สวัสดีไดร์ที่รัก
ตอนแรกว่าจะไม่เขียนอะไรแล้วนะ ...กะว่าจะปล่อยไดร์เมื่อวานไว้ให้คนพิเศษของผมอ่านสักพัก
แต่เมลล์ฉบับเมื่อเช้าทำให้ผมอดรนทนไม่ได้ทีเดียว
มีเมลล์ที่อ้างว่ามาจากโหรจารย์ที่อายุน้อยที่สุด เป็น FW: มาถึงผมจากท่านผู้หนึ่งที่ชอบส่ง FW: เป็นชีวิตจิตใจ
ผมจะได้รับเมลล์มีสาระบ้าง เมลล์ลูกโซ่บ้างจากท่านผู้นี้เป็นประจำ ทั้งๆที่บอกตามตรงนะว่า เคยคุยกันในเอ็มรึเปล่าผมยังจำไม่ได้เลย
แต่ไอ้เรื่องนั้นไม่เท่าไรกับเรื่องของเมลล์ที่ส่งมาวันนี้
เรื่องที่เขาเห็น ในนิมิตรของเขารึเปล่า ว่าจะมีคนตายมากมายในกทม. และให้เราออกไปอยู่ที่อื่น ขึ้นเหนือไปอะไรทำนองนี้
ผมเข้าใจนะว่าเขาอาจต้องการจะเตือน แต่เออ...กลับไปสะกดคำให้ถูกก่อนไหม ผมไม่ได้จะว่าอะไรหรอกนะ เพียงแต่ถ้าคุณจะเรียบเรียงคำพูดสักหน่อยก็คงจะดีไม่น้อย
จะดีไหม ... ถ้าคุณบอกเล่ามันให้ดีกว่านี้ ให้เป็นการเป็นงาน ... เป็นผู้ใหญ่ ชื่อที่ว่าคุณเป็นโหรจารย์ที่อายุน้อยที่สุดนั้น ผมไม่รู้ว่าอายุเท่าไร แต่นี้เป็นเรื่องใหญ่นะ มันกระทบจิตใจของผู้คนที่ได้รับเมลล์ของคุณ
รวมทั้งตัวผมด้วย แรกที่อ่านผมรู้สึกกลัว แต่ติดตามมานั้นมันเป็นความรู้สึกโกรธ โกรธที่ว่า ... ทำไมคุณถึงเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้ ถ้ามีเกิดไม่มีอะไรหรอก แต่มันไม่เกิดหละ
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพนักงานการไฟฟ้าสักคนได้รับเมลล์นี้ และส่งต่อให้เพื่อนๆของเขา แล้วทุกคนคิดเหมือนกันหมด คือกลัว ทิ้งการทิ้งงาน พาครอบครัวขึ้นเหนือหลบน้ำ จะดีหรือ ถ้าเราจะไม่มีไฟฟ้าใช่
ถ้าชีวิตประจำวันของเราจะผิดไปเพราะความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น นั้นคือเหตุผลที่เวลามีอะไรเกิดขึ้นแล้ว ทางการมักปิด เพราะพวกเขาไม่ต้องการให้ชีวิตประจำวันของเราล้มเหลว เพราะเขาอยากให้คนขับรถเมลล์ยังมาทำงาน
เรายังมีน้ำ มีไฟใช้ ... ผมว่าต้องคิดให้จงหนักเชียวนะ กับเมลล์แบบนี้ถ้าคุณคิดจะส่งมันต่อไป
ผมคนนึงที่เป็นคนที่เกลียดการล้อเล่นกับความรู้สึก กับการที่มีคนโรคจิตบ้าบอ ส่งเมลล์บ้าๆว่า Hotmail จะเก็บเงินบ้างหละ
ว่าจะโชติร้าย จะตายบ้าง ถ้าไม่ส่งเมลล์ต่อไป ประสาทดีกันรึเปล่า มันส่อถึงความอ่อนแอทางจิตใจของคนสมัยนี้ ของสื่อต่างๆ ทั้งจริงและไม่จริง จนคนเราแยกแยะไม่ได้
เชื่อไหมว่าผมไม่เคยส่งเมลล์ลูกโซ่นั้นต่อไปให้ใครเลย ... แล้วผมก็ยังไม่ตาย หรือยังไม่มียายมาลากไส้ผม หรือ Hotmail ก็ยังไม่เก็บเงินจากผมเสียที ... ทั้งๆที่มีเมลล์นี้ส่งมาหาผมมากกว่า 50 ฉบับแล้วมั้ง
ทุกครั้งผมจะลบมันทิ้งไป หรือ ... ก็ส่งเมลล์นี้กลับไปถึงผู้ที่ส่งมันมาให้ผม และ .. พิมพ์ไปตัวใหญ่ๆว่า ....
บ้ารึเปล่า ...
มันตลกนะคับ ... กับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ผมคิดว่ามันไร้สาระมากมาย
แต่ก็ยังมีคนมากมายส่งเมลล์บ้าๆนั้นต่อไป
บางเมลล์จั่วหัวไว้ดีมาก เนื้อเมลล์ดีมาก อ่านแล้วให้คุณค่าทางใจอย่างแรง แต่ตบท้ายด้วยการส่งต่อไปแล้วจะโชติดี ถ้าไม่ส่งจะโชติร้าย
ผมจะสิ้นศรัทธากับเมลล์นั้นทันที รู้สึกว่า ... ถ้าเมลล์มันดีจริงๆ เมลล์เหล่านั้นจะถูกส่งต่อกันไปเอง โดยที่ไม่ต้องมาขู่กันหรอกว่า จะเป็นงั้นเป็นงี้ ถ้าไม่ส่งมันต่อไป
หลายครั้งที่ผมคิดว่า คนเราน่าจะคิด ตรึกตรองกันก่อนจะส่งเมลล์เหล่านั้นออกไป เพราะมันอาจกระทบจิตใจของผู้ที่ได้รับ และเขาจะมองตัวคุณว่าอย่างไร ที่ส่งเมลล์อุบาทว์เหล่านั้นมาให้พวกเขา
เมลล์ที่ปรารถนาที่จะทำร้ายสุขภาพจิตกันมากกว่า ... จะสร้างสรรค์
สุดท้ายนี้ผมเป็นคนนึงที่อยากจะขอร้อง ผู้ที่เข้ามาอ่านไดร์ของผมอันนี้ ว่าทุกครั้งที่คุณได้รับเมลล์ลูกโซ่บ้าบอเหล่านั้น คุณรู้สึกอย่างไร รู้สึกแย่ รู้สึกกลัวใช่ไหม ... คนอื่นเขาก็คงรู้สึกแบบเดียวกับคุณ
อย่าเป็นเครื่องมือของคนปัญญาอ่อนที่คิดทำเรื่องพวกนี้ขึ้นมาเลย เพราะผมเป็นหลักฐานที่เป็นความจริง ว่าผมไม่เคยส่งเมลล์บ้าๆนั้นออกไป แต่ผมก็ยังมีชีวิตที่ตัวผมลิขิตเอง ได้ทุกๆวัน
ผมไม่เคยส่งมันออกไปทำร้ายใครอีก ถ้าเราไม่ช่วยกันส่ง วันนึงเมลล์บ้าๆเหล่านั้นก็จะหายไป ... นะคับ ขอร้อง
ขอบคุณคับ ....
