หวัดดีครับ
ช่วงนี้ค่อนข้างอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว ว่างงานปั้น แต่มีงานแผ่นพับยังคงเหลืออยู่ แต่ก็ไม่ค่อยมีกะใจจะทำเท่าไร
เมื่อ 2-3 วันก่อนเมลล์ผมโดนแฮกแหละ โดนไวรัสไปเต็มๆครับ Hotmail บล๊อกเมลล์ของผม ผมเข้าเมลล์ตัวเองไม่ได้ ทำให้เพิ่งสำเนียกได้ว่า อีเมลล์ที่ผมใช่มามากกว่า 7 ปีอันนี้ มีความสำคัญกับผมมากแค่ไหน
ผมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกอบกู้เอาอีเมลล์นี้คืนมา บางครั้ง การที่เราได้รู้่ว่าสิ่งเล็กๆบางสิ่งที่อยู่กับเรามานาน จนเราไม่ได้ใส่ใจมันนัก สำคัญแค่ไหน ก็ต่อเมื่อได้สูยเสียมันไปแล้ว
เมลล์นี้มีความหมายกับผมมาก อย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน เป็นเมลล์ที่ผมใช่มาตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่ มันบรรจุเรื่องราวต่างๆในชีวิตของผมเอาไว้มากมาย
และในยามที่ผมรู้ตัวว่าต้องสูญเสียมันไป มันทำให้ผมต้องทำในหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อให้ได้มันกลับคืนมา
ต้องขอบคุณ Hotmail เองด้วย ที่ก็มีหน้าเวบสำหรับผุ้ร่วมชะตากรรมคล้ายๆกับผม เพื่อเอาไว้กู้อีเมลล์กลับคืนมา ทำให้ผมได้รู้ว่า มีคนที่ติดไวรัสทางเมลล์ หรือโดนแฮกอย่างผมมากมาย เพีียงแค่คุณทำตามขึ้นตอน ช้าๆ อย่ารีบ เพราะช่วงแรกผมรีบร้อนมากทำให้สูยเสียเวลาไปถึง 24 ชั่วโมง ในการขอกู้ครั้งใหม่ แล้วทุกๆอย่างก็จะสำเร็จไปด้วยดี
โชติดีที่ผมจดจำข้อมุลที่ได้ให้ไว้ได้ มันเลยช่วยยืนยันความเป็นเจ้าของอีเมลล์ให้กับตัวผมได้ดี และตอนนี้ผมก็ได้อีเมลล์ที่รักของผมกลับคืนมาแล้ว
และหลังจากเรื่องตื่นเต้นผ่านไป ก็ดูเหมือนชีวิตผมจะกลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง
บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่า สิ่งที่เราทำอยู่ มันจะดีหรือร้าย ใช่หรือไม่ใช่ เป็นอีกครั้งที่ต่อมกำลังใจของผมไม่ทำงาน
เหมือนคนเดินทางที่ทำเข็มทิศหายไป บางทีผมก็ถามตัวเองว่า ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ ทำไมถึงงี่เง่าแบบนี้
ผมเคยคิดว่า ถ้าผมอดทนมากพอ ถ้าผมรอเธอนานพอ เธอจะมองเห็นมัน แต่บ่อยครั้งมันก็มีคำถามเกิดขึ้นตลอดเวลาว่า จริงๆแล้วผมกำลังหลอกตัวเองอยู่รึเปล่า
คนเดินทาง ก็ยังมีดวงดาวนำทาง มีเข็มทิศนำทาง มีแผนที่นำทาง .... แต่ผม ... มีเธอนำทาง มีเพียงเธอ และความหวัง ว่าเธอจะเป็นคนที่ใช่คนนั้น
ทั้งๆที่ผมไมู่รู้เลยว่า ในใจของเธอ มีผมไหม เพราะเธอไม่เคยบอก จริงๆผมแทบจะไม่รู้อะไรเลยมากกว่า
ผมไม่รู้ว่า ความเงียบของเธอคืออะไร คือความเหนื่อยล้า คือความเบื่อหน่าย หรือคือการบอกใบ้ว่าเธอไม่ได้ต้องการผมอีกแล้ว
บางทีผมก็ไม่รู้ว่า ผมยังมีเธออยู่ไหม หรือมันไม่เคยมีอะไรตั้งแต่ต้น
สิ่งที่ผมเขียนวันนี้ ผมไม่ได้เขียนขึ้นเพราะความโกรธ แต่มันเป็นความรู้สึกเสียใจ
เศร้าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ผมเหมือนคนบ้า ที่คร่ำครวญอยู่แต่กับสิ่งที่ไม่มีใครรู้ และเฝ้ารอ
..............................................................
