วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

... จาก เมธินี ถึง เมทินี ...

เมธินี ถึง เมทินี

อาห่ะ ... งงอ่ะดิ


ผมก็งง ... อ่าว


หลังจากที่พระบิดาของผม สวมบทเป็นสไปร์เดอร์แมน ตอนพลังหมด โรยตัวลงมาจากหลังคาอู่ ด้วยเชือกไนล่อนเหนียวพิเศษ


ทำให้ตอนนี้ต้องไปนอนพังพาบอยู่โรงพยาบาลนั้น ณ บัด นาว อาการดีขึ้นเป็นลำดับแล้วคับ


พออาการดีขึ้นก็ เริ่มเปรี้ยวและมีฤทธิ์ เช่น เดิม ผมยังแอบคิดว่าผมจะกลับไปเกลียดพ่อตามเดิมหรือไม่ อันนี้บอกไม่ได้จริงๆ


แต่ที่แน่ๆ หัดเดินวันแรก ทำนักกายภาพ หนีไปแล้ว 1 คน ด้วยความเหี้ยน ผมหละเซ็ง
ตอนนี้ก็ยังเดินไม่ได้อ่ะคับ แม่เลยขู่ว่า ถ้ายังดื้อแบบนี้อีก จะไม่มาเยี่ยมอีกเลยจนกว่าจะกลับ ... กร๊ากกกก ค่อยหายดื้อหน่อย ..... 5555555+++


ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านและเมนต์ เป็นกำลังใจให้ผม ขอบคุณน้ำตาไหลเลยคับ รู้สึกว่าอย่างน้อยชีวิตมันก็ยังไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น ยังมีคนที่คอยให้กำลังใจผมอยู่


ขอบคุณคร้าบบบบบ



ผมหรอ ... ช่วงนี้งานบาน อารมณ์ก็กลับมาเข้าที่เข้าทาง ถึงจะเซ็งชีวิตไปบ้าง แต่ก็ยังพอทนไหวอยู่


ว่าแล้วเข้าเรื่องอยากอวด


ไซด์บอร์ด ตัวยาว สำหรับบ้านคุณ ลูกเกตุ เมทินี กิ่งโพยม มาแร้นนนน



รอทำสีก่อนนา ..... นะ นะ แล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูอีกทีตอนเสร็จแล้ว ฮะ


ผมเขียนแบบเองหละ คริ คริ อยากอวด เพื่อ ?????


แต่ก็นะ ครั้งนึงในชีวิตเน่าๆ ของผมได้มีโอกาศไปเกี่ยวโยงชีวิตประจำวันกับนางแบบระดับประเทศขนาดนี้ ถึงแม้จะเป็นแค่ ไซด์บอร์ดในบ้าน ก็ยังดี


แค่คิดว่าเจ้าหล่อนจะเดินผ่านไซด์บอร์ดนี้ อย่างน้อยวันละรอบก็แอบปลื้มในใจแล้ว.... หัวเรื่องวันนี้ จึง เป็น ผม ถึง เธอ เพราะเราชื่อเหมือนกันนั้นเอง ถึงจะสะกดต่างไป แต่ก็ .... นะ ... นิดนึงได้ไหม


เฮ้อออออออออ .... ในน้ำเน่าๆ ก็จะต้องมีน้ำดีๆไหลผ่านมาบ้างเสมอ .... ให้ได้ชื่นใจเนอะ

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2552

... การปรากฏตัวของพ่อ ...

การปรากฏตัวของพ่อในชีวิตผม เริ่มต้นขึ้นเมื่อวานนี้


แต่อย่าตกใจ ผมมีพ่อมาตลอดชีวิต อยู่บ้านหลังเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน และเรียกเขาว่าพ่อ
เขาเป็นพ่อจริงๆของผม ที่ทำให้ผมเกิดมา เราหน้าเหมือนกัน อย่างกับสำเนาบัตรประชาชน
แต่ตลอดทั้งชีวิตจนย่างเข้าจะอายุ 25 ปี เมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่ผมรู้สึกว่า เขาเป็นพ่อของผมจริงๆ


พ่อไปทำงานที่ซาอุ ตั้งแต่ผมอยู่ในท้องแม่ แล้วกลับมาตอนผม 2 ขวบแล้ว เราไม่ค่อยสนิทกัน และยิ่งโตเราก็ยิ่งไม่สนิทกัน


ผมไม่ชอบใจพ่อในหลายๆแง่มุมที่พ่อปฏิบัติต่อชีวิต ทั้งกับตนเองและครอบครัว พ่อชอบกินเหล่ามากๆ ทั้งๆที่คออ่อน ทะเลาะกับแม่เรื่องกินเหล่าไม่รู้เท่าไร


