วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

... สำเพ็ง ...

เมื่อวันพ่อที่ผ่านมา เป็นวันหยุดที่ใครหลายๆคนอาจไปลั้นลากัน


แต่ผม เลือกที่จะไปสำเพ็งกับแม่


ไปสัมผัสชีวิตที่ผมไม่ได้ทำมานานมาก นั้นคือไปหิ้วของให้แม่ ในช่วงเช้าตรู่ ตอนตี 5 ของวันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม


เมื่อก่อนสมัยที่ยังคงเป็นนักศึกษา เฟรชชี่ (รึเปล่า) ตอนนั้นผมต้องไปสำเพ็งกับแม่ ทุกอาทิตย์ ช่วงนั้นรู้สึกเซ็งมากๆ ครับ แหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่ตี 4


เพื่อออกไปหิ้วของให้แม่ เดินเบียดๆกับแม่ค้าพ่อค้า นับร้อยๆ คน



สำเพ็งตอนเช้า เป็นอะไรที่วุ่นวายมากๆ ทั้งคนซื้อ กรูก็จะซื้อ เดินๆ ตามหลังในตรอกแคบๆที่จุคน สัก 500 คนได้อยู่ดีๆ หยุดกึก ดูของสะงั้น ส่วน คนขายก็จะขายๆๆๆ


ไม่สนใจว่า"คนติดยาวไปจนถึง ปากตรอกแล้ววววว" และในตรอก ที่มีทางเดินกว้างแค่ 1 เมตร ที่คนต้องเดินสวนกันแทบจะไม่ได้แล้วนั้น สามารถมีรถเข็นขายน้ำ และขายผลไม้ ของกิน ลูกชิ้นปิ้ง หมูทอด ไปยันข้าวไข่เจียวได้ กรูจะบ้าตาย


และถามตัวผมนั้น จะต้องมีถุงใบย่อมๆของซานตาครอสแบกฝ่าฝูงชนไปด้วย




มันเป็นอะไรที่ทุลักทุเล แต่เมื่อเช้าวันนั้น เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกคิดถึงการทำแบบนี้ นานเท่าไรแล้วที่ผมไม่ได้เดินตามหลังแม่ที่เดินพริ้วมาก ซอกแซกผู้คน มองดูร้านรวง และตึกรามบ้านช่องที่มันมีเสนห์มากๆ และเป็นเอกลักษณ์ที่สำเพ็งสุดๆ




... เมื่อฟ้าเริ่มสาง ...

และเป็นเช้าที่ผมมีความสุข ไปยืนเบียดๆ ช่วยแม่เลือกต่างหูมาขาย ได้เห็นแม่เลือกของ คุยกับคนขายเหมือนเป็นญาติกัน แม่ผมมักจะซื้อของร้านเดิมๆ เสมอ



ได้พบเห็นร้านบางร้าน ที่เจ้าของเป็นเด็กสาวพม่า สมัยก่อนเธอยังพูดไทยไม่ชัดเลย แต่ตอนนี้ พูดชัดมาก ร้องเพลงไทยได้อีกตะหาก 555+



หลายๆอย่างรอบๆตัว แม้ว่าจะอยู่คงเดิมครบถ้วน แต่ผมรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงไป



ตัวของผมเองก็เช่นกัน แก่ขึ้น 555++




อืม....


คุณเคยเป็นไหม ที่ไม่กล้าเขียนอะไรลงไปในไดอารี่ตัวเอง เพราะกลัวว่า หากมันไม่เป็นไปตามนั้น จะเกิดอาการอับอายตัวเอง



ทำให้คุณรู้สึกว่า ยังไม่แน่นอนเลย มึงจะเล่าทำเหี้ยอะไรเนี้ย (แต่กรูก็เห็นมึงเล่าทุกคนอ่ะ)



มีผู้หญิงเข้าๆออกๆในชีวิตผม ตลอด ปี นี้ 3 คนแล้ว บางทีผมก็เหนื่อยๆที่จะถามตัวเองว่า เขาใช่ป่ะ ใช่ไหมว่ะ ... แต่แล้วเมื่อเกือบจะทำใจเนียนๆว่าใช้ เธอก็มีอันต้องจรรี ออกไป



จนตัวผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นมะเหงกอะไร



นี้ก็อีกแระ ... ที่ผมตัดสินใจอีกครั้ง ที่จะคอยผู้หญิงคนที่เคยทำให้ผมเจ็บปวดมาก่อน ให้เธอกลับเข้ามาในชีวิตผมอีกครั้ง



ผมตัดสินใจที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง กับคนเดิม



ฟังๆดูเหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ แต่คนเรามีความหวังเสมอ แม้แต่กับสิ่งที่เล็กน้อยที่สุด



เราต่างคนต่างโตขึ้น และผมคิดว่าเราเข้ากันได้ดีขึ้น



แต่ยังก่อน อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไร คงต้องดูๆกันต่อไปอีก ผมเบื่อจะคาดหวังหรือเดาอะไรแล้ว



เอาเป็นว่า มีเธออยู่ตอนนี้ ก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมากมาย



และอยากที่จะปล่อยให้อะไรๆ มันเป็นไปเอง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมของมัน....

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552

... Someday ...