ผมกลัวการตัดสินใจนะ กลัวว่าจะตัดสินใจพลาด แล้วโป๊ะหละ โป๊ะกลัวบ้างไหม
เมกลัวที่นะ ที่จะตั้งคำถามกับโป๊ะ กลัวการที่จะทำให้โป๊ะรู้สึกแย่ รู้สึกไม่ดี แต่มันก็เหมือนว่าสิ่งที่เมทำ จำให้โป๊ะรู้สึกไม่ดี
เมรู้ว่าเมอาจไม่ได้สำคัญอะไรกับโป๊ะ แต่เมอยู่ตรงนี้นะ อยู่ตรงนี้เสมอ อยากคุยด้วย อยากโทรหา แต่เมก็รู้ว่าโป๊ะยุ่งมาก แล้วก็เหนื่อย ไหนจะเรียน เรียนจบแล้วก็งานเยอะมาก เสาร์อาทิตย์ก็ต้องทำ อาจไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไั้ร้สาระ แต่คนที่เธอกลับมาหา เมื่อต้นปีคนนี้ ก็จะียังคอยเธออยู่ตรงนี้นะ
เพราะ ณ เวลานั้น เมได้ตัดสินใจกับตัวเองไว้แล้วว่า ครั้งนี้เมจะทำให้ดีที่สุด
แต่ถ้าโป๊ะมีการตัดสินใจอยู่ในใจแล้ว หรือว่ากำลังจะทำอะไรต่อไป ก็บอกกันบ้างนะ
ครั้งนึงเมื่อนานมาแล้ว เพื่อนโป๊ะเคยบอกกับเมว่า "ถ้าโป๊ะรักเม โป๊ะก็จะหนีใจตัวเองไม่พ้น" รู้ไหมว่าการที่โป๊ะกลับมา ทำให้เมเชื่อมั่นในคำพูดนั้น เพราะคำพูดนั้นมันยังคงอยู่ในใจตลอด จนถึงวันนี้
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554
... รวมมิตร ...
สวัสดีครับ คืนนี้เป็นคำคืนที่ผมขอตั้งชื่อให้ว่า "รวมมิตร" เพราะว่ามันรวมเอาความรู้สึก และเหตุการณ์ต่างๆมาไว้กระจุกอยู่ในใจ
รอนใน Harry Potter อาจจะบอกว่า "คนเรารู้สึกหมดนั้นไม่ได้หรอก" ไม่จริงหรอกครับผมขอเถียง
เพราะตอนนี้ผมกำลังเป็นอย่างนั้น งานเยอะครับ ช่วงนี้ ทั้งงานที่ทำงาน แล้วก็งานที่รับมาทำที่บ้าน คืนนี้ผมไม่ไหวจริงๆ ไม่อาจรวบรวมกำลังกายทำลงไปได้
ผมตัดสินใจว่าจะดูหนังสือกำหรับตำราการบินอีกครั้ง มุ่งมั่นว่า หากโอกาศคราวหน้ามาอีก ผมจะไม่พลาด ให้ตัวเองได้รู้ว่าทำเต็มที่แล้ว
ผมพยายามซ่อมแซมเครื่องปรินทร์เตอร์ที่หัวพิมพ์ตันด้วยตัวเองมา 3 วันแล้ว มือดำ ล้างไม่ออก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
เพื่อนที่ทำตุ๊กตาด้วยกัน ก็หนีไปจะเปิดร้านกาแฟ กะพระบิดามัน ... เล่นเอาผมเคว้งคว้างทีเดียว
รายได้ต่างๆ ที่ผมพยายามหามาเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้มาใช้ซื้อหาสิ่งที่ผมอยากได้ ยิ่งหามาเพิ่ม ก็ดูเหมือนมันจะเกิดรายจ่ายตามมาอย่างประหลาด ยิ่งทำก็ยิ่งเท่าทุน
ผมอึดอัด และเบื่อหน่ายกับงานที่ทำงาน และเหม็นเบื่อกับการต้องตื่นไปทำงานตอนเช้า ทุกวันจนบางทีแค่คิด ก็อยากจะอ้วกออกมา
ผมมั่นคงในความรัก ผมซื้อสัตย์ต่อผู้หญิงที่ผมรัก แต่ดูเหมือนว่า การตัดสินใจทำอะไรต่างๆของผม มันจะให้ผลเสียมากกว่าผลดี
ผมเหงา ผมเหงามาก และบางอย่าง เพื่อนดีๆ ก็ชดเชยไม่ได้
ผมอิจฉาคนอื่น เวลาไปไหน เริ่มรู้สึกย่ำแย่ เวลาเห็นคนอื่นเขามี สิ่งที่ผมอยากมี
ผมอยากมีใครสักคน นั่งข้างๆผม จับมือผม บอกผมว่า "ไม่เป็นไร" บอกผมว่า "อะไรๆจะดีขึ้น" ถามผมว่า "เหนื่อยไหม" หรือแม้แต่ .... แค่นั่งเงียบๆ ข้างๆกัน
ผมพยายามจะไม่อ่อนแอ พยายามจะเข้มแข็ง พยายาม ........ แต่มันเหนื่อยหว่ะคับ
สักวัน ผมคงเจอ คนๆนั้น สักวัน
และถ้ามีวันนั้น ... สิ่งที่ผมอยากทำคือ
ทำกับข้าวให้เธอกิน หรือช่วยเธอทำกับข้าว
ช่วยเธอซักผ้า
ฟังสิ่งที่เธออยากเล่า ฟังเรื่องราวของเธอแล้วหลับไป
อยู่บ้านดูหนังด้วยกัน
ไปเที่ยวด้วยกันเล็กๆน้อยๆ ไปเดินเล่น
วางแผนทำนั่นทำนี่กับเธอ
และที่สำคัญ .... ได้ตื่นมา แล้วมีเธออยู่ข้างๆ
รอนใน Harry Potter อาจจะบอกว่า "คนเรารู้สึกหมดนั้นไม่ได้หรอก" ไม่จริงหรอกครับผมขอเถียง
เพราะตอนนี้ผมกำลังเป็นอย่างนั้น งานเยอะครับ ช่วงนี้ ทั้งงานที่ทำงาน แล้วก็งานที่รับมาทำที่บ้าน คืนนี้ผมไม่ไหวจริงๆ ไม่อาจรวบรวมกำลังกายทำลงไปได้
ผมตัดสินใจว่าจะดูหนังสือกำหรับตำราการบินอีกครั้ง มุ่งมั่นว่า หากโอกาศคราวหน้ามาอีก ผมจะไม่พลาด ให้ตัวเองได้รู้ว่าทำเต็มที่แล้ว
ผมพยายามซ่อมแซมเครื่องปรินทร์เตอร์ที่หัวพิมพ์ตันด้วยตัวเองมา 3 วันแล้ว มือดำ ล้างไม่ออก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
เพื่อนที่ทำตุ๊กตาด้วยกัน ก็หนีไปจะเปิดร้านกาแฟ กะพระบิดามัน ... เล่นเอาผมเคว้งคว้างทีเดียว
