วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... เส้นทางใหม่ ...

ย้ายบ้านแระคับ .... เหนื่อยฉิบหาย

แอบเห็นแม่ร้องไห้คิดถึงบ้านที่เราย้ายจากมา ตกเย็นของเมื่อวาน แม่บอกว่าอยากกลับบ้าน โดยลืมไปว่าก็เราย้ายมาที่นี่แล้ว

แม่จะเป็นโรคตกเย็นแล้วจะอยากกลับบ้าน .... และอาการเหล่านี้ก็ตกทอดเป็นมรดกมาให้ผมด้วย สงสารแม่นะคับ

ก็ได้แต่ปลอบไปว่าอีกหน่อยเราก็จะชิน และรักมันเหมือนบ้านที่เราย้ายจากมา

ตอนนี้ของก็ย้ายมาครบแล้ว ห้องผมเล็กลงครึ่งนึง ทำให้สมบัติผีบ้าของผม อัดแน่นจนแทบไม่มีทางเดิน แต่ยังจัดไม่เสร็จนะคับ

คงจะรกน่าดู เพราะเดิมห้องใหญ่กว่าตั้งครึ่ง ยังรกเลย เอิ๊กๆ

มีเพื่อนแม่มาช่วย ก็ดี อย่างน้อย คน 3 คนที่ถูกตัดขาดจากครอบครัวสายเลือดเดียวกัน ก็ยังมีคนนอกอื่นๆ เข้ามาแทนที

ให้ความรักต่อกันเหมือนครอบครัว

เพื่อนแม่คนนี้ เป็นมุสลิมคับ มีพี่น้องหลายคนมาก สิบกว่าคน พ่อแม่จากไปแต่เด็ก เลี้ยงดูเติบโตกันมาเองพี่น้อง รักกันมากมาย อบอุ่นมากคับ

จนบางทีความอบอุ่นก็แผ่รังสีมาถึง เรา 3 คนพ่อ แม่ ลูกด้วย

ทุกวันนี้พี่น้องทุกคนของครอบครัวประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีลูกหลานมากมาย เรียกว่าเป็นครอบครัวใหญ่มากๆ ย่างไก่กินทีนึง ใช่ไก่ 10 กิโลหนะคับ หุ หุ

เป็นมุสลิมในมุมมองแบบเปิด ที่ผมนิยมชมชอบมากทีเดียว ผมเมื่อก่อนผมเคยอยู่ในชุมชนมุสลิมคับ ราวๆ 7 ปีได้ สนิทชิดเชื้อ กับมุสลิมหลายรูปแบบ

มีทั้งเคร่งครัดมากมาย โน่น นี่ นั้น ไม่ได้ และแบบครอบครัวนี้ คือออกแบบสากล น่ารักคับ ทำให้อยู่ด้วย หรือร่วมทำกิจกรรมด้วยแล้ว ไม่รู้สึกว่าทำให้เขาบาปรึเปล่า หรือผิดข้อห้ามทางหลักศาสนาของเขารึเปล่าอะไรทำนองนี้


จะหัวสมัยใหม่กัน


รวมๆแล้วน่ารักมากคับ สนิทสนมกับแม่ผมมาก็ราวๆ อายุ ผมได้



ในชีวิตผมจะหาเพื่อนแบบแม่ผมแบบนี้ได้บ้างไหมหนอ



ช่วงนี้ไม่สบายยังไม่หายเลยคับ เบื่อมาก เวลาไม่สบายเนี้ย คงบวกกับพวกฝุ่นอะไรต่ออะไรของข้าวของที่ย้ายมาหนะคับ เลยทำให้เจ็บคอไม่ค่อยเบา แถมมีไอ ค๊อกแค๊กตลอดเวลา


แต่มีเรื่องดีอีกเรื่องของการย้ายบ้าน นั้นคือ ผมได้เปลี่ยนเส้นทางไปทำงานเส้นใหม่ ไม่ต้องมาติดลืมตาย อยู่ที่แยกลำสาลีเหมือนเดิม ผมสามารถย้นเวลากลับบ้านได้ถึงครึ่งชั่วโมงทีเดียว


แล้วที่สำคัญคือ ผมได้กลับไปใช้เส้นทางสมัยเรียนอยู่ลาดกระบังกลับบ้าน ถึงแม้ว่ามันจะไปไม่ถึงตรงหัวตะเข้เหมือนตอนเรียน แต่มันก็ใกล้เคียง และที่ชอบมากที่สุดเลยคือ ผมได้ดูเจ้าความฝันหนักหลายร้อยตันของผม บินหายลับไป


ทุกวันๆนับจากนี้ อย่างน้อยก็ทำให้ชื่นมื่น เป็นความสุขที่ทดแทนความเศร้าเรื่องย้ายบ้านได้บ้าง
แต่ช่วงนี้ต้องคอยจองที่นั่งรถเมล์ให้ถูกฝั่งหน่อย จะได้ดูเครื่องบินได้ 55555+++

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

... ย้ายบ้าน ...

หวัดดีนะคับ


พรุ้งนี้จะย้ายบ้านแล้ว เฮ้ออออ .... คิดแล้วเหนื่อยนะ


แต่เพื่ออนาคตที่อาจจะดีขึ้น ก็ต้องอดทน เมื่อคืนอยู่ดีๆก็ไม่สบายสะแบบนั้นเจ็บคอ


ตอนนี้อยากกลับบ้านไปนอนหลับมากที่สุดเลย


ขี้เกียจเก็บของมากคับ บ้านที่จะย้ายไปก็ดีนะคับ ผมก็ชอบ แต่จะชอบมากกว่าถ้าไม่ต้องย้าย


แต่ครอบครัวเราก็สู้ค่าเช่าไม่ไหวจริงๆ ต้องผ่อนรถอีก ย้ายไป ก็ลดภาระลงไปได้มาก


แล้วอากาศก็ดีขึ้นด้วย แม่ก็คงจะไม่เป็นแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ คือทำกับข้าวในบ้านไม่ได้
จมูกแม่ไม่ดี ......