แต่ก็ยังคงกินอยู่ พ่อสัญญากับผมและแม่เสมอ ว่าจะเลิก แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้
ผมบอกได้ว่าก่อนหน้านี้ ผมเกลียดพ่อตัวเอง เกลียดทุกสิ่งที่เขาทำ ที่เขาเป็น เขาเป็นเหมือนผู้ชายที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกับผม แล้วผมแค่เรียกเขาว่าพ่อเท่านั้น


แต่พ่อก็เป็นผู้ชายที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิต ผมคงไม่มีวันนี้ถ้าไม่มีเขา



เมื่อวาน พ่อประสบอุบัติเหตุ ตกลงมาจากหลังคาอู่รถ ที่พ่อเป็นลูกจ้าง เขาใช้ให้พ่อไปซ่อมป้ายชื่ออู่ที่ตกห้อยลงมา


พ่อขึ้นไปบนนั้น กับเพื่อนอีกคน แล้วก็พลัดตกลงมา ตกลงมานอนกองกับพื้น ดีที่พ่อคว้าเชือกผูกป้ายไว้ได้ จึงเหมือนกับว่ามันเป็นแรงชุด ให้พ่อร่วงลงมาไม่แรงมาก


แต่การตกลงมาจากที่สูง 2 ชั้นแบบนั้น พ่อเอาขาลง ขาพ่อหัก กระดูกเชิงกรานตรงช่วงเบ่า ข้อต่อต้นขาของพ่อแตกละเอียด



พ่อหัวแตกนิดหน่อย เย็บไป 4 เข็ม แต่ขาของพ่อ ค่อนข้างสาหัส


เมื่อวาน เราได้ย้ายโรงพยาบาลจากนพรัตน ไปที่โรงพยาบาลลาดพร้าว ที่พ่อมีประกันสังคม
เราต้องคอย เพราะหมอบอกว่า ยังผ่าไม่ได้ ตอนแรกหมอบอกว่าจะผ่าให้วันเสาร์โน่น แต่ยังไงไม่รู้เราได้ผ่าวันนี้


เมื่อวานเป็นวันแรก ของ 24 ปีในชีวิตผม ที่ผมป้อนข้าวพ่อ ได้ดูแลเขา เป็นครั้งแรกที่ผมตระหนักว่า ผมมีพ่อ และผมรักเขา


ถึงแม้ว่าวันๆเราแทบจะไม่พูดอะไรกันเลยที่บ้าน ไม่สนิท เหมือนแค่คนอยู่บ้านเดียวกัน แต่ผมก็พึงคิดได้ ณ วันนี้ ถ้าหากคนๆนั้นหายไปจากชีวิตผมจริงๆ นั้นคือเรื่องใหญ่



วันนี้เขาเอาพ่อผมเข้าห้องผ่าตัดใหญ่ ตั้งแต่ 11 โมง และบอกว่าจะเสร็จตอน 4 โมงเย็น วันนี้ผมมาทำงาน แล้วแม่ไปเฝ่าพ่อแต่เช้า แม่บอกว่า ดูรู้ว่าพ่อกลัว ถึงแม้ว่าพ่อจะพูดว่าไม่เป็นไรๆ


แต่ผมก็รู้ว่าพ่อก็กลัว


ผมกลัวแทนพ่อจริงๆ



สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่า จะดีจะชั่วก็พ่อผม ทำงานเลี้ยงผมมาตลอดชีวิต ผมคงทนดูเขาเป็นอะไรไปไม่ได้แน่นอน ...... ชีวิต ... ช่างเปรอะบางเหลือเกิน


ตอนเช้าผมยังเห็นเขาเดินเก็บใบไม้ก่อนจะออกไปทำงาน ตอนเย็นมานั่งดูเขานอนสลึมสลืออยู่บนเตียง เจ็บปวดกับสะโพก ไม่สามารถขยับตัวได้



ทำให้รู้ว่า .... ชีวิตช่างบอบบางเหลือเกิน ....

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

... Flight แรกในชีวิต ...