รายได้ต่างๆ ที่ผมพยายามหามาเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้มาใช้ซื้อหาสิ่งที่ผมอยากได้ ยิ่งหามาเพิ่ม ก็ดูเหมือนมันจะเกิดรายจ่ายตามมาอย่างประหลาด ยิ่งทำก็ยิ่งเท่าทุน
ผมอึดอัด และเบื่อหน่ายกับงานที่ทำงาน และเหม็นเบื่อกับการต้องตื่นไปทำงานตอนเช้า ทุกวันจนบางทีแค่คิด ก็อยากจะอ้วกออกมา
ผมมั่นคงในความรัก ผมซื้อสัตย์ต่อผู้หญิงที่ผมรัก แต่ดูเหมือนว่า การตัดสินใจทำอะไรต่างๆของผม มันจะให้ผลเสียมากกว่าผลดี
ผมเหงา ผมเหงามาก และบางอย่าง เพื่อนดีๆ ก็ชดเชยไม่ได้
ผมอิจฉาคนอื่น เวลาไปไหน เริ่มรู้สึกย่ำแย่ เวลาเห็นคนอื่นเขามี สิ่งที่ผมอยากมี
ผมอยากมีใครสักคน นั่งข้างๆผม จับมือผม บอกผมว่า "ไม่เป็นไร" บอกผมว่า "อะไรๆจะดีขึ้น" ถามผมว่า "เหนื่อยไหม" หรือแม้แต่ .... แค่นั่งเงียบๆ ข้างๆกัน
ผมพยายามจะไม่อ่อนแอ พยายามจะเข้มแข็ง พยายาม ........ แต่มันเหนื่อยหว่ะคับ
สักวัน ผมคงเจอ คนๆนั้น สักวัน
และถ้ามีวันนั้น ... สิ่งที่ผมอยากทำคือ
ทำกับข้าวให้เธอกิน หรือช่วยเธอทำกับข้าว
ช่วยเธอซักผ้า
ฟังสิ่งที่เธออยากเล่า ฟังเรื่องราวของเธอแล้วหลับไป
อยู่บ้านดูหนังด้วยกัน
ไปเที่ยวด้วยกันเล็กๆน้อยๆ ไปเดินเล่น
วางแผนทำนั่นทำนี่กับเธอ
และที่สำคัญ .... ได้ตื่นมา แล้วมีเธออยู่ข้างๆ
วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554
... ณ ที่พักริมทาง ...
หวัดดีครับ
ช่วงนี้งานยุ่งมาก ทั้งงานประจำ และกิจการส่วนตัว อยู่ในช่วงกำลังเข็นน้องตุ๊ก ออกงาน
ผมต้องหัดขัดใบหน้า แล้วก็แต่งหน้าเองให้ได้ มีงานหลายอย่างต้องทำเลยครับ
ส่วนเรื่องบ้าน ก็ผ่านแล้วนะครับ ผมมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว บ้านที่จะเป็นของผมจริงๆ
ผมดีใจที่อยู่ๆ ก็พบว่าตัวเองได้เดินทางมาถึงจุดหนึ่งของชีวิต เดือนหน้าผมจะมีอายุครบ 27 ปีแล้ว รู้สึกแก่มากๆ
ความทรงจำสมัยยังเด็กๆ และช่วงเริ่มวัยรุ่นหลายอย่าง ยังแจ่มชัดอยู่ในสมองผม เหมือนประหนึ่งว่ามันเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน ลึกๆก็แอบเสียใจที่วันวัยผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างที่ผมอยากทำ ยังไม่เคยแม้ได้ลอง
แต่ ณ ช่วงเวลาร้ายๆ หลายๆอย่าง ผมดีใจที่ผมได้เดินก้าวข้ามผ่านมามันได้ อย่างไม่อายใคร เดินแบบลุ่มๆดอนๆ แล้วก็พบว่าตัวเองมาหยุดยืนอยู่ ณ จุดพักริมทางแล้ว
มีที่นั่ง มีวิวสวยๆข้างทางบ้าง และที่สำคัญ มีช่วงเวลาให้ผมได้พักผ่อนหายใจหายคอ
ผมอาจจะยังเดินไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการก็จริง แต่ผมดีใจ ที่ผมได้ออกเดินทางมา ด้วยขาของผมเอง
เฮ้ออออออ ... รถมีแล้ว บ้านก็มีแล้ว .... ขาดอยู่ก็แต่เมีย ... เมื่อไรจะได้มีกะเขาหนออออออออออออออ 55555555+
ช่วงนี้งานยุ่งมาก ทั้งงานประจำ และกิจการส่วนตัว อยู่ในช่วงกำลังเข็นน้องตุ๊ก ออกงาน
ผมต้องหัดขัดใบหน้า แล้วก็แต่งหน้าเองให้ได้ มีงานหลายอย่างต้องทำเลยครับ
ส่วนเรื่องบ้าน ก็ผ่านแล้วนะครับ ผมมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว บ้านที่จะเป็นของผมจริงๆ
ผมดีใจที่อยู่ๆ ก็พบว่าตัวเองได้เดินทางมาถึงจุดหนึ่งของชีวิต เดือนหน้าผมจะมีอายุครบ 27 ปีแล้ว รู้สึกแก่มากๆ
ความทรงจำสมัยยังเด็กๆ และช่วงเริ่มวัยรุ่นหลายอย่าง ยังแจ่มชัดอยู่ในสมองผม เหมือนประหนึ่งว่ามันเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน ลึกๆก็แอบเสียใจที่วันวัยผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างที่ผมอยากทำ ยังไม่เคยแม้ได้ลอง
แต่ ณ ช่วงเวลาร้ายๆ หลายๆอย่าง ผมดีใจที่ผมได้เดินก้าวข้ามผ่านมามันได้ อย่างไม่อายใคร เดินแบบลุ่มๆดอนๆ แล้วก็พบว่าตัวเองมาหยุดยืนอยู่ ณ จุดพักริมทางแล้ว
มีที่นั่ง มีวิวสวยๆข้างทางบ้าง และที่สำคัญ มีช่วงเวลาให้ผมได้พักผ่อนหายใจหายคอ
ผมอาจจะยังเดินไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการก็จริง แต่ผมดีใจ ที่ผมได้ออกเดินทางมา ด้วยขาของผมเอง
เฮ้ออออออ ... รถมีแล้ว บ้านก็มีแล้ว .... ขาดอยู่ก็แต่เมีย ... เมื่อไรจะได้มีกะเขาหนออออออออออออออ 55555555+
วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
... อัพเดท น้องตุ๊ก ...