ว่าสักกลางๆปี ผมจะลองยื่นกู้ซื้อบ้านดู จะลองหาบ้านมือสอง เผื่อว่าจะได้มีบ้านเป็นของตัวเองบ้าง


ผ่อนเอง เป็นของเราเอง ..... คิดแล้วก็ดีนะคับ .... ผมจะทำได้ไหมหนอ ????


วันนี้ไม่สบาย ปวดหัวมากคับ คิดไม่ออก ไม่รู้จะเขียนอะไร แต่อยากจะบันทึกอีกวันสำคัญของชีวิต


แต่ขอบคุณสายตาทุกคู่ที่เข้ามาอ่านไดร์ ชีวิตแสนเน่าของผม ไดร์คนอื่นเขาดูมีความสุขลั๊ลลา ไดร์อีนี่ เศร้าตัลหลอดดดดด


แต่ก็ขอบคุณคับ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

สอบนักบิน ..... !!!!!!!



วันนี้การงานรัดตัวเข้ามามากมาย กำหนดออกบูทใหม่ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
แต่ผมก็ยังมีเวลาเข้าเวบสมาคมนักบิน ไปดูว่า เกิดอะไรขึ้นแล้วบ้าง





.... ผลคือ ....







!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! Air Asia จะเปิดรับ Student Pilot แล้ว !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!









เย้ยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!









เป็นความปิติยินดี ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของ ซีวิด ผมมาก เออ .. ไม่ได้สะกดผิดนะคับ ตั้งใจ ... ลองออกเสียงดูสิคับ .... ซี ... วิด





ทั่งๆยังไม่รู้ว่าจะสอบผ่านสักรอบไหม แต่แค่เห็นมันเปิดก็ดีใจแล้วคับ เพราะปีที่แล้วเป็นปีที่ผมคอยเก้อ มาแล้ว 1 ปีทีเดียว





เขาบอกกันว่า ประมาณเดือน เมษา นะคับ





ผมคงต้องไปทำให้โลกร้อนมากขึ้น ด้วยการไปทำให้ข้อสอบเขาเสียกระดาษไปเฉยๆ ดูสักชุด สนองตัณหา ราคะของตัวเอง





ช่วงนี้คงต้องติวกันหน่อย ... 5555+





แต่นอกจากเรื่องดีใจ ผมมีอีกเรื่องนึงที่อยากจะเขียน ... เพราะเป็นกระทู้ที่อยู่ต่อไปจากกระทู้ที่เขาแจ้งเรื่องสอบนักบิน





คือเรื่องสองนักบินฝึกหัดของการบินไทย จาก โรงเรียนการบินเอกชน BAC 03 ที่บินหายไปจากจอเรดาห์ ในวันที่ 9 สิงหาคม 2550





ใครหลายๆคน คงจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว หลายๆคนอาจจะยังคงจำได้





แต่เชื่อไหมคับว่า ยังหาสองนักบินนั้นไม่พบ .... และครอบครัวของพวกเขายังคงค้นหากันอยู่ ตามกำลังเท่าที่ทำได้ อย่างสุดกำลัง




ผมยังจดจำได้ว่าครั้งนึงเคยอ่านเจอข้อความที่ญาติๆของนักบิน เขียนเอาไว้ ว่าถ้าหาเป็นลูกหลาน ญาติมิตรของคุณ หายไปแบบนี้ ... คุณจะ ???



- ไม่ค้นหา


- ค้นหา แต่พอไม่พบสักพักก็เลิก ปล่อยเขาทิ้งเอาไว้ จุดธูป ทำบุญไปให้


- หรือ ... ออกค้นหาจนกว่าจะพบ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสภาพไหน ....





ขออภัยหากข้อความไม่ถูกต้องตามจริง 100% เพราะผมเขียนขึ้นจากความทรงจำ เท่าที่ติดตามเรื่องราวของนักบินทั้งสอง





แต่ผมบอกตามตรงว่าผมประทับใจ ครอบครัวเขามาก .... ประโยคด้านบนมันกินใจผมจนทุกวันนี้
ผมเคยเอ่ยถามแม่ ว่าหากผมเป็นเช่นนั้น แม่จะทำยังไง ...... แม่บอกว่า กรูก็จะตามจนกว่าจะเจอ ... ถ้าไม่เจอ กรูก็จะตายตามมึง





T__ T น้ำตาจะไหล



นักบินฝึกหัดทั้งสอง มีชั่วโมงบิน 120 ชั่วโมง จาก 250 ชั่วโมงที่พึงมี เพื่อจบหลักสูตรการบิน



ผมไม่แน่ใจเรื่องบินคู่ โดยไม่มีครูไปด้วย ว่าเขาบินกันตั้งแต่ชั่วโมงที่เท่าไร แต่สองคนคง ผ่านการ Solo หรือสอบบินเดี่ยวกันแล้ว คงจัดว่าชำนาญ



จึงได้บินคู่ 2 คนเพียงลำพัง



วันนั้น นักเรียนบินทั้งคู่บินกลับจากโคราช ผ่านเขาใหญ่ เพื่อกลับไปที่ดอนเมือง



ขณะบินอยู่เหนือเขาใหญ่ ทางหอวิทยุการบินได้รับแจ้งเรื่องเหตุขัดข้องบนเครื่อง ของสองนักบินเกี่ยวกับเครื่องวัดประกอบการบิน และเครื่องยนต์



ผมจำได้ว่าไม่กี่ประโยคที่ทั้วสองสามารติดต่อกับหอได้ แล้วสัญญาณก็หายไป .......