มันเรื่องยาก หากเราจะได้มีโอกาศเจอใครสักคนที่ใช่ในชีวิตเน่าๆของเรา


แต่มันมีเรื่องที่ยากกว่านั้น คือทำอย่างไรให้คนๆนั้นมองเห็นเรา และได้มีโอกาศร่วมชีวิตกับเขา


ในชีวิตของผมนั้น ไม่อาภัพขนาดแอบรักเขา แล้วเขาไม่เคยแม้แต่จะรู้ ผมยังได้มีโอกาศ "รัก" และได้รักตอบกลับมาจากคนที่รักนั้นๆ ทุกคน


แต่จะได้นาน หรือได้น้อยผมคิดว่าคงเป็นเพราะบุญกรรมที่เคยทำร่วมกันมา ผมคิดว่าชาติก่อนผมคงจะมีแฟนหลายคนมาก ชาตินี้เลยได้มาอยู่กับคนนั้นคนนี้อย่างละนิด อย่างละนานหน่อย


แต่ยังไม่ได้มีโอกาศได้ใช่ชีวิตร่วมกับใครนานๆ


ผมคิดว่าหลายๆคนคงโชติดี ที่รัก และได้รักตอบกลับมา มีคนรัก ที่น่ารัก ดูแลเอาใจใส่กันในทุกๆเรื่อง จะกินจะนอน จะโน่น จะนี้ ก็จะมีคนที่รักอยู่เคียงข้างๆเสมอ


ขอให้รู้ไว้เลยว่าคุณหนะ โชติดีกว่าใครๆในโลกนะนั้น รวมถึงคนที่พิมพ์ตัวหนังสือเหล่านี้ให้คุณอ่านอยู่ด้วย



ความรักสำหรับผมตอนนี้ ก็ยังเป็นสิ่งสวยงามอยู่ เวลาผมเห็นคนรักกัน ก็ยังคงไม่ได้รู้สึก อิจฉาหรืออะไร เพราะผมจะมีความรู้สึก มีความสุขไปด้วย ดีใจ ที่อย่างน้อยก็ไม่ต้องมีคนที่เป็นเหมือนกันกับผมเพิ่มอีกคน


เมื่อหลายวันก่อนดู รายการ American Got Talent ทาง Truemove พบกับผู้หญิงคนนึง ชื่อ Kari Callin เธอเหมือน Susan Boyle มาก


แต่รู้สึกว่า จะตกรอบไม่ได้เข้าชิงนะ ผมพยายามเข้าไปหาอ่านข่าวของเธอ ตามเวบต่างๆ แต่ภาษาไม่แข็งแรงขนาดนั้น รู้แต่ว่าเธอไม่ได้เข้า 40 คน (ดูจากเวบ)


น่าเสียดาย คงต้องติดตามสาเหตุต่อไป


แต่ ... มีสิ่งนึงที่ผมได้จากทั้ง Susan และ Kari นั้นคือ คนพวกนี้ไม่เคยพบพานความรัก ไม่เคยมีใครเดินเข้ามาในชีวิตของพวกเขา


แต่พวกเขาก็อยู่กันมาได้ .... 40 ปี



ตอนนี้ผมไม่อยากฝันอะไรมาก คิดว่าบางที ถ้าไม่ได้มีใครที่ถูกสร้างมาเพื่อเรา นั้นก็คงจะไม่ใช่ความผิดของพระเจ้า


และก็มีผู้คนมากมายเขาก็เป็นแบบนั้น



ตอนนี้ผมเหมือนกำลังพยายามยอมรับ ในทุกๆวันของชีวิตให้ได้ทีละวันทีละวัน



แต่เหมือนบางทีก็จับต้นชนปลายไม่ถูกเหมือนกัน



คุณเคยเป็นไหม ที่ก็อยากมีใครสักคนนะ แต่ ... ในเมื่อมันไม่มี .... มันก็ไม่เป็นไร



ไม่ใช่เรื่องสำคัญ



ไอ้ตัวผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าชีวิตมันจะแย่ไปกว่านี้ได้อีกไหม



และอยากรอดูจุดสิ้นสุดของความอดทนของตัวเองเหมือนกัน



อยากรู้ว่าชีวิตของคนๆนึงจะไร้ค่า ไร้จุดหมายไปตลอดชีวิตไหม ไร้ซึ่งความสุข และไร้ซึ่งอนาคต ความฝัน และแม้แต่พลัง.....

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

... มนุษย์หน้าเหา ...

เมื่อวานเป็นวันที่ผมไม่คิดมาก่อนว่าจะได้พบเจอคนประเภทหน้าเหาขี้เก็กมาก่อนในชีวิต


เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ จนอายุ 25 ขวบปี เพิ่งเคยเห็นของแปลก พิสดาร ก็เมื่อวานนี้เอง


เมื่อวานเป็นวันที่จะมีคนมาตรวจเฟอร์ตัวอย่างที่ทำเสร็จแล้ว ของรีสอร์ท ที่ผมออกแบบให้เขา ผมขอเรียกชื่อสมมุมติของรีสอร์ทนั้นว่า " ตะบันหน้าที ณ สมุย"


เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ท และบริษัทเจ้าของรีสอร์ท ที่ผมออกแบบเฟอร์นิเจอร์ให้ มาตรวจดูเฟอร์ตัวอย่าง


ไอ้ตัวกระผมนั้น เคยไปเสนอหน้าติดต่องานกับเขาหนแรก หนเดียว กับทางบริษัทเจ้าของโรงแรม ซึ่งคน 3 คน ประกอบไปด้วย 1 หญิง และ 2 เกย์ เป็นคนที่น่ารักมาก จะเอาอะไรก็บอก แจ้ง และยอมรับในการออกแบบของผม เขาโอเคกับแบบทุกอย่าง


จนกระทั่ง มี Designer จากทีมที่เป็นผู้ออกแบบทุกอย่างทั้งหมดให้กับรีสอร์ท ก่อนหน้าที่บริษัทเจ้าของจะ ปฏิเสธเฟอร์ทั้ง เซ็ทของเขา แล้วมาเอาแบบที่ผมออกแบบ


เหตุการณ์มาคุ เริ่มตั้งแต่ดิวงานกันตั้งแต่ต้นปี จนนี้จะปลายปีแล้ว แบบก็ยังไม่นิ่ง อีทีม Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะ เปลี่ยนแปลงแบบของผม


เจ้านายที่ไปดิวงานมักจะมาบ่นหัวเสียให้ผมฟังบ่อยๆ ว่า Designer ของ "ตะบันหน้าที ณ สมุย" กวนตรีนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางกิริยา และท่าทาง เรียกได้ว่าถ้าหากบริษัทเจ้าของไม่ชอบงานบริษัทผม บริษัทผมคงหลุดวงโคจรไปแล้ว