555+
คำคืนนี้ หลังจากการมะรุมมะตุ้ม คุยกัน ในเอ็มแบบ 3 คนเหมือนเดิม
หัวน้ิองตุ๊ก ตัวใหม่ของผม ก็ถูกหล่อทำพิมพ์(สีเทา)


555+
แล้วก็ ออกมาเป็นเรซิ่นสีเนื้อ เีรียบร้อยแล้วครับ เย้ๆๆๆ


เห่อมากตอนนี้ เลยแวะเอามาอวดนิดนึง แต่นี้เป็นเพียงการทำจริงครั้งแรกนะครับ
เพราะหลังจากทำจริง แต่งหน้าแล้ว จะพบตำหนิ และจุดบกพร่องของการปั้นของเรามากมายหลายจุดให้ต้องแก้ไข

อย่างหนนี้พบว่า ตาไม่เท่ากัน ลักษณะหน้าผากผิดรูปทรง แล้วก็เรื่องของคิ้วครับ เนื่องจากรูปด้านข้าง ความแหลมของคิ้วหายไปโม้ดดดด เลย
แวะมาให้ทายต่อครับ จะมีใครดูออกไหมอ่ะ ว่าใคร 555+ V__V
คำคืนนี้ หลังจากการมะรุมมะตุ้ม คุยกัน ในเอ็มแบบ 3 คนเหมือนเดิม
หัวน้ิองตุ๊ก ตัวใหม่ของผม ก็ถูกหล่อทำพิมพ์(สีเทา)
555+
แล้วก็ ออกมาเป็นเรซิ่นสีเนื้อ เีรียบร้อยแล้วครับ เย้ๆๆๆ


เห่อมากตอนนี้ เลยแวะเอามาอวดนิดนึง แต่นี้เป็นเพียงการทำจริงครั้งแรกนะครับ
เพราะหลังจากทำจริง แต่งหน้าแล้ว จะพบตำหนิ และจุดบกพร่องของการปั้นของเรามากมายหลายจุดให้ต้องแก้ไข

อย่างหนนี้พบว่า ตาไม่เท่ากัน ลักษณะหน้าผากผิดรูปทรง แล้วก็เรื่องของคิ้วครับ เนื่องจากรูปด้านข้าง ความแหลมของคิ้วหายไปโม้ดดดด เลย
แวะมาให้ทายต่อครับ จะมีใครดูออกไหมอ่ะ ว่าใคร 555+ V__V
วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
... All of the End ...