แล้วก็มีอีกเรื่อง
วันนี้อึแล้วมีเลือดตามออกมาอีกแล้ว... หลังจากเป็นมา 3 ครั้ง อาทิตย์เว้นอาทิตย์ สงสัยอย่างแรงว่าจะเป็นสิดสีดวง หรือมะเร็งลำไส้
กะว่าอาทิตย์ นี้จะเริ่มเปลี่ยนแปลง การกินอาหารของตัวเองเสียใหม่ แล้วดูสิว่าจะยังเป็นแบบนี้อีกไหม
แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งกังวล เฮ้อออออออออออออออ ....
วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2551
วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551
... วันเงินเดือนออก ...
เมื่อวานเงินเดือนออก และผมนัดคุณทานข้าว เราจะไปกิน ชาบุ กันที่ร้านแห่งหนึ่งในเดอะมอลล์บางกะปิ
แต่เมื่อวานดูจะฤกษ์ไม่ดีตั้งแต่เช้า ... ปลาทองของผมตาย หลังจากป่วยมาเป็นอาทิตย์
สงสารมันมากๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยมันได้อย่างไร ได้แต่ดูมันตายไปต่อหน้าต่อตา
ตกเย็นเงินเดือนของผมก็ยังไม่ออก ทั้งๆที่ถึงเวลานัดกินข้าวของเรา คุณอุสาห์นั่งรถมาตั้งไกลจากที่ทำงานคุณเพื่อมากินข้าวกับผมที่นี้
แต่ผมก็ทำเสียเรื่องอีกจนได้ ... เงินเดือนถูกโอนแล้วแต่ยังไม่เข้าบัญชี .. ผมควรจะทำอย่างไรนะในตอนนั้น นึกสารรูปตัวเองไม่ออกเลย ทั้งตัวเหลืออยู่ 40 บาท
ตังในโทรศัพท์ที่จะโทรบอกคุณก็ไม่มี ขอยืมใครเขาก็บอกว่าทำไมไม่ใช่ของตัวเอง .. ก็แสดงว่าเขาไม่อยากให้เรายืมจริงไหม .. ณ ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่ผมรู้สึก
สมเพชตัวเองมากที่สุด และสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันยอมเป็นแบบนั้นอีก .... ไม่มีวันอีก ...
ที่เดอะมอลล์ ผมรับโทรศัพท์คุณ เสียงคุณหงุดหงิดมาก เพราะหิวข้าว .. ในใจนึกทรมานสงสารคุณที่อาจทำให้ต้องอดข้าวและงอน กลับไปบ้านโดยไม่ได้กินอะไร ... ตอนนั้นผมได้แต่จินตนาการว่าคุณต้องโกรธจนกลับไปเลยเป็นแน่
และบางทีที่โชคร้ายสุดๆ เราอาจมีปัญหาถึงขั้นบอกลากันได้ เพราะผมทำเรื่องให้คุณโกรธและเสียใจไว้เยอะจริงๆ
แต่หนนี้คุณอาจไม่ทน ... เพราะผมไม่มีเหตุผลดีๆเลยที่จะทำให้คุณไม่โกรธผม
แว้บแรกที่คุณถามว่าจะให้นั่งรถกลับเลยไหม เพราะคุณไม่ยอมมาเจอผม ... ตอนนั้นผมรู้สึกว่า เหตุการณ์ต่างๆกำลังดำเนินไปอย่างที่ผมคิด ... เรื่องมันจะเลวร้ายแค่ไหนนะ ตอนนั้น
ผมนึกไม่ออกจริงๆ
ในใจได้แต่ภาวนาให้คุณเข้าใจ .... และแล้ว ..... หลังจากผมอธิบายจบ ชั่วอึดใจนึง ... น้ำเสียงของคุณก็ดีขึ้น มันเป็นน้ำเสียงกึ่งๆพยายามที่จะสงบอารมณ์ตัวเองลง ... คุณถามว่าร้านมันอยู่ชั้นไหน และบอกให้ผมไปจองคิวไว้
คุณรู้ไหมว่าคุณทำผมแทบบ้า .... แม้ว่าตอนเห็นหน้าคุณครั้งแรก ... หน้าคุณหงิกมากรู้ป่าว ผมเข้าใจเลยว่าคุณโกรธมากจริงๆ ตอนนั้นผมพูดไม่ออกเลยนะ หาคำพูดมาพูดไม่ได้เลย รู้สึกแย่ชะมัดตอนนั้น .... ตอนที่เดินตามคุณมาที่โต๊ะ ... ตอนที่คุณบอกให้ไปเอาน้ำให้หน่อย ... ผมคิดอะไรไม่ออกเลยรู้ป่าว
รู้สึกกลัวมากๆ
และสิ่งที่ทอมสมองเหาอย่างผมรับรู้ได้เลยคือว่าคุณ ... พยายามที่จะไม่โกรธ .. พยายามที่จะเข้าใจ ... และอาจเป็นเพราะมีของกินแล้ว... คุณเลยดีขึ้นไม่หงุดหงิด
และหลังจากที่ส่งอาหารลงกระเพาะไปได้สักพัก บรรยากาศระหว่างเราก็ดีขึ้น ... และหลังจากที่ผ่านช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานไป ข้อความแจ้งเตือนว่ามีเงินเข้าบัญชีผมก็ดังขึ้น .... เงินเดือนเข้าแล้ว ....
เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ ............ อยากจะถอนใจยาว
หลังจากนั้น ... เราก็ไปกินไอติมกันต่อ .... คุณดูดีขึ้น กลายเป็นกระต่ายน้อยแสนสวยตามเดิมแล้ว ... ผมหละใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง
คุณเล่าให้ฟังเรื่องเพื่อนคุณที่ทำงาน ... เรื่องแฟนเก่า และเรื่องเด็กเปรตนั้น
เพื่อนคุณเชียร์ให้คุณเลิกกับผม ... ผมหละเหี่ยวเลย ... ผมรู้ว่าผมดูไม่ดีเลยเนอะ ... ทำคุณร้องไห้บ่อยมากๆ ... อย่าแต่ว่าคุณเซ็งเลย ผมก็เซ็งตัวเอง
แต่มันเหมือนทดสอบจริงๆนะ ทดสอบ .... เพราะหลายครั้งที่เราต่างถอดใจซึ่งกันและกัน ... แต่สุดท้ายเราก็ยังคบหากันอยู่แบบนี้
คุณรู้ไหม ?? ... ว่าตอนก่อนที่เราจะคุยกันที่หน้าเดอะมอลล์ก่อนเจอกัน ผมภาวนาว่าอย่างไร .... ผมขอว่า ... ถ้าเราจะได้อยู่ร่วมกันจริงๆ ก็ขอให้ผมกับคุณผ่านเรื่องนี้ไปได้ด้วยเถอะ ...