แต่ในที่สุดเราก็ได้ทำ วิลล่า 1 แบบ มีเฟอร์นิเจอร์ 4 แบบ ทั้งหมด 250 ตัว


จนในที่สุด เมื่อวาน ผมก็ได้เจอเข้ากับตัว เจ้านายยังไม่มาครับ แต่ว่า แขกต้องประสงค์ของเรามาถึงก่อนเป็นคนแรก นั้นคือตัวจี๊ดดดดด Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" เด็กที่รับงาน เชิญเขาเข้าไปนั่งและออกมาเรียกผม ให้เข้าไปพบเขาก่อน


ผมเดินเข้าไปอย่างอารมณ์ดี เพราะยังเช้ามาก เห็นจากข้างหลังแล้วคับว่าเป็นผู้ชาย ต้องเป็นอีตาคนที่เราเคยส่งแบบให้แน่เลย


ผม ... สวัสดีค่ะ คุณเมธีรึเปล่าค่ะ (คนที่ผมเคยส่งอีเมลล์หาเขา)

ไอ้จี๊ด ... ไม่ใช่ เป็น Designer ของ "ตะบันหน้าที ณ สมุย"



เออ ... ผมเหวอๆ ไปเล็กน้อยนะคับ นอกจากเขาจะพูดจากลับมาด้วยน้ำเสียงไม่ดีแล้ว หน้าตาเขาบ่งบอกเลยว่ากรูไม่คุยกับมึง กรูจะคุยกับเจ้านายมึงประมาณนั้น


ตอนนั้นผมเปลี่ยนโหมด เป็นพร้อมรับศึกเลยครับ คิดในใจแล้วว่า ไอ้นี้ ไม่มาดีแน่นอน


คุณ Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" คนนี้ มีรูปร่างหน้าตาคล้ายๆหนูนาตายซาก ตากแห้ง สีผิว เหมือนชาวเคนย่าโคยกำเนิด รูปร่างผอมโส สูงเท่าๆผม มีสีผมที่ทำไฮไลด์ขาวธรรมชาติทั้งหัว และสภาพเหมือนเพิ่งคลอดออกจากมดลูกมารดา แต่เท่าที่ดูอายุ ไม่น่าจะแก่กว่าผมเท่าไร


ตอนนั้นผมปั้นหน้าเป็นสนตรีนใส่มันทันที


ว่าแล้วเขาก็คว้าแบบจากมือน้องที่ทำงานผม แล้วจรดปากกาแดงของเขาลงไป แก้ไข โน่น นี้ นั้น ในแบบที่ผมแก้ไปแล้ว ในแบบผมทันที พร้อมกับพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะสื่อสารกับผม แบบภาษาไทย 1 คำ ภาษาอังกฤษ 5 คำ ศัพท์เทคนิก ห่าเหวอะไรเขาขนมาประเคนใส่ผม ผมมั่นใจเจตนาของเขา คือต้องการให้ผม หน้าแหก ไม่เข้าใจที่เขาพูด ... แต่ ... คิดผิดสะแล้วมึง


เราประมึอกระบวนท่ากันพอหอมปากหอมคอ ชนิดที่ผมก็สู้ยิบตา ถามอะไรกรูรู้เรื่อง กรูอับเดท กรูตอบได้หมด


จนกระทั่งมีอาเสี่ยอีกคนเข้ามา (ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าของหรือผู้รับเหมา)


อาเฮียแกรก็เอาเลยครับ ขนาดได้รึเปล่า มีการกั้นห้องตัวอย่างให้ดูไหม อ่าว ... ก็พวกมึงเป็นคนเฟิม เรื่องขนาดมาให้กรูตั้งแต่เมื่อชาติก่อน ตกลงมึงยังไม่ตกลงขนาดกันอีกเรอะ .... ฟายยยย


ทะเลาะตบตีกัน ไปอีกพัก คนของบริษัทเจ้าของโรงแรมก็มาครับ 1 หญิง 2 เกย์
สถานการณ์ โดนรุม 2 ของผมก็ดีขึ้น และเจ้านายผมก็มา


ตลอดเวลาของการตบตีถกเถียงกันเรื่องการปรับเปลี่ยน ต่างๆ ผมพบว่า ไอ้หน้าหนู นั้นไม่ให้ความสนใจกับผมเลย ทั้งๆที่ผมเป็นคนเขียนแบบในมือมัน แต่เวลาต้องการแก้ไข ไอ้หน้าหนูจะแจ้งความจำนงกับน้องที่ทำงานผม ที่ไม่ได้รู้เรื่องแบบเล้ยให้เป็นคนจดลายละเอียด สราดดด แสดงออกขนาดนี้ ต่อยกับกรูเลยไหม????


และเท่าที่ผมสังเกตุ Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" หน้าหนู คนนี้ พยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะติดกลุ่ม ไปกับวงสนทนาตลอดเวลา


ทั้งๆที่ 1 หญิง 2 เกย์ และ 1 เฮีย นั้น ดู ... ผู้ดีมากๆๆ ...


Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" จะแสดงท่าที สีหน้า ท่าทางเหมือนคนสำคัญที่ทุกๆคนควรจะต้องฟังเขา แต่ปัญหาคือ ... ไม่มีใครฟังเขาเลย ... กร๊ากกกกก


และแล้วศึกคนชนคนก็ตบตี กันเสร็จเรียบร้อย ก่อนกลับ ผมยืนอยู่ระหว่าง Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" หน้าหนู นั้น กับกระเป๋าเป้ถูกๆของเขา โดยมีโต๊ะทำงานตัวอย่าง และ ตัวของผมเอง ขวางอยู่ ในระยะ 1 เอื้อมสุดแขน


นาย Designer "ตะบันหน้าที ณ สมุย" หน้าหนูตาย ตากแห้งนั้น พยายามอย่างมากที่จะเอาปลายนิ้วดำๆของเขา เกี่ยวกระหวัด กระเป๋าเป้ของตัวเอง โดยมีผม ยืนดูอย่างกวนตรีน อยู่ตรงหน้า โดยที่ไม่ช่วย 55555++


รู้สึกเลว ...