เครื่องตกไป ... แต่ที่ไหนไม่รู้ เท่าที่ผมติดตามอ่านมา มีพยานรู้เห็นหลายคน บอกว่าตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง ทั้งพระภิษุ และชาวบ้าน ทางญาติออกค้นหา ทุกตารางนิ้ว และซ้ำแล้วซ้ำอีก .... แต่ ไม่พบแม้แต่ร่องรอย



ช่วงสองวันแรก โทรเข้ามือถือของทั่งสองนักบิน ไม่ติด มาติดหลังจากนั้น วันที่ 3 ดูเป็นข่าวที่น่าดีใจ






แต่ ... มันไม่มีคนรับสาย และมีผู้ปรารถนาดี ช่วยโทร จนแบท ของทั้งสอง หมดลง ..... ฟังดูแล้วน่าเศร้า
ต่อมาหลังจากนั้น โทรศัพท์ของ 1 ในสองนักบินสามารถโทรเข้าได้ ติดตลอด แต่เขาบอกว่าคงเป็นในเรื่องของเครือข่ายที่ผิดพลาด เพราะไม่เคยมีใครรับสาย





ทางโรงเรียนบิน BAC ออกช่วยค้นหาอยู่พักใหญ่ ก็ยุติ ที่เหลือปีกว่า ญาติหากันเอง พร้อมกับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย จากหน่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่คิดเงิน





คนทรงเจ้า มากมาย ยื้นมือเข้ามาช่วยเหลือ ญาติทำพิธี ต่างๆนานา แต่ก็คว้าน้ำเหลว ทั้งหมด



แต่ทุกคน จะพูดคล้ายๆกันว่า 1 ในสองนักบิน ยังมีชีวิตอยู่





ผมเคยตามไปอ่าน Blog ของหมอดูคนนึง เล่นผีถ้วยแก้ว ขนาดว่า วิญญาณ 1 ในสองนักบิน บอกละเอียดมาก ว่าออกมาจากเครื่องยังไง ปลอดภัยทั้งคู่





แต่สุดท้ายพลัดกันเพราะหนีหมี 1 ในนักบินเสียชีวิต 1 คนไม่ทราบว่ายังไง เพราะวิญญาณบอกไม่ได้ พร้อมกับตบประโยคว่า " เราร้องไห้อยู่ "






การค้นหา ดำเนินไปชนิดที่เรียกว่า เรานึกไม่ออกด้วยซ้ำ ว่าเขาทำกันถึงเพียงนั้น ภาพถ่ายดาวเทียม เครื่องตรวจจับโลหะ บินค้นหา ซ้ำไปมา เดินหา ซ้ำไปมา ละเอียดยิบ หาแล้วหาอีก






ขอบคุณภาพประกอบจากกระทูพันทิพของญาตินักบินคับ




แต่ ... ไม่เจอแม้ร่องรอย ...





เครื่องบินทั้งลำ หายไปเฉยๆ





มันเป็นเรื่องที่ฟังแล้วเศร้าใจเสมอสำหรับผม สำหรับคนที่รักอาชีพคนบนฟ้า เพราะจนป่านนี้ สองนักบินยังไม่ได้ออกมาจากป่า





แต่ผมเชื่อว่า ทุกคนที่อยากจะไปโบยบินอยู่บนท้องฟ้า ... คู่เคียงกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา ..... ทุกๆคนยอมแลก .... ผมเองก็เป็น 1 ในจำนวนคนที่ยอมแลก กับความเสี่ยง ... เหล่านั้น


ส่วนภาพนี้จาก Blog ของนักบินท่านนึงจำไม่ได้แล้วว่าเป็นใคร

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552

... บารัค โอบาม่า ...



สวัสดีคับ


ช้วงนี้งานบาน หางจุกตูด ... แต่ ... ขี้เกียจตามเคย


Collection ใหม่ เดือนมีนากำลังจะออก ... ผมหละทำงานไปตื่นเต้นไป เพราะมันจะเป็นผลงานการออกแบบ
สู้ทองตลาดชุดแรกในชีวิต Designer กระจอกๆ อย่างผม


คงต้องดูกันต่อไปว่ามันจะ ขายได้บ้างรึเปล่า .... T___T แอบเครียดเหมือนกันนะเนี้ย


วันนี้เป็นวันแปลกๆวันนึงนะคับ ตื่นเช้ามาออกจากบ้านแอบตกใจเล็กน้อย เพราะว่าหมอกลงจัดมาก
เดินมาไขประตูหน้าบ้านรู้สึกเหนอะได้ภายในไม่กี่นาที มันชื่นไปหมด


เป็นเช้าที่รู้สึกเหมือนอยู่บนยอดดอย .. เพียงแค่อากาศมันไม่หนาวเท่านั้น แค่เย็นๆ


แต่พอนั่งๆรถเข้าเมืองแล้ว หมอกก็หายไปจนหมด ... แล้วก็กลับมาทำท่าจะร้อนตับแตกตามเดิม


และอีกอย่าง ... วันนี้ บารัค โอบาม่า ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของ อเมริกาไปแล้ว


ถามว่า ... แล้วผมจะพูดถึงเรื่องนี้ทำไม อ่ะ ...