^_______^


ก่อนอื่นขอยิ้มกว้างๆก่อน ยิ้มเห็นฟัน .... แล้วตามด้วยหัวเราะดังๆ




" ..... ผมได้ขึ้นเครื่องบินแล้ววววววว ..... "



ถามว่าจะดีใจทำไมขนาดนั้น กะอีแค่ขึ้นเครื่องบิน


แต่สำหรับชีวิตเด็กที่โตมา แบบไม่ได้ร่ำรวย และฐานะทางการเงินไม่เคยมั่นคงนั้น
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่นับว่าเกิดขึ้นได้ยาก


กับคนที่ชอบเครื่องบินมาก จะแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าหาเครื่องบินทุกครั้งที่ได้ยินเสียง ไปนั่งดูเครื่องบินอยู่ในสนามบินเป็นวันๆ


เคยเดินเราะรั้วแดดเปรี่ยงๆเป็นกิโล เพื่อไปดูเครื่องบินขึ้นลงชัดๆ ที่ Runway


ฝันอยากเป็นนักบิน รู้อะไรๆเกี่ยวกับเครื่องบินมากมาย แต่ชีวิตนี้ไม่เคยได้เข้าใกล้เครื่องบินระยะเผาขน มากไปกว่างานวันเด็ก หลงไหลในความเป็นเครื่องบินพาณิชย์ต่างๆ


แล้ววันนี้ฝันของผม ของไอ้เด็กธรรมดาๆ คนนั้นก็เป็นจริง 55555++


ผมได้รับโอกาศจากเจ้านาย ให้ไปหาลูกค้าคู่กันที่ภูเก็ต เราบินสายสีแดง โล คอส แต่ช่างเถอะ ผมไม่ได้แคร์ว่าจะบินสบายไหม เพราะมันก็เครื่องบินเหมือนกัน

เป็นการนั่งเครื่องบินครั้งแรกในชีวิต แล้วก็เกือบตกเครื่องสะตั้งแต่ครั้งแรก เพราะเจ้านายผมมาช้ามากๆ คงเป็นเพราะเขาขึ้นบ่อย จึงใจเย็น


แต่เราก็มาได้ทันเขาปล่อยให้ขึ้นเครื่อง 5 นาที





เครื่อง A320 ของ Air Asia ถึงจะลำเล็กแต่ก็ผมตื่นเต้นสุดๆ เจ้านายสลับให้ผมได้นั่งข้างหน้าต่าง รู้สึกดีมากๆ ได้เห็นเครื่องยนต์จริง การทำงานจริงๆ เสียง แรงสั่นสะเทือน แรงกระชากต่างๆ ของจริง




มันต่างไปจาก Flight Sim ที่ผมเล่นมากมาย ในความจริงกับเกมส์ เวลาเขาบินจริงก็ต่างไป 400 น๊อต เป็นในเกมส์ ผมคงขึ้น over speed ไปแล้ว


ประมาณชั่วโมงนึงผมก็มายืนกระพริบตา ปริบๆ กับเจ้านายที่ภูเก็ต 8.00 เช้าพอดี แก้วหูยังลั่นเปรี๊ยๆ ไม่หาย


ลูกค้าฝรั่งที่เรามาพบ ชื่อคุณ Jon เป็นฝรั่งน่ารัก พูดมาก ตลกที่ตอนแรกผมคุยกับเขาได้สองสามคำ เขาก็เข้าใจว่าผมคงพูดเก่ง เลยใส่ผมใหญ่เลย อยากจะบอกว่า กรูได้แค่นั้นแหละ กรูฟังไม่ทันแล้ว


แต่ก็ยังพอทำงานกันได้ คอนโดที่แกจะตกแต่งอยู่หน้าหาดกะรน วิวสวยมากๆ 15 ล้านบาทถ้วน เงินนี้ซื้อความสุขได้จริงๆ




มื้อเช้า ตา Jon พาไปเลี้ยง บุฟเฟย์ ของโรงแรมอย่างหรู .... กลางวันพาไปร้านแพง .... จึงแอบเกิดความคาดหวังทั้งในใจของผม และ เจ้านายเล็กๆ ว่า มือเย็นมันต้องหรู .... 555555++++


แต่แล้วเวลาประมาณ 1ทุ่ม ของวันนั้น ... ผมกับเจ้านายนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเนื้ออยู่ข้างทางแถวๆ ถลาง ก่อนเข้าสนามบิน 555555+++ แอบเซ็งนิดๆ



และแล้วเลาประมาณ 3 ทุ่ม ผมก็ได้ขึ้นเครื่องอีกครั้ง ขากลับตกหลุมอากาศ ตลอดทาง คนแน่น รู้สึกเหมือนนั่งรถทัวร์ไม่มีผิด อีกหน่อยถ้ามันตัดงบมาก เราคงเห็นแอร์ เดินถือกระเป๋าเก็บตั้ง เดินไปเดินมาเก็บค่าโดยสารแน่ๆ 5555+