เป็นสิ่งที่วนเวียนในหัวสมองผมตลอดเวลานั้น
ผมดีใจนะ ... ที่ได้สัมผัสมือนุ่มๆของคุณ ได้จับมือคุณจูงเดิน วิ่งด้วยข้ามถนน ได้เดินข้างๆคุณ
ได้เจอคุณอีก
คุณสวยเหลือเกินที่รัก .... ในชุดฟอร์มทำงาน ... ผมนึกภาพตัวเองมีคุณได้เป็นช๊อทๆ ตอนอายุ ใกล้ 30 ตอน 30 ไปแล้ว ตอนมีลูก ... ตอนลูกโต
ผมต้องทำยังไงเนี้ย ผมรู้สึกโง่เง่ามาก ที่ทำเรื่องอะไรต่างๆมากมายให้คุณเสียใจ และนำพาเรามาถึงจุดตรงนี้
อยากเอ่ยปากขอโทษ อยากอ้อนวอนขอร้องให้คุณอยู่กับผม ... อย่าจากไปไหน .... อย่าทิ้งกันไป แต่คิดว่าผมทำคุณเสียใจบ่อยเหลือเกิน ... แล้วผมจะมีสิทธิ์พูดมันไหม ...มีสิทธิ์ ไหม
วันนี้เราตกลงกันอีก ... คุณจะดูผมและดูคนอื่นด้วย .... ฟังแล้วผมเจ็บปวดเหลือเกิน ...
ผมไม่รู้ว่าจุดที่คุณคิดว่าโอเคมันอยู่ตรงไหน ... มันเลยค่อนข้างยากนะ ... ไม่ได้หมายถึงว่าไม่ชอบ แต่มันเป็นความรู้สึกที่บีบหัวใจเสียเหลือเกิน ... และอาจต้องลุ้นกันจนตัวโก่ง
ว่าสุดท้ายแล้วผลมันจะเป็นอย่างไรนะ
แต่ผมเรียนรู้อย่างนึงจากคุณนะ .... ว่าถ้าหากคุณจะไป ... ไม่ว่าผมจะทำอย่างไรคุณก็ไปอยู่ดี แต่ถ้าคุณคิดจะอยู่กับผม ... แค่ผมเป็นตัวของตัวเอง และทำตัวเองให้ดี คุณก็จะอยู่กับผมเองแหละ ...
พูดแล้วมันฟังเหมือนง่ายเนอะ ... เรื่องที่เราไม่สามารถมองเห็น ... เรื่องที่เราต้องอาศัยเวลาในการพิสูจณ์
แต่ผมก็รักคุณเหลือเกินที่รัก ...ตอนนี้ ที่ไม่อาจรู้ได้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ยังไงผมก็ตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่จนกว่าทุกๆสิ่งจะสิ้นสุดจริงๆ ...จะรอคำตอบสุดท้าย ... จากหัวใจของคุณ
แต่เมื่อวานดูจะฤกษ์ไม่ดีตั้งแต่เช้า ... ปลาทองของผมตาย หลังจากป่วยมาเป็นอาทิตย์
สงสารมันมากๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยมันได้อย่างไร ได้แต่ดูมันตายไปต่อหน้าต่อตา
ตกเย็นเงินเดือนของผมก็ยังไม่ออก ทั้งๆที่ถึงเวลานัดกินข้าวของเรา คุณอุสาห์นั่งรถมาตั้งไกลจากที่ทำงานคุณเพื่อมากินข้าวกับผมที่นี้
แต่ผมก็ทำเสียเรื่องอีกจนได้ ... เงินเดือนถูกโอนแล้วแต่ยังไม่เข้าบัญชี .. ผมควรจะทำอย่างไรนะในตอนนั้น นึกสารรูปตัวเองไม่ออกเลย ทั้งตัวเหลืออยู่ 40 บาท
ตังในโทรศัพท์ที่จะโทรบอกคุณก็ไม่มี ขอยืมใครเขาก็บอกว่าทำไมไม่ใช่ของตัวเอง .. ก็แสดงว่าเขาไม่อยากให้เรายืมจริงไหม .. ณ ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่ผมรู้สึก
สมเพชตัวเองมากที่สุด และสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันยอมเป็นแบบนั้นอีก .... ไม่มีวันอีก ...
ที่เดอะมอลล์ ผมรับโทรศัพท์คุณ เสียงคุณหงุดหงิดมาก เพราะหิวข้าว .. ในใจนึกทรมานสงสารคุณที่อาจทำให้ต้องอดข้าวและงอน กลับไปบ้านโดยไม่ได้กินอะไร ... ตอนนั้นผมได้แต่จินตนาการว่าคุณต้องโกรธจนกลับไปเลยเป็นแน่
และบางทีที่โชคร้ายสุดๆ เราอาจมีปัญหาถึงขั้นบอกลากันได้ เพราะผมทำเรื่องให้คุณโกรธและเสียใจไว้เยอะจริงๆ
แต่หนนี้คุณอาจไม่ทน ... เพราะผมไม่มีเหตุผลดีๆเลยที่จะทำให้คุณไม่โกรธผม
แว้บแรกที่คุณถามว่าจะให้นั่งรถกลับเลยไหม เพราะคุณไม่ยอมมาเจอผม ... ตอนนั้นผมรู้สึกว่า เหตุการณ์ต่างๆกำลังดำเนินไปอย่างที่ผมคิด ... เรื่องมันจะเลวร้ายแค่ไหนนะ ตอนนั้น
ผมนึกไม่ออกจริงๆ
ในใจได้แต่ภาวนาให้คุณเข้าใจ .... และแล้ว ..... หลังจากผมอธิบายจบ ชั่วอึดใจนึง ... น้ำเสียงของคุณก็ดีขึ้น มันเป็นน้ำเสียงกึ่งๆพยายามที่จะสงบอารมณ์ตัวเองลง ... คุณถามว่าร้านมันอยู่ชั้นไหน และบอกให้ผมไปจองคิวไว้
คุณรู้ไหมว่าคุณทำผมแทบบ้า .... แม้ว่าตอนเห็นหน้าคุณครั้งแรก ... หน้าคุณหงิกมากรู้ป่าว ผมเข้าใจเลยว่าคุณโกรธมากจริงๆ ตอนนั้นผมพูดไม่ออกเลยนะ หาคำพูดมาพูดไม่ได้เลย รู้สึกแย่ชะมัดตอนนั้น .... ตอนที่เดินตามคุณมาที่โต๊ะ ... ตอนที่คุณบอกให้ไปเอาน้ำให้หน่อย ... ผมคิดอะไรไม่ออกเลยรู้ป่าว
รู้สึกกลัวมากๆ
และสิ่งที่ทอมสมองเหาอย่างผมรับรู้ได้เลยคือว่าคุณ ... พยายามที่จะไม่โกรธ .. พยายามที่จะเข้าใจ ... และอาจเป็นเพราะมีของกินแล้ว... คุณเลยดีขึ้นไม่หงุดหงิด
และหลังจากที่ส่งอาหารลงกระเพาะไปได้สักพัก บรรยากาศระหว่างเราก็ดีขึ้น ... และหลังจากที่ผ่านช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานไป ข้อความแจ้งเตือนว่ามีเงินเข้าบัญชีผมก็ดังขึ้น .... เงินเดือนเข้าแล้ว ....
เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ ............ อยากจะถอนใจยาว
หลังจากนั้น ... เราก็ไปกินไอติมกันต่อ .... คุณดูดีขึ้น กลายเป็นกระต่ายน้อยแสนสวยตามเดิมแล้ว ... ผมหละใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง
คุณเล่าให้ฟังเรื่องเพื่อนคุณที่ทำงาน ... เรื่องแฟนเก่า และเรื่องเด็กเปรตนั้น
เพื่อนคุณเชียร์ให้คุณเลิกกับผม ... ผมหละเหี่ยวเลย ... ผมรู้ว่าผมดูไม่ดีเลยเนอะ ... ทำคุณร้องไห้บ่อยมากๆ ... อย่าแต่ว่าคุณเซ็งเลย ผมก็เซ็งตัวเอง
แต่มันเหมือนทดสอบจริงๆนะ ทดสอบ .... เพราะหลายครั้งที่เราต่างถอดใจซึ่งกันและกัน ... แต่สุดท้ายเราก็ยังคบหากันอยู่แบบนี้
คุณรู้ไหม ?? ... ว่าตอนก่อนที่เราจะคุยกันที่หน้าเดอะมอลล์ก่อนเจอกัน ผมภาวนาว่าอย่างไร .... ผมขอว่า ... ถ้าเราจะได้อยู่ร่วมกันจริงๆ ก็ขอให้ผมกับคุณผ่านเรื่องนี้ไปได้ด้วยเถอะ ...
เป็นสิ่งที่วนเวียนในหัวสมองผมตลอดเวลานั้น
ผมดีใจนะ ... ที่ได้สัมผัสมือนุ่มๆของคุณ ได้จับมือคุณจูงเดิน วิ่งด้วยข้ามถนน ได้เดินข้างๆคุณ
ได้เจอคุณอีก
คุณสวยเหลือเกินที่รัก .... ในชุดฟอร์มทำงาน ... ผมนึกภาพตัวเองมีคุณได้เป็นช๊อทๆ ตอนอายุ ใกล้ 30 ตอน 30 ไปแล้ว ตอนมีลูก ... ตอนลูกโต
ผมต้องทำยังไงเนี้ย ผมรู้สึกโง่เง่ามาก ที่ทำเรื่องอะไรต่างๆมากมายให้คุณเสียใจ และนำพาเรามาถึงจุดตรงนี้
อยากเอ่ยปากขอโทษ อยากอ้อนวอนขอร้องให้คุณอยู่กับผม ... อย่าจากไปไหน .... อย่าทิ้งกันไป แต่คิดว่าผมทำคุณเสียใจบ่อยเหลือเกิน ... แล้วผมจะมีสิทธิ์พูดมันไหม ...มีสิทธิ์ ไหม
วันนี้เราตกลงกันอีก ... คุณจะดูผมและดูคนอื่นด้วย .... ฟังแล้วผมเจ็บปวดเหลือเกิน ...
ผมไม่รู้ว่าจุดที่คุณคิดว่าโอเคมันอยู่ตรงไหน ... มันเลยค่อนข้างยากนะ ... ไม่ได้หมายถึงว่าไม่ชอบ แต่มันเป็นความรู้สึกที่บีบหัวใจเสียเหลือเกิน ... และอาจต้องลุ้นกันจนตัวโก่ง
ว่าสุดท้ายแล้วผลมันจะเป็นอย่างไรนะ
แต่ผมเรียนรู้อย่างนึงจากคุณนะ .... ว่าถ้าหากคุณจะไป ... ไม่ว่าผมจะทำอย่างไรคุณก็ไปอยู่ดี แต่ถ้าคุณคิดจะอยู่กับผม ... แค่ผมเป็นตัวของตัวเอง และทำตัวเองให้ดี คุณก็จะอยู่กับผมเองแหละ ...
พูดแล้วมันฟังเหมือนง่ายเนอะ ... เรื่องที่เราไม่สามารถมองเห็น ... เรื่องที่เราต้องอาศัยเวลาในการพิสูจณ์
แต่ผมก็รักคุณเหลือเกินที่รัก ...ตอนนี้ ที่ไม่อาจรู้ได้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ยังไงผมก็ตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่จนกว่าทุกๆสิ่งจะสิ้นสุดจริงๆ ...จะรอคำตอบสุดท้าย ... จากหัวใจของคุณ
วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551
Grand Theft Auto ...
วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้วที่ได้อัพไดร์ กรี๊ดๆๆๆ
อยากบอกว่ามีความสุขถึงจะไม่ค่อยมีคนเข้ามาอ่าน ... แต่คุยคนเดียวก็ได้คับ ... ไม่เป็นไรรรรร
เหมือนจะบ้าไปแล้ว
วันนี้ผมโทรไปหาคุณนะคนพิเศษของผม แล้วก็ตามเดิม ...ผมชอบชวนคุย .. แต่มักเป็นเวลาที่คุณจะไปทำอย่างอื่น ... งืมๆ
วางก็ได้... จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เรามีการร่ำลากันก่อนวางหูเนี้ย เมื่อไร ... เฮ้อออออออออ ... ขอโทษที่ทำให้รำคาญใจบ่อยๆ
เอาเหอะ .. ไปอาบน้ำแล้วก็กินข้าวเถอะคับ แล้วค่อยคุยกัน
ช่วงนี้อยากเล่นเกมส์ใหม่ๆมากมาย ... อยากเล่น GTA อย่างแรง แต่ต้องรอก่อนเพราะยัง BIT ไม่เสร็จ เหอๆ ใคนจะว่าละเมิดสิทธิ์ ก็เอาเหอะ ...เล่นฟรี
..กริ้วๆๆ

ไม่ต้องเสียกะตัง ..ตอนนี้ได้ 86% แล้ว รอวันจันทร์หรือมไม่ก็อังคาร คงได้เล่น
อยากจะเห็นหน้าคนที่คิดค้นโปรแกรม Bit นี้ขึ้นมามากๆ ช่างฉลาดจริงๆ
อะไรก็ได้ ที่มีอยู่ในโลก online เราสามารถเป็นเจ้าของได้ทั้งนั้น ... เท่าที่ผม สังเกตุจากมุมมองของตัวเอง นะ ผมว่าผมชอบสังคม Bit สังคม Bit
เป็นสังคมที่อาจหยาบคาย แต่ทุกๆคนจะท่อยทีท่อยอาศัยกัน อาจมีการด่าพ่อล่อแม่กันบ้าง ว่าใจดำไม่ SEED ให้คนอื่นๆบ้าง เวลาที่ตัวเองBitได้แล้วแต่มีหลายคนที่น้ำใจงาม เป็นผู้ยืนหยัด Seed ให้กับผู้อื่น อันนี้ต้องบอกว่านับถือคับ
ผมไม่รู้ว่าคนอื่นๆเล่นBit อะไรกัน แต่ผมเล่น Bit Torrent ก็โอเคนะ ... จะรู้สึกดีมากๆที่เวลาBit แล้วเจอเพื่อนร่วมชาติ ... 55 จะ
รู้สึกดีเป็นพิเศษ
แต่พูดถึงเรื่องนี้แล้วคงจะพูดถึงเรื่องเกมส์ Gta เป็นไม่ได้ ผมไม่เข้าใจว่าจะสั่งห้ามเล่นเกมส์นี้ไปทำไม ... ผมเองคนนึงที่ติดเกมส์ ชอบเล่น เล่นหมด เกมส์โหดๆ เกมส์สยองๆ อะไรพวกนี้ แต่ผมก็มีชีวิตปรกติเหมือนคนทั่วๆไป ไม่ได้ไปไล่ฆ่าใคร
ผมว่า ไม่รู้สิ ก็โตๆกันแล้ว น่าจะคิดได้ เหมือนคิดอะไรไม่ออกก็โทษสิ่งที่มัน ไม่มีปากเสียง เถียงไม่ได้ โทษว่าเป็นเพราะเกมส์
ตลกดี ...