คำตอบคือ คุณเคยมีประเทศในดวงใจบ้างไหม ... ประเทศที่คุณเติบโตมาโดยมีทัศนะคติที่ดีต่อประเทศนนั้นมาตลอด


เดาว่าตอนนี้ ใครๆก็คงรู้ว่าผมชอบประเทศนี้มาก


ผมโตมากับการไปส่งป้าไปอเมริกาบ่อยๆ ป้าไปทำงาน กลับมามีเงินเยอะแยะ


โตมากับการเข้าออกสถานทูต อเมริกัน แม่ผม เคยเป็นผู้ช่วยเชฟ อยู่ในนั้น ซึ่งตอนนี้ที่นั้นกลายเป็นลานเล่นสเก็ตบอร์ดไปแล้ว



โตมากับไมเคิล แจ็คสัน ชอบมากกกกกกกกกก


โตมากับอาโนว์ และหนังบู้ล้างผลาญ


The X File และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่ง ทุกวันนี้ สิ่งเหล่านั้นมันหลอมรวมเป็นผม และ ทำให้ผมมีทัศนคติที่ดี ต่อประเทศนี้เสมอมา


และผมก็หวังว่าสักวัน คงจะได้ไปเหยียบแผ่นดินในฝันนั้น ...


ครั้งนึงเมื่อผมยังเล็ก แม่ผมเคยพยายามที่จะไปอเมริกา พร้อมกับที่จะพยายามเอาผมไปด้วย


ตอนนั้นผมยังเล็กมาก จำได้แต่เพียงว่า เราสองคนแม่ลูกไปถ่ายรูปคู่ติดพาสปอร์ต กันบ่อยๆ ถ่ายแล้วถ่ายอีก ตอนนั้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่กำลังจะพยายามทำอะไร


แต่อเมริกา เป็นประเทศที่แม่ผมใฝ่ฝันอยากจะไปเช่นกัน


แต่จากการขอวีซ่า .... เขาบอกกับแม่ผมว่า แม่ผมไม่มีคุณสมบัติที่จะนำเด็กเข้า สหรัฐอเมริกา วีซ่าแม่ผ่าน ... แต่เอาผมไปด้วยไม่ได้


ตอนนั้น ... แม่เลือก .... อยู่กับผม .... แล้วละทิ้งความฝันทั้งหมดของตัวเอง เพื่ออยู่ดูแลผม


แม่เล่าให้ผมฟังว่า แม่แค้นนังดำคนที่สัมพาสแม่มาก .... แต่สุดท้าย แม่ก็ได้แก้แค้น ... โดยการถุย น้ำบ่อน้อย ใส่กาแฟให้เขากิน ( เอ่อ .. แม่ผมร้ายมาก )


ถึงแม้ว่าแม่จะพลาดโอกาศ ที่ดีที่สุดในชีวิตไปตอนนั้น แต่แม่ผมก็พยายามที่จะมองโลกในแง่ดี โดยที่แม่จะบอกกับผมเสมอว่า ... อย่างน้อย แม่ก็ยังได้เหยียบแผ่นดินของอเมริกา ในช่วงชีวิตนึง ที่ทำงานอยู่ที่นั้น


แม่มีหนุ่มฝรั่งมาติดพันมากมาย (แม่ผมสวยนะ) มีทั้งจริงจัง และหลีเล่นๆก็มี


ผมยังจำได้เลยว่ามีอีตาดำคนนึง ยิ้มทีเห็นแต่ฟัน มาจีบแม่ผมนานมาก เกือบปีทีเดียว เขาจะพยายามเข้ามาเล่นกับผมทุกครั้งที่ผมตามแม่ไปว่ายน้ำที่สถานทูต และผมก็จะกลัวเขาเอามากๆเช่นกัน


แต่แม่ก็ซื่อสัตย์ กับผมและพ่อผมมาตลอด ... แม่ไม่เคยมีใจให้ใครนอกจากพ่อผม


จนบางทีผมก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า ... ถ้าหากแม่ต่างงานกับตาดำนั้นไปจริงๆ ชีวิตผมคงแตกต่างไปจากนี้หน้ามือกับหลังตีนทีเดียว


ป่านนี้ผมคงไป Speak ๆ อยู่ที่โน่น มี Green card และคงจะกลายเป็นผลเมืองของอเมริกาไปแล้วก็ได้ ... เหอๆ แต่มันก็แค่นึกขำๆนะ ที่เป็นอยู่นี้ผมเองก็พอใจแล้ว อย่างน้อยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนผมก็มีแม่



ผมรักแม่มาก ... เพราะมีหลายครั้งที่ แม่ยอมเสียสละเพื่อผม ผมรู้ว่าหลายครั้งที่ทำให้แม่ผิดหวัง ร้องไห้ ผมเองก็เสียใจ


เมื่อคืนตอนผมกำลังนวดเท้าให้แม่ แม่พูดกับผมขึ้นมา ว่าแม่รู้นะ ว่าผมกำลังหลีหญิงคนใหม่อยู่ แม่ไม่ได้บ่น เรื่องคนแปลกหน้าในเอ็มอย่างเคย


แต่แม่บอกกับผมว่า ให้ผมจำบทเรียนที่ผ่านมาแล้ว จะคุยกับใคร บอกเขาแต่เท่าที่จำเป็น


แม่บอกว่า ถ้าเขา ต้องการอะไรจากผมมากมาย ก็อย่าไปบ้าจี้ตามที่เขาต้องการ และถ้าหากเขาอยู่สูงเกินไป และไม่โน้มตัวลงมา และผมก็ไม่สามารถที่จะวิ่งโรด ไปหาเขาได้ ก็ให้ระวังไว้ ให้ผมเป็นตัวของตัวเอง


T__T น้ำตาแทบไหลนะคุณ แบบ ... แม่รู้เสมอจริงๆ


แม่บอกว่าถึงเราจะจน ถึงเราจะเช่าบ้านอยู่ แต่เราก็ยังดีกว่าคนอีกมากมาย เรายังมีบ้านเอาไว้ซุกหัวนอน เรายังมีเงินไว้ซื้อนั้นซื้อนี้