แต่ ... สะใจ เพราะกรูเกลียดมึงหว่ะ


เกิดมานี้เป็นครั้งแรกที่ผมเกลียดคนอื่นที่ไม่เคยรู้จักอย่างไม่มีเหตุผลแบบนี้ ต้องขอบคุณเขาที่เป็นผู้โชคดี

ได้รับเกียตินี้ เป็นคนแรก

น่าสงสารและหน้าสมเพชคนพวกนี้มากๆ

ผมหละเหนื่อยใจ ...

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

... 2012 ...

ไปดูมาแร้น ไปดูมาแร้นนนน



"2012"



มันมากกกกกกกกก


"แต่"


ไม่ได้ทำให้กรูรักโลกขึ้นมาเล้ยยยยยย


เป็นอีกครั้งที่ผมไปดูหนังคนเดียว ... เฮ้อออ .... นี้แหละหนอ ชีวิตคนโสด


อยากดูมาก ไปทำ ATM ใบใหม่ที่ท่านแม่ไปลืมไว้ที่ตู้ที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วก็เลยดูสะเลย
คนแน่น แต่ก็ยอม


เดี๋ยวนี้ ไม่รู้ว่า ใครเป็นเหมือนผมไหม แต่ผมรู้สึกว่า หนังมันสั้นๆ ยังไงไม่รู้ ฉากการดำเนินเรื่อง น้อยลง แต่ฉากโชว์ความฟู่ฟ่า อลังการ กับเพิ่มขึ้น ผมว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของเรื่องเลยนะ


แต่เรื่องนี้ถ้าดูเอามันนั้น ถือว่า คุ้มค่าเงินมากๆ พวกกราฟฟิตก็ล้ำหน้าไป ชนิดที่หาจุดจับผิดยาก แล้วก็ เก็บลายละเอียดได้ละเอียดยิบๆ


ตึกถล่ม เห็นคน เป็นตัวๆ ห้อยต่องแต่ง พื้นดิน พุดขึ้น ยุป ลง เห็นคนวิ่งกันเป็นตัวๆ ว่าไอ้นี้วิ่งไปทางนั้น อีนี้วิ่งมาจากทางโน่น




... ว๊ากกกกกก ...


ไม่รู้ว่าผมโรคจิตรึเปล่า แต่ติดมาตั้งแต่สมัย คลุกคลีอยู่กับสามีเกย์เก่า เพราะมันเรียนสถาปัตย์ภาพยนต์ ทุกครั้งที่ดูหนังมหากาฟย์ อะไรก็แล้วแต่ เวลาเจอฉากอลังการ สิ่งที่สายตาของผมโฟกัส


จะไม่ใช่ ตัวเอกของซีน แต่จะเป็นสภาพแวดล้อม กราฟฟิต ว่ามึงมีจุดให้กรูจับผิดไหมว่ะ


มันติดจนเป็นนิสัยแล้ว หนนี้ก็เหมือนกัน และก็พบว่า กราฟฟิตสมัยนี้ ยุคหลัง The lord of the ring ทำได้น่ากลัวมากๆ เพราะเราจะไม่สามารถแยกแยกได้ด้วยสายตาเปล่าแล้วว่าอันไหนของจริง อันไหนคอมพิวเตอร์


กราฟฟิตน่ากลัวสุดตีน แบบว่า หลอน เพราะมันเหมือนจริงมาก และแอบคิดว่า ที่มึงบอกว่าสร้างด้วยเงินทุนมากมาย แมร่งสร้างจากคอมทั้งนั้น ค่าทำกราฟฟิตมันแพงขนาดนั้นเลยรึ .... โอว ... กรูอยากไปทำกราฟฟิต บ้างงงงงงงง


พระเอกรอดตายได้ ทุเรศมาก เวอร์เกิน คนบ้าอะไรจะวิ่งเร็วทันเครื่องบินที่ เริ่งเครื่องกำลังจะ Take off 85 น๊อต นี้ไม่ใช่ช้าๆ เลยนะ กว่าที่ปีกจะเกาะอากาศ และ ลอยตัวได้


หนังทำได้ ทั้งเวอร์ และยังอิงความจริง ในเรื่องของการบิน เพราะผมดูแล้วไม่รู้สึกขัดใจ นอกจากตอนที่พระเอก กลายเป็นนักกีฬาวิ่งเหรียญทองโอลิมปิค วิ่งขึ้นเครื่องขณะ Take off ได้


แอบมีดราม่าซึ้งๆ ของความรัก ในครอบครัวสอดแทรกอยู่ตลอดเวลา


บางตอนทำให้ได้คิดว่า จงแสดงความรักต่อกันเถิด เมื่อ ยังสามารถทำได้ เพราะวันนึง เราอาจไม่มีโอกาศได้บอก หรือเขาอาจไม่มีโอกาศได้ยิน ก็ได้


ผมชอบที่ บางผู้นำประเทศเลือกที่จะอยู่และตายในประเทศของตนเอง


เป็นคุณหละ หากคุณมีเงิน จะเลือกทำอย่างไร จะเลือกจ่าย 1000 ล้าน ยูโร เพื่อมีชีวิตอยู่ดูอวสานของโลก ดูผู้คนมากมายฉิบหายมลายไปกว่าค่อนโลก หรือว่าจะยอม ... วัดดวงอยู่บ้าน



... น่ากลัวฉิบหาย ...

... น่ากลัวได้อีก สัดดดดด ...