วันนี้นั่งน้ำลายหกอยากเล่นไปก่อน อิ อิ ^__^
วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551
เวลาที่ผ่านไปแล้ว ... กาลนาน
หวัดดี ไดอารี่ของผม ... ยินดีอีกครั้งที่ได้มาเขียนท่ามกลางผู้คนที่คุ้นเคยกันทางตัวหนังสือ
แม้ไม่เคยรู้จักกัน แต่ต่างฝ่ายต่างเรียนรู้ชีวิตของอีกคนผ่านทางตัวหนังสือ และไม่ทันรู้ตัว เราก็รักที่จะมีโลกส่วนตัวกันที่นั้น
Lesla Diary ที่ตอนนี้ .. ใช่ไม่ได้ทั้งเวบ ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ... แต่เสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่เข้าใจ รู้สึกเหมือนเพื่อนสนิทหายไปกลุ่มใหญ่
เหมือนมันเป็นแค่สิ่งเล็กๆในชีวิต แต่เมื่อไม่มีอยู่ เราก็ได้รู้คุณค่าของสิ่งๆนั้น ว่ามีความหมายต่อเรามากแค่ไหน ...
ได้เห็นไดร์ของคนอื่นๆแล้ว ... ก็รู้สึกอบอุ่นเหมือนได้กลับบ้าน ... แม้จะช้าหน่อยแต่ผมก็ตามหาพวกเขาจนเจอ ... ไม่คิดเหมือนกันว่าทุกคนจะมารวมตัวกันที่นี้
แต่ก็นะ ... ขอผมอยู่ด้วยคน .. ^__^
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบ 3 เดือนตั้งแต่เวบใช่ไม่ได้ .. มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับผม ชนิดที่เรียกว่า ไม่รู้ว่าจะเล่ากัน 3 วันจบรึเปล่า และก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่ายังไง เพราะว่า เรื่องราวต้นตอของเรื่อง
อยู่ที่ไดร์ใน Lesla และไดร์ผมก็ไม่ใช่ไดร์ที่อ่านมันอ่านสนุกสักเท่าไร ส่วนใหญ่ผมจะเข้ามาบ่น ๆๆๆ น้อยใจ .. เรื่องต่างๆ แต่ไม่เป็นไร ผมจะเล่าทั้ง เรื่องปัจจุบันและเรื่องที่เป็นอดีตไปแล้วพร้อมๆกัน
เอ... มันดีหรอ ...
ตอนนี้ ... ผมมีคนพิเศษคนนึงก้าวเข้ามาในชีวิตผม .. ก็ร่วมๆ 3-4 เดือนแล้วถ้านับรวมเดือนที่เรามีปัญหากันด้วย ... มองๆ ดูชีวิตรักของผมกับเธอจะเริ่มต้นไม่ค่อยสวยเท่าไร แต่อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่เป็นผมเอง ที่วางตัวไม่ถูก ไม่เป็นผู้ใหญ่
เหมือนผมกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง หลังจากที่ผมถอยออกมาจากชีวิตของผู้หญิงคนนึงที่ผมอดทนรอเธอมากว่า 2 ปี ผมมีชีวิตไปวันๆ แล้วก็ฝันลมๆแล้งๆ ว่าวันนึง เธอจะหันมามองผมบ้าง
ในความรู้สึกตอนนั้นผมไม่เคยหันมามองตัวเอง นอกจากมองไปที่เธอเท่านั้น ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไม้ขีดไฟ ... ที่พร้อมจะจุดตัวเอง ทำลายตัวเองได้ แต่ทุกวันในวันเหล่านั้นผมก็ทำร้ายตัวเองไปทีละนิด
มีหลายสิ่งในตัวของคนพิเศษของผม ที่ทำให้ผมคิดได้ ... กว่าจะคิดได้ ... ก็ต้องทำให้เธอเสียน้ำตาไปมากมาย ... ตอนนี้ผมเองไม่รู้จะอธิบายยังไง ว่าผมเสียใจแค่ไหนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ผมมีชีวิตหลังเรียนจบที่ลุ่มๆดอนๆมากๆ รู้สึกปรับตัวไม่ได้ และเปลี่ยนงานบ่อยครั้ง .. ทำแม่ผิดหวัง และไม่เคยสนใจอะไรอื่นนอกจากความรู้สึกของตัวเอง ... ตามใจตัวเอง แม้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันจะไม่ถูกต้องก็ตาม
จนครั้งสุดท้ายก่อนไดร์จะล่มสลายไป ... ที่ผมพยายามทำชีวิตให้ดีขึ้น ... แต่แล้ว ... ผมก็ตกงานอีกรอบ ... พร้อมกับการมาถึงของจุดสิ้นสุดของความรักแสนเศร้าที่ยาวนานของผม ผมไม่แยแสอะไรในโลกอีกแล้ว ... หลังจากที่ตกงาน ผมตัดสินใจเข้าเรียนภาษา ในโรงเรียนสอนภาษาชื่อดังแห่งหนึ่ง ด้วยเงินเก็บที่เหลือจาก .. การรักษาตัวเองจากการป่วยหนักครั้งล่าสุด
ด้วยความรู้สึกว่า ... การเรียนนี้เป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ .. ที่เหลือเพียงสิ่งเดียวของผม ว่าอย่างน้อย ชีวิตผมจะยังไม่หยุดนิ่ง เพราะตกงาน ... ผมจะได้เรียนภาษา และเดินตามความฝันของผมไปสักก้าว แต่แล้ว ... แม้จะกำเงินอยู่ในมือ ... ผมก็ไม่สามารถเข้าเรียนที่นั้นได้ เนื้องจาก class ไม่เปิด ... วันนั้น เหมือนมันเกินจะรับได้ ...ผมรู้สึกว่าทำไมชีวิตมันบัดซบแบบนี้ เหมือนมันเกินกว่าจะรับได้
ผมตกงานอย่างไม่มีเหตุผล ... แล้วนี้ ผมผิดอะไร ถึงไม่ได้เรียน ... มันก็ไม่มีเหตุผลอีกเหมือนกัน ...