จริงของแม่นะ ที่ผ่านมาไม่รู้ผมเองไปบ้าจี้ตามคนอื่นทำไม ทำไมชีวิตคนเราต้องมีประกันชีวิต
ทำไมต้องมีเงินเก็บ ทำไมต้องมีนั่นนี้ที่แสดงว่าตัวเองสมบูรณ์ ทั้งๆที่ในใจขาดอยู่ตลอดเวลา


วันนี้ผมแอบปลี้มแทนคนอเมริกันทุกคน ที่มีนาย บารัค โอบาม่า เป็นประธานาธิบดี


และหวังลึกๆว่า ผู้ชายที่ดูธรรมดาๆ แต่ไม่ธรรมดาคนนี้ จะเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้



ผมชื่นชมผู้ชายคนนี้นะ ผมว่าเขาเท่ห์ ฉลาด ผมชอบเวลาเขายิ้ม และรู้สึกว่า คนเรา เวลามองดูใครสักคน เราจะเห็น ว่าเขาสามารถเป็นอะไรได้บ้าง




ครั้งแรกๆที่ผมเห็นผู้ชายคนนี้ทางทีวี ผมก็แอบคิดไว้ว่า วันนึงเขาน่าจะได้เป็นประธานาธิบดี ... ของประเทศที่ผมรัก ไม่แพ้แผ่นดินเกิดของตัวเอง

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552

HongKong - Bangkok


สวัสดีครับ กับเช้าวันจันทร์ วันทำงาน
วันนี้ผมมีรีวิว ตามคำเรียกร้อง (ใครเรียกร้องแกรเนี้ย) สนองตัณหาตัวเอง
ด้วยรีวิว VHHH เชบ แล็ป ก๊อก Hongkong inter ---- VTBS สุวรรภูมิ Bangkok
เนื้องด้วยจาก 2 เดือนก่อน ผมบินไปส่งผู้โดยสาร 150 ถึง Hongkong แล้วจวบจนบัด ณ เดี๋ยวนี้ เพิ่งจะได้ฤทธ์ บินกลับ ... เอ่อ ... สายการบินบ้านป้าแกรสิ บินแบบนี้
แต่เนื้องจาก Mandala Airline ของผมนั้น เป็นสายการบินตามใจฉัน ว่างเมื่อไร ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วทิ้งไว้จึงได้มีโอกาศเดินทาง ตามสโลแกน เพื่อนร่วมเวบผม " ฉิบหายช่างมัน เน่นมันไว้ก่อน"
และเนื่องจากสายการบินเรามีเครื่องเพียง 2 ลำ นั้นคือ AirBus 320 กับ Boeing 737 - 900 พิสัยการบินก็ไม่ใกล้ แต่ก็ไปไม่ได้ไกลนั้น มะมีลำใดได้เข้าไปทำสี ตามLogo ของสายการบินเลย
จึงยังต้องใช่เครื่องที่ผมซื้อมาจากสายการบินอื่น ไปก่อน
วันนี้เที่ยวบินผมคือ Airbus 320 - 232 ของ Air Asia
จำนวน 150 ที่นั่ง
แอร์อีก 15
นักบินที่ 1 Captain (นั้นคือผม)
นักบินที่ 2 Co - Pilot (นั้นก็ผมอีก)
กะว่าจะให้บริการผู้โดยสารสัก 3 คน ที่เหลือ 12 คน บริการผมคนเดียว เหอ เหอ ..... น้ำลายไหล
อ่ะ บินก่อนครับ ซีเรียสๆๆ
ว่าแล้วก็โหลดน้ำมันกับของที่จำเป็นคับ

ให้ผู้โดยสารได้ขึ้นเครื่องให้เรียบร้อย
น้องแอร์ เตรียมของใน Cabin ให้เรียบร้อย
ส่วนผมก็เซ็ทระบบต่างๆ
Flap
Runder
คันเร่งและระบบไฟต่างๆให้อยู่ในสภาพพร้อมใช่งาน



ว่าแล้วก็ขออนุญาติ ATC และ Taxi ไปตามทางวิ่ง เพื่อไปที่ปลาย Runway 18L


มุมยอดฮิท ติดปลายปีก อิ อิ ระหว่าง Taxi ครับ

และก็ไปจอดรอ อย่างเรียบร้อย ที่ปลาย Runway ขออนุญาติ ATC Takeoff

ATC : Roger , Clear for Take - off
เขาให้เข้า Runway แล้วคับ ก็เข้าไปจัดตัว หันหัวไป Heading 070 เพื่อเตรียมทำการวิ่งขึ้น
พลักคันเร่งไปข้างหน้าจนสุด เปิด Flap 10 เพื่อช่วยในการวิ่งขึ้น ด้วยน้ำหนังเครื่องที่ค่อนข้างหนักมาก

V1 ..... Vr ว่าแล้วที่ความเร็ว 110 น็อต ก็ยกหัวเครื่องขึ้นโลด


V2 ..... เครื่องเกาะอากาศ จนยกตัวขึ้นลอยจากพื้นแล้วคับ

เครื่องไต่อากาศ และทำความเร็วได้ดี ก็เก็บ ล้อก่อนเลย ค่อยๆ เก็บ flap ที่ละ 5 แล้วก็ติดต่อ กับ ATC
เขาก็บอกให้เราหันหัวไปตามเส้นทางที่เราได้แจ้งไว้กับเขาล่วงหน้าคับ พร้อมกับจัดแจงบอกเรื่องความสูงให้
เพื่อไม่ให้บินไปชนกันกับเครื่องอื่นๆที่อยู่แถวๆนั้น
ตอนนี้ต้อง Heading 240 คับ เราจะกลับ กรุงเทพฯกันแล้วววววว
ฮ่า ... ชมวิว ตัวเมือง Hongkong สักหน่อย ตอนนี้ Kai Tek ปิดบริการไปแล้ว ไม่งั้นเราคงได้เสียว บินผ่าเมืองกัน