วันนี้มาพร้อมกับเรื่องราวอัพเดทเล็กๆน้อยๆในชีวิตของผม
และแล้วการมาถึงของ หนังที่ผมกับเพื่อนๆ และเชื่อว่าของคนอีกจำนวนมากด้วยรอคอยก็มาถึง
"Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2"
อ๊ากกกกกกกกก กรีสสสสสสสสสสสส ผมอยากจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่ในที่สุดก็ถึงกำหนดฉายในบ้านเราเสียที
เนื่องด้วยสามีเกย์อยู่ทำงานกับบ้าน (มันว่างสุด) จึงต้องรับหน้าทีในการจองบัตรเข้าดูหนังครั้งสำคัญนี้ให้ได้ และมันก็จองได้วันที่ 15 ครับ กับรอบเย็น เป็น 3D ที่พาราก่อน และจะเป็น 3D ครั้งแรกในชีวิตของผมเลยทีเดียว ไหนๆจะทิ้งทวนสุดท้ายแล้ว ขอจัดเต็มแล้วกัน
ท้าวความนิดนึง ว่าผมรู้จักกับ Harry Potter ครั้งแรก เมื่อประมาณปี 2543 ด้วยการแนะนำของ กอบกาญท์ เพื่อนสนิทต่างห้อง ห้อง ข ไข่ ในตอนนั้น ผมต้องยอมรับว่า มันได้ปฏิวัติการอ่านหนังสือของผมไปตลอดกาล เพราะผมไม่ชอบอ่านนิยายแนวฝันๆแบบนี้
ตอนนั้น Harry Potter ได้ถูกตีพิมพ์ไปถึงเล่มที่ 3 แล้ว มันเป็นนิยายเด็กน้อย ที่มหัสจรรย์มาก สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้อ่านอะไรแนวจักรๆวงๆ เท่าไร ผมหลงไหล และกลายเป็นแฟนพันธ์แท้ไปในที่สุด แต่ถึงยังงั้นก็ตาม ช่วงนั้นก็ต้องอาศัย กอบกาญท์ พ๊อตเตอร์ เพื่อนผู้ใจดีให้ืยืมอ่านอยู่เสมอ
ผมจำได้ว่า ผมมาซื้อหนังสือชุดนี้ เป็นของตัวเองก็เมื่อมันปาเข้าไปเล่มที่ 5 แล้ว
จากวันนั้น จนถึงวันนี้ กินเวลากว่า 10 ปี ของช่วงชีวิตผม ช่วงชีวิตวัยรุ่นของผมกับเพื่อนๆ ทั้ง 2 คนอย่างมาก เราเคยบ้าหนังสือ บ้าหนัง ผมเคยคิดจะเขียนการ์ตูนช่องจากหนังสือ (แต่ก็ล่มไป) กอบกาญท์ ก็ชอบวาดการ์ตูนล้อ จากหนังเรื่องนี้ ส่วนเพื่อนปุ๊ ก็ชอบที่จะพูดคุยถึงลายละเอียดของตัวหนังอยู่เสมอๆ
ชีวิตเรา 3 คนวนเวียนอยู่กับ Harry Potter ตลอด 10 ปี และนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย All of the End
ผมไม่เคยดูหนัง 3D มาก่อน และก็ไม่เคยดูหนังที่พาราก่อนด้วย เข้าไปครั้งแรกก็ อืม .... โรงมันช่าง น่าตื่นตามากครับ ความชันของระดับที่นั่ง และความสูง ทำให้รู้สึกบ้านนอกมาก ที่ตื่นเต้นอยู่ในใจ แต่มองไปรอบๆ แสงแฟลส แว้บๆ เข้าตาตลอดเวลาทำให้คิดว่า ... อืม ... ไม่ใช่แค่กรูที่บ้านนอก 5555+
สังเกตุแล้วทุกๆคนดูจะเมามันกับการถ่ายรูป เพื่ออัพลงเฟสของทวิตเตอร์อย่างมาก เรา 3 คน จึง .....

ไม่พลาดครับ จัดเต็มทุกสถานการณ์ แรกๆ ผู้คนรอบๆที่นั่งเรา คุยกันเจี๋ยวจ๋าวมากครับ ถ่ายรูปกัน ใส่แว่น 3D เก็กท่ากัน ตื่นเต้นสุดๆ แต่อี 3 ตัวนี้มีทีเด็ดกว่านั่นครับ นั่นคือ ......... ไม้กายสิทธิ์ เอลเดอร์ ..........55555555++ ไม้ที่เอาชนะได้ทุกสิ่ง

"ปุ๊"

"กอบกาญท์"

"ผม"
เรา 3 คนสัมพัสได้ถึงความเงียบงันของผู้คนรอบข้างคับ ที่สังเกตุเห็นว่า ... เรามี Prop!! มาด้วย 55555555++
งานนี้ขอกด Like เพื่อนปุ๊มาก เพราะมันทำขายอยู่ใน Ebay จึงมีไม้มาประกอบ
3D ครั้งแรก โอ .. แบนมากครับ ผมว่า มันเหมือน สมุดภาพป๊อปอัพอ่ะ มันไม่ได้ดูนูนจนรู้สึกเหมือนจะทิ้มหน้า แต่แค่รู้สึกว่ามันมีระยะตื่นลึกหนาบางเท่านั้นเอง เหมือนสมุดภาพเด็กน้อย สามีเกย์บอกว่า เป็นเพราะว่ามันไม่ได้มีส่วนประกอบของ CG มาก จึงทำให้ดูแบนๆ แต่ถ้าหนังจำพวกทรานฟอร์เมอร์ที่ตัวละครถูกสร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิตโดยตรงๆ อันนั้นจะเป็น 3D แบบสุดๆไปเลย
เนื้อเรื่อง ... พระเจ้า งานนี้ขอกด Like และแจกกิฟ ให้กับ เซอวิรัส สเนป มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พระเอกมาก แมนมากกกก เอาใจไปเลยนาย นายขโมยซีน ภาคสุดท้ายของอี Daniel Radcliffe ไปเสียสิ้น
ด้วยเพียงแค่คำๆนี้ ..... ตลอดกาล .... โอว พระเจ้า น้ำตาซึมครับ มันเป็นความรักที่สามารถเรียกมันได้ว่า นี้คือรักแท้ ทีีคนๆนึงพึงมี สเนปรักลิลลี่แม่ของแฮร์รี่ตั้งแต่แรกรู้จักกัน คอยดูแลช่วยเหลือกัน บางทีโชติชะตาก็เล่นตลก แต่ลิลลี่ก็คอยสเนบถึงปี 7 กว่าจะยอมคบ และแต่งงานไปกับคนอื่น มีครอบครัวกับคนอื่น ผมว่าลึกๆ ลิลลี่ก็รักสเนปนะ เผลอๆ ถ้าเป็นละครน้ำเน่าบ้านเรา สเนปอาจะเป็นพ่อที่แท้จริงของแฮร์รี่ก็ได้ ผมยุ่งๆของแฮร์รี่จริงๆอาจจะได้มาจากสเนป ไม่ใช่ เจมส์ พ๊อตเตอร์ 5555+
แต่อะไรๆก็ไม่เป็นไปตามนั้น แม้แต่วินาทีสุดท้าย สเนปก็ยังขอมองตาของแฮร์รี่ เพื่อระลึกถึง ลิลลี่ เป็นครั้งสุดท้าย ...
