วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

........................

ณ วันนี้ การเดินทางที่นำพาให้มาถึงจุดนี้

ผมรู้สึกบอกไม่ถูกว่า  รู้สึกอย่างไร  ความเสียใจ  ความรู้สึกเศร้า  และความรู้สึกรัก  มันผสมรวมกัน

ผมไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ได้  และทำให้มันลุกลามใหญ่โต

ผมไม่อาจทำให้คนคนนึงที่ผมรัก  กลับมารู้สึกแบบนั้นกับผมได้อีก

ผมรู้ว่าผมเองที่ทำให้ผมเสียเธอไป  เป็นฝีมือตัวเอง  เป็นความไม่เข้าใจ  และการตัดสินใจทำอะไรที่ผิดพลาด

ผมอยากบอกว่าผมเสียใจ

ในหัวใจของผมตอนนี้ มันเจ็บปวด  ที่ตัวเราเอง  เป็นคนทำลายทุกอย่าง


ความคิดโง่ๆ  การกระทำที่เขลา  อย่างไม่น่าให้อภัย


และผมก็ได้แต่หวัง  ....  ว่าเธอจะให้อภัยผมอีกสักครั้ง




ผมอยากบอก  ว่า ถึงแม้ว่า ณ ตอนนี้จะเป็นยังไง  เธอก็ยังคงเป็นสิ่งเดียวที่ผมนึกถึง  และเป็นห่วงอยู่เสมอ



เป็นเพียงคนเดียวที่ผมใส่ใจ  และยังคงเป็นเพียงคนเดียวที่ผมมอบใจให้





และยังคง อยากจะใช้ชีวิตที่เหลือ  กับเธอ  .........  และผมขอโทษ  ให้อภัยผม  ได้ไหม  ผมจะตั้งใจ  แสดงให้คุณรู้ว่าผมรักคุณ จริงๆ

วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556

... โง่ ...

เคยทำเรื่องอะไรโง่ๆไหมครับ  เรื่องโง่ๆที่นึกไม่ถึงว่าจะทำ

และพอทำไปแล้ว  ก็บอกไม่ถูกว่าจะยกโทษให้ตัวเองได้อย่างไร





ณ ตอนนี้ที่ในหัวสมองผมมันมีความคิดหลายร้อยหลายพันอย่าง วิ่งตื้อวนอยู่ในสมองตลอดเวลา
ความรู้สึกละอายแก่ใจ  เสียใจอย่างที่สุด  ท้วมจมูกผมตลอดเวลา  รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก





ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมจะแก้ไขได้ไหม  หรือทำอะไรได้บ้างไหม  


ไม่รู้อะไรเลย

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

... คลื่นลม ...

วันนึงๆในชีวิตคนเรามีอารมณ์ผ่านเข้ามาเยอะกว่าที่คิดนะครับ



หลายครั้งที่เช้าอารมณ์ดี  บ่ายๆงานเข้ารมณ์บูด  ...  หรือบางทีเช้าหงุดหงิด วีนเหวี่ยง  แต่ตกบ่ายก็มี
เรื่องที่ทำให้ต้องยิ้มปากบานเข้ามา




คนเราคงต้องผ่านทุกข์สุขในชีวิต  คล้ายๆกับการโต้คลื่นในมหาสมุทร  ขึ้นอยู่กับว่าอุปกรณ์และวิธี
การโต้คลื่นของใครจะเป็นยังไง



บางคนมีแค่กระดานโต้คลื่นแผ่นเล็กๆ  ขึ้นลงไปตามยอดคลื่น  เสี่ยงอันตราย  แต่ไปได้รวดเร็ว และสนุก  มีบ่อยครั้งที่ล้มคว่ำคม่ำหงาย  เชียดตายก็มี

บางคนมีเรือขนาดกลาง  โต้คลื่นลมได้พอตัว  ปลอดภัย  แต่อาจไม่อุ่นใจหากเจอคลื่นสูงเท่ากับตึก 3 ชั้น