อ่ะ ... นั้น เชบ แล็ป ก๊อก ที่เราเพิ่งขึ้นมาเมื่อกี้
เปิด Auto Pilot มุ่งหน้ากลับบ้านเรา ไปท่ามกลางท้องฟ้าเวิ้งว้าง ว่างเปล่า
ปรกติความเร็วเดินทาง ใต้ 10,000 ฟุต จะอยู่ที่ห้ามเกิน 250 น็อต แต่นอกจากนั้นก็สามารบินได้เร็วกว่านั้น
แต่ต้องขึ้นอยู่คับเพดานบินที่เราใช่บินเดินทางด้วยว่าสูงเท่าไร
แต่ปรกติผมก็เห็นเขาบินกันไม่เกิน 250 น๊อต นะคับ ในความเป็นจริง
แต่วันนี้รีบครับ ล่อไป 320 น๊อตที่เดียว เพดานบิน 24500 ฟุต คับ

ช่วงเวลาระหว่างนี้ กัปตันก็ไป ล้างจาน ถูบ้าน ซักผ้า แล้วก็กินข้าวหมูแดง ที่น้องแอร์สาวทั้ง 12 คนของผม เตรียมไว้ให้
ผ่าน หนานหนิง .... เวียนเทียน .... เราก็เข้า เขต Bangkok Center
เย้!!!!!

ว่าแล้วน้อง ATC ชาวไทย ก็บอกให้ผมลดกระดับ เปิด Gps ดูก็ใกล้ถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้วคับ
24500 ..... 16000 ..... 5000 ........ 1500 ฟุต เราก็เห็น สนามบินแระคับ อยู่ข้างหน้าโน่นนนนนน



เล็กกระติ๊ด ว่าแล้วก็จัดตัวเข้า Final คับ เปิด Flap ค่อยๆลดความเร็ว ไปที่ 145 น๊อต พลัก Barke ไปที่

ตำแหน่ง ARM เพื่อให้ ลดระดับได้ดี ขึ้น กว่าการปักหัวลง

เพราะปรกติเวลาเครื่องลดระดับจะไม่ปักหัวลงนะคับ แต่จะลดความเร็ว และเปิดช่องว่างระหว่างปีก เพื่อให้เกาะอากาศได้น้อยลง แต่ไม่ถึงกับ Stall


ใกล้และคับก็ Gear Down กางล้อคับ

เปิด Auto Break


กรีสสสสส ... ใกล้จะถึงสนามแล้วคับ เห็นไฟ Papi เหลืองๆไหมคับ ไม่แดงสักดวงเลย แสดงว่าเราอยู่เหนือ ระดับแนวร่อนลงอย่างแรง ต้องเพิ่ม Arm อีกนิด


จะรอดไหมเนี้ย ... ผู้โดยสารเริ่มร้องด้วยความโหยหวน กันระงม จะ Landing ได้ไหมเนี้ย

แต่ด้วยความหน้าตาดีของนักบิน (เกี่ยวไหม) จึงสามารถนำเครื่อง และผู้โดยสารทั้ง 150 ชีวิต ลง landing ได้อย่างเลิศล้ำปลอดภัย .... เย้!!!!!!!!!!

ผู้โดยสารจึงปรบมือให้กับความหล่อ และเก่ง กันเกรียวกราว .....

ว่าแล้วก็รีบนำเครื่องออกจาก Runway คับ เครื่องอื่นที่จะลงตามจะได้ไม่ด่าพ่อล่อแม่ให้

แล้วก็ขอให้ Atc สุวรรณภูมินำทางเราไปยัง Gate ที่จะจอดคับ


น่าน ... สุวรรณภูมิเรา จะมีพี่พัน กับ พี่ กกน. มาปิดอีกรึเปล่าเนี้ย




ถึงแล้ว.... กด Parking Brake แล้วก็เปิดประตูถีบผู้โดยสารลงไปโลด

Mandala Airline ยินดีที่ได้ส่งผู้สารทุกท่านถึงที่หมาย ด้วยความสวัสดิภาพคับ

เรายินดีบริการท่าน ตามความพึงพอใจของเรา เสมอครับ ..... สวัสดีครับ

ปล. ภาษาทางการบินวันนี้

Taxi = การวิ่งของเครื่องบินไปตามทางวิ่ง

ATC = Air Traffic Contro


วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552

... สุกี้ ...

หวัดดีคับ


ช่วงนี้อากาศกลับมาเย็นๆอีกแล้วเนอะคับ


ผมก็ขี้เกียจอาบน้ำอีกตามระเบียบ ตอนนี้นอนห่มผ้าสองผืน พัดลมก็ไม่เปิด (เวอร์นะ)
ไม่งั้นตอนกลางดึกผมต้องลุกขึ้นมาปิดพัดลมตัวสั่นๆ ทุกคืนเลย



เมื่อวาน แม่ไปสำเพ็งมาคับ ผมไม่ได้ไปช่วยแม่หิ้วของที่สำเพ็งมา 6 เดือนแล้ว เพราะต้องทำงาน



เมื่อวานแม่บ้าพลังมากเดินไปตลาดเก่าเยาวราชพร้อมของที่ซื้อมาขาย ถุงมันจะใหญ่แล้วหนักมาก เพื่อให้ซื้อของมาทำสุกี้ให้ผม


ผมชอบกินสุกี้มากคับ ใครชอบกินเหมือนกันบ้างเอ่ย ..??? เป็นอะไรที่กินได้บ่อยๆ ไม่เคยเบื่อเลยทีเดียว เหมือนโรคจิตไปแล้ว อยากจะเห็นหน้าคนคิดค้นจริงๆ 55+