หลังจากนั้นผมก็ไม่ใส่ใจอะไรในโลกอีกเลย ... ผมได้เข้าทำงานที่ใหม่หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ ... จนถึงทุกวันนี้ ผมรู้สึกว่า ...ชีวิตมันก็เท่านั้น ... ผมหักใจไปจากคนที่รัก ... หักใจจากความฝันของตัวเอง ... กลับมามีชีวิตไปวันๆ กลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ
ทิ้งเมลล์ เล่นเอ็ม .. หวังที่จะเจอใครสักคน ที่ใช่ ... ลึกๆแล้วผมหวังอะไร ... ผมเองก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เลยในตอนนั้น
ผมคุยกับคนไปทั่ว ... หมดเงินไปมากมายกับบัตรเติมเงินโทรศัพท์ ... มีเงินก็ไปเที่ยว ... ไปใช่ ... ว่างเป็นไม่ได้ต้องโทรหาเพื่อน ... หรือใครสักคน บัญชีเงินเก็บของผม และบัญชีเงินเดือนทุกอันเป็น 0
คนพิเศษของผมคนนี้ ...ก้าวเข้ามาในชีวิตผม ... ในขณะสถานการณ์อันเละเทะตอนนั้น เธอเป็นคนหนึ่งใน MSN ที่ผมคุยด้วยไปทั่ว และโดยไม่ทันรู้ตัว เธอก็มีอิทธิผลต่อชีวิตของผม ... เธอเป็นเหมือนน้ำใสสะอาดที่ไหลเข้ามาในชีวิตอันแสนทุเรศของผม ชีวิตน้ำเน่าขุ่นคลัก ... ที่ผมไม่คิดที่จะทำมันให้ดีขึ้นอีกแล้วในตอนนั้น
และน้ำใสสะอาดก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำให้น้ำเน่าๆอย่าวผมดีขึ้นได้ไหม เธอจึงดูคนอื่นด้วย ... เพราะผมสารภาพกับเธอตามตรงว่ามีการคุยกับคนอื่นอยู่ เป็นใครใครก็ไป ผมเข้าใจ ...
แต่ส่วนตัวผมเอง ... หลังจากที่บอกกับเธอไปวันนั้นและทำให้เธอร้องไห้ เป็นการเสียน้ำตาครั้งแรกของเธอที่ผมทำ ... ผมก็เริ่มคิด ... ผมอยากได้อะไร .. อยากได้ความจริงใจ ... ผมต้องให้เธอก่อน ไม่ใช่ทำตัวแบบนี้
แต่หลังจากนั้น 1 เดือน เธอสารภาพกับผม ว่ามีคนเข้ามาใหม่ที่ดีกว่าผม ..และเธอเลือกคนๆนั้น ... เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัว ... ผมรับไม่ได้กับการเจ็บครั้งที่สองที่มันติดกันเกินไป อาทิตย์นึงที่เราตกลงกัน 3 คนไม่ได้ ... และผมเลือกที่จะเป็นฝ่ายไป
ผมผิดเอง ... กับเรื่องทั้งหมด แต่แล้ว อีก 1 อาทิตย์ต่อมา ... เธอกลับมาอีกครั้ง ...
อย่างน้อยชีวิตบัดซบของผมก็คงไม่แย่ขนาดนั้นผมคิด ... เธอกลับมา ... มันวิเศษแค่ไหนที่เธอกลับมา ... คนๆนั้นดีกว่าผมมากมาย ... แต่เธอเลือกที่จะกลับมา ไหลกลับมาที่บ่อน้ำเน่าๆแห่งนี้
ตลอด 2-3 อาทิตย์ ที่เรากลับมา เกือบจะเหมือนเดิมนั้น ... กลายเป็นผมเองที่มีปัญหา ... ผมทำชีวิตตัวเองเน่าเกินไปกว่าที่เธอจะรับได้ ... เมื่อสองวันก่อนที่ผมพบที่นี้ครั้งแรก ...เธออยากให้เราถอยกันคนะก้าว ..และให้ผมทำชีวิตของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยกลับมาคบกันในฐานะแฟน
ตอนนี้ชีวิตผม จะเอาตัวเองยังไม่รอดเลย ... ก็จริงของเธอ ... จะมีชีวิตคู่ ..จะรับผิดชอบชีวิตของเธอได้อย่างไร ... ในเมื่อตัวเลขในบัญชีผมตอนนี้ ... ยังเป็น 0 อยู่เลย ...
จริงที่เธอไม่ได้มองผมที่เงินทอง ไม่งั้นคงเปิดไปนานแล้ว แต่ใครจะอยากใช่ชีวิตกับคนที่ ไม่เป็นโล้เป็นพาย ... เธออายุ 25 แล้ว มีทุกอย่างพร้อม ... ผมสิ ... 24 .. มา 3 วันแล้ว... ยังไม่มีอะไรเลย ...
เธอคงเอือมกับผมมากเลยพูดออกมาวันนั้น ... แล้วผมก็คงกลัวมาเกินไป ว่าเธอจะทิ้งผมไปอีก ทำให้วันนั้นมันออกมาเป็นแบบนั้น
แต่ผมเข้าใจกับสถานภาพของเราที่ตอนนี้เปลี่ยนไป ... ผมผิดเอง... แต่ผมก็จะแก้ไขตัวเองสะใหม่ ... กลับมามีชีวิตเหมือนคนอื่นๆ ... เป็นผู้ใหญ่ให้มากขึ้น .. และทำให้คุณเห็นว่า ผมจะสามารถรับผิดชอบชีวิตของคุณได้ ...
ผมจะไม่สัญญานะ ... เพราะผมสัญญามามากแล้ว... แต่ผมจะทำให้คุณเห็น ... ถ้าวันนั้นคุณอยากจะมองดูมันอยู่นะคับ .... ผมจะทำ ....
แม้ไม่เคยรู้จักกัน แต่ต่างฝ่ายต่างเรียนรู้ชีวิตของอีกคนผ่านทางตัวหนังสือ และไม่ทันรู้ตัว เราก็รักที่จะมีโลกส่วนตัวกันที่นั้น
Lesla Diary ที่ตอนนี้ .. ใช่ไม่ได้ทั้งเวบ ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ... แต่เสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่เข้าใจ รู้สึกเหมือนเพื่อนสนิทหายไปกลุ่มใหญ่
เหมือนมันเป็นแค่สิ่งเล็กๆในชีวิต แต่เมื่อไม่มีอยู่ เราก็ได้รู้คุณค่าของสิ่งๆนั้น ว่ามีความหมายต่อเรามากแค่ไหน ...