งานนี้ต้องขอไว้อาลัย และกด Like ให้สักล้านครั้ง กับความรักของสเนป ด้วยคำสั้นๆคำเดียว ... ตลอดกาล ...
PL. ... และหลังจากหนังจบ ปาดน้ำตาแห่งความทราบซึ้งแล้ว .... เราก็ ....

"อีนี้ เด็กบ้านเลเวนคลอ"

"ส่วนอีนี่ เด็กบ้านกริฟฟินดอร์ แต่ฝักใฝ่ ศาสตร์มืด"

"และผม กรีสส เด็กกริฟฟินดอร์ ได้ฟิว พระเอกมาก"
และแล้วการมาถึงของ หนังที่ผมกับเพื่อนๆ และเชื่อว่าของคนอีกจำนวนมากด้วยรอคอยก็มาถึง
"Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2"
อ๊ากกกกกกกกก กรีสสสสสสสสสสสส ผมอยากจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่ในที่สุดก็ถึงกำหนดฉายในบ้านเราเสียที
เนื่องด้วยสามีเกย์อยู่ทำงานกับบ้าน (มันว่างสุด) จึงต้องรับหน้าทีในการจองบัตรเข้าดูหนังครั้งสำคัญนี้ให้ได้ และมันก็จองได้วันที่ 15 ครับ กับรอบเย็น เป็น 3D ที่พาราก่อน และจะเป็น 3D ครั้งแรกในชีวิตของผมเลยทีเดียว ไหนๆจะทิ้งทวนสุดท้ายแล้ว ขอจัดเต็มแล้วกัน
ท้าวความนิดนึง ว่าผมรู้จักกับ Harry Potter ครั้งแรก เมื่อประมาณปี 2543 ด้วยการแนะนำของ กอบกาญท์ เพื่อนสนิทต่างห้อง ห้อง ข ไข่ ในตอนนั้น ผมต้องยอมรับว่า มันได้ปฏิวัติการอ่านหนังสือของผมไปตลอดกาล เพราะผมไม่ชอบอ่านนิยายแนวฝันๆแบบนี้
ตอนนั้น Harry Potter ได้ถูกตีพิมพ์ไปถึงเล่มที่ 3 แล้ว มันเป็นนิยายเด็กน้อย ที่มหัสจรรย์มาก สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้อ่านอะไรแนวจักรๆวงๆ เท่าไร ผมหลงไหล และกลายเป็นแฟนพันธ์แท้ไปในที่สุด แต่ถึงยังงั้นก็ตาม ช่วงนั้นก็ต้องอาศัย กอบกาญท์ พ๊อตเตอร์ เพื่อนผู้ใจดีให้ืยืมอ่านอยู่เสมอ
ผมจำได้ว่า ผมมาซื้อหนังสือชุดนี้ เป็นของตัวเองก็เมื่อมันปาเข้าไปเล่มที่ 5 แล้ว
จากวันนั้น จนถึงวันนี้ กินเวลากว่า 10 ปี ของช่วงชีวิตผม ช่วงชีวิตวัยรุ่นของผมกับเพื่อนๆ ทั้ง 2 คนอย่างมาก เราเคยบ้าหนังสือ บ้าหนัง ผมเคยคิดจะเขียนการ์ตูนช่องจากหนังสือ (แต่ก็ล่มไป) กอบกาญท์ ก็ชอบวาดการ์ตูนล้อ จากหนังเรื่องนี้ ส่วนเพื่อนปุ๊ ก็ชอบที่จะพูดคุยถึงลายละเอียดของตัวหนังอยู่เสมอๆ
ชีวิตเรา 3 คนวนเวียนอยู่กับ Harry Potter ตลอด 10 ปี และนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย All of the End
ผมไม่เคยดูหนัง 3D มาก่อน และก็ไม่เคยดูหนังที่พาราก่อนด้วย เข้าไปครั้งแรกก็ อืม .... โรงมันช่าง น่าตื่นตามากครับ ความชันของระดับที่นั่ง และความสูง ทำให้รู้สึกบ้านนอกมาก ที่ตื่นเต้นอยู่ในใจ แต่มองไปรอบๆ แสงแฟลส แว้บๆ เข้าตาตลอดเวลาทำให้คิดว่า ... อืม ... ไม่ใช่แค่กรูที่บ้านนอก 5555+
สังเกตุแล้วทุกๆคนดูจะเมามันกับการถ่ายรูป เพื่ออัพลงเฟสของทวิตเตอร์อย่างมาก เรา 3 คน จึง .....
