วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552

... บารัค โอบาม่า ...



สวัสดีคับ


ช้วงนี้งานบาน หางจุกตูด ... แต่ ... ขี้เกียจตามเคย


Collection ใหม่ เดือนมีนากำลังจะออก ... ผมหละทำงานไปตื่นเต้นไป เพราะมันจะเป็นผลงานการออกแบบ
สู้ทองตลาดชุดแรกในชีวิต Designer กระจอกๆ อย่างผม


คงต้องดูกันต่อไปว่ามันจะ ขายได้บ้างรึเปล่า .... T___T แอบเครียดเหมือนกันนะเนี้ย


วันนี้เป็นวันแปลกๆวันนึงนะคับ ตื่นเช้ามาออกจากบ้านแอบตกใจเล็กน้อย เพราะว่าหมอกลงจัดมาก
เดินมาไขประตูหน้าบ้านรู้สึกเหนอะได้ภายในไม่กี่นาที มันชื่นไปหมด


เป็นเช้าที่รู้สึกเหมือนอยู่บนยอดดอย .. เพียงแค่อากาศมันไม่หนาวเท่านั้น แค่เย็นๆ


แต่พอนั่งๆรถเข้าเมืองแล้ว หมอกก็หายไปจนหมด ... แล้วก็กลับมาทำท่าจะร้อนตับแตกตามเดิม


และอีกอย่าง ... วันนี้ บารัค โอบาม่า ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของ อเมริกาไปแล้ว


ถามว่า ... แล้วผมจะพูดถึงเรื่องนี้ทำไม อ่ะ ...


คำตอบคือ คุณเคยมีประเทศในดวงใจบ้างไหม ... ประเทศที่คุณเติบโตมาโดยมีทัศนะคติที่ดีต่อประเทศนนั้นมาตลอด


เดาว่าตอนนี้ ใครๆก็คงรู้ว่าผมชอบประเทศนี้มาก


ผมโตมากับการไปส่งป้าไปอเมริกาบ่อยๆ ป้าไปทำงาน กลับมามีเงินเยอะแยะ


โตมากับการเข้าออกสถานทูต อเมริกัน แม่ผม เคยเป็นผู้ช่วยเชฟ อยู่ในนั้น ซึ่งตอนนี้ที่นั้นกลายเป็นลานเล่นสเก็ตบอร์ดไปแล้ว



โตมากับไมเคิล แจ็คสัน ชอบมากกกกกกกกกก


โตมากับอาโนว์ และหนังบู้ล้างผลาญ


The X File และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่ง ทุกวันนี้ สิ่งเหล่านั้นมันหลอมรวมเป็นผม และ ทำให้ผมมีทัศนคติที่ดี ต่อประเทศนี้เสมอมา


และผมก็หวังว่าสักวัน คงจะได้ไปเหยียบแผ่นดินในฝันนั้น ...


ครั้งนึงเมื่อผมยังเล็ก แม่ผมเคยพยายามที่จะไปอเมริกา พร้อมกับที่จะพยายามเอาผมไปด้วย


ตอนนั้นผมยังเล็กมาก จำได้แต่เพียงว่า เราสองคนแม่ลูกไปถ่ายรูปคู่ติดพาสปอร์ต กันบ่อยๆ ถ่ายแล้วถ่ายอีก ตอนนั้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่กำลังจะพยายามทำอะไร


แต่อเมริกา เป็นประเทศที่แม่ผมใฝ่ฝันอยากจะไปเช่นกัน


แต่จากการขอวีซ่า .... เขาบอกกับแม่ผมว่า แม่ผมไม่มีคุณสมบัติที่จะนำเด็กเข้า สหรัฐอเมริกา วีซ่าแม่ผ่าน ... แต่เอาผมไปด้วยไม่ได้


ตอนนั้น ... แม่เลือก .... อยู่กับผม .... แล้วละทิ้งความฝันทั้งหมดของตัวเอง เพื่ออยู่ดูแลผม


แม่เล่าให้ผมฟังว่า แม่แค้นนังดำคนที่สัมพาสแม่มาก .... แต่สุดท้าย แม่ก็ได้แก้แค้น ... โดยการถุย น้ำบ่อน้อย ใส่กาแฟให้เขากิน ( เอ่อ .. แม่ผมร้ายมาก )


ถึงแม้ว่าแม่จะพลาดโอกาศ ที่ดีที่สุดในชีวิตไปตอนนั้น แต่แม่ผมก็พยายามที่จะมองโลกในแง่ดี โดยที่แม่จะบอกกับผมเสมอว่า ... อย่างน้อย แม่ก็ยังได้เหยียบแผ่นดินของอเมริกา ในช่วงชีวิตนึง ที่ทำงานอยู่ที่นั้น


แม่มีหนุ่มฝรั่งมาติดพันมากมาย (แม่ผมสวยนะ) มีทั้งจริงจัง และหลีเล่นๆก็มี


ผมยังจำได้เลยว่ามีอีตาดำคนนึง ยิ้มทีเห็นแต่ฟัน มาจีบแม่ผมนานมาก เกือบปีทีเดียว เขาจะพยายามเข้ามาเล่นกับผมทุกครั้งที่ผมตามแม่ไปว่ายน้ำที่สถานทูต และผมก็จะกลัวเขาเอามากๆเช่นกัน


แต่แม่ก็ซื่อสัตย์ กับผมและพ่อผมมาตลอด ... แม่ไม่เคยมีใจให้ใครนอกจากพ่อผม


จนบางทีผมก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า ... ถ้าหากแม่ต่างงานกับตาดำนั้นไปจริงๆ ชีวิตผมคงแตกต่างไปจากนี้หน้ามือกับหลังตีนทีเดียว


ป่านนี้ผมคงไป Speak ๆ อยู่ที่โน่น มี Green card และคงจะกลายเป็นผลเมืองของอเมริกาไปแล้วก็ได้ ... เหอๆ แต่มันก็แค่นึกขำๆนะ ที่เป็นอยู่นี้ผมเองก็พอใจแล้ว อย่างน้อยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนผมก็มีแม่



ผมรักแม่มาก ... เพราะมีหลายครั้งที่ แม่ยอมเสียสละเพื่อผม ผมรู้ว่าหลายครั้งที่ทำให้แม่ผิดหวัง ร้องไห้ ผมเองก็เสียใจ


เมื่อคืนตอนผมกำลังนวดเท้าให้แม่ แม่พูดกับผมขึ้นมา ว่าแม่รู้นะ ว่าผมกำลังหลีหญิงคนใหม่อยู่ แม่ไม่ได้บ่น เรื่องคนแปลกหน้าในเอ็มอย่างเคย


แต่แม่บอกกับผมว่า ให้ผมจำบทเรียนที่ผ่านมาแล้ว จะคุยกับใคร บอกเขาแต่เท่าที่จำเป็น


แม่บอกว่า ถ้าเขา ต้องการอะไรจากผมมากมาย ก็อย่าไปบ้าจี้ตามที่เขาต้องการ และถ้าหากเขาอยู่สูงเกินไป และไม่โน้มตัวลงมา และผมก็ไม่สามารถที่จะวิ่งโรด ไปหาเขาได้ ก็ให้ระวังไว้ ให้ผมเป็นตัวของตัวเอง