และบางคนมีเรือเดินสมุทร  ทนทาน  แข็งแรง  อุ่นใจและหายห่วง  สบายตลอดเส้นทางชีวิต




ผมไม่โทษที่บางคนต้นทุนชีวิตเขาดีจริงๆ  ได้นั่งเรือเดินสมุทรไปจนสุดเส้นทางชีวิต
ชีวิตผมคงเหมือนคนที่ซื้อตัวรายวันกับชีวิต  มีขึ้น  มีลง  ตอนเด็กได้มีโอกาศขึ้นเรือเดินสมุทร
แม้โตมาจะเหลือแค่กระดานโต้คลื่นแผ่นเดียว   ก็ยังพยายามโต้คลื่นลมชีวิตต่อไป


ผมเชื่อว่าพายุที่พัดอยู่  มันคงมีบ้างแหละ  ที่เบื่อ  หรืออยากพัก  เซ็งๆที่จะทำหน้าที่ของมันบ้าง
มีเวลาให้ผมได้พักหายใจหายคอ




อย่างเช่นตอนนี้  ที่มรสุมในชีวิตของผมค่อนข้างราบเรียบ  ดีทีเดียว  อย่างที่ไม่ปรากฏมานาน
ตัวผมเองก็ไม่วางใจนักหรอก  เพราะที่ผ่านมาชีวิตก็มีบทเรียนมากพอแล้ว




ในวันนี้ที่ผมได้มีโอกาศได้จับมือใครคนนึง  ณ ช่วงเวลาที่คลื่นลมในชีวิตผมสงบอยู่  นี่มันช่างดีไม่น้อยเลยนะครับ

อย่างน้อยก็ไม่ต้องเครียดมากเท่าไร  ผมยอมรับว่าชีวิตมีความสุขทีเดียว  การเป็นคนธรรมดา  คบกันแบบธรรมดา  ไม่ต้องเริศหรู  มีเงิน  มีธุรกิจเป็นพันล้านหรอกครับ  ผมไม่ต้องการ  ไม่ต้องชูคอฟูฟ่อง  ว่าฉันเด่น ฉันเริศกว่าใคร



ชีวิตมันก็มีความสุขได้  




เมื่อก่อนผมเคยสงสัย  บางทีคนงานก่อสร้าง    หรือต่างด้าวที่โรงงาน  เขาก็มีความรัก  มีความสุขกันได้  ด้วยเงินเดือนแค่ 6000 บาท
การกินก๋วยเตี๋ยว  คืออาหารมือพิเศษสำหรับชีวิตของเขา  1 เดือนได้กิน 1 ครั้ง   ก็ไม่เห็นว่าชีวิตเขาจะมีความสุขน้อยลง




หลายอย่างเมื่อผ่านวัยวันของชีวิตมาพอสมควร  มันก็จะตอบคำถามในใจเราเอง ... ว่าทำไม




การคบกัน  มันก็มีดีมีแย่  เพราะต่างคนต่างที่มา  ต่างการเลี้ยงดู  ขึ้นอยู่ที่ว่า  ... เราอยากจะรักกันรึเปล่า




ณ วันนี้  ผมสามารถตอบได้ว่า  ผมอยากรักคนๆนี้  และผมมีความสุขมากๆ  ที่ได้มีเธอในชีวิตอันแสนน่าเบื่อของผม




ดีใจที่มีคุณ .....  เราจะค่อยๆผ่าน คลื่นไปด้วยกัน  ทีละลูกนะ    เขาอาจมีแค่เรือลำน้อย  และไม้พายอันเล็ก  แต่ยังมีที่ว่างเหลือนะ

วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

... หลากหลายความรู้สึก ...