ไม่พลาดครับ จัดเต็มทุกสถานการณ์ แรกๆ ผู้คนรอบๆที่นั่งเรา คุยกันเจี๋ยวจ๋าวมากครับ ถ่ายรูปกัน ใส่แว่น 3D เก็กท่ากัน ตื่นเต้นสุดๆ แต่อี 3 ตัวนี้มีทีเด็ดกว่านั่นครับ นั่นคือ ......... ไม้กายสิทธิ์ เอลเดอร์ ..........55555555++ ไม้ที่เอาชนะได้ทุกสิ่ง
"ปุ๊"
"กอบกาญท์"
"ผม"
เรา 3 คนสัมพัสได้ถึงความเงียบงันของผู้คนรอบข้างคับ ที่สังเกตุเห็นว่า ... เรามี Prop!! มาด้วย 55555555++
งานนี้ขอกด Like เพื่อนปุ๊มาก เพราะมันทำขายอยู่ใน Ebay จึงมีไม้มาประกอบ
3D ครั้งแรก โอ .. แบนมากครับ ผมว่า มันเหมือน สมุดภาพป๊อปอัพอ่ะ มันไม่ได้ดูนูนจนรู้สึกเหมือนจะทิ้มหน้า แต่แค่รู้สึกว่ามันมีระยะตื่นลึกหนาบางเท่านั้นเอง เหมือนสมุดภาพเด็กน้อย สามีเกย์บอกว่า เป็นเพราะว่ามันไม่ได้มีส่วนประกอบของ CG มาก จึงทำให้ดูแบนๆ แต่ถ้าหนังจำพวกทรานฟอร์เมอร์ที่ตัวละครถูกสร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิตโดยตรงๆ อันนั้นจะเป็น 3D แบบสุดๆไปเลย
เนื้อเรื่อง ... พระเจ้า งานนี้ขอกด Like และแจกกิฟ ให้กับ เซอวิรัส สเนป มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พระเอกมาก แมนมากกกก เอาใจไปเลยนาย นายขโมยซีน ภาคสุดท้ายของอี Daniel Radcliffe ไปเสียสิ้น
ด้วยเพียงแค่คำๆนี้ ..... ตลอดกาล .... โอว พระเจ้า น้ำตาซึมครับ มันเป็นความรักที่สามารถเรียกมันได้ว่า นี้คือรักแท้ ทีีคนๆนึงพึงมี สเนปรักลิลลี่แม่ของแฮร์รี่ตั้งแต่แรกรู้จักกัน คอยดูแลช่วยเหลือกัน บางทีโชติชะตาก็เล่นตลก แต่ลิลลี่ก็คอยสเนบถึงปี 7 กว่าจะยอมคบ และแต่งงานไปกับคนอื่น มีครอบครัวกับคนอื่น ผมว่าลึกๆ ลิลลี่ก็รักสเนปนะ เผลอๆ ถ้าเป็นละครน้ำเน่าบ้านเรา สเนปอาจะเป็นพ่อที่แท้จริงของแฮร์รี่ก็ได้ ผมยุ่งๆของแฮร์รี่จริงๆอาจจะได้มาจากสเนป ไม่ใช่ เจมส์ พ๊อตเตอร์ 5555+
แต่อะไรๆก็ไม่เป็นไปตามนั้น แม้แต่วินาทีสุดท้าย สเนปก็ยังขอมองตาของแฮร์รี่ เพื่อระลึกถึง ลิลลี่ เป็นครั้งสุดท้าย ...
งานนี้ต้องขอไว้อาลัย และกด Like ให้สักล้านครั้ง กับความรักของสเนป ด้วยคำสั้นๆคำเดียว ... ตลอดกาล ...
PL. ... และหลังจากหนังจบ ปาดน้ำตาแห่งความทราบซึ้งแล้ว .... เราก็ ....
"อีนี้ เด็กบ้านเลเวนคลอ"
"ส่วนอีนี่ เด็กบ้านกริฟฟินดอร์ แต่ฝักใฝ่ ศาสตร์มืด"
"และผม กรีสส เด็กกริฟฟินดอร์ ได้ฟิว พระเอกมาก"
วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
... The only one for me ...
การรอคอยอะไรบางอย่าง ... เรารู้ว่าจุดหมายเราคืออะไรก็จริง
แต่ประเด็นของการรอคอย มันคือ ... อีกนานแค่ไหนต่างหาก
การรอคอย ... ของคนที่บอกให้คอย กับคนคอยมันต่างกัน มันรู้สึกต่างกัน
การรอคอยเหมือนเราเดินทางไปตามแผนที่ ตัวเรารู้หนะ ว่าจะเดินไปทางไหน เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขาว
ขึ้นเนิน ลงเนิน เดินไปตามถนนเรียบๆ หรือบางทีก็อาจจะได้ลงไปเดินบนพื้นที่เฉอะแฉะ
แต่เราก็ต้องเดิน ....
จะหยุดเดิน เลิกเดิน หรือเดินออกไปทางอื่นก็ไม่ได้ เพราะเราอาจพลัดหลง และพลาดจุดหมายที่เราต้องการไปถึงตลอดชีวิต
คุณคือจุดหมายของผมนะ คุณคือคนที่ผมอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วย เป็นคนที่อยากให้เป็นแม่ของลูก
หลายครั้งที่ผมถามตัวเอง ว่า ... นี่ผมมาถูกทางแล้วหรอ ผมจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าหนทางข้างหน้าจะมีคุณคอยอยู่
เพราะมันไม่จำเป็นเลย ที่คุณจะต้องมาสนใจคนอย่างผม และผมก็ไม่รู้ด้วยว่า ... คุณกำลังทำอะไรอยู่
ผมไม่ติดต่ออะไรกับคุณเลย ไม่โทร ไม่ตาม ไม่แอด Social network ใดๆกับคุณ มันก็เพราะว่าผมไม่อยากรู้ แล้วไม่อยากฟุ้งซ่าน ผมอยากที่จะแน่วแน่ ในหนทางสายนี้ ที่คิดว่ามันจะนำผมไปหาคุณได้ ให้คุณเห็นว่า .. ผมตั้งใจเดินทางครั้งนี้ .. เพื่อคุณ
ผมหวังว่า หากเมื่อไรที่คุณว่าง ... และเข้ามาที่นี่
ผมอยากบอกให้คุณรู้ว่า ... ทุกๆครั้งที่ผมถามตัวเองอย่างนั่น หรือเริ่มไม่แน่ใจ ผมจะคิดถึงคุณ ... คุณคือคำตอบ คือจุดหมายนั้น
และผมจะไม่เปลี่ยนเส้นทางสายนี้ ไปไหน ... ผมอาจงี่เง่า ผมรู้ ผมเริ่มงี่เง่าแล้ว แต่อย่าสนใจเลย เพราะมันเกิดขึ้นก็เพราะ ผมรักคุณ
แต่ประเด็นของการรอคอย มันคือ ... อีกนานแค่ไหนต่างหาก
การรอคอย ... ของคนที่บอกให้คอย กับคนคอยมันต่างกัน มันรู้สึกต่างกัน
การรอคอยเหมือนเราเดินทางไปตามแผนที่ ตัวเรารู้หนะ ว่าจะเดินไปทางไหน เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขาว
ขึ้นเนิน ลงเนิน เดินไปตามถนนเรียบๆ หรือบางทีก็อาจจะได้ลงไปเดินบนพื้นที่เฉอะแฉะ
แต่เราก็ต้องเดิน ....