T__T น้ำตาแทบไหลนะคุณ แบบ ... แม่รู้เสมอจริงๆ


แม่บอกว่าถึงเราจะจน ถึงเราจะเช่าบ้านอยู่ แต่เราก็ยังดีกว่าคนอีกมากมาย เรายังมีบ้านเอาไว้ซุกหัวนอน เรายังมีเงินไว้ซื้อนั้นซื้อนี้


จริงของแม่นะ ที่ผ่านมาไม่รู้ผมเองไปบ้าจี้ตามคนอื่นทำไม ทำไมชีวิตคนเราต้องมีประกันชีวิต
ทำไมต้องมีเงินเก็บ ทำไมต้องมีนั่นนี้ที่แสดงว่าตัวเองสมบูรณ์ ทั้งๆที่ในใจขาดอยู่ตลอดเวลา


วันนี้ผมแอบปลี้มแทนคนอเมริกันทุกคน ที่มีนาย บารัค โอบาม่า เป็นประธานาธิบดี


และหวังลึกๆว่า ผู้ชายที่ดูธรรมดาๆ แต่ไม่ธรรมดาคนนี้ จะเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้



ผมชื่นชมผู้ชายคนนี้นะ ผมว่าเขาเท่ห์ ฉลาด ผมชอบเวลาเขายิ้ม และรู้สึกว่า คนเรา เวลามองดูใครสักคน เราจะเห็น ว่าเขาสามารถเป็นอะไรได้บ้าง




ครั้งแรกๆที่ผมเห็นผู้ชายคนนี้ทางทีวี ผมก็แอบคิดไว้ว่า วันนึงเขาน่าจะได้เป็นประธานาธิบดี ... ของประเทศที่ผมรัก ไม่แพ้แผ่นดินเกิดของตัวเอง

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552

HongKong - Bangkok


สวัสดีครับ กับเช้าวันจันทร์ วันทำงาน
วันนี้ผมมีรีวิว ตามคำเรียกร้อง (ใครเรียกร้องแกรเนี้ย) สนองตัณหาตัวเอง
ด้วยรีวิว VHHH เชบ แล็ป ก๊อก Hongkong inter ---- VTBS สุวรรภูมิ Bangkok
เนื้องด้วยจาก 2 เดือนก่อน ผมบินไปส่งผู้โดยสาร 150 ถึง Hongkong แล้วจวบจนบัด ณ เดี๋ยวนี้ เพิ่งจะได้ฤทธ์ บินกลับ ... เอ่อ ... สายการบินบ้านป้าแกรสิ บินแบบนี้
แต่เนื้องจาก Mandala Airline ของผมนั้น เป็นสายการบินตามใจฉัน ว่างเมื่อไร ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วทิ้งไว้จึงได้มีโอกาศเดินทาง ตามสโลแกน เพื่อนร่วมเวบผม " ฉิบหายช่างมัน เน่นมันไว้ก่อน"
และเนื่องจากสายการบินเรามีเครื่องเพียง 2 ลำ นั้นคือ AirBus 320 กับ Boeing 737 - 900 พิสัยการบินก็ไม่ใกล้ แต่ก็ไปไม่ได้ไกลนั้น มะมีลำใดได้เข้าไปทำสี ตามLogo ของสายการบินเลย
จึงยังต้องใช่เครื่องที่ผมซื้อมาจากสายการบินอื่น ไปก่อน
วันนี้เที่ยวบินผมคือ Airbus 320 - 232 ของ Air Asia
จำนวน 150 ที่นั่ง
แอร์อีก 15
นักบินที่ 1 Captain (นั้นคือผม)
นักบินที่ 2 Co - Pilot (นั้นก็ผมอีก)
กะว่าจะให้บริการผู้โดยสารสัก 3 คน ที่เหลือ 12 คน บริการผมคนเดียว เหอ เหอ ..... น้ำลายไหล
อ่ะ บินก่อนครับ ซีเรียสๆๆ
ว่าแล้วก็โหลดน้ำมันกับของที่จำเป็นคับ

ให้ผู้โดยสารได้ขึ้นเครื่องให้เรียบร้อย
น้องแอร์ เตรียมของใน Cabin ให้เรียบร้อย
ส่วนผมก็เซ็ทระบบต่างๆ
Flap
Runder
คันเร่งและระบบไฟต่างๆให้อยู่ในสภาพพร้อมใช่งาน



ว่าแล้วก็ขออนุญาติ ATC และ Taxi ไปตามทางวิ่ง เพื่อไปที่ปลาย Runway 18L


มุมยอดฮิท ติดปลายปีก อิ อิ ระหว่าง Taxi ครับ

และก็ไปจอดรอ อย่างเรียบร้อย ที่ปลาย Runway ขออนุญาติ ATC Takeoff

ATC : Roger , Clear for Take - off
เขาให้เข้า Runway แล้วคับ ก็เข้าไปจัดตัว หันหัวไป Heading 070 เพื่อเตรียมทำการวิ่งขึ้น
พลักคันเร่งไปข้างหน้าจนสุด เปิด Flap 10 เพื่อช่วยในการวิ่งขึ้น ด้วยน้ำหนังเครื่องที่ค่อนข้างหนักมาก

V1 ..... Vr ว่าแล้วที่ความเร็ว 110 น็อต ก็ยกหัวเครื่องขึ้นโลด


V2 ..... เครื่องเกาะอากาศ จนยกตัวขึ้นลอยจากพื้นแล้วคับ

เครื่องไต่อากาศ และทำความเร็วได้ดี ก็เก็บ ล้อก่อนเลย ค่อยๆ เก็บ flap ที่ละ 5 แล้วก็ติดต่อ กับ ATC
เขาก็บอกให้เราหันหัวไปตามเส้นทางที่เราได้แจ้งไว้กับเขาล่วงหน้าคับ พร้อมกับจัดแจงบอกเรื่องความสูงให้
เพื่อไม่ให้บินไปชนกันกับเครื่องอื่นๆที่อยู่แถวๆนั้น
ตอนนี้ต้อง Heading 240 คับ เราจะกลับ กรุงเทพฯกันแล้วววววว
ฮ่า ... ชมวิว ตัวเมือง Hongkong สักหน่อย ตอนนี้ Kai Tek ปิดบริการไปแล้ว ไม่งั้นเราคงได้เสียว บินผ่าเมืองกัน

อ่ะ ... นั้น เชบ แล็ป ก๊อก ที่เราเพิ่งขึ้นมาเมื่อกี้
เปิด Auto Pilot มุ่งหน้ากลับบ้านเรา ไปท่ามกลางท้องฟ้าเวิ้งว้าง ว่างเปล่า
ปรกติความเร็วเดินทาง ใต้ 10,000 ฟุต จะอยู่ที่ห้ามเกิน 250 น็อต แต่นอกจากนั้นก็สามารบินได้เร็วกว่านั้น
แต่ต้องขึ้นอยู่คับเพดานบินที่เราใช่บินเดินทางด้วยว่าสูงเท่าไร
แต่ปรกติผมก็เห็นเขาบินกันไม่เกิน 250 น๊อต นะคับ ในความเป็นจริง
แต่วันนี้รีบครับ ล่อไป 320 น๊อตที่เดียว เพดานบิน 24500 ฟุต คับ

ช่วงเวลาระหว่างนี้ กัปตันก็ไป ล้างจาน ถูบ้าน ซักผ้า แล้วก็กินข้าวหมูแดง ที่น้องแอร์สาวทั้ง 12 คนของผม เตรียมไว้ให้
ผ่าน หนานหนิง .... เวียนเทียน .... เราก็เข้า เขต Bangkok Center
เย้!!!!!