นานแล้วนะครับที่ผมไม่ได้เขียนไดร์อย่างต่อเนื่อง  และนานแล้วที่ผมไม่ได้รู้สึกจริงๆ  ว่าอยากเขียนอยากเล่า


มันเหมือนแค่อยากใช้ชีวิตไปให้หมดไปวันๆแค่นั้น  ไม่อยากพูดไม่อยากคุยกับใคร  ไม่สนใจว่าชีวิตมันจะเป็นยังไงต่อไป



ผมกลายเป็นคนเย็นชา  หลายคนบอกผมแบบนั้น  บอกว่าผมไม่มีหัวใจ  หรือไม่มีความรู้สึก


บอกว่าตัวจริงๆของผม  เวลาพบเจอต่อหน้า  กับตัวหนังสือ  เหมือนคนละคนกัน  และหลายคนเคยมโนว่าผมตอแหล


คุณเคยไหมที่บางครั้งมีความรู้สึกมากมายร้อยพันปะปนกัน  จนจะทะลักออกทางตา    เพียงแต่เราไม่รู้ว่าจะแสดงมันออกมายังไง


ผมเคยผ่านช่วงเวลาไม่ประสีประสาชีวิต  แสดงออกทุกสิ่ง  จนมากเกินไป  สิ่งนั้นก็ทำร้ายผม  ผมเรียนรู้ว่า  การที่เราเปิดเผยมากไป
ทำให้อีกฝ่ายควบคุมเราด้วยความต้องการของเขา  และผมเคยคิดกับตัวเองว่า  ผมจะไม่เป็นแบบนั้นอีก


และหลายครั้ง  การนิ่งเฉย  กลายเป็นเกราะป้องกันตัวชั้นดีสำหรับผม  ที่ป้องกันผมจากความรู้สึกหลายสิ่งหลายอย่าง  และสุดท้าย
ก็คือ  มันทำให้ผมหลงเหลือความศัทธาที่มีให้กับตัวเอง


ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา  ผมผ่านประสบการณ์การพูดคุยกับ ผู้หญิงมากหน้าหลายตา  และไม่เคยเป็นมาก่อนที่ผมไม่ได้ใครเป็นแฟนเลย  ตลกดีนะครับ
ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากเดินต่อไป  แต่ผมคิดว่าคงเป็นเพราะบุญกรรมที่ทำมา  ผู้คนเหล่านั้น  มีหลายนิสัย หลายบุคคลิก  แต่ก็จากไปในเวลาอันสั้น
จะด้วยปัจจัยอะไรก็ตามแต่  ... แต่พวกเธอก็หลุดออกจากวงโคจรของผมไป

อาจะเป็นเพราะผมจะอธิฐานและบอกตัวเอง  เสมอว่า ... ถ้าเนื้อแท้ผู้คนเหล่านั้นไม่ได้คิดจริงใจกับผมอย่างแท้จริง  ก็ขอให้เขาหลุดออกจากชีวิตผมไป
และเชื่อไหมครับว่าพวกเธอ  หลุดไปจริงๆ   ทั้งๆที่หลายๆคน  ท่าทางดีมาก  เริ่มต้นสวยงามมาก ... แต่  สุดท้ายก็ไป


มันทำให้ผมไม่รู้สึกเสียใจเลย  เพราะว่ามันแสดงออกชัดว่าพวกเธอไม่ได้จริงใจกับผม  แต่ก็ยอมรับว่ามีบ้าง  ที่รู้สึกแย่... เพราะแย่กับตัวเอง
ที่รู้สึกเหมือนว่าเราพยายามมากเกินไปรึเปล่า  ยิ่งค้นหาไขว่คว้า ...  ยิ่งแย่รึเปล่า

ผมจึงตัดสินใจหยุดพักจริงๆ  หยุดทุกสิ่งเอาไว้  ปล่อยให้ใจและความรู้สึกของตัวเองนิ่งขึ้น  ซึ่งพบว่ามันทำให้เกิดความรู้สึกดีขึ้นกับตัวเองจริงๆ