จะหยุดเดิน เลิกเดิน หรือเดินออกไปทางอื่นก็ไม่ได้ เพราะเราอาจพลัดหลง และพลาดจุดหมายที่เราต้องการไปถึงตลอดชีวิต
คุณคือจุดหมายของผมนะ คุณคือคนที่ผมอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วย เป็นคนที่อยากให้เป็นแม่ของลูก
หลายครั้งที่ผมถามตัวเอง ว่า ... นี่ผมมาถูกทางแล้วหรอ ผมจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าหนทางข้างหน้าจะมีคุณคอยอยู่
เพราะมันไม่จำเป็นเลย ที่คุณจะต้องมาสนใจคนอย่างผม และผมก็ไม่รู้ด้วยว่า ... คุณกำลังทำอะไรอยู่
ผมไม่ติดต่ออะไรกับคุณเลย ไม่โทร ไม่ตาม ไม่แอด Social network ใดๆกับคุณ มันก็เพราะว่าผมไม่อยากรู้ แล้วไม่อยากฟุ้งซ่าน ผมอยากที่จะแน่วแน่ ในหนทางสายนี้ ที่คิดว่ามันจะนำผมไปหาคุณได้ ให้คุณเห็นว่า .. ผมตั้งใจเดินทางครั้งนี้ .. เพื่อคุณ
ผมหวังว่า หากเมื่อไรที่คุณว่าง ... และเข้ามาที่นี่
ผมอยากบอกให้คุณรู้ว่า ... ทุกๆครั้งที่ผมถามตัวเองอย่างนั่น หรือเริ่มไม่แน่ใจ ผมจะคิดถึงคุณ ... คุณคือคำตอบ คือจุดหมายนั้น
และผมจะไม่เปลี่ยนเส้นทางสายนี้ ไปไหน ... ผมอาจงี่เง่า ผมรู้ ผมเริ่มงี่เง่าแล้ว แต่อย่าสนใจเลย เพราะมันเกิดขึ้นก็เพราะ ผมรักคุณ
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
... น้องตุ๊กที่รัก TJ 01 ...
เนื่องจากคืนนี้ว่างไม่รู้จะทำอะไรนอกจากปั้นน้องตุ๊กไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ก็เรียกว่า ไล่เก็บลายละเอียดไปเรื่อยๆ พยายามอย่างมากที่จะทำให้มันเรียบ เนื่องจากผมยังไม่กล้าใช้อีพ๊อกซี่ เพราะวิชายังไม่แก่กล้าพอ
ตอนนี้ก็เลยต้องอดทนใช้ดินญี่ปุ่นไปก่อน ข้อดีของดินญี่ปุ่นก็คือ แก้ไขได้ง่ายกว่า ยามที่มันแห้งแล้ว ก็ยังเอาน้ำลูบ หรือขูดมันออกไปได้ แต่ข้อเสียของมันก็คือ เสียรูปได้ง่าย และทำให้เรียบยาก ยิ่งในเฉพาะจุดซ่อนเร้นต่างๆ
เฮ้อ ผมหละอ่อนใจ คืนนี้เลยแวะเอารูปล่าสุดของน้องตุ๊กที่ยกเครื่อง ดวงตา และโครงหน้าใหม่เกือบหมดมาอวดอีกรอบ
คราวนี้มุมกล้องไม่เพี้ยนแล้ว ...(โทษกล้องอีก) อยากรู้ว่าจะมีคนดูออกไหม T___T

ถ้ายังก็คงต้องแก้ไขกันต่อไป คริ คริ
ตอนนี้ก็เลยต้องอดทนใช้ดินญี่ปุ่นไปก่อน ข้อดีของดินญี่ปุ่นก็คือ แก้ไขได้ง่ายกว่า ยามที่มันแห้งแล้ว ก็ยังเอาน้ำลูบ หรือขูดมันออกไปได้ แต่ข้อเสียของมันก็คือ เสียรูปได้ง่าย และทำให้เรียบยาก ยิ่งในเฉพาะจุดซ่อนเร้นต่างๆ
เฮ้อ ผมหละอ่อนใจ คืนนี้เลยแวะเอารูปล่าสุดของน้องตุ๊กที่ยกเครื่อง ดวงตา และโครงหน้าใหม่เกือบหมดมาอวดอีกรอบ
คราวนี้มุมกล้องไม่เพี้ยนแล้ว ...(โทษกล้องอีก) อยากรู้ว่าจะมีคนดูออกไหม T___T

ถ้ายังก็คงต้องแก้ไขกันต่อไป คริ คริ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
... สีสันแห่งสายลม ...
ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...