ว่าแล้วน้อง ATC ชาวไทย ก็บอกให้ผมลดกระดับ เปิด Gps ดูก็ใกล้ถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้วคับ
24500 ..... 16000 ..... 5000 ........ 1500 ฟุต เราก็เห็น สนามบินแระคับ อยู่ข้างหน้าโน่นนนนนน



เล็กกระติ๊ด ว่าแล้วก็จัดตัวเข้า Final คับ เปิด Flap ค่อยๆลดความเร็ว ไปที่ 145 น๊อต พลัก Barke ไปที่

ตำแหน่ง ARM เพื่อให้ ลดระดับได้ดี ขึ้น กว่าการปักหัวลง

เพราะปรกติเวลาเครื่องลดระดับจะไม่ปักหัวลงนะคับ แต่จะลดความเร็ว และเปิดช่องว่างระหว่างปีก เพื่อให้เกาะอากาศได้น้อยลง แต่ไม่ถึงกับ Stall


ใกล้และคับก็ Gear Down กางล้อคับ

เปิด Auto Break


กรีสสสสส ... ใกล้จะถึงสนามแล้วคับ เห็นไฟ Papi เหลืองๆไหมคับ ไม่แดงสักดวงเลย แสดงว่าเราอยู่เหนือ ระดับแนวร่อนลงอย่างแรง ต้องเพิ่ม Arm อีกนิด


จะรอดไหมเนี้ย ... ผู้โดยสารเริ่มร้องด้วยความโหยหวน กันระงม จะ Landing ได้ไหมเนี้ย

แต่ด้วยความหน้าตาดีของนักบิน (เกี่ยวไหม) จึงสามารถนำเครื่อง และผู้โดยสารทั้ง 150 ชีวิต ลง landing ได้อย่างเลิศล้ำปลอดภัย .... เย้!!!!!!!!!!

ผู้โดยสารจึงปรบมือให้กับความหล่อ และเก่ง กันเกรียวกราว .....

ว่าแล้วก็รีบนำเครื่องออกจาก Runway คับ เครื่องอื่นที่จะลงตามจะได้ไม่ด่าพ่อล่อแม่ให้

แล้วก็ขอให้ Atc สุวรรณภูมินำทางเราไปยัง Gate ที่จะจอดคับ


น่าน ... สุวรรณภูมิเรา จะมีพี่พัน กับ พี่ กกน. มาปิดอีกรึเปล่าเนี้ย




ถึงแล้ว.... กด Parking Brake แล้วก็เปิดประตูถีบผู้โดยสารลงไปโลด

Mandala Airline ยินดีที่ได้ส่งผู้สารทุกท่านถึงที่หมาย ด้วยความสวัสดิภาพคับ

เรายินดีบริการท่าน ตามความพึงพอใจของเรา เสมอครับ ..... สวัสดีครับ

ปล. ภาษาทางการบินวันนี้

Taxi = การวิ่งของเครื่องบินไปตามทางวิ่ง

ATC = Air Traffic Contro


วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552

... สุกี้ ...

หวัดดีคับ


ช่วงนี้อากาศกลับมาเย็นๆอีกแล้วเนอะคับ


ผมก็ขี้เกียจอาบน้ำอีกตามระเบียบ ตอนนี้นอนห่มผ้าสองผืน พัดลมก็ไม่เปิด (เวอร์นะ)
ไม่งั้นตอนกลางดึกผมต้องลุกขึ้นมาปิดพัดลมตัวสั่นๆ ทุกคืนเลย



เมื่อวาน แม่ไปสำเพ็งมาคับ ผมไม่ได้ไปช่วยแม่หิ้วของที่สำเพ็งมา 6 เดือนแล้ว เพราะต้องทำงาน



เมื่อวานแม่บ้าพลังมากเดินไปตลาดเก่าเยาวราชพร้อมของที่ซื้อมาขาย ถุงมันจะใหญ่แล้วหนักมาก เพื่อให้ซื้อของมาทำสุกี้ให้ผม


ผมชอบกินสุกี้มากคับ ใครชอบกินเหมือนกันบ้างเอ่ย ..??? เป็นอะไรที่กินได้บ่อยๆ ไม่เคยเบื่อเลยทีเดียว เหมือนโรคจิตไปแล้ว อยากจะเห็นหน้าคนคิดค้นจริงๆ 55+



ผมเป็นคนกินเยอะกินมาก (แต่ไม่อ้วน) ชนิดที่ถ้าไปกิน MK ก็คงหมดหลายกะตังอยู่ บ้านเราเลยไม่ได้เข้า MK นานมากแล้ว ตั้งแต่หัดซื้อของมาจากตลาดเก่า มักจะทำกินเอง



จะกินบ่อย กินมาก กินแต่ของที่ชอบ เท่าไรก็ได้ อิ อิ 1500 บาท ซื้อของมาทำสุกี้กินไปได้ ประมาณ 3 วัน และของก็ดีกว่า ไปกินตามหมูกะทะ ... เรียกได้ว่าของจากตลาดเก่านั้นอร่อย
พอๆ กับที่ไปกินจาก ชาบู บุพเฟ่ ทั้งหลายทีเดียว ร้านที่แม่ผมเลือกเป็นร้านประจำนี้ ลูกเจ้าของร้านเป็นทอม (ยังสงสัยอยู่ว่า ทั้งตลาดเก่ามีตั้งหลายร้านที่ขายลูกชิ้นประมาณนี้ แต่ทำไมแม่เลือกร้านนี้)



ทำลูกชิ้นหลายๆประเภทมาก ... มีปลาหมึกกรอบ ปลาสวรรค์ ( ที่อร่อยกว่า MK อีก ) ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นรักบี้ ลูกชิ้นกุ้ง ลูกชิ้นก๋วยเตี๋ยวแคระ เกี้ยวปลา ไปยันเต๋าหู้ปลา แถมยังมีน้ำจิ้มสุกี้ อีก ไม่รู้ว่าสูตรอะไรนะคับ
แต่อยากบอกว่าอร่อยๆดีมาก .... ไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย ใส่ พริกกระเทียมสับ ก็สุดยอดแล้ว


... อิ อิ ดูเอง หิวเอง ...



ร้านนี้จะอยู่ประมาณกลางๆตรอกตลาดเก่าคับ เลยร้าน พริกไทยตามือ ไปสักหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าไม่ว่าคุณจะเลือกร้านไหนในตลาดเก่าเยาวราช คงจะไม่ผิดหวังแน่ๆ



แถมท้ายคับ สุดตรอก .... จะมีร้านขายบะหมี่เกี้ยว ฮ้องกง ขนมจีบอร่อยมากคับ บะหมี่เกี้ยวก็ดีคับ ปรกติไปตลาดเยาวราชตอนกลางวันๆ คนจะเยอะมากคับ เดินลำบาก แนะนำให้ไปเช้าหน่อย
น่าจะดีนะคับ



ปีใหม่ช่วงวันหยุด มี 1 วันที่ผมกับครอบครัวได้ไปทำบุญกัน แต่เข้าไปไม่ถึงเลยคับ วัดหลวงพ่อโสธรคน


เยอะเหมือนหนอนมากๆ เลยเหมือนไปนั่งรถเล่นกันมากกว่า


อย่างน้อยก็พาเจ้าลูกชายผมไปนั่งรถเล่นนะ หุ หุ


... ลูกชายผม ....