เครื่อง Landing ที่สุวรรณภูมิ อย่างปลอดภัย ท้องฟ้าตอนกลางคืน เวลามองจากหน้าต่างลงมา มันเป็นภาพที่งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น แล้วที่สำคัญ ผมได้มองลงมาจากหน้าต่างเครื่องบิน



ผมจะไม่มีวันลืม Flight แรกในชีวิตผม จะไม่มีวันลืมพระคุณเจ้านายที่เลือกผม ไม่มีวันลืม 1 วันที่แสนอิ่มเอมหัวใจ และมีความสุขที่สุดในรอบหลายปี


เรื่องบางเรื่องอาจเป็นเรื่องปรกติธรรมดาสำหรับบางคน .... แต่เรื่องเดียวกันนี้ ก็อาจจะเป็นสิ่งแสนพิเศษสุด สำหรับอีกคนได้ ..... นี้ก็คือเรื่องธรรมดา แต่แสนวิเศษสำหรับผม




ขอบคุณ ๆๆๆๆๆๆๆๆ


^____________^






วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552

... ว่าด้วยการอัลตร้าซาวด์ ...

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วผมไปอัลตร้าซาวด์มาหละคับ

อ่ะ ... งงหละสิ .... ผมท้องรึ??


555++ เปล่านะคับ เปล่าโดนเสกเด็กเข้าท้อง


แต่เป็นเพราะว่า ช่วง 2 อาทิตย์นี้ผมไปหาหมอประกันสังคมมา เรื่องของอาการปวดท้อง และปวดหลังข้างขวามานะคับ


มันปวดมากขึ้น ปวดทุกวัน แล้วก็ปวดมานานกว่า 5 เดือนแล้ว อย่างที่ผมเคยบ่นๆไว้ในไดร์ เมื่อนานมาแล้ว ตลอดเวลาผมพยายามจะไม่สนใจ คิดว่ามันคงจะหายได้เอง


แต่นานวันก็พบว่ามันไม่หายนะคับ


ก็เลยได้เวลาไปหาหมอตรวจอีกรอบ คราวนี้พบเจอคุณหมดคนเดิม กลับเมื่อปลายปีที่แล้ว คุณหมอค่อนข้างตกใจ ที่ผมบอกอาการว่าปวดท้องมานาน


เลยจับผมตรวจ เลือด ดูความผิดปรกติของตับ และไต


และนัดผมมาตรวจอัลตร้าซาวด์ ดูเด็ก ในท้องผม


ออกจะแตกตื่นสักหน่อยกับพยาบาล เพราะดูสารรูปผมแล้ว จะอัลตร้าซาวด์ไปทำไม
ผลเลือด ผมออกมาดีหมด อัลตร้าซาวด์มีทำใจหาย เพราะตอนเข้าไปนอนเปิดพุงให้เขาซาวด์ตอนแรก ผมก็เข้าใจว่าผู้หญิงที่ใส่เสื้อกราวที่กำลังจะหาเด็กในท้องผมเนี้ย เป็นหมอ ???
แต่แล้ว ... ก็ตรวจไปตรวจมา หายใจเข้า หายใจออก นอนหงาย นอนคว่ำ นอนตะแคง ก็แล้ว


เขาก็เคลื่อนที่ไอ้ไม้ตรวจไปเรื่อยๆ จนท้ายๆ ของการตรวจ เขามีถ่ายภาพด้วย ผมเห็น แล้วเขาก็หยุด ตรงตำแหน่งช่วงกลางท้องผม ทำหน้าสงสัยใส่มอนิเตอร์ ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมขนลุกที่สุด


ยิ่งกว่าเจอผีอีก มันแบบ ประมาณว่า เห็นอะไรหรอ ผมเป็นอะไร เจออะไรรึ?? ประมาณนั้น ตอนนั้นจำได้ว่าใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทีเดียว แล้วทันใดนั้นเธอก็ลุกพรวดพราด บอกผมว่าจะออกไปตามคุณหมอ อ่าว ... แล้วคุณมรึงมิใช่หมอหรอกรึ???


ผมเองก็นอนหน้าซีด ใจหาย อยู่ในห้องแสนจะเย็นเยียบนั้น แล้วคุณหมอผู้ชายก็เข้ามา เดินตรงมาที่ผมคว้าเครื่องมือมาซาวด์ผมใหม่อีกรอบอย่างชำนิชำนาญ


"ตับดีนะคับ "


"ไตดูดีทั้งสองข้าง"


"มดลูกดี"


"ปีกมดลูกดูดีนะคับ"


จบ ... !!!!!!