ได้เห็นไดร์ของคนอื่นๆแล้ว ... ก็รู้สึกอบอุ่นเหมือนได้กลับบ้าน ... แม้จะช้าหน่อยแต่ผมก็ตามหาพวกเขาจนเจอ ... ไม่คิดเหมือนกันว่าทุกคนจะมารวมตัวกันที่นี้
แต่ก็นะ ... ขอผมอยู่ด้วยคน .. ^__^
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบ 3 เดือนตั้งแต่เวบใช่ไม่ได้ .. มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับผม ชนิดที่เรียกว่า ไม่รู้ว่าจะเล่ากัน 3 วันจบรึเปล่า และก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่ายังไง เพราะว่า เรื่องราวต้นตอของเรื่อง
อยู่ที่ไดร์ใน Lesla และไดร์ผมก็ไม่ใช่ไดร์ที่อ่านมันอ่านสนุกสักเท่าไร ส่วนใหญ่ผมจะเข้ามาบ่น ๆๆๆ น้อยใจ .. เรื่องต่างๆ แต่ไม่เป็นไร ผมจะเล่าทั้ง เรื่องปัจจุบันและเรื่องที่เป็นอดีตไปแล้วพร้อมๆกัน
เอ... มันดีหรอ ...
ตอนนี้ ... ผมมีคนพิเศษคนนึงก้าวเข้ามาในชีวิตผม .. ก็ร่วมๆ 3-4 เดือนแล้วถ้านับรวมเดือนที่เรามีปัญหากันด้วย ... มองๆ ดูชีวิตรักของผมกับเธอจะเริ่มต้นไม่ค่อยสวยเท่าไร แต่อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่เป็นผมเอง ที่วางตัวไม่ถูก ไม่เป็นผู้ใหญ่
เหมือนผมกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง หลังจากที่ผมถอยออกมาจากชีวิตของผู้หญิงคนนึงที่ผมอดทนรอเธอมากว่า 2 ปี ผมมีชีวิตไปวันๆ แล้วก็ฝันลมๆแล้งๆ ว่าวันนึง เธอจะหันมามองผมบ้าง
ในความรู้สึกตอนนั้นผมไม่เคยหันมามองตัวเอง นอกจากมองไปที่เธอเท่านั้น ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไม้ขีดไฟ ... ที่พร้อมจะจุดตัวเอง ทำลายตัวเองได้ แต่ทุกวันในวันเหล่านั้นผมก็ทำร้ายตัวเองไปทีละนิด
มีหลายสิ่งในตัวของคนพิเศษของผม ที่ทำให้ผมคิดได้ ... กว่าจะคิดได้ ... ก็ต้องทำให้เธอเสียน้ำตาไปมากมาย ... ตอนนี้ผมเองไม่รู้จะอธิบายยังไง ว่าผมเสียใจแค่ไหนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ผมมีชีวิตหลังเรียนจบที่ลุ่มๆดอนๆมากๆ รู้สึกปรับตัวไม่ได้ และเปลี่ยนงานบ่อยครั้ง .. ทำแม่ผิดหวัง และไม่เคยสนใจอะไรอื่นนอกจากความรู้สึกของตัวเอง ... ตามใจตัวเอง แม้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันจะไม่ถูกต้องก็ตาม
จนครั้งสุดท้ายก่อนไดร์จะล่มสลายไป ... ที่ผมพยายามทำชีวิตให้ดีขึ้น ... แต่แล้ว ... ผมก็ตกงานอีกรอบ ... พร้อมกับการมาถึงของจุดสิ้นสุดของความรักแสนเศร้าที่ยาวนานของผม ผมไม่แยแสอะไรในโลกอีกแล้ว ... หลังจากที่ตกงาน ผมตัดสินใจเข้าเรียนภาษา ในโรงเรียนสอนภาษาชื่อดังแห่งหนึ่ง ด้วยเงินเก็บที่เหลือจาก .. การรักษาตัวเองจากการป่วยหนักครั้งล่าสุด
ด้วยความรู้สึกว่า ... การเรียนนี้เป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ .. ที่เหลือเพียงสิ่งเดียวของผม ว่าอย่างน้อย ชีวิตผมจะยังไม่หยุดนิ่ง เพราะตกงาน ... ผมจะได้เรียนภาษา และเดินตามความฝันของผมไปสักก้าว แต่แล้ว ... แม้จะกำเงินอยู่ในมือ ... ผมก็ไม่สามารถเข้าเรียนที่นั้นได้ เนื้องจาก class ไม่เปิด ... วันนั้น เหมือนมันเกินจะรับได้ ...ผมรู้สึกว่าทำไมชีวิตมันบัดซบแบบนี้ เหมือนมันเกินกว่าจะรับได้
ผมตกงานอย่างไม่มีเหตุผล ... แล้วนี้ ผมผิดอะไร ถึงไม่ได้เรียน ... มันก็ไม่มีเหตุผลอีกเหมือนกัน ...
หลังจากนั้นผมก็ไม่ใส่ใจอะไรในโลกอีกเลย ... ผมได้เข้าทำงานที่ใหม่หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ ... จนถึงทุกวันนี้ ผมรู้สึกว่า ...ชีวิตมันก็เท่านั้น ... ผมหักใจไปจากคนที่รัก ... หักใจจากความฝันของตัวเอง ... กลับมามีชีวิตไปวันๆ กลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ
ทิ้งเมลล์ เล่นเอ็ม .. หวังที่จะเจอใครสักคน ที่ใช่ ... ลึกๆแล้วผมหวังอะไร ... ผมเองก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เลยในตอนนั้น
ผมคุยกับคนไปทั่ว ... หมดเงินไปมากมายกับบัตรเติมเงินโทรศัพท์ ... มีเงินก็ไปเที่ยว ... ไปใช่ ... ว่างเป็นไม่ได้ต้องโทรหาเพื่อน ... หรือใครสักคน บัญชีเงินเก็บของผม และบัญชีเงินเดือนทุกอันเป็น 0
คนพิเศษของผมคนนี้ ...ก้าวเข้ามาในชีวิตผม ... ในขณะสถานการณ์อันเละเทะตอนนั้น เธอเป็นคนหนึ่งใน MSN ที่ผมคุยด้วยไปทั่ว และโดยไม่ทันรู้ตัว เธอก็มีอิทธิผลต่อชีวิตของผม ... เธอเป็นเหมือนน้ำใสสะอาดที่ไหลเข้ามาในชีวิตอันแสนทุเรศของผม ชีวิตน้ำเน่าขุ่นคลัก ... ที่ผมไม่คิดที่จะทำมันให้ดีขึ้นอีกแล้วในตอนนั้น
และน้ำใสสะอาดก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำให้น้ำเน่าๆอย่าวผมดีขึ้นได้ไหม เธอจึงดูคนอื่นด้วย ... เพราะผมสารภาพกับเธอตามตรงว่ามีการคุยกับคนอื่นอยู่ เป็นใครใครก็ไป ผมเข้าใจ ...
