยอม


เดี๋ยวนี้ ไม่รู้ว่า ใครเป็นเหมือนผมไหม แต่ผมรู้สึกว่า หนังมันสั้นๆ ยังไงไม่รู้ ฉากการดำเนินเรื่อง น้อยลง แต่ฉากโชว์ความฟู่ฟ่า อลังการ กับเพิ่มขึ้น ผมว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของเรื่องเลยนะ


แต่เรื่องนี้ถ้าดูเอามันนั้น ถือว่า คุ้มค่าเงินมากๆ พวกกราฟฟิตก็ล้ำหน้าไป ชนิดที่หาจุดจับผิดยาก แล้วก็ เก็บลายละเอียดได้ละเอียดยิบๆ


ตึกถล่ม เห็นคน เป็นตัวๆ ห้อยต่องแต่ง พื้นดิน พุดขึ้น ยุป ลง เห็นคนวิ่งกันเป็นตัวๆ ว่าไอ้นี้วิ่งไปทางนั้น อีนี้วิ่งมาจากทางโน่น




... ว๊ากกกกกก ...


ไม่รู้ว่าผมโรคจิตรึเปล่า แต่ติดมาตั้งแต่สมัย คลุกคลีอยู่กับสามีเกย์เก่า เพราะมันเรียนสถาปัตย์ภาพยนต์ ทุกครั้งที่ดูหนังมหากาฟย์ อะไรก็แล้วแต่ เวลาเจอฉากอลังการ สิ่งที่สายตาของผมโฟกัส


จะไม่ใช่ ตัวเอกของซีน แต่จะเป็นสภาพแวดล้อม กราฟฟิต ว่ามึงมีจุดให้กรูจับผิดไหมว่ะ


มันติดจนเป็นนิสัยแล้ว หนนี้ก็เหมือนกัน และก็พบว่า กราฟฟิตสมัยนี้ ยุคหลัง The lord of the ring ทำได้น่ากลัวมากๆ เพราะเราจะไม่สามารถแยกแยกได้ด้วยสายตาเปล่าแล้วว่าอันไหนของจริง อันไหนคอมพิวเตอร์


กราฟฟิตน่ากลัวสุดตีน แบบว่า หลอน เพราะมันเหมือนจริงมาก และแอบคิดว่า ที่มึงบอกว่าสร้างด้วยเงินทุนมากมาย แมร่งสร้างจากคอมทั้งนั้น ค่าทำกราฟฟิตมันแพงขนาดนั้นเลยรึ .... โอว ... กรูอยากไปทำกราฟฟิต บ้างงงงงงงง


พระเอกรอดตายได้ ทุเรศมาก เวอร์เกิน คนบ้าอะไรจะวิ่งเร็วทันเครื่องบินที่ เริ่งเครื่องกำลังจะ Take off 85 น๊อต นี้ไม่ใช่ช้าๆ เลยนะ กว่าที่ปีกจะเกาะอากาศ และ ลอยตัวได้


หนังทำได้ ทั้งเวอร์ และยังอิงความจริง ในเรื่องของการบิน เพราะผมดูแล้วไม่รู้สึกขัดใจ นอกจากตอนที่พระเอก กลายเป็นนักกีฬาวิ่งเหรียญทองโอลิมปิค วิ่งขึ้นเครื่องขณะ Take off ได้


แอบมีดราม่าซึ้งๆ ของความรัก ในครอบครัวสอดแทรกอยู่ตลอดเวลา


บางตอนทำให้ได้คิดว่า จงแสดงความรักต่อกันเถิด เมื่อ ยังสามารถทำได้ เพราะวันนึง เราอาจไม่มีโอกาศได้บอก หรือเขาอาจไม่มีโอกาศได้ยิน ก็ได้


ผมชอบที่ บางผู้นำประเทศเลือกที่จะอยู่และตายในประเทศของตนเอง


เป็นคุณหละ หากคุณมีเงิน จะเลือกทำอย่างไร จะเลือกจ่าย 1000 ล้าน ยูโร เพื่อมีชีวิตอยู่ดูอวสานของโลก ดูผู้คนมากมายฉิบหายมลายไปกว่าค่อนโลก หรือว่าจะยอม ... วัดดวงอยู่บ้าน



... น่ากลัวฉิบหาย ...