... อันนี้พี่หมีใหญ่ หมีวันรับปริญญา กับ ลูกสาวคนโตของผมคับ ลูกติดจากเมียคนที่ 2 กลุ่มใจ ลูกดก ...


ปล. ปีใหม่ ผมจับฉลากได้วิทยุก๊องแก๊งหละ หิวไปทาสีบ้านใหม่รู้สึกเหมือนคนงานก่อสร้างอย่างแรง T____T





... แค่สีก็ ..... เฮ้ออออ ...........

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552

... ปีใหม่ ...

สวัสดีปีใหม่คับผม ...


ปีใหม่หยุดยาวววววว.... แต่ผมไม่ได้พักสักวันเรย T__T


ช่วยแม่ขายของตลอด เพราะที่ตลาดที่บ้านผมขายของอยู่มีงานปีใหม่ แถมยังลากยาวตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง เกือบ 4 ทุ่ม เป็นเวลาติดต่อกันครึ่งเดือน



พระเจ้า สงสารแม่ผมมาก ... แต่ทำไงได้คับ มันเป็นออฟฟิตแม่ผม ... เลยต้องช่วย



และวันหยุดอีกสองวันที่เหลือ เรา 3 คนพ่อแม่ลูก ก็ไปช่วยกันทาสีบ้านใหม่ ... เป็นบ้านเช่าที่เราจะย้ายไปอยู่ ต้นเดือนกุมภา นี้



ทำให้ได้รู้ว่า ทาสีบ้านสักหลังนี่มันเหนื่อยสุดๆ ขนาดทากันแค่ข้างในนะเนี้ย บ้านเช่าหลังนี้จะทำให้ผมประหยัดค่าเช่าบ้านลงไป 1500



ถ้ารวมไปเป็นค่าน้ำค่าไฟ ... ก็คงช่วยแม่ได้เยอะ แต่ผมจะไกลที่ทำงานออกไปอีกนิด แต่บ้านที่เราได้หลังนี้ดีทีเดียวนะคับ เป็นบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ ชั้นเดียว มีบริเวณด้วย



เนื่องจากเจ้าของบ้านคงรวย มีบ้านหลายหลังเขาเลยให้เราเช่าถูกๆ แต่เนื่องจากเราเสนอจะ ทาสีบ้านให้เขาใหม่ เลยไม่ต้องจ่ายล่วงหน้า ถึง 3 เดือน



ก็หวังว่ารายจ่ายของผมจะลดลง และครอบครัวของเราจะดีขึ้น



และหวังว่าสักวัน ผมจะได้มีโอกาศทาสีบ้านของตัวเอง ... และไม่ต้องร่อนเร่ ... ไปมีความทรงจำ ในบ้านของคนอื่นอีก



เหมือนคำพูดนึง ... " ว่าอยากเป็นต้นไม้ เมื่อหยั่งรากลึกแล้ว ... ก็ไม่ต้องไปไหนอีก "




คนที่ไม่มีบ้านทุกๆคน ... จะเข้าใจ ว่าผมรู้สึกอย่างไร




เมื่อคืน ผมฝัน ... เป็นความฝันที่ผมฝันแบบเดียวกันเมื่อ 3 คืนก่อน




และเป็นครั้งแรก ในรอบ 2 เดือน ที่ผมยอมรับความรู้สึกตัวเอง





ผมฝันถึงผู้หญิงคนสุดท้ายในชีวิตผม ทั้งๆที่ผมไม่ได้นึกถึงเธอบ่อยนักแล้ว ... แต่เขาบอกว่าคนเรามักจะฝันถึงอะไรที่อยู่ใต้จิตสำนึก




ที่อยู่ในส่วนลึกๆของหัวใจ .... ทำไมผมต้องฝันถึงเธอด้วย




ในฝัน เหมือนกันทั้งสองครั้ง คือ เธอมีคนอื่นไปแล้ว .... และผมก็ทำเหมือนกันทั้ง 2 ครั้ง ... นั้นคือกอดเธอ และขอเธอคืนดี




ผมรู้ว่าคนเราไม่สามารถบังคับหัวใจใครได้




คนเราถ้าจะรัก ... กินขี้คลุกข้าว มันก็รัก ... ก็อยากอยู่ด้วย





แต่ถ้าคนเราจะไม่รัก ... ใส่ทอง 5 บ้านกินเสต็ก ... มันก็ไม่รัก





ผมยืนอยู่ตรงนี้ แล้วมีความรู้สึกแบบนี้ ... โดยที่ไม่ได้รู้สึกอยากย้อนเวลาได้ หรือ อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไร เพียงแต่มีคำถาม ให้กับตัวเอง




ว่า .... ทำไม ????




แต่เมื่อมันไม่มีคำตอบ ไม่มีใครสามารถให้คำตอบกับผมได้ การไม่ได้รับคำตอบ ก็คงจะสมควรแล้วสำหรับผม



และตัวผมเองก็พอใจ




ตอนนี้เธอคงเล่นเอ็ม หาแฟนทอมคนใหม่ไปแล้ว .... ส่วนตัวผมก็นั่งซื่อบื่ออยู่ตรงนี้ ...





เคยพยายามจะหาอยู่ 2 - 3 ครั้ง แต่ก็ล้มเลิกไปหมดแล้ว เหมือนมันหมดแรง ... มันเหนื่อย



ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็หวังว่าเธอจะสบายดี และมีชีวิตที่ดี เมื่อปราศจากคนอย่างผม



คงได้พบเจอ คนที่จะเข้าใจเธอได้ อย่างที่เธอต้องการ คนที่จะเป็น และมีทุกอย่าง ตามที่เธอต้องการ



วันนี้เหมือนเป็นวันที่ผมอ่อนแอที่สุด ผมไม่อาจตัด .. หรือคิดกับเธอ เป็นอย่างอื่นได้เลย ตลอดมา



ผมพยายามลืม ทุกๆวัน ทุกๆนาที



ผมเสียใจ เสียใจเสมอ และตลอดเวลา



รู้สึกหงุดหงิด ... เหมือนไอ้บ้าไอ้บอ



และมาฟูมฟายหาหอก เมื่อเวลามันผ่านไปแล้ว 2 เดือน ......... เพื่อ ???? (ตั้งนานไม่ฟูมฟาย อายสาดดดดดเอ้ยยยยย)



ปีใหม่สำหรับคนอื่นๆ อาจจะมีความสุข ได้ไปลั้ลลา ที่นั้นที่นี่ ... แต่ผมของเป็นแบบนี้ เหมือนจมอยู่ในกองขี้



มันทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้สวยงามเลยสำหรับผม



ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน ... ว่ามันจะแย่ไปมากกว่านี่อีกไหม



ปีใหม่ ... ผมซื้อที่ใส่แปรงสีฟันเป็นตัวเป็ดน้อยให้แม่


ไม่ได้ซื้ออะไรให้พ่อ


แต่ซื้อคอมให้ตัวเอง



ได้ถอยคอมใหม่ ซื้อแต่ เคส อย่างเดียว นี่เป็นครั้งแรกทีเดียว ที่ได้ซื้ออะไรแพงๆ ด้วยตัวเอง ไม่ต้องแบมือขอแม่อีก



และเป็นครั้งแรกเหมือนกันที่เล่นเกมส์แล้วไม่สนุก ไม่รู้ทำไม



บินก็ไม่ได้บิน เพราะต้องลงโปรแกรมฝึกบิน กับ Add - on เครื่องบิน พร้อมสนามบินใหม่หมด รวมทั้งเครื่อง Ai ด้วย


เหนื่อยฉิบ เพิ่งรู้ตัวว่า ที่เล่นมา 2 ปีนี่ ใส่อะไรลงไปบ้าง ... เยอะโคตรๆ



วันก่อนว่าจะเอา รีวิว ที่บินจาก VHHH Hongkung มา VTBD Bangkok มาลงให้ดูนะคับ แต่พอบินมา



ชั่วโมงกว่า จะจัดตัวเข้า Final Landing คอมผมก็แฮง ... เลยขี้เกียจบินตั้งแต่นั้น



คราวนี้คงไม่เป็นแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาเลย



ผมเหนื่อย ... น่ามีสปาหัวใจนะ ... คงจะขอไปใช่บริการบ้าง คงจะดีทีเดียว

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2551

... ปิงฟ้าวิลันดา ...