อ่าว ... แล้วที่กรูปวดท้อง ปวดหลังเป็นวัก เป็นวรตั้งหลายเดือนนี้ เพราะอะไร


ผมก็เลยถามคุณหมอ ว่าทำไมผมจึงปวดหลัง ปวดท้อง คุณหมอบอกว่า กระดูกสันหลังผมโก่ง แบบผมเป็นคนก้นงอน (เอ่อ ... เพิ่งรู้เนี้ย)


ว่าแล้วคุณหมอก็ให้ผมยืนชิดผนัง คุณหมอสามารถเอาแขนทั้งแขนผ่านหลังผมไปได้ .... กรรม ผมเพิ่งรู้ว่าที่เป็นนี้ มันผิดปรกติ คุณหมอบอกว่า คนที่เป็นแบบนี้มีโอกาศที่จะปวดหลังมากกว่าคนปรกติหลายเท่าตัว


ทางแก้ของผม หรือ ... คุณหมอบอกว่า ทำหลังค่อม .... เอ่อ ....สะงั้น หลังค่อมแล้วผมจะมีบุคคลิคที่ดีพอจะเป็นนักบินได้อย่างไรหละคับเนี้ย กรรม


คุณหมอแจงอีกว่า ที่อาการปวดหลังของผม ไม่น่าจะเกี่ยวกับการปวดท้อง


ผมปวดท้องใต้ชายโครงขวา ตอนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไร คุณหมอปรกติ ก็ให้ยารักษาแผลทางเดินอาหารมาทาน ผมก็หวังว่ามันจะหาย


อย่างน้อยผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก .... รึเปล่า ... หุ หุ


แต่ก็สบายใจไประดับนึง


เมื่อวาน พี่หมอดู ที่ดูให้แก๊งเพื่อนท่านแม่ผมมานาน มาหาแม่ผมที่ตลาด เตือนเรื่องอาการ ป่วยที่อาจเกิดขึ้นกับแม่ เขาบอกว่าแม่ผมจะเป็นโรคหัวใจ


อืม... รู้แล้วก็กลุ้มนะ พี่หมอดูคนนี้มีลักษณะพิเศษ ตรงที่เขาเป็นใบ้ หูหนวก พูดไม่ได้ ใช่ภาษาท่าทางในการทำนาน แต่สามารถทำนานได้อย่างแม่นยำ แล้วภาษามือที่เขาใช่ก็ไม่ใช่ภาษามือที่เป็นสากล แต่เป็นภาษาท่าทางที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้


ก็สนุกดีคับ เป็นการดูหมอที่มัน ได้โดยไม่ใช่เสียง


ผมแอบถามเขา เรื่องคนที่ผมรักพยายามจะกลับเข้ามาในชีวิตผม เขาทำหน้าตกใจ เพราะเขาเคยบอกผม เมื่อปีที่แล้ว ว่า เธอจะไม่กลับมาแล้ว


เขาบอกผมแค่ว่า ให้เรื่อยๆ ปล่อยๆไป อย่าไปคิดมาก


เธอเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของผม เป็นนางฟ้า ที่เข้ามาในชีวิตผม ตอนที่แย่ๆ ไม่ว่าตอนจบของผมกับเธอจะเป็นอย่างไร แต่ผมก็บอกได้เสมอ ว่าผมรักเธอ


รักจริงๆ อย่างที่ไม่ต้องการอะไร .... และคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ น่าจะดีที่สุดสำหรับเรา ปล่อยให้เธอมีชีวิตของเธอ กับคนที่เธอรัก และผมหวังว่าเขาจะรัก จะจริงใจกับเธอ
และทำให้เธอมีความสุข ผมอยู่ตรงนี้ และรู้ว่าเธอจะมีความสุข จะได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ก็น่าจะดีแล้ว


ลึกๆผมรู้ว่าเธอก็รู้สึกเช่นเดียวกัน บางครั้งผมคงต้องยอมรับ ไม่ใช่มันก็คือไม่ใช่ ผมไม่มีวันเป็นคนๆนั้นของเธอได้


จะด้วยอะไรหลายๆอย่าง เราต่างกันเกินไป


แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่อาจเป็นเพื่อนกับเธอได้ ไม่อาจทำได้ ยามที่เรารักใครสักคนไปแล้ว มันไม่มีวันเป็นเพื่อนกันได้


เป็นอย่างที่เป็นอยู่ถึงผมจะต้องเสียใจ แต่ก็คงจะไม่เทียบ เท่ากับรู้ว่าทุกๆคำพูดที่เธอพูดกับผมมันหลอกลวง


แต่เธอ .... จะอยู่ในความทรงจำ ของผมเสมอ .........