... น่ากลัวได้อีก สัดดดดด ...


แต่ถ้าเป็นผมนะ ขอเป็นแถวหน้า ตายก่อนได้ไหม จะได้จบๆไป วันนึงหากเป็นเช่นนั้น ผมคงจะอยู่บ้านกับพ่อแม่ รอดูวินาทีสุดท้ายในชีวิตตัวเอง คงจะไม่ไปไหน เพราะ .... มึงจะหนีไปไหนพ้นอ่ะ ลำพังขับรถขึ้นเหนือไปจีน 3 วัน มึงจะขับไปพ้นประเทศไทยรึยังเหอะ 5555


แต่ผมชอบที่มีตัวละครตัวนึงพูดในเรื่อง จำไม่ได้แล้วว่าใคร แต่เขาพูดประมาณว่า "พระเจ้าจะเป็นผู้เลือกเอง ว่าใครจะอยู่ หรือตาย " นั้นดิ อยู่บ้านเฉยๆ ผมอาจรอดก็ได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเหนื่อยดิ้นรนไปตายในที่ๆ ไม่รู้จัก แถวๆตะเข็บชายแดน


อย่างน้อย ผมคงเป็นคนส่วนมาก 555 วันนั้นใครๆเขาก็ตายกัน เราก็ตายมั่งดิ จะอยู่เป็นคนส่วนน้อยไปใย


แต่ถ้าผ่านพ้น ช่วงเวลานั้นไปแล้ว โลกอาจจะสงบ และสะอาดขึ้น เพราะว่า คนมีน้อยลง ลดไปหลายปาก
มีคนนึงเขียนไว้ในเน็ทได้ดี ว่า " ถึงเขาจะไม่ได้เกิดมาในยุคกำเนิดโลก แต่ได้อยู่ในยุคสุดท้ายของโลก ก็โอแระ " 5555 เจ๋งดี


ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ไม่ได้ทำให้ผมรักโลกมากขึ้นเลย เฉยๆ นะ


แต่ทำให้ผมรักครอบครัวมากขึ้นอีก


และรู้สึกว่าเวลาในทุกๆวันที่ผมให้กับแม่ และก็พ่อ ผมว่าก็โอแหละ ถึงจะมึนๆ เบื่อๆ แต่ก็ดีใจ ที่ได้ทำอย่างที่ทำทุกวันนี้ ทุ่มเทให้กับพ่อแม่ เหมือนที่เขาเคยทุ่มเทให้กับเรา เมื่อเรายังเล็ก


ช่างเถอะครับ บางทีผมก็ปลงๆนะ ถ้าหากผมจะไม่ได้เป็น หรือไม่ได้ทำ อะไรที่ผมอยากทำ เพราะแม่ก็เคยไม่เป็น ไม่ไป ไม่ทำ อะไรที่เคยเป็นฝันของเขา เพื่อผมเหมือนกัน ซึ่งนั่น ยิ่งใหญ่ที่สุด เท่าที่ผมรู้สึก และผมภูมิใจ ที่มีแม่ เป็นแม่ผม



แต่ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ขนาดผมพยายามอินเต็มที่ก่อนดูแล้วนะ เดินออกมา ตอนหนังจบ ก็เฉยๆ


ไม่เหมือนบางเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกตราตรึงได้ ขนาดเดินออกมาจากโรงแล้วยังน้ำตาไหล ประมาณนั้น


เป็นหนังเรื่องนึงที่ เนื้อเรื่องงั้นๆ กราฟฟิตน่ากลัวสัดๆ แต่มันดีอ่ะ ....


ปล. อีกเรื่องที่อยากพูดถึง ผมไม่เชื่ออ่ะ ว่าโลกจะแตก 2012 โลกก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนเน่าๆ เต็มประเทศไทยนี้อยู่ดีแหละ ...

.
.
.










... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...