แต่ถ้าเป็นผมนะ ขอเป็นแถวหน้า ตายก่อนได้ไหม จะได้จบๆไป วันนึงหากเป็นเช่นนั้น ผมคงจะอยู่บ้านกับพ่อแม่ รอดูวินาทีสุดท้ายในชีวิตตัวเอง คงจะไม่ไปไหน เพราะ .... มึงจะหนีไปไหนพ้นอ่ะ ลำพังขับรถขึ้นเหนือไปจีน 3 วัน มึงจะขับไปพ้นประเทศไทยรึยังเหอะ 5555


แต่ผมชอบที่มีตัวละครตัวนึงพูดในเรื่อง จำไม่ได้แล้วว่าใคร แต่เขาพูดประมาณว่า "พระเจ้าจะเป็นผู้เลือกเอง ว่าใครจะอยู่ หรือตาย " นั้นดิ อยู่บ้านเฉยๆ ผมอาจรอดก็ได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเหนื่อยดิ้นรนไปตายในที่ๆ ไม่รู้จัก แถวๆตะเข็บชายแดน


อย่างน้อย ผมคงเป็นคนส่วนมาก 555 วันนั้นใครๆเขาก็ตายกัน เราก็ตายมั่งดิ จะอยู่เป็นคนส่วนน้อยไปใย


แต่ถ้าผ่านพ้น ช่วงเวลานั้นไปแล้ว โลกอาจจะสงบ และสะอาดขึ้น เพราะว่า คนมีน้อยลง ลดไปหลายปาก
มีคนนึงเขียนไว้ในเน็ทได้ดี ว่า " ถึงเขาจะไม่ได้เกิดมาในยุคกำเนิดโลก แต่ได้อยู่ในยุคสุดท้ายของโลก ก็โอแระ " 5555 เจ๋งดี


ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ไม่ได้ทำให้ผมรักโลกมากขึ้นเลย เฉยๆ นะ


แต่ทำให้ผมรักครอบครัวมากขึ้นอีก


และรู้สึกว่าเวลาในทุกๆวันที่ผมให้กับแม่ และก็พ่อ ผมว่าก็โอแหละ ถึงจะมึนๆ เบื่อๆ แต่ก็ดีใจ ที่ได้ทำอย่างที่ทำทุกวันนี้ ทุ่มเทให้กับพ่อแม่ เหมือนที่เขาเคยทุ่มเทให้กับเรา เมื่อเรายังเล็ก


ช่างเถอะครับ บางทีผมก็ปลงๆนะ ถ้าหากผมจะไม่ได้เป็น หรือไม่ได้ทำ อะไรที่ผมอยากทำ เพราะแม่ก็เคยไม่เป็น ไม่ไป ไม่ทำ อะไรที่เคยเป็นฝันของเขา เพื่อผมเหมือนกัน ซึ่งนั่น ยิ่งใหญ่ที่สุด เท่าที่ผมรู้สึก และผมภูมิใจ ที่มีแม่ เป็นแม่ผม



แต่ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ขนาดผมพยายามอินเต็มที่ก่อนดูแล้วนะ เดินออกมา ตอนหนังจบ ก็เฉยๆ


ไม่เหมือนบางเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกตราตรึงได้ ขนาดเดินออกมาจากโรงแล้วยังน้ำตาไหล ประมาณนั้น


เป็นหนังเรื่องนึงที่ เนื้อเรื่องงั้นๆ กราฟฟิตน่ากลัวสัดๆ แต่มันดีอ่ะ ....


ปล. อีกเรื่องที่อยากพูดถึง ผมไม่เชื่ออ่ะ ว่าโลกจะแตก 2012 โลกก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนเน่าๆ เต็มประเทศไทยนี้อยู่ดีแหละ ...

.
.
.










วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

... ใครว่าเป็น Designer สบาย ...

สวัสดีครับ


พักนี้งานเข้า แต่ก็ขี้เกียจพอๆกับปริมาณงาน


Showroom ใหม่ๆ ที่บริษัท ของผม กำลังจะย้ายมาจากสีลมใกล้จะเสร็จแล้วครับ


เป็นห้าง อะไรสักอย่าง ชื่อ คริสตอร์ล ดีไซด์ ชื่อไฮโซ มากจนสะกดไม่ถูก อยู่ตรงแถวๆเรียบทางด่วนรามอินทรา





... ซุ้มประตูลายๆหน้าร้านนี้ ฝีมือผมเองครับ ...


... อันนี้ก็ด้วยครับ แต่อีก 2 วันจะมีกระจก และไม้ระแนง มันจะสวยกว่านี้ครับ ...

นอกจากการออกแบบของพี่ที่แผนกอีกคนแล้วนั้น ไอ้กระผมก็ มีส่วนร่วมกับเขาด้วย เช่นประตูหน้า และซุ้มเสา ซึ่งยังไม่เสร็จดี


หากเฟอร์ๆ ของผมที่ออกแบบ โดดเด้งเข้าตา อย่าลืมไปอุดหนุนบ้างก็ได้นะครับ ถ้าไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร 555+++



ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกว่า ผมเป็น Designer เต็มตัว กับเขาแล้ว ทำงานโปรเจ็กได้ รับลูกค้าได้ และ คุมช่างได้


พานพบลูกค้ามาก็หลายแบบ


จิตตกมาก็หลายครั้ง


มีลูกค้านานา ประดามีเข้ามาให้รู้สึกอยาก จะฆ่าล้างโคตรก็มี


ครั้งนึง นานมาแล้ว ที่ผมยังคงเป็น Designer มือใหม่ นั่งเคาร์เตอร์ ออกแบบอยู่ที่แกนด์โฮมมาร์ทสาขาแฟชั่นไอร์แลนด์


เคยมีลูกค้า เดินดุ่มๆ เข้ามาที่หน้าเคาร์เตอร์ที่ผมกำลังเล่นเน็ทอย่างเพลิดเพลิน ตอน 5 โมง 50 (ใกล้จะเลิกงานแล้ว) และบอกกับผมด้วยท่าทางมึนๆว่า .... คุณๆ ช่วยออกแบบห้องน้ำสวยๆให้หน่อยสิ

เออ .... อึ้งแดกไป 2-3 วินาทีหละครับ


อ๋อ ... ได้ค่ะ แล้วอยากได้แบบไหนหละค่ะ ตอนนั้นผมกำลังจะคว้า หนังสือบ้านและสวนใกล้ๆ ให้เขาดู

ไม่มีอ่ะครับ แต่คืออยากได้แบบสวยๆหนะครับ ...... เฟี้ยเอ้ย กรูจะรู้มึงไหมหนะ ว่าสวยๆของมึงหนะ แบบไหน


แล้วเลือกกระเบื้องรึยังค่ะ


ยังเลยครับ ... น่าน ... ขออันเชิญคุณมึงช่วยไปเลือกกระเบื้องก่อนเลย นะค่ะ ... ว่าแล้วผมต้องเรียกเซลล์มาช่วยพามันไปเลือกกระเบื่องก่อนเลยไป้!!!