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

... จังหวะหัวใจที่ลบลืมไปแล้ว ...

นานแล้วคับ ที่หัวใจของผม ไม่ได้เต้นแบบนี้ เมื่อ 3 - 4 วันก่อน มีบางสิ่งเกิดขึ้นกับชีวิตผมหละ
เป็นสิ่งที่ผมไม่คาดคิดมาก่อน ว่าจะได้เห็นอีก


หากใครเคยอ่านไดร์ผม เมื่อครั้งเลสล่ายังรุ่งเรือง ..... สมัยนั้นผมใช่ชื่อไดร์ว่า Mae ... Inbox ... for ... Mammy


เป็นไดร์ที่มีพื้นหลังเป็นน้ำทะเลสีฟ้าสดใส


เป็นไดร์ที่ผมเคยเขียนให้กับผู้หญิงคนนึง ที่ผมรักเธอ เป็นช่วงชีวิตที่ผมมีเธออยู่ในชีวิต


เป็นสิ่งที่ผม ณ ตอนนั้น อยากจะบอกความรู้สึกของผม ในทุกๆวัน ที่ผมได้มีโอกาศคุยกับเธอ ได้ยินเสียงเธอ อยากบอกให้เธอรู้ผ่านตัวหนังสือเหล่านั้น


แล้วช่วงชีวิตที่ผมมีเธอก็จบลง พร้อมๆ กับการล่มสลายของไดร์เลสล่า


ผมตัดสินใจเดินจากมาจากเธอ ไม่รับโทรศัพท์ ตัดขาดการติดต่อทุกทาง หายไปจากชีวิตเธอดื้อๆ


เธอเองก็พบกับความรัก เหมือนกัน ณ เวลานั้น กับเด็กอีกคน ที่คาดว่าคงจะเรียนรู้เขา พร้อมกับที่เรียนรู้ตัวผม


แต่ผมรับไม่ได้หรอก ผมจดจำได้ถึงช่วงท้ายๆ ของไดร์นั้น ผมบอกรักเธอ เธอรับรักผมกลายๆ ผมถามเธอว่า เธอคบใครอยู่รึเปล่า ..... เธอบอกว่า "เปล่า"



ผมจดจำวันที่คุยกันนั้นได้ดี จนผมเริ่มรู้อะไรมากขึ้น เอาเป็นว่าผมรับไม่ได้ 2 ปี แต่ทุกอย่างเท่าเดิม ผมไม่อยากตกอยู่ในสภาพนั้น เป็นแค่ใครสักคนที่เธอโกหกไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น


เพียงเพื่อต้องการคนคุยด้วย เธออาจจะคิดว่า เวลาขับรถกลับบ้าน ที่เธอมีอันน้อยนิด เป็นเวลาอันมีค่า ที่เธอจะมอบให้กับคนที่เธอรัก



แต่สำหรับผม คนเรา .... ถ้าจะรักกัน คงต้องมีค่ามากกว่าการคุยกันแค่ช่วงเป็นเพื่อนเธอขับรถกลับบ้าน ผมป่วยมาก ช่วงนั้น เข้าโรงพยาบาล เพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ ทั้งๆที่เธอรู้ แต่หลังจาก 3 วันจากนั้น เธอค่อยโทรมา


มันออกจะผิดวิสัยอยู่ สำหรับคนที่เหมือนจะรักกัน ว่าไหม ผมเจ็บนะ เพราะรู้ว่าไม่ว่าจะยังไง มันก็ไม่มีวันจะเป็นได้มากกว่านี้ กว่าคนที่เธอทำเป็นว่ารักกัน


เราขาดการติดต่อกัน นี้ก็ ครบ 1 ปีพอดี ตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ผมได้รับ ฟอร์เวิลเมลล์อะไรต่างๆจากเธอตลอด เธอทำเหมือนเดิม ผมรู้ว่าเธอรู้ว่าผมไปเพราะอะไร และรู้ด้วยว่าเธอจงใจส่งเมลล์พวกนั้นมาให้ผม



แต่เมื่อ หลายวันก่อน ผมได้รับ คำขอเป็นเพื่อนทาง Hi5 จากเธอ ณ ช่วงเวลาที่เราขาดการติดต่อกันครบ 1 ปี พอดี



หัวใจผมเต้นโครมคราม แพ้พังพาบต่อทุกสิ่งอันที่ได้ทำมาตลอด 1 ปี ผมยอมรับว่ายังรักเธอมากมาย ยังคงรู้สึกเดิมๆ แต่ผมก็เสียใจเกินกว่าจะกลับไปอยู่ในสภาพเดิม ไปทำเหมือนว่า ผมไม่รู้ไม่เห็น แล้วหลอกตัวเอง ต่อไป เหมือนที่เคยทำมาหรือ???