ผมเป็นคนกินเยอะกินมาก (แต่ไม่อ้วน) ชนิดที่ถ้าไปกิน MK ก็คงหมดหลายกะตังอยู่ บ้านเราเลยไม่ได้เข้า MK นานมากแล้ว ตั้งแต่หัดซื้อของมาจากตลาดเก่า มักจะทำกินเอง



จะกินบ่อย กินมาก กินแต่ของที่ชอบ เท่าไรก็ได้ อิ อิ 1500 บาท ซื้อของมาทำสุกี้กินไปได้ ประมาณ 3 วัน และของก็ดีกว่า ไปกินตามหมูกะทะ ... เรียกได้ว่าของจากตลาดเก่านั้นอร่อย
พอๆ กับที่ไปกินจาก ชาบู บุพเฟ่ ทั้งหลายทีเดียว ร้านที่แม่ผมเลือกเป็นร้านประจำนี้ ลูกเจ้าของร้านเป็นทอม (ยังสงสัยอยู่ว่า ทั้งตลาดเก่ามีตั้งหลายร้านที่ขายลูกชิ้นประมาณนี้ แต่ทำไมแม่เลือกร้านนี้)



ทำลูกชิ้นหลายๆประเภทมาก ... มีปลาหมึกกรอบ ปลาสวรรค์ ( ที่อร่อยกว่า MK อีก ) ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นรักบี้ ลูกชิ้นกุ้ง ลูกชิ้นก๋วยเตี๋ยวแคระ เกี้ยวปลา ไปยันเต๋าหู้ปลา แถมยังมีน้ำจิ้มสุกี้ อีก ไม่รู้ว่าสูตรอะไรนะคับ
แต่อยากบอกว่าอร่อยๆดีมาก .... ไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย ใส่ พริกกระเทียมสับ ก็สุดยอดแล้ว


... อิ อิ ดูเอง หิวเอง ...



ร้านนี้จะอยู่ประมาณกลางๆตรอกตลาดเก่าคับ เลยร้าน พริกไทยตามือ ไปสักหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าไม่ว่าคุณจะเลือกร้านไหนในตลาดเก่าเยาวราช คงจะไม่ผิดหวังแน่ๆ



แถมท้ายคับ สุดตรอก .... จะมีร้านขายบะหมี่เกี้ยว ฮ้องกง ขนมจีบอร่อยมากคับ บะหมี่เกี้ยวก็ดีคับ ปรกติไปตลาดเยาวราชตอนกลางวันๆ คนจะเยอะมากคับ เดินลำบาก แนะนำให้ไปเช้าหน่อย
น่าจะดีนะคับ



ปีใหม่ช่วงวันหยุด มี 1 วันที่ผมกับครอบครัวได้ไปทำบุญกัน แต่เข้าไปไม่ถึงเลยคับ วัดหลวงพ่อโสธรคน


เยอะเหมือนหนอนมากๆ เลยเหมือนไปนั่งรถเล่นกันมากกว่า


อย่างน้อยก็พาเจ้าลูกชายผมไปนั่งรถเล่นนะ หุ หุ


... ลูกชายผม ....



... อันนี้พี่หมีใหญ่ หมีวันรับปริญญา กับ ลูกสาวคนโตของผมคับ ลูกติดจากเมียคนที่ 2 กลุ่มใจ ลูกดก ...


ปล. ปีใหม่ ผมจับฉลากได้วิทยุก๊องแก๊งหละ หิวไปทาสีบ้านใหม่รู้สึกเหมือนคนงานก่อสร้างอย่างแรง T____T





... แค่สีก็ ..... เฮ้ออออ ...........

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552

... ปีใหม่ ...

สวัสดีปีใหม่คับผม ...


ปีใหม่หยุดยาวววววว.... แต่ผมไม่ได้พักสักวันเรย T__T


ช่วยแม่ขายของตลอด เพราะที่ตลาดที่บ้านผมขายของอยู่มีงานปีใหม่ แถมยังลากยาวตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง เกือบ 4 ทุ่ม เป็นเวลาติดต่อกันครึ่งเดือน



พระเจ้า สงสารแม่ผมมาก ... แต่ทำไงได้คับ มันเป็นออฟฟิตแม่ผม ... เลยต้องช่วย



และวันหยุดอีกสองวันที่เหลือ เรา 3 คนพ่อแม่ลูก ก็ไปช่วยกันทาสีบ้านใหม่ ... เป็นบ้านเช่าที่เราจะย้ายไปอยู่ ต้นเดือนกุมภา นี้



ทำให้ได้รู้ว่า ทาสีบ้านสักหลังนี่มันเหนื่อยสุดๆ ขนาดทากันแค่ข้างในนะเนี้ย บ้านเช่าหลังนี้จะทำให้ผมประหยัดค่าเช่าบ้านลงไป 1500



ถ้ารวมไปเป็นค่าน้ำค่าไฟ ... ก็คงช่วยแม่ได้เยอะ แต่ผมจะไกลที่ทำงานออกไปอีกนิด แต่บ้านที่เราได้หลังนี้ดีทีเดียวนะคับ เป็นบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ ชั้นเดียว มีบริเวณด้วย



เนื่องจากเจ้าของบ้านคงรวย มีบ้านหลายหลังเขาเลยให้เราเช่าถูกๆ แต่เนื่องจากเราเสนอจะ ทาสีบ้านให้เขาใหม่ เลยไม่ต้องจ่ายล่วงหน้า ถึง 3 เดือน



ก็หวังว่ารายจ่ายของผมจะลดลง และครอบครัวของเราจะดีขึ้น



และหวังว่าสักวัน ผมจะได้มีโอกาศทาสีบ้านของตัวเอง ... และไม่ต้องร่อนเร่ ... ไปมีความทรงจำ ในบ้านของคนอื่นอีก