และเมื่อลูกค้าไปพ้นสายตาแล้ว ผมก็ ..... เผ่นนนนน สิครับ รีบย้ายก้นไปจากเคาร์เตอร์อย่างด่วน เดินหลบหลีกไปตามห้อง ม๊อกอับ ต่างๆๆ จนได้เวลาเลิกงาน


ถึงคุณมึงจะได้กระเบื้องในดวงใจ แต่คุณมึงก็จะไม่เจอกรู 55555++


ใครจะโง่อยู่อ่ะ ยาวดิ โอทีก็ไม่ได้


ผมเชื่อว่า ปัญหาที่ Designer ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าๆ หลายๆคนต้องเจอเหมือนๆกันนั้นก็คือ ....


นี้ๆ .... เป็นนักออกแบบหรอ ช่วยออกแบบ โน่น นี่ นั้น ให้หน่อยสิ เช่น ... บ้าน ห้องน้ำ สวน ร้านขายของ ไปยัน เสื้อยืด ... กรุไม่ได้เป็น สไตล์ ลิส นะ กรูจบตกแต่ง


เออ .... เกิดอาการกระอักกระอ่วนหัวใจ .... ได้ๆ เอาแปลนมาสิ เอาขนาดมาสิ ....


อ๋อ ... ไม่มีหรอก (บ้านยังไม่ได้ซื้อ ร้านยังไม่ได้เปิด) เอา คร่าวๆ หนะ


จะบร้าเรอะ ...... แล้วกรูจะเริ่มต้นออกแบบให้มึงได้ยังไง ในเมื่อ ไม่มีอะไรให้กรูเลย เหมือนเวลามีคนมาบอกให้นับ เลยถึง เลข 10 แล้ว บอกว่าห้ามเริ่มจาก ศูนย์

เฮ้อออออออออออออ .......


คร่าวๆ พูดเหมือนง่ายนะ คร่าวๆ


บางครั้งชาว Designer อย่างผมๆ และท่านๆอีกมากมายต้องคลุกอยู่กับลูกค้าคนเดียวเป็นวันๆ เพื่อติดตามหาของในจิตนาการของลูกค้า มันกว้างมากคับ เช่น ชอบกระเบื้องแบบไหน .... กระเบื้องมีเป็นล้านแบบ


อ่ะ .... สีขาวๆ หนะ


สีขาวมีเป็นสิบแบบ กระเบื้องไทย แบบถูกๆ กระเบื้องนอกแบบแพงๆ กระเบื้องลื้น ๆ กระเบื้องแบบหยาบๆ กระเบื้อง ขนาดเท่าไร ปูที่ไหน ทำความสะอาดง่ายไหม ... และสีขาว ก็มีขาวเงา ขาวเทา ขาวเหลือง ขาวๆๆๆๆ โอ้ยยยยยย มากมาย


จนทุกวันนี้ผมรู้สึกเป็นพระคุณ ที่หลุดพ้นจากวงการขายส้วมและกระเบื้องมาได้


แต่พอตอนนี้จับพลัดจับพลูมาวงการ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวก็ไม่วาย เจอลูกค้างี่เง่า ได้อีก บ่อยๆ


อย่างล่าสุด เจอลูกค้า งี่เง่าท่านนึง มาสั่งซื้อของ ไม่รู้ว่าใคร หรืออะไรเข้าฝันบอกเธอมาว่า ทุกอย่างของเฟอร์นิเจอร์เธอต้องเป็นไม้จริงสักทั้งหมด


อ่ะ ... จะบอกว่า ไอ้จริงสักมันก็ดีอยู่หรอก แต่ .... เนื่องจากทุกวันนี้ไม้ในป่า ที่เขาตัดมาทำเฟอร์นิเจอร์นั้นแทบจะโตกันไม่ทันอยู่แล้ว ไม้ที่ได้มา ส่วนใหญ่ เป็นไม้ที่ใหม่ และยังชื้นอยู่


ต่อให้เอามาอบ เอามาตากแดด เป็นเดือน ก็ยังไม่ดีเลยครับ เพราะอะไรรึ เพราะว่ามันจะแตกหนะสิ ครับ เกิดจากการที่ไม้หดตัวอย่างฉับพลัน เมื่อระยะเวลาผ่านไป


ผมอยากจะดูหน้าลูกค้าคนนี้จริงๆเลยว่า เมื่อวันนึงโต๊ะข้างที่เธอเจาะเจง ว่าจะเอา Top ไม้จริงนั้นเกิดแตกลายงาขึ้นมาจริงๆ เธอจะทำอย่างไร 5555++


แต่ความอุบาท ของเธอยังไม่จบสิ้นเท่านั้น ยังต้องมีสู้รบตบมือกับผมอีกหลายยก


ยกแรก เธอต้องการโซฟาไม้ยาว 220 เซ็น โซฟาบ้านป้ามึงหรอ ยาวขนาดนั้น ผมแสดงความเห็นส่วนตัวไปว่า ... มันยาวไปนะครับ


เธอรับไม่ได้ครับ จะทำตามที่เธอต้องการให้ได้ ถึงกับจะขอเปลี่ยน Designer กันทีเดียว


และยังมีอภินิหารอีกตัวที่เธอสั่งนั้นคือ เตียง 4 เสาแบบทำให้ถอดประกอบได้ โดยที่เธอมีโจทย์ให้ผม ว่า


1. มันเป็นเตียง 4 เสา และเธอจะไม่เอาเสา (แล้วมึงสั่งเตียง 4 เสาทำไม)


2. Top วางฟูกเตียงต้องเป็นไม้จริง (แมร่ง แตกฉิบหายกันหละคราวนี้)


3. เตียงดังกลาว ผมต้องคิดค้นวิธีการ สำเร็จโทษถอดประกอบมัน เพื่อให้เข้าประตูห้องทุกห้องในบ้านของหล่อนได้ เผื่อวันดีคืนดีเธออยากจะย้ายเตียง 4 เสาไม่มีเสาหนัก 2 ตันของเธอขึ้นลง บันไดบ้านเข้าห้องนอน ออกห้องรับแขกนี้เธอจะได้ทำได้