ปิงฟ้า วิลันดา


เป็นชื่อเวบไซด์นิยายที่ผมพบโดยบังเอิญตั้งแต่เพิ่งมีคอมใหม่ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต เมื่อปี 2004
ผมจำได้ว่า เคยอ่าน เป็นบางเรื่อง และชอบ เป็นบางเรื่อง เท่านั้น ....


เนื่องจากว่าตัวผม เป็นคนชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่ค่อยชอบที่จะอ่านนิยาย นิยายที่เป็นเรื่องรักๆใคร่ๆทั่วไป ผมจะไม่ค่อยนิยมนัก


ด้วยเหตุที่รู้สึกว่ามันรกสมอง ... และผมมักจะชอบอ่านอะไรที่เป็นเนื้อหา เป็นเรื่องราว ประวัติศาสตร์ อุบัติเหตุ เป็นเรื่องเครื่องยนต์กลไก เรื่องเครื่องบินที่ผมรัก อะไรทำนองนี้


นานแล้วที่ผมไม่เคยย่างกลายเข้าไปอ่านนิยายจากเวบนี้อีก ด้วยเหตุที่คิดว่าคงไม่มีเรื่องใหม่ๆเข้ามาอีก


จนวันนึง เห็น Link จาก Blog ของคุณ Pookan แล้ว .... เออ .... เฮ้ย ... นั้นเวบที่ผมชอบนี่นา ผมเคยอ่านนะอะไรแบบนี้


แต่ก็ใช่เวลานานหลายอาทิตย์อยู่ กว่าที่ผมจะสลัด เวบ Thaiflight สุดโปรดของผมได้ แล้วมีเวลามานั่งนึกว่าผมอยากอ่านอะไร


แล้วเมื่อวานก็ได้เข้าไป เวบ ปิงฟ้า หายไปแล้ว กลายเป็น Blog เหมือนที่เรามีกันนี่ บรรจุนิยาย ขนาดยาวเต็มรูปแบบ ไม่เหมือนสมัยที่ผมเคยอ่านที่เป็นเหมือนเรื่องสั้น



และผู้เขียนก็ใจกว้างมาก ที่จะเปิดเผยนิยายที่เธอเขียน และขายด้วย ให้กับผู้คนที่สนใจเข้ามา ได้อ่านมัน และได้อ่านครบ ทุกหน้า ทุกบรรทัด ทุกตัวอักษร


ตัวหนังสือของผู้เขียน ทำให้โลกของผมหมุนช้าลง ความกังวลในหัวใจต่างๆหายไป ราวกับว่า ผมสามารถไปอีกโลกนึงได้ ทั้งๆที่ยังคงนั่งแป่ะอยู่ที่โต๊ะทำงานหน้าคอม


อาจเป็นเพราะเนื่องด้วยที่เดิมเรื่องที่ผมเคยอ่าน มันสั้นกว่านี้ อาจจะทำให้ผู้เขียนใส่ลายละเอียด ลงไปได้ไม่มากเท่า


แต่นี่ มันเต็มรูปแบบมากในความรู้สึกผม อ่านแล้วรู้สึกเหมือนผมรู้จักตัวละครทุกตัว บ้านช่อง บรรยากาศ และความรู้สึก ... ผมชอบการอธิบายในเรื่องต่างๆของผู้เขียน มันแนบเนียน และลึกซึ้ง ไม่เหมือนละครตบๆกัน หลังข่าว ผมแอบกลัวด้วยซ้ำว่าจะมีผู้จัดคนใดสนใจจะทำออกเป็นละครรึเปล่า


เพราะผมคิดว่าถ้าทำ คงจะทำให้คุณค่าของเรื่องราวลดลงอย่างมาก


แต่ถ้าเป็นภาพยนต์ คงพอไหว ... เวลาอ่าน ผมรู้สึกว่าไม่ต้องรีบจินตนาการ นานแล้วที่ผมไม่ได้อ่านอะไรแบบนี้ อาจเป็นตั้งแต่อ่าน the lord of the ring หรือ Harry Potter เล่มแรกๆ แล้วผมก็ไม่พบตัวหนังสือใดที่จะทำให้ผมรู้สึกเช่นนั้นอีก



อ่านแล้วทำให้เรารู้สึกรัก ตามไปด้วย อ่านแล้วผมอยากบอกว่าผมเข้าใจ ตัวละครทุกๆตัว ตอนนี้ผมติด เพลงพิณใบไม้ไหว อย่างแรง ... เมื่อวานแทบจะไม่ได้ทำงานเลย จะมีใครสักเกตุไหมหนอ ( T__T )


มีหลายอย่างที่ผมได้ จากตัวหนังสือเหล่านั้น ... ทำให้ผมเข้าใจได้ว่า ทุกๆอย่างมี 2 ด้าน การไม่ได้รับความรักกลับมา ไม่หมายความว่าเขามิได้รักเรา และการมีชีวิตอยู่บนโลก ก็ไม่ได้แย่อะไรหนักหนา ถ้าเราจะรู้จักที่จะอยู่กับมันสักนิด


เหมือนความรักเอ่อล้น ไปหมด เหมือนเป็นความรักของตัวผมเอง ... แต่ไม่ใช่ มันเป็นความรักของคนอื่น เป็นเพียงแค่ของตัวละครในตัวหนังสือ แต่เรากลับมีความสุขตามไปด้วย รู้สึกว่าอยากมีลายละเอียดในชีวิตได้แบบนั้นบ้าง


ผมไม่ได้หมายถึงการมานั่งกวนน้ำมันมะพร้าวหมักผมเอง หรืออะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่ผมหมายถึง การมีสติกับทุกๆสิ่งรอบๆตัวต่างหาก มีสติ และทำให้ทุกๆลายละเอียดของชีวิต ... งดงาม


รู้สึกว่าชีวิตผมจะไม่ได้มีอะไรแบบนั้นนานแล้ว ... คุณเคยเป็นไหม ที่อยากขัดร้องเท้า ... แต่ไม่เคยได้มีเวลาทำสักที ... จนวันนึงเราได้ออกไปนอกบ้านแล้วหยิบร้องเท้าที่เราอยากขัดให้มันวับ มานั่งขัด ... แล้วรู้สึกดี


รู้สึกว่าชีวิตคุณซับซ่อนกว่าทุกวัน ที่เอาแต่เล่นคอม หมดไปวันๆ แล้วรีบลกๆ ทำนั้นทำนี่ จนเราละเลยที่จะมีชีวิตให้ช้าลง



ความเชื่องช้าของชีวิต .... ผมคงต้องหัดมีชีวิตให้ช้าลงบ้างนะ และปล่อยๆมันให้เป็นไปเองบ้าง อะไรที่มันจะต้องเป็น ต้องไป มันก็จะเป็นไปเองแหละ .....