และมันน่าแปลก ที่บางที  ความรักมันช่างเหมือนผีเสื้อ  อย่างที่คนเขาบอกกันจริงๆ  ที่ยิ่งวิ่งไล่ไขว่คว้า  มันก็จะตะเลิดบินหนี  แต่ถ้าเราอยู่สงบนิ่ง
มันก็จะบินมาเกาะที่ตัวเราเอง

ณ วันนี้ที่จิตใจของผมสงบมากขึ้น   และมีความสุขกับชีวิต   ก็มีคนๆนึงผ่านเข้ามา  เป็นคนที่ผมไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้รู้จักกัน  เป็นคนที่ไม่รู้จักแต่ก็เหมือนรู้จักกันมานาน



เวลานี้ผมไม่แน่ใจว่าอนาคตข้างหน้ามันจะเป็นยังไง   จะดี หรือร้าย  ไม่อาจคาดเดาได้  แต่สิ่งที่คิดเอาไว้  ผมจะทำมันให้ดีที่สุด  ผมรู้ปัญหาและข้อเสียของตัวเองแล้ว
และรู้แล้วว่าจะหาวิธีทางแก้ไขได้ยังไง  ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำลายและชดเชยข้อบกพร่องของตัวเอง  มันคงไม่ง่ายที่จะมีใครสักคนที่สนใจในตัวเรา   ทั้งๆที่เราเป็นคนที่แทบจะไม่มีอะไรน่าสนใจเลย   ผมรู้จักคุณค่าในสิ่งนั้นดี  และผมรู้จักรสชาติของความสูญเสีย ...  มาตลอด


และผมหวังว่า .... ผมจะทำได้




วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

Turn back the clock

I wish that I could turn back the clock .... back to the day  when  I never know you.

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

... ความรู้สึก ...

เขาว่ากันว่ายุคนี้  เวรกรรม  มาเร็วติดจรวจยิ่งกว่า 4G  มันก็คงไม่ผิดนะครับ

ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง  หรือพูดคุยกับใคร  ในปัญหาที่ผมกำลังเผชิญอยู่  เหมือนผมกำลังไปนั่งอยู่กลางความรู้สึกของคนที่ผมเคยทำเขาเจ็ปปวด  ผมไม่รู้ว่ามันรู้สึกอย่างนี้  จนกระทั้ง ณ ปัจจุบันได้มารู้สึกด้วยตัวเอง

มันก็ดีที่ที่นี่ถูกทิ้งให้ร้าง  ไม่มีใครเข้ามา  มันทำให้ผมรู้สึกสงบ  และเหมือนมีที่ไหนสักที่ที่ผมจะสามารถพูดได้ทุกเรื่อง  ทุกๆเรื่องที่อยู่ในใจ


ผมไม่รู้ว่าผมควรจะทำยังไงดี  กับเวลาที่เหลืออยู่นี้   อาจจะเป็นเพราะผมคาดหวังมากไป  เวลาที่มันไม่เป็นไปดังหวัง  ก็จึงรู้สึกผิดหวังมากๆ


มากๆจน  รู้สึกหดหู่  สิ้นหวัง  ว่าชีวิตคงไม่มีทางที่จะได้  บางทีผมก็ไม่รู้ว่า  ชีวิตที่ผ่านมา  ผมพยายามจะพอใจกับทุกอย่าง  เท่าที่ตัวผมมี  พยายามที่จะยอมรับ  และมีชีวิตอยู่กับสิ่งที่ผมได้รับ


แต่ก็เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างพยามบีดรัด  คาดคั้นให้ผมต้องยอมรับ  มากขึ้นๆ   เหมือนถูกจำกัดอาหาร  ให้น้อยลง  น้อยลง  และยังคงน้อยลงอีก


หรือว่าหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตผม  กำลังจะบอกกับผมว่า  แกรไม่มีวันที่จะได้มีความสุข  ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน


ว่าผมต้องดิ้นรนต่อสู้  อดทนเพื่ออะไร   เพื่อสุดท้ายแล้ว  ก็รู้สึกเหมือนเดิมคือ ... ว่างเปล่า  ไรราคา  ไรเงาที่จะมีใครมองเห็น



ทุกๆคน ล้วนแต่สนใจความรู้สึกของตัวเอง  .... แล้วความรู้สึกของผมหละ  มันอยู่ที่ใดกัน




บางครั้งความเข้าใจเกิดขึ้น ... พร้อมกับความจริง

บางครั้งความเข้าใจเกิดขึ้น ... พร้อมกับความรู้สึก

บางครั้งความเข้าใจเกิดขึ้น ... พร้อมกับการไม่ยอมรับ

และบางครั้งความเข้าใจเกิดขึ้น ... อยู่เพียงแค่ในใจเราเอง


ยิ่งอายุมากขึ้น ... เราก็แสดงอาการเจ็บปวดออกมาน้อยลง ... แต่ภายในกลับเจ็บมากขึ้นๆ

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

เมื่อความรู้สึกกระจัดกระจาย


คืนนี้เป็นอีกคืนที่ความคิดกระจัดกระจาย  ไม่รู้ว่าตัวเองเจอเข้ากับสถานการณ์อะไร  หรือว่าควรเดินไปทางไหน  ผมอยากให้มีใครสักคนบอกผม  ว่าผมควรทำอย่างไร

บางทีผมก็สงสัยนะว่า  จะมีไหม  สักครั้งที่จะได้มีความสุข   นานๆ  และก็ยาวๆเหมือนคนอื่นๆ  มีความสุขเกิน 6 เดือน เหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง

สงสัยว่าจะได้มีโอกาศอีกสักครั้งไหม  ผมไม่โทษ  เพราะทั้งหมดมันเป็นความผิดของผมเอง

ถ้าผมดีกว่านี้  หรือน่าสนใจมากกว่านี้  ชีวิตผมคงมีโอกาศจะมีใครสักคนได้  ใครสักคนที่รักกันด้วยหัวใจจริงๆ

หลายครั้งที่หลายคนบอกกับผมว่า  ผมรักไม่เป็น  ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักคืออะไร  มันก็คงจริงอย่างที่เขาว่า   ณ ตอนนี้ผมไม่รู้  ...  ว่ามันคืออะไร


ความรู้สึกเหมือนโดนดูถูกความรู้สึกต่อกัน  มันทำให้ผมมีคำถามเสมอ   ว่าผมไม่สมควรได้รับใช่หรือไม่




ผมแค่หวังว่า  จะผ่านช่วงเวลาอย่างนี้ไปได้  หวังว่าสักวันจะได้มีโอกาศได้เจอ   ได้มีใครสักคนที่ไม่ทอดทิ้งกันไป  สักวันผมคงจะมีโอกาศได้ยิ้มนานๆ  ได้มองดูใครสักคน  แก่เฒ่าไปด้วยกัน

บางทีถ้ามันเป็นบาปกรรมอะไร  ผมก็คิดว่าผมขอชดใช้มันเสียให้หมด  ถ้าจะต้องเสียใจอีก  ก็คงจะไม่เป็นไร  มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรอยู่แล้ว  ในเมื่อความสูญเสีย  ก็แวะเวียนมาทักทายกันอยู่แล้วประจำ

ร้องไห้เสียให้พอ  เพื่อที่จะได้มีกำลังไว้ร้องใหม่  ในวันต่อๆไปนะชีวิต

เพราะผมรู้ว่าผมต้องเสียใจอีก  ก็คงต้องเตรียมใจไว้  ยอมรับมันให้ได้  ไม่ว่าใจจะพร้อมหรือไม่  ก็คงต้องเผชิญ

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...