โอว ... พระเจ้า บร้าไปแร้นนนนน


เธอยืนกรานอย่างนั้น ถึงขนาดบังคับให้ผมไปที่บ้านของเธอเพื่อไปวัดประตูทุกๆบาน แล้วให้ผมเฟิมกับเธอว่า เข้าได้แน่ๆ


เธอโวยวายมากมาย เมื่อผมจะถ่ายรูป เธอบอกห้ามถ่ายบ้านฉัน ... เออ ไม่ถ่ายก็ได้ ประสาท


และผมค้นพบว่าประตูทุกบ้านของบ้านเธอก็เป็นประตูมาตรฐานบ้านทั่วๆไป นั้น คือ 90x200 cm. ไม่ได้แปลกพิศดารเหมือนที่ผมจินตนาการไว้เวอร์ตามคำบอกของเธอเลย


จนผมอยากจะบอกว่า ทำถอดประกอบ มันเข้าได้ทุกห้องอยู่แล้วหละคร้าบบบบบ ห้องน้ำก็เข้าได้ครับบบ ถ้าอยากจะไปกางเตียงนอนในห้องน้ำ


และก่อนที่จะจบเรื่องความงี่เง่า เธอยังมีขู่ว่า เข้าได้รึเปล่า ถ้าเข้าไม่ได้จะยกเลิกออร์เดอร์ทั้งหมด พี่เซลล์ที่รับเรื่องเขาก็คงจะรำคาญจนเหลือจะทนทาน จึงบอกรับไปว่า ยกเลิกก็ยกเลิกค่ะ


เจ๊แกรหายไป 2 วันครับ ก่อนจะกลับมาบอกว่า ขอร้องว่า ทำให้เข้าบ้านได้ให้หน่อย


5555555 มันบร้าไปแร้นนนนนนน


พอกรูทำก็ไม่พอใจ ยกเลิก พอกรูไม่ทำ ก็มาขอให้ทำ แมร่ง


สุดท้ายก็เปิดออร์เดอร์กันได้สะที


คุณเชื่อไหมว่า จนทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย นอกจากคำบอกเล่า ความเรื่องมากของเธอจากพี่เซลล์คนนั้น


เฮ้อออออ ... ใครบอกว่าอาชีพ designer สบาย มาต่อยกับผมเลยดีกว่า


แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ลูกค้าบัดซบนะครับ ลูกค้าดีๆ ก็มีมากอยู่ จนอยากจะตามไปเป็นคนใช้ที่บ้าน เพราะใจดีเกิ้น


แล้วคุณๆ ที่เข้ามาอ่านกันหละครับ คุณประกอบอาชีพอะไรกันบ้าง ... บอกผมบ้างเด้อ ....
.

.

.

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

... Solo เดี่ยว ...

หวัดดีครับ ช่วงนี้เรื่องเครียดมากมาย จนผมขี้เกียจจะเครียดแล้ว เบื่อคับ


มาเล่าเรื่องอื่นๆ บ้างก็คงจะดี ทั้งกับตัวผมเอง และคนอ่านที่จะเหม็นเบื่อ และทำให้ไดร์นี้ถูกทิ้งรกร้างหยักใย่ขึ้น



ช่วงนี้ Designer กระจอกๆ อย่างผม เริ่มถูกปล่อยเดี่ยว หรือ Solo ตามศัพท์การบิน ออกไปพบปะลูกค้า และคุมช่างออกไปบ้านลูกค้า



เมื่อวานผมก็เพิ่งไป บ้านลูกค้าท่านนึง ที่แถวๆ เดอะมอลล์ บางแค ไปติดตั้ง ฉากมาคับ



ก่อนหน้านั้น เนื่องจากผมมีงานมากมาย จึงไม่ได้ความสนใจแก่ลูกค้ารายนี้นัก และหลังจากที่ออกแบบสิ้นค้าให้เขาจนพอใจและผลิดเป็นชิ้นงานออกมาแล้วนั้น



ผม .... Designer กระจอกๆ ก็ลืม !!! ที่จะคิดวิธีเอาไปติดตั้งหน้างาน



ทำให้ เย็นของวันสุดท้ายก่อนนำสินค้าไปส่ง ผมก็เกิดพุทธิปัญญาขึ้นมาได้ว่า แล้วกรูจะเอาฉากนี้เข้าไปติดยังไงอ่ะ .... เออ นั่นดิ ฉิบหายแล้ว ฝ้าเพดานบ้านเขาก็เป็นยิปซั่มฉาบเรียบด้วย




แล้วจะยึดอยู่ไหมอ่ะ ........ งานเข้าและคับทีนี้


โทรไปขอคำปรึกษากับเจ้านาย ว่าจะทำเยี่ยงไรดี ต่างออกความคิด และก็ได้แนวทางแก้ไขมาคับ ว่าจะใช้พุกยึดฝ้าเพดาน



แต่ไม่สู้มั่นใจทั้งเจ้านายและผม ว่าไอ้เจ้าพุกพลาสติกที่ว่ามันจะยึดอยู่ไหมหนอ วันนึงไอ้ฉากนั้นจะล้มลงมาทับลูกค้าตาย ได้ลงข่าวหน้า 1 อีก




... ณ เคหะ สถาน บ้านลูกค้า ใหญ่มากกกก ใหญ่ได้อีก ...
แต่เอาเถอะ ใจดีสู้เสือ ไม่กลัวเฟ้ย








... ณ ฉาก ที่ผมออกแบบเมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ...


แต่พอไปถึงบ้านลูกค้าก็ใจชื้นขึ้นเยอะเลยครับ เพราะว่า ฉากเดิมของเขาที่ฉากของเราจะไปแทนที่นั้น มันเป็นส่วนมุมของฝ้าเพดาน ซึ่ง จำต้องมีโครงภายในอะไรสักอย่างให้ยึดตะปูเกลียวได้อย่างแน่นอน
ว่าแล้วก็ดำเนินการติดตั้งโลด เจาะๆ ไสๆ ใส่ปลั๊ก










... นี้คือเฟอร์ที่ผมออกแบบ ส่งมาก่อนหน้าแล้ว รกมากๆ ...