ในวัน และเวลาที่ผมมีชีวิตที่ช้าลงแล้ว คงจะพอมีคนเห็นผมบ้าง ... คงจะพอมีใครสักคน เห็นว่าผมเดินช้าลงแล้ว และอยากจะมาเดินเคียงข้างกันไป และจะไม่จากไปไหนอีก จะไม่มีเหตุผล หรือข้อแม้ใดๆ อีก คงจะทำให้ชีวิตผมสดชื่นขึ้น มากโขทีเดียว


เวลาที่เราอยู่เฉยๆ คนเดียว แล้วไม่มีแม้แต่คนให้คิดถึง ... มันอ้างว้าง เหลือเกินนะผมว่า เพราะผมเข้าใจมันดีทุกวินาทีตอนนี้


แต่หากมันไม่มี ผมก็ต้องยอมรับว่า ... มันไม่จำเป็นต้องมี ผมก็ยังคงหายใจต่อไปได้


ผมสามารถให้เวลาในวันอาทิตย์กับแม่ ....


มีเวลาซักผ้า ตากผ้า และเก็บผ้าให้พ่อกับแม่


มีเวลาไปเดินดูของที่ผมอยากได้


มีเงิน มากขึ้น เพื่อจะซื้อสิ่งที่ผมอยากได้ ให้กับตัวของผมเอง


มีเงินในโทรศัพท์ เหลือมากมาย และที่สำคัญ มีเวลาว่าง ให้นึกโทรหาแม่ได้


มีสมองที่ปลอดโปร่ง ไว้คิด ไว้ทำเรื่องอื่นๆ เช่น เมกกะ โปรเจ็ท 7000 ล้านที่ผมอยากต่อเรือเดินสมุทรโบราณ เป็นโมเดลถวายเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ที่วัดพนัญเชิง อย่างที่ผมตั้งใจอยากจะทำหลังเรียนจบ แต่จนวันนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เศษกาว


บางทีผมก็ถามตัวเองนะว่า ... จริงๆมันก็ดีเหมือนกัน ที่ผมตัดใจตัวเอง ปล่อยวางเรื่องบ้าบอไปสะ
แล้วค้นพบแง้มุมต่างๆ ในชีวิตผมอีกครั้ง


วันก่อนคุยกับแม่เรื่องเงินทอง แต่ผมไม่เดือดร้อนอีกต่อไปแล้ว ... ผมบอกกับแม่ด้วยความเดือดดาลว่า ... คนบางจำพวกที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว มันก็แค่คนที่ได้ทำอะไรตามใจตัวเอง แค่ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ใช่ ก็แค่คนที่ไม่สน ใจว่าพ่อแม่จะพูดอะไร ไม่เคยยื่นโยนเงินให้พ่อแม่ หรือให้เพียงเศษเงิน แล้วจะเป็นผู้ใหญ่ได้ .... เพราะฉะนั้นอย่าใช้คำพูดว่าผมยังไม่เป็นผู้ใหญ่กับผมอีก


เพราะคนพวกนั้น ไม่ได้มีแม่แบบผม และไม่ได้ให้แม่ ... แบบที่ผมให้ .......... แม่ผม ซึ่งเป็นคนแรง ปรกติคงด่ากันไปถึงไหนๆแล้ว ... ไม่พูดอะไรต่อ ... สักคำ

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2551

... เหตุผลที่ทำให้หายใจ ...

เหตุผลที่ทำให้หายใจ


เพราะเจ้า ... ใครชอบฟังเพลงรัก เพลงอกหักเลี่ยนๆ เร่ เข้ามาทางนี้ได้เลย


มันมาอีกแล้วคับท่าน เวลาเดิมๆ คลื่น เม็ด .. 107.5 ตอน ตี 5 ครึ่ง ที่ผมตื่นสติ มันจะต้องเปิดเพลงแนวนี้
เพลงที่แม่ง ... เพราะดีหว่ะ

จนทุกวันนี้ ผมยังไม่รู้เลยว่าดีเจชื่ออะไร ที่เปิดเพลงช่วงนั้น เพราะพอผมตื่นผมก็จะปิดวิทยุ แล้วลงไปทำกับข้าวตอนเช้า


แต่ช่างเถอะคับ เพราะมันไม่ใช่ประเด็น


ผมค้นพบว่า เจ้าพ่อเพลงรัก R&B ต้องมีชื่อของ BABYFACE ติด TOP 5 ไม่ว่าเขาจะทำเพลงร้องเอง ... จะทำเพลงให้คนอื่นร้อง หรือร้องร่วมกับใคร ... แมร่ง .. เพราะคับ


เพราะสัดๆ เพราะแบบว่า เขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ... แต่ผมเกิดมาเพื่อฟังเพลงของเขา ... อีกที 555+


ผมกลายเป็นแฟนพันธ์แท้ BaByFace ไปแล้ว หลังจากที่ค้นพบว่า หลายๆเพลงที่ผมชอบจากรายการวิทยุ โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นของผู้ใด มาหาโหลดในเน็ท แล้ว กว่า 50 % เป็นของ BABYFACE หรือไม่ก็ต้องมี BABYFACE เกี่ยวด้วย



กลายเป็นแฟนเพลงกันโดยไม่ได้ตั้งใจสะงั้น ...


นี้เป็นอีกเพลงของวันนี้คับ Reason for Breathing โอ้ย .. เพราะเจ้า แค่ชื่อก็น้ำเน่าแล้ว 55555+


นี้เนื้อเพลงคับ

If I cried like a baby, would you change your mind?
If I told you I'm crazy, would you come running back to me?
The harder I try to break away, the more I get lost in yesterday
The man that you know is just for shell, living without your life is hell


Pre-chorusI turn on the radio just to take the hurt away.
Another night and I'm missing you, girl it’s killing me


ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever cared about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing


I don’t wanna go clubbing, ‘coz I got no one to dance with me
I don't wanna go shopping, ‘coz I got no one to spend money on
Spending my time, one glass of wine
Playing solitaire just to ease my mind
Poured one for you, but I drank that too
Anything and everything I'm losing you, oh baby


Pre-chorusI turn on the radio just to take the hurt away
Another night and I'm missing you, girl it's killing me


ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever cared about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing


So I'm reaching out on this distant light
Hoping deep inside, your hearts gonna find the reason
To keep me breathing
But I'm lost in this pain, and I don’t have much time
I'm so tired of walking that same old line
So I’m taking my pride, gonna throw it aside
Please let me breath girl, I'm sorry


ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever did care about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing


ChorusI don't wanna die tonight, but I think I might be going down.
’Coz the only one I ever did care about is nowhere to be found.
I don’t wanna close my eyes, ‘coz I might not see the light of day.
I'm almost out of air you’re my reason for breathing
You're my reason for breathing



ช่วงนี้พอรู้ว่าจะได้หยุดยาวๆๆๆๆๆๆ ปีใหม่แล้วขี้เกียจทำงานมากมายคับ อยากหยุด อยากทำอะไรๆที่อยากทำ


เมื่อวานสามีเกย์เก่าของผมโทรมา ถามสารทุกข์สุขดิบ ตามประสาคนเคยถูกลือทั้งวิทยาลัยว่าเป็นแฟนกันแน่นอน ไม่น่าเชื่อว่า นานมากแล้วที่เราเคยสัญญาว่า


อายุ 35 เมื่อไรแล้วยังไม่มีมีแฟน เราจะแต่งงานกัน


ตอนนี้สามีเกย์ของผม กำลังประสบปัญหา เดียวกันกับผม นั้นคือประสบปัญหาว่าชีวิตทำงานกับชีวิตวัยเรียนช่างต่างกันเยี่ยงฟ้า และเหว ...