ผมทำไม่ได้อีกแล้ว วันนี้ ผมไม่รู้ว่าเธอจะนึกเสียใจบ้างไหม กับสิ่งที่ทำกับผม กับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมรู้ว่าเธอไม่โง่ เธอรู้ ว่าเพราะอะไร


และผมไม่แน่ใจเลย กับเจตนาที่เธอส่งการขอเป็นเพื่อนมา คนอย่างเธอไม่เคยง้องอนใคร ผมรู้ คนอย่างเธอไม่เคยสนใจความรู้สึกคนอื่น นอกจากตัวของเธอเอง


แต่เมื่อมันเกิดขึ้น ผมเองก็ยอมรับว่าลังเล หลายครั้งที่นั่งดูข้อความจากเมลล์นั้น เหมือนประหนึ่งว่ามันจะสามารบอกอะไรได้ จะสามารถบอกได้ว่าเธอคิดอะไรอยู่


สิ่งที่ได้คือความเงียบงัน ทั้งในใจของผมเอง มันก็เงียบงัน พูดไม่ออก


ณ ตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้ตัดสินใจทำอะไร คิดว่าอยู่เฉยๆ น่าจะดีที่สุด ผมจะไม่ตอบรับเธอ ไม่อีกแล้ว ผมเจ็บปวดนะ ไม่มีวันไหน ตลอด 1ปีมานี้ ที่ผมไม่คิดถึงเธอ ไม่มี



เธอจะรู้บ้างไหมว่า หัวใจผมต้องเจ็บปวดขนาดไหน เมื่อวันที่ได้อ่านข้อความที่เธอเขียนถึงคนอื่น


ผมอยากบอกว่าเธอทำสำเร็จ นะ ถ้าหากอยากให้ผมเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เธอทำได้


แต่เธอจะไม่มีวันทำได้อีก ผมก็อยากจะรู้ว่า คนที่อยู่สูงขนาดเธอ จะยอมทำอะไรได้อีก ...... เพื่อคนที่อยู่ต่ำเตี้ยเลี่ยดิน แบบคนอย่าง ... ผม

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

... เจ้าปลาทองน้อยของผม ... คืนชีพ !!!! ...

หวัดดีคับ หลังจากจิตตกอยู่พัก




ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้น งานการมากมาย แต่ขี้เกียจตัวเป็นขน




ผมค้นพบว่าตัวเอง กลับมาเหงาหงอย นอย์ย แดรก เป็นแบบนี้ทุกวัน เวลานั่งรถกลับบ้าน






แม้แต่เครื่องบิน ก็ไม่อาจช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นได้ แต่บางทีมันกลับทำให้เรารู้สึกแย่








Air Asia คงจะไม่เปิดรับสอบนักบินอีกครั้ง ความฝันผมก็คงต้องตกไป ตามระเบียบ
เก็บตัว เตรียมตัวต่อไป และหวังว่าปีหน้าผมจะโชคดี









ผมชอบฟังเพลงนี้จัง มันทำให้รู้สึกสงบ นิ่งๆ ทำให้เวลาฟังแล้วได้คิดทบทวนเรื่องต่างๆ แล้วก็ยอมรับ กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น





ช่างเถอะนะคับว่าไหม จะวันนี้พรุ้งนี้ มันจะเป็นยังไง ชีวิตผมก็คงไม่เปลี่ยนไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว







หลายวันก่อน เจ้าปลาทองน้อยผมคืนชีพหละ





คงจะด้วยเพราะแม่คิดถึงมันมาก ทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น





ผมต้องยอมรับว่ามันคล้ายมากทีเดียว เพราะเดิมเจ้าปลาทองน้อยของผม เป็นปลาทองที่มีตำหนิที่ดวงตา ข้างนึงของมันเป็นสีดำสนิท แต่ไม่ได้บอดนะคับ ส่วนอีกข้างปรกติ หุ หุ เป็นไงหละ แม่ผม



น่ารักไหม ทำให้เราคลายเหงาคิดถึงเจ้าปลาทองอ้วนนี้ได้เหมือนกัน รู้สึกเหมือนมันยังอยู่กับเรา เพียงแต่ไม่ต้องให้อ๊อกซิเจน ไม่ต้องให้อาหาร และที่สำคัญ ไม่ต้องกลัวโรคเกล็ดพองอีกแล้ว






เกล็ดพองก็เอามันไปจากเราแม่ลูกไม่ได้

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

... If I Never Know You ...

If I Never Knew you


นานมาแล้ว เมื่อครั้งผมยังเด็ก และดิสนีย์ยังคงทำการตูนภาพ 2 มิติ ทุกๆอย่างยังคงถูกสร้างขึ้นด้วยมือ


ผมคิดว่า เด็กรุ่นผม ทุกๆคนน่าจะต้องมีการ์ตูนในดวงใจกันทั้งนั้น และการ์ตูนในดวงใจนั้นก็คือ ... Pocahontas


การ์ตูนเรื่อง 33 รึเปล่าจำไม่ได้ ไม่แน่ใจของดิสนีย์ ยุคก่อนที่คอมพิวเตอร์แอนนิเมชั้นจะมา และเราก็ไม่เคยพบพาน ว่าดิสนีย์ทำการ์ตูนวาดมืออีกเลย


สำหรับ 3 D ผมก็ชอบนะ แต่รู้สึกว่า ไม่ว่าจะทำได้ออกมาเหมือนจริงขนาดไหน ... มันก็ยังไม่ถึง ความเป็นการ์ตูน ไม่รู้สิ ผมแก่แล้วป่าวหว่า


Pocahontas เป็นการ์ตูนที่ผมชอบที่สุด ด้วยความที่ตั้งแต่เด็กๆจะไม่ชอบดูการ์ตูนที่เป็น สิงสาราสัตว์ทั้งหลาย ผมจะชอบวาดรูปคน ชอบอะไรที่มันเป็นความจริงมากกว่า


แล้วก็ประทับใจเข้ากับเรื่องนี้ จนทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกประทับใจ ไม่เคยจาง ..... ครั้งนึงเมื่อหลายปีก่อน สัก 3 ปีแล้วได้มั้ง ผมเคยฟิตนะ ช่วงนั้นทำการ์ตูนกับเพื่อนอยู่ แบบชำนาญมาก กับการทำการ์ตูนเคลื่อนไหว



เคยหยิบเอาการ์ตูนเรื่องนี้มาเขียนบทใหม่ และคิดจะสร้างมันเอง ด้วยมือผมเอง ทั้งหมด ในแบบที่ผมต้องการ



บอกตรงๆว่ารับไม่ได้ ที่ความจริงในประวัติศาสตร์ ที่จอห์น สมิท หลังจากกลับไปอังกฤษแล้วก็ลืมโพคาฮอนทัส จนเธอต้องเดินทางไปหาเขาถึงอังกฤษ แล้วก็ได้ผัวใหม่ไปสะงั้น



คนเราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเยอะ ทำไมลืมกันง่ายจัง


การ์ตูนเรื่องนี้จบแบบไม่ Happy ซึ่งอยู่ในใจผมตลอดมา


บทผมเขียนเสร็จแล้ว วาดไปบ้าง บางตอนก็แล้ว ฉากถูกเขียนแล้ว และบางช่วงถูกทำเป็นแอนนิเมชั่นแล้ว ความยาวเกือบๆ 10 วินาที


วันนี้ได้ดูคลิปนี้โดยบังเอิญใน Youtube เป็นคลิปที่ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อน มันไม่มีอยู่ในภาพยนต์ที่ออกฉาย ผมดูการ์ตูนเรื่องนี้เป็นพันรอบแล้ว จำได้ทุกคำพูด 5555+ เล่นแฟนพันธ์แท้ได้ก็ยังไม่เคยเห็นฉากนี้

เหมือนเป็นตอนพิเศษหรืออะไรสักอย่าง ใน DVD ก็ไม่มี ดูแล้วตอนแรกๆ นึกว่ามีคนเป็นแบบผม เอามาวาดเอง อะไรแบบนี้ แต่ ... ดูไปดูมา นี่มันของแท้นี้นา หุ หุ


ตอนนี้ชีวิตว่างมากมาย ผมจะหยิบมันกลับมาทำให้เป็นการ์ตูนแบบส่วนตัวของผมดีไหมเนี้ย ..... เริ่มรู้สึกคันไม้คันมือยิกๆ

การ์ตูนที่ใช่คน ใช่เวลาเป็นปี ผมจะทำคนเดียวสะดีไหมหนอ



กลับมาใส่ใจ ใส่หัวใจให้กับ สิ่งที่มันไม่มีชีวิตดูบ้าง เผื่อชีวิตมันจะดีกว่านี้ .... มีความสุขกับตัวผมเอง



อาจจะดีขึ้นก็ได้ .... เนอะ

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...