... ภาพ 3D ก่อนหน้า ที่ผมทำครับ ...











แล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี เลิกงานหัวค่ำอีกแล้ว ผมหละเบื่อ .... กลับถึงบ้านรู้สึกเหนื่อยเหมือนไปรบที่อีรัก




ช่วงนี้ ชีวิตผม ทำงาน กลับบ้าน เล่นเกมส์ แล้วก็เขียนคำศัพท์ นอกนั้นชีวิตก็ไม่มีอะไรให้ทำมากนัก




ผมตัดสินใจแล้ว ว่าผมอาจจะไม่สามารถเรียนรู้ แกรมม่าภาษาอังกฤษเข้าใจได้ด้วยตนเอง




ผมจึงคิดว่า แกรก็ท่องศัพท์สิ อย่างน้อยแกรทำแกรมม่าไม่ได้ แต่แกรได้คำศัพท์ ก็ยังโอนะ




ตอนนี้ผมจึงพยายามจะท่องศัพท์ในดิกชั่นนารี่ให้ได้




รู้สึกเหมือนว่า ก็ยังดีกว่าหายใจทิ้งไปเปล่าๆ



ปล. ถ้าตอนนี้มีใคร อยากได้ Designer ทำแบบ ออกแบบให้ ติดต่อผมได้นะคับ 5555++






... นี้คือบ้านหลังตรงข้ามกับบ้านลูกค้า ผมชอบ ...









วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

... พายุชีวิต ...

ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในมรสุมชีวิต ใจกลางเฮอร์ริเครนแทคทารีน่า หาทางออกจากพายุก็ไม่ได้ จะหาตาพายุไว้หลบภัย พักแรงก็ไม่ได้

ได้แต่โต้ลมฝน ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้หยุด






ตอนนี้ครอบครัวเรากำลังมาถึงจุดสภาวะที่อันตรายมากๆ ผมรู้สึกแบบนั้น ข้าวของมีค่าใดๆ ที่ตัวผมเองสะสมมา ต้องถูกนำออกมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินตรา

มันเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าไม่เหลืออะไรในชีวิต



ผมยังมองไม่ออกด้วยซ้ำว่า เมื่อใด เรื่องบ้าๆพวกนี้จะผ่านไปสะที



กับที่ทำงานตอนนี้ผมรู้สึก เหมือนเครื่องจักรที่ทำงานเกินกำลัง ผมควบหลายตำแหน่ง และ ต้องทำงานหลายอย่างไปพร้อมๆกัน เพราะความไม่มีสักยภาพของพี่หัวหน้าที่อยู่แผนกเดียวกัน ทุกให้ทุกๆคนเฮกันมาใช้บริการ Designer ที่เหลืออีกคน นั้นคือผม กันหมด



ตอนนี้ผมรู้สึกอยากพักร้อน อยากหลบลี้ไปไกลๆ สักพัก แต่จะไปไหนอ่ะ ในเมื่อเงินไม่มี ... จบข่าว



ผมค่อนข้างคาดหวังกับการขึ้นเงินเดือนและโบนัสสิ้นปีนี้ค่อนข้างมาก เพราะเจ้านายเป็นคนพูดกับผมด้วยตัวเอง ว่า เขาจงใจป้อนงานให้ผมทำ เพราะผมสามารถทำออกมาได้ตามความคิด และความต้องการของเขา





แต่เจ้านายลืมพูดกับผมไป 1 เรื่อง นั้นคือเรื่องของเงินเดือน















... โรงงานใหม่ ที่ผมต้องรับหน้าที่ออกแบบ เป็นธุระตกแต่ง เกือบทั้งหมด ... เฮ้อออออออออออ ....... เหนื่อย ...




ทุกวันนี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆสำหรับผม ในทุกๆวัน ที่ต้องตื่นมาเจอสภาพเดิมๆ
ภาระหนี้สิน เดือนต่อเดือน และมันจะเป็นแบบนี้ไปอีก 2 ปี เพื่อใช้หนี้ที่กู้แบงค์มาให้แม่ และ 6 ปี กว่าที่รถจะหมด





พระเจ้า!!! บางทีผมก็ลืมไปแล้วนะ ว่าผมก็มีชีวิตของผมเอง มีความฝัน มีสิ่งที่อยากทำ และอยากมีชีวิตแบบที่คนอายุ 25 ปีเขามีกัน



บางทีทุกวันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่



ผมเหนื่อย และ จิตตก




เมื่อ 2 วันก่อน ในขณะที่เกิดอาการนอย ในจิตใจอย่างแรง ผมโทรไปหา ผู้หญิงที่กลับมาปรากฏตัวในชีวิตผมอีกครั้ง แล้วถามเธอว่า เธอจะเอายังไงกับชีวิตผมกันแน่


เธอบอกว่าเธอยังไม่พร้อม อืม .. ผมเข้าใจเธอ เพราะผมเองก็ไม่พร้อมเหมือนกัน แต่เธอมีประโยคนึง ที่ผมเคยได้ยินแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ตลอดระยะเวลาที่ได้รู้จักกับเธอ


และนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เธอบอกว่า .. "ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมที่จะเป็นแฟน แต่เธออยากมีใครสักคน ที่เธอรู้ว่า เขารักเธอ และเธอก็รักคนๆนั้นเหมือนกัน" เธอบอกรักผม


ผมไม่รู้ว่าเธอจะรู้ไหม แต่แค่ประโยคที่เธอพูด มันเหมือนดอกไม้เล็กๆสดใส แตกยอดผลิบาน ออกมาจากซอกภูเขาหิน ที่แสนเน่า และแห้งแล้งเหลือทนนี้


ผมไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังหวังอะไรกับชีวิตตอนนี้ แต่ผมหวังแค่จะมีชีวิตรอดไปได้ อยู่จนถึงช่วงที่พายุ ชีวิตลูกนี้สงบลง และจะได้มีโอกาศเห็นท้องฟ้าใสๆ อีกครั้ง







.

.

.

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...