ผมกับมันเคยเป็นชั้นหัวกะทิของรุ่น ... เคยเป็นชนชั้นผู้นำ ... เพื่อนๆนับหน้าถือตา ... อาจารย์รักใคร่ ... ตัวผมเองและมันก็คงคิดเหมือนกันว่าอนาคตของตัวเองนั้น ช่างสดใส ... และรุ่งโรจน์


แต่พอพบเจอกับตัวเองแล้ว ชีวิตจริงๆโหดร้าย ... และบัดซบกว่าที่คิดไว้มาก ... ไม่ใช่ว่าเราไม่เก่ง ... แต่มันเป็นเพราะองค์ประกอบหลายๆด้านผมว่า


สามีเกย์ของผมนั้นหนักกว่าผมนัก ย้อนไปเมื่อตอนเรียน มันเป็นนักล่ารางวัลทีเดียว ที่มีประกวดประขันอะไร มันต้องทำส่ง แล้วทำเวอร์ ได้รางวัลบ้าง ไม่ได้บ้าง เพราะเวอร์เกินไป ก็มี


แลดู อนาคตมันสดใส ซาบซ่า จนฉุดไม่อยู่ มันคงจะเป็นมือทำกราฟฟิกที่ยิ่งใหญ่ เป็นเทพแห่งวงการภาพยนต์ในไม่ช้า .. .... ... แต่ .... แต่ .... และแต่ .... อีกที .......... ทุกวันนี้มันมีเงินเดือนเท่าผม เป๊ะ ... ทำงานเป็นคนทำพวกป้ายพรีเซ็นต์โฆษณา พวกไอติมวอลล์ อะไรประมาณนั้น



มีชีวิตต๊อกต๋อย ไม่ต่างกัน พยายามที่จะอยู่ทำงานในบริษัทไหนสักแห่ง ...ให้นานเกิน 3 เดือน (หนักกว่าผมอีก) เพราะตลอดเวลามันทำแต่งาน ฟรีแล่นด์


เมื่อก่อนผมเคยสงสัยในโชติชะตาของตัวเองนะ ... แต่ตอนนี้ไม่อีกแล้ว ตั้งแต่ฟังเรื่องราวของมัน ... ผมว่ามันมีปัญหาในการปรับตัวมากกว่าผมอีก


ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไอ้ที่ชอบพูดกันว่าทำงานวงการบันเทิงทั้งหลาย เป็นนักออกแบบ กราฟฟิก เป็น Designer (อย่างผม) เป็นผู้กำกับ เป็นโน่น นี่ นั้น มันไม่ได้สวยหรู ดังเช่นเราเคยได้ยินที่เขาเล่าๆกันมาหรอก



ผมเข้าใจแล้วว่า ร่ำเรียนมาสูงๆ แต่มาขายก๋วยเตี๋ยว ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น .... ทำไมหลวงพ่อวัดพระบาทน้ำพุ จบปริญญาเอก หรือโท ผมจำไม่ได้ จากเมืองนอก ... เมืองนา ทำไมทุกวันนี้ถึงมาเป็นพระ


... คนทุกๆคน มีหนทางเป็นของตัวเอง นั้นเอง ... สิ่งใดที่ทำแล้วมีความสุขและก็สบายใจ ... ดีกว่าโลดแล่น สวยงาม ... แต่ในหัวใจร้องไห้ตลอดเวลา


ทุกวันนี้เชื่อไหมว่าผมอยากออกจากงานมาขายของกับที่บ้านมากเลย ... ทั้งๆที่เมื่อก่อนเคยขี้เกียจตัวเป็นขน และเกลียดเพราะมันลำบาก


ถ้าไม่ติดว่ารายจ่ายมีมากกว่ารายรับนั้น คงทำไปแล้ว


ผมสงสารแม่ ... อยากให้แม่สบาย อยากเลี้ยงเขา ให้เขาอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร เหมือนที่เขาเคยเลี้ยงผมตอนเด็กๆ แม้ว่าตอนนี้มันยังมองไม่เห็นว่าจะทำได้อย่างไร แต่ผมต้องทำได้สิ




ปล. วันนี้ผมพบบางสิ่งในตัวเพื่อนร่วมงานของผม เธอเป็นดี้ และผมเป็นคิวสติวปิ๊ด หาทอมหนุ่มนักเรียนนอกให้เธอ วันนี้เธอมาขโมยแว่นผมไปใส่ ... แล้วก็ได้ดังนี้คับ



อันนี้เจ้าตัว ตัวจริงเสียงจริงของ อิสเบลล่า เหลี่ยง .... หรือ ทาเคโกะ ...ใน Spider liliese

และนี้คือ ทาเคโกะ ภาค Office ผม ดูอิสเบลล่าเหลียงคนนี้ จะบวมๆไปหน่อย ... แต่ผมว่าเหมือนนะ 555555555+

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

... มันต้องเป็นแบบนั้น สิน่า ...

You Must Have Been"

Oh yeah, yeahMmm
Mmm, mm-hmm
Oh, ohDamn


Must've been C-R-A-Z-Y
We got all out of sync and went bye bye bye
Not too long ago, you was mine mine mine
Seems like yesterday (yesterday)
Ninety on the freeway, pushin' my ride
Heard you got engaged and I'm losin' my mind
Ask myself the question, why why why
Why'd I let you get away from me?


Well you must've been, thinkin' I'm a jerk
Cryin' out to God, tryin' to make this work
Girl you must've been, stayin' with a fool
Loving somebody that could be so cruel
Well you must've been, packin' your bags
Silly of me, I couldn't see the red flag
Girl I'm sure that (sure that) you must have been
Sick and tired of me


Must've been tired of the jewels I bought
You must've been bored with the cars you got
I must've gave you everything you want
But you only wanted love (wanted love)
I must've been too damn blind to see
I thought you wanted much too much of meNow
I'm rollin' down this one way street
And you're all I'm thinkin' of, baby, mmm


Well you must've been, thinkin' I'm a jerk
Cryin' to God, tryin' to make this thing work
Girl you must've been, stayin' with a fool
Loving somebody that could treat you so cruel
Well you must've been, packin' your bags
Silly of me, I couldn't see the red flag
Girl I'm sure that (sure that) you must have been
Sick and tired of me


You must have been
The very one I was supposed to spend
My money, my life, my lover, my wife
Girl I know you were right
You must have been
The very one I was supposed to spend
Spend the rest of my life
Now it cuts like a knife, I know


Well you must've been, thinkin' I'm a jerk
Cryin' to God, tryin' to make this thing work
Girl you must've been, stayin' with a fool
Loving somebody who would treat you so cruel
Well you must've been, packin' all your bags
Silly of me, couldn't see the red flag
Girl I'm sure that (sure that) you must have been
You must have, you must have, you must have