แต่ส่วนตัวผมเอง ... หลังจากที่บอกกับเธอไปวันนั้นและทำให้เธอร้องไห้ เป็นการเสียน้ำตาครั้งแรกของเธอที่ผมทำ ... ผมก็เริ่มคิด ... ผมอยากได้อะไร .. อยากได้ความจริงใจ ... ผมต้องให้เธอก่อน ไม่ใช่ทำตัวแบบนี้
แต่หลังจากนั้น 1 เดือน เธอสารภาพกับผม ว่ามีคนเข้ามาใหม่ที่ดีกว่าผม ..และเธอเลือกคนๆนั้น ... เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัว ... ผมรับไม่ได้กับการเจ็บครั้งที่สองที่มันติดกันเกินไป อาทิตย์นึงที่เราตกลงกัน 3 คนไม่ได้ ... และผมเลือกที่จะเป็นฝ่ายไป
ผมผิดเอง ... กับเรื่องทั้งหมด แต่แล้ว อีก 1 อาทิตย์ต่อมา ... เธอกลับมาอีกครั้ง ...
อย่างน้อยชีวิตบัดซบของผมก็คงไม่แย่ขนาดนั้นผมคิด ... เธอกลับมา ... มันวิเศษแค่ไหนที่เธอกลับมา ... คนๆนั้นดีกว่าผมมากมาย ... แต่เธอเลือกที่จะกลับมา ไหลกลับมาที่บ่อน้ำเน่าๆแห่งนี้
ตลอด 2-3 อาทิตย์ ที่เรากลับมา เกือบจะเหมือนเดิมนั้น ... กลายเป็นผมเองที่มีปัญหา ... ผมทำชีวิตตัวเองเน่าเกินไปกว่าที่เธอจะรับได้ ... เมื่อสองวันก่อนที่ผมพบที่นี้ครั้งแรก ...เธออยากให้เราถอยกันคนะก้าว ..และให้ผมทำชีวิตของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยกลับมาคบกันในฐานะแฟน
ตอนนี้ชีวิตผม จะเอาตัวเองยังไม่รอดเลย ... ก็จริงของเธอ ... จะมีชีวิตคู่ ..จะรับผิดชอบชีวิตของเธอได้อย่างไร ... ในเมื่อตัวเลขในบัญชีผมตอนนี้ ... ยังเป็น 0 อยู่เลย ...
จริงที่เธอไม่ได้มองผมที่เงินทอง ไม่งั้นคงเปิดไปนานแล้ว แต่ใครจะอยากใช่ชีวิตกับคนที่ ไม่เป็นโล้เป็นพาย ... เธออายุ 25 แล้ว มีทุกอย่างพร้อม ... ผมสิ ... 24 .. มา 3 วันแล้ว... ยังไม่มีอะไรเลย ...
เธอคงเอือมกับผมมากเลยพูดออกมาวันนั้น ... แล้วผมก็คงกลัวมาเกินไป ว่าเธอจะทิ้งผมไปอีก ทำให้วันนั้นมันออกมาเป็นแบบนั้น
แต่ผมเข้าใจกับสถานภาพของเราที่ตอนนี้เปลี่ยนไป ... ผมผิดเอง... แต่ผมก็จะแก้ไขตัวเองสะใหม่ ... กลับมามีชีวิตเหมือนคนอื่นๆ ... เป็นผู้ใหญ่ให้มากขึ้น .. และทำให้คุณเห็นว่า ผมจะสามารถรับผิดชอบชีวิตของคุณได้ ...
ผมจะไม่สัญญานะ ... เพราะผมสัญญามามากแล้ว... แต่ผมจะทำให้คุณเห็น ... ถ้าวันนั้นคุณอยากจะมองดูมันอยู่นะคับ .... ผมจะทำ ....
วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551
Diary ใหม่ ... แต่หัวใจดวงเก่า ...
ดีใจ ... เหมือนพบครอบครัว ... ได้พบเห็นอะไรที่เราคุ้นเคย ... ที่คิดว่าไม่คิดจะได้เห็นอีกแล้ว
ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นมากมาย มากมายจริงๆ ... ผมเหนื่อยมาก เหนื่อยใจ เหนื่อยกาย
การได้มาพบที่นี้ และเห็นคนอื่นๆที่เคยเขียนไดร์อารี่ร่วมกันใน Lesla แล้วมันเป็นความสุขลึกๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้พบมาก่อน
ในวันแย่ๆอย่างวันนี้ ก็มีเรื่องดีๆแทรกเข้ามา ... ชนิดที่เรียกว่าเหมือนคำปลอบโยนกันเลยทีเดียว มาปลอบว่าชีวิตมึงก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น
วันนี้ผมถูกผู้หญิงที่ผมคบด้วยบอกเลิก ... ทำเป็นว่า ... ไม่ได้บอกเลิกนะ ... แต่มันก็คือคำบอกเลิกนั้นแหละ ...
มีหลายเรื่องที่เกิดขึ้นเกินกว่าจะเล่าได้หมดภายในวันนี้
แต่ผมก็ตื่นเต้นดีใจเกินกว่าจะทำงาน .... กับที่นี้ Blogger
ผู้หญิงคนนั้นบอกเลิกผมวันนี้ ทำให้ผมคิดถึง ไดร์อารี่ของผมใน Lesla จับใจ ... คิดถึงผู้คนที่เข้ามารับฟังผม ..
ที่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ... แล้วอยู่ดีๆ ผมก็มาเจอที่นี้ ... น้ำตาแทบไหลแหนะคุณรู้ไหม ...
ตอนนี้ผมไม่รู้จะเขียนอะไรมาก ... ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไง ... ไว้ยังไงเราคงได้มีเรื่องคุยกันอีกยาวแน่คับ .... ^___^
ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นมากมาย มากมายจริงๆ ... ผมเหนื่อยมาก เหนื่อยใจ เหนื่อยกาย
การได้มาพบที่นี้ และเห็นคนอื่นๆที่เคยเขียนไดร์อารี่ร่วมกันใน Lesla แล้วมันเป็นความสุขลึกๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้พบมาก่อน
ในวันแย่ๆอย่างวันนี้ ก็มีเรื่องดีๆแทรกเข้ามา ... ชนิดที่เรียกว่าเหมือนคำปลอบโยนกันเลยทีเดียว มาปลอบว่าชีวิตมึงก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น
วันนี้ผมถูกผู้หญิงที่ผมคบด้วยบอกเลิก ... ทำเป็นว่า ... ไม่ได้บอกเลิกนะ ... แต่มันก็คือคำบอกเลิกนั้นแหละ ...
มีหลายเรื่องที่เกิดขึ้นเกินกว่าจะเล่าได้หมดภายในวันนี้
แต่ผมก็ตื่นเต้นดีใจเกินกว่าจะทำงาน .... กับที่นี้ Blogger
ผู้หญิงคนนั้นบอกเลิกผมวันนี้ ทำให้ผมคิดถึง ไดร์อารี่ของผมใน Lesla จับใจ ... คิดถึงผู้คนที่เข้ามารับฟังผม ..
ที่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ... แล้วอยู่ดีๆ ผมก็มาเจอที่นี้ ... น้ำตาแทบไหลแหนะคุณรู้ไหม ...
ตอนนี้ผมไม่รู้จะเขียนอะไรมาก ... ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไง ... ไว้ยังไงเราคงได้มีเรื่องคุยกันอีกยาวแน่คับ .... ^___^
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
... สีสันแห่งสายลม ...
ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...