วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

... Hanson ...

Hanson ... เออ โทษทีเถอะนะคับ มีใครรู้จักวงนี้บ้างอ่ะ 5555


วงนี้ดังเปรี้ยงปร้าง ด้วยเพลง weird เมื่อสักปี 1997 ตอนนั้นผมยังละอ่อน เพิ่งหัดฟังเพลงสากลใหม่ๆ
Hanson เป็นวงที่มีเพลงคุณภาพคับแก้วเสมอ เพราะพวกเขาแต่งเอง ทำเองทั้งหมด



แต่สำหรับบ้านเรา ช่วงนั้น Hanson จะถูกบดบังรัศมี ด้วยวงพี่น้อง The Moffatts เสมอ ยุคนั้น หากใครยังจดจำได้ 5555++ The Moffatts ดังมากกกกกก ๆๆๆๆ มากถึงมากที่สุด
ไดร์บ่งบอกอายุอีกแล้ว


แม้ว่า Hanson จะไม่ดังอะไรมากมายอีก หลังกจากเพลงประวัติศาสตร์ และพวกเขาก็ออกจาก EMI มาตั้งค่ายทำเพลง ทำเอง ผลิตเอง แต่ผมก็ยังคงติดตามเพลงของพวกเขาเรื่อยมา


และเห็นพัฒนาการของพวกเขามาตลอด คล้ายๆโตมาด้วยกัน


จากเด็กผมเผ้ากระเซิง ทำตัวเซอร์ๆ 3 คน กลายเป็นหนุ่ม มีลูกมีเต้ากันหมดแล้ว 5555 ตัวของผมเองก็โตไปพร้อมกับพวกเขาเหมือนกัน



ผมชอบพวกเขา ตรงที่พวกเขายังเหมือนเดิม Taylor มีเมีย ก็ยังคงอยู่กับเมียคนเดิม แม้จะมีลูกงอกออกมาถึง 3 คน ทุกคน เหมือนสามารถปรับตัวให้อยู่กับชื่อเสียงได้ ไม่เหมือนพวกพี่น้อง The Moffatts ที่ทุกวันนี้ผมว่า ล้มเหลวไม่เป็นท่ากับชีวิต แล้วพอไม่มีโปรดิวเซอร์ เพลงก็ฮ่วยแตก (555 คราวหน้าผมจะขุดคุ้ย เรื่องราวแสนเน่าของพี่น้องตระกูลนี้มาเล่าให้ฟังนะ เหอๆ)


วันนี้ ผม ซัก และ บิท เพลงรวมฮิตของพวกเขามาได้ (ผมซื้ออัลบัมแท้ของเขาทุกชุดนะ แต่ตั้งแต่เป็นเทปโน่น) แล้วแถมผู้แจกยังใจดี แถมอัลบัมใหม่ๆ ที่ไม่เข้าโปรโมทบ้านเรามาด้วยอีก 1

ตั้งแต่ปี 2007 โน่น เป็นอัลบัมที่ผมไม่เคยฟังมาก่อน คือ The Walk เพลงเพราะจังเลย ..... รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กๆผูกคอซองอีกครั้ง แม้ว่ามันจะเป็นเพลงใหม่ที่ไม่เคยฟัง แต่พวกเขาสามารถรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองไว้มากๆ ชอบอ่ะ


อยากคุยให้ใครสักคนฟัง อยากคุยกับใครสักคนที่รู้จัก และฟังเพลงของพวกเขา แต่ดูท่าคนที่ทำงานผมจะไม่มีใครรู้จัก Hanson กันสักคน


ไม่รู้จะคุยกับใคร เลยมาระบายความชอบ ความปลื้มใจ ในไดร์น้อยๆของผมนี้
ถ้ามีใครเข้ามาอ่าน หากคุณมีความทรงจำคล้ายๆกับผม ชื่นชอบพลงของวงนี้เหมือนกัน ... ทักทาย ยกมือขึ้นสูงๆ นะคับ 5555++


ครั้งนึงที่ Hanson มาไทย เสียดายมากๆ ที่ตรงกับวันส่งงาน ไม่งั้นชีวิตของผมคงได้มีโอกาศยลโฉมความหล่อ ของ Taylor คนอาราย .... หน้าตาดีสัดๆ โอ้ย.... แอบปลื้มผู้ชาย 5555555

.