(Well you must've been)
Now I know I don't have, mm, an invitation
(Girl you must've been)
And everybody in this church is gonna be mad at me
(Well you must've been)
I can't let you say "I do," that's why I'm down on my knee
(Girl I'm sure that you must have been)
The preacher said, speak now, speak now or forever hold my peace


Well you must've been (I know, I know, I know, I know, I know)
Girl you must've been (I know, I know, I know, I know, I know)



สวัสดีคับ


วันนี้ขอทำตัวเป็นดีเจสักนิด


เนื้องมาจากว่าปรกติผมจะเป็นคนที่เปิดวิทยุแล้วนอนหลับไปเลย ... เป็นแบบนี้มา 3 ปีได้แล้วคับ


จนติด วันไหนไม่เปิด นอนไม่หลับ ( ยกเว้นเวลาพาผู้หญิงมานอนบ้าน )


เมื่อเช้านี้ลืมตาตื่นมาตอน ตี 5 เพราะนาฬิกาปลุกมันก็ได้ยินเพลงนี้กำลังถูกเปิดอยู่คับ


สมองแล่นสั่งการในบัดดล ... แมร่ง ... เพราะคับ


ว่าแล้วก็หยิบมือถือมาอัดเสียงเอาไว้ ไปทำงานแล้วจะได้นั่งฟัง นั่งแกะเนื้อ และออกตามหาเพลงนี้ใน Google


ตอนนี้ถึงที่ทำงานแล้วก็ใช่เวลาไม่นาน เอิ้กๆ ในการตามหา เพราะความรู้ทางภาษาที่พอฟังได้ของผม


ผมเป็นคนกระแดะ คับ นิยมฟังแต่เพลงสากล ใครจะค่อนคอดว่าอย่างไร ไม่เคยสนใจ ก็ผมชอบของผม ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง ก็เพราะดี


5555+


และแล้ว... ได้อ่านเนื้อเพลงจริงๆทั้งหมด ... แม่เจ้า โดนเหลือรับ ...


แบบ ... ฉันว่าแล้ว ว่าเธอจะต้องเป็นแบบนี้ ฉันมันห่วย ฉันมันโง่เอง ... ที่ไม่เคยสังเกตุ


จนเธอเก็บข้าวเก็บของจากไป แล้วปล่อยให้ฉันเป็นไอ้โง่อยู่ตรงนี้


ผมชอบ อยู่ท่อนนึงนะ


You must have been
The very one I was supposed to spend
My money, my life, my lover, my wife
Girl I know you were right
You must have been
The very one I was supposed to spend
Spend the rest of my life
Now it cuts like a knife, I know


มันโดนเหลือเกิน แบบ อารมณ์โดนผู้หญิงทิ้ง 55555+ แล้วออกแนวงี่เง่า เหมือนผมเลย


555555555555


ผมรู้ว่าผมมันงี่เง่านะ ทุกวันนี้ก็ยังหัวฟัดหัวเหวี่ยง กับการเลิกลากันของแฟนคนล่าสุด แบบหงุดหงิด นะ


แต่มันจะดีขึ้นเรื่อยๆ ผมเชื่อนะ แม่ผมบอกว่าผมเหมือนคนขาหัก ตอนนี้อาจยังต้องการไม้เท้า แต่วันนึง เมื่อขาผมหายดี ผมจะไม่ต้องการไม้เท้านั้นอีกต่อไป .... แม่ผมพูดถูกเสมอ


คนเราต้องทุกข์บ้าง สุขบ้าง เนอะ ผมไม่สนอยู่แล้ว ผมมันทนได้เสมอ .... ไม่เป็นไรเสมอ ...


แต่เพลงมันเพราะดีคับ เลยเอามาให้ฟังแก้เซ็ง


โดยส่วนตัวผมไม่มีสไตร์เพลงเป็นที่แน่นอนหรอกคับ แล้วก็ไม่ได้ชอบนักร้องคนไหนจริงๆจังๆ มานานแล้ว
เอาเป็นเพลงไหน ฟังแล้ว... แมร่งโดนเหลือเกิน ... ฟังแล้วจี๊ดในใจก็เพราะหมด ...555555+


เออ... ลืมเล่าอีก..


เมื่อวันเสาร์ไปรับแม่ที่ตลาดหลังจากเลิกขายของ ไม่รู้แม่นึกยังไง ชวนผมไปกินขนมจีนไหหล่ำที่สะพานขาว ... เลยขับรถกันไป 3 คนพ่อ แม่ ลูก จากตลาดมีนบุรี ไกลโคตรๆ


เดิมครอบครัวผมอาศัยอยู่ในเมืองนะคับ ตรงโรงพักลุมพินีเก่า ตั้งแต่ผมยังไม่เกิด เพราะปู่ผมเป็นตำรวจ


แม่บอกว่าไม่ได้กินขนมจีนไหหล่ำนี้มา 30 ปีได้แล้ว นานมาก เป็นสิ่งที่แม่อยากกิน และคิดมาตลอดว่าอยากจะกิน แต่ไม่เคยได้ไป แม่เล่าว่าเคยมากินที่นี้สมัยยังรุ่นๆกับพ่อผม ตั้งแต่สมัยผมยังไม่รู้อยู่ที่ไหน
มากินอีกที ผมก็โตจนแก่แล้ว ....


ร้านนี้จะขายตอนกลางคืนเท่านั้นนะคับ ถ้าลงมาจากทางด่วนยมราช วิ่งไปสะพานขาว ร้านนี้จะอยู่ทางขวามือ ตรงทางวิ่งไปคุรุสภา เป็นตรอกที่สว่างที่สุด ไปแล้วก็จะเห็นเองคับ มีโต๊ะเยอะๆ คนนั่งกินเพียบ
เพราะร้านนี้เก่าแก่มากคับ แต่ไปดึกๆหน่อย ก็จะดีคับ เพราะแม่บอกว่า ช่วงหัวค่ำคนจะเยอะ


เป็นครั้งแรกที่ผมได้ลองชิม ก็... อร่อยมากคับ มันไม่เหมือนขนมจีนแบบที่คิดไว้ ... มันเหมือนก๋วยเตี๋ยวที่มีเส้นเป็นเส้นอูโด่ง มากกว่า แต่อร่อยมากคับ มีหมูกับเนื้อ มีทั้งแบบแห้ง แบบน้ำ แล้วก็มียำด้วย


สิริตก ชามละ 50 บาท แต่ของที่ได้ก็คุ้ม 50 บาทคับ ยำก็ 80 บาท


ติดตรงที่ไม่ได้เอากล้องไป แล้วมือถือก็แบทหมด เลยไม่ได้เอารูปมาให้ได้ดูกัน


แต่เป็นช่วงเวลาอีกครั้งนึงที่ผมเห็นแม่มีความสุข ... ผมเองก็มีความสุขไปด้วยคับ



ปล. ช่วงนี้อยากได้คนดามใจเหลือเกิน ผมจะไปหาที่ไหนได้บ้างเนี้ย ... ^____^


ที่คุณแหม่มเคยแนะนำสาว Ink ... รู้สึกกว่าจะมีเจ้าของแล้วนิคับ ... หล่อด้วย ...


ถ้ายังโสด อาจอยากลองดูเหมือนกันนะเนี้ย ... (หน้าหม้อไม่เลือกเลยผมเนี้ย)

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...