เหมือนคำพูดนึง ... " ว่าอยากเป็นต้นไม้ เมื่อหยั่งรากลึกแล้ว ... ก็ไม่ต้องไปไหนอีก "




คนที่ไม่มีบ้านทุกๆคน ... จะเข้าใจ ว่าผมรู้สึกอย่างไร




เมื่อคืน ผมฝัน ... เป็นความฝันที่ผมฝันแบบเดียวกันเมื่อ 3 คืนก่อน




และเป็นครั้งแรก ในรอบ 2 เดือน ที่ผมยอมรับความรู้สึกตัวเอง





ผมฝันถึงผู้หญิงคนสุดท้ายในชีวิตผม ทั้งๆที่ผมไม่ได้นึกถึงเธอบ่อยนักแล้ว ... แต่เขาบอกว่าคนเรามักจะฝันถึงอะไรที่อยู่ใต้จิตสำนึก




ที่อยู่ในส่วนลึกๆของหัวใจ .... ทำไมผมต้องฝันถึงเธอด้วย




ในฝัน เหมือนกันทั้งสองครั้ง คือ เธอมีคนอื่นไปแล้ว .... และผมก็ทำเหมือนกันทั้ง 2 ครั้ง ... นั้นคือกอดเธอ และขอเธอคืนดี




ผมรู้ว่าคนเราไม่สามารถบังคับหัวใจใครได้




คนเราถ้าจะรัก ... กินขี้คลุกข้าว มันก็รัก ... ก็อยากอยู่ด้วย





แต่ถ้าคนเราจะไม่รัก ... ใส่ทอง 5 บ้านกินเสต็ก ... มันก็ไม่รัก





ผมยืนอยู่ตรงนี้ แล้วมีความรู้สึกแบบนี้ ... โดยที่ไม่ได้รู้สึกอยากย้อนเวลาได้ หรือ อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไร เพียงแต่มีคำถาม ให้กับตัวเอง




ว่า .... ทำไม ????




แต่เมื่อมันไม่มีคำตอบ ไม่มีใครสามารถให้คำตอบกับผมได้ การไม่ได้รับคำตอบ ก็คงจะสมควรแล้วสำหรับผม



และตัวผมเองก็พอใจ




ตอนนี้เธอคงเล่นเอ็ม หาแฟนทอมคนใหม่ไปแล้ว .... ส่วนตัวผมก็นั่งซื่อบื่ออยู่ตรงนี้ ...





เคยพยายามจะหาอยู่ 2 - 3 ครั้ง แต่ก็ล้มเลิกไปหมดแล้ว เหมือนมันหมดแรง ... มันเหนื่อย



ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็หวังว่าเธอจะสบายดี และมีชีวิตที่ดี เมื่อปราศจากคนอย่างผม



คงได้พบเจอ คนที่จะเข้าใจเธอได้ อย่างที่เธอต้องการ คนที่จะเป็น และมีทุกอย่าง ตามที่เธอต้องการ



วันนี้เหมือนเป็นวันที่ผมอ่อนแอที่สุด ผมไม่อาจตัด .. หรือคิดกับเธอ เป็นอย่างอื่นได้เลย ตลอดมา



ผมพยายามลืม ทุกๆวัน ทุกๆนาที



ผมเสียใจ เสียใจเสมอ และตลอดเวลา



รู้สึกหงุดหงิด ... เหมือนไอ้บ้าไอ้บอ



และมาฟูมฟายหาหอก เมื่อเวลามันผ่านไปแล้ว 2 เดือน ......... เพื่อ ???? (ตั้งนานไม่ฟูมฟาย อายสาดดดดดเอ้ยยยยย)



ปีใหม่สำหรับคนอื่นๆ อาจจะมีความสุข ได้ไปลั้ลลา ที่นั้นที่นี่ ... แต่ผมของเป็นแบบนี้ เหมือนจมอยู่ในกองขี้



มันทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้สวยงามเลยสำหรับผม



ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน ... ว่ามันจะแย่ไปมากกว่านี่อีกไหม



ปีใหม่ ... ผมซื้อที่ใส่แปรงสีฟันเป็นตัวเป็ดน้อยให้แม่


ไม่ได้ซื้ออะไรให้พ่อ


แต่ซื้อคอมให้ตัวเอง



ได้ถอยคอมใหม่ ซื้อแต่ เคส อย่างเดียว นี่เป็นครั้งแรกทีเดียว ที่ได้ซื้ออะไรแพงๆ ด้วยตัวเอง ไม่ต้องแบมือขอแม่อีก



และเป็นครั้งแรกเหมือนกันที่เล่นเกมส์แล้วไม่สนุก ไม่รู้ทำไม



บินก็ไม่ได้บิน เพราะต้องลงโปรแกรมฝึกบิน กับ Add - on เครื่องบิน พร้อมสนามบินใหม่หมด รวมทั้งเครื่อง Ai ด้วย


เหนื่อยฉิบ เพิ่งรู้ตัวว่า ที่เล่นมา 2 ปีนี่ ใส่อะไรลงไปบ้าง ... เยอะโคตรๆ



วันก่อนว่าจะเอา รีวิว ที่บินจาก VHHH Hongkung มา VTBD Bangkok มาลงให้ดูนะคับ แต่พอบินมา



ชั่วโมงกว่า จะจัดตัวเข้า Final Landing คอมผมก็แฮง ... เลยขี้เกียจบินตั้งแต่นั้น



คราวนี้คงไม่เป็นแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาเลย



ผมเหนื่อย ... น่ามีสปาหัวใจนะ ... คงจะขอไปใช่บริการบ้าง คงจะดีทีเดียว

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...