^____^

.

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2552

... จารึก ...

ความคิดถึง .....


มันพุดขึ้นมาเมื่อผมอ่านนิยายของคุณราชา วดี เรื่องกุหลาบของสิริน


หากใครเคยอ่านเรื่องราวของนิยายเรื่องนี้ จะพบว่าเป็นเรื่องราวความรักต่างวัยมากๆๆๆๆๆ ถึงมากที่สุดชนิดที่คราวลูกกันทีเดียว


คนเป็นนางเอก เธอชื่อ "จารึก" เธอเป็นเลสควีน เธอเป็นผู้ดี เธอเป็นคนที่สูงศักดิ์ สง่า และเพรียบพร้อม
ผมพบว่า ผมจิตนาการเกี่ยวกับเธอ และนึกถึง "นางฟ้า" ของผม ผู้ที่มีพื้นเพเดียวกันกับ "จารึก" เกิดและโตที่นั่น



ยิ่งอ่าน คำพูดคำจา "ค่ะ ... ขา " ในเรื่อง ก็ยิ่งทำให้คิดถึง ชนิดที่เรียกว่า เกือบจะกดโทรศัพท์ไปหาเธอทีเดียว



ไปทักทาย ถามสาระทุกสุขดิบ ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง ความรักของเธอ กับแฟนเด็กของเธอ เป็นอย่างไร
ผมไม่นึกเสียใจ ที่วันนี้ ไม่มีเธออีกแล้ว เพียงแต่คิดถึง เท่านั้น




ผมผิดไหมนี้ ที่มีคนรักเป็นตัวเป็นตนกับเขาแล้ว แต่ก็ยังอดที่จะคิดถึง ... ผู้หญิงที่เคยทำให้ชีวิตผมเหมือนสวรรค์บนดิน



ผมพยายามคิด ว่ามันก็แค่ความระลึกถึง และมีความสุขที่ได้คิดถึง เรื่องราวต่างๆ คล้ายๆเราเอาวีดีโอ ที่ถ่ายไว้ตอนคบแฟนคนเก่ามาฉายซ้ำๆ




นั่งดูภายในจิตใจ แล้วก็นั่งยิ้ม ว่าครั้งนึงเราเคยมีความสุข แบบไหน




วันนี้มันก็คงคล้ายๆแบบนั้น



แต่ชอบนิยายของคุณ ราชา วดี ชะมัด อ่านทีไร เคลิ้มทุกที ติดพันงอมแงม แม้จะอ่านจบไปหลายวันแล้ว แต่ก็ยังคงวนเวียนคิดถึง ผู้หญิงที่ชื่อ "จารึก" คนนั้นอยู่



คล้ายๆเธอเป็นผู้หญิงในสเป็คของผม คือ มีอายุ มีการศึกษา มีคำพูดค่ะๆ ขาๆ โอ้ยยยย หลงรักเลยคับ 55555++



เหมือนแอบนอกใจแฟนเลยเนอะ




เมื่อวานผมติดพัน ต้องขายของให้แม่ เพราะแม่หนีผมกับพ่อไปเที่ยวลาว ... กับแก็งเพื่อนๆของแม่


แฟนผมเธอจึงมาช่วยผมขายของ ... ตั้งแต่มีแฟนมาไม่รู้กี่คนแล้ว เธอเป็นคนแรก ที่บอกว่าจะมาช่วยขายของ แล้วมาจริงๆ






เธออาจไม่ได้อายุมากกว่า หรือว่าไม่ได้พูดค่ะๆ ขาๆ แต่เธอก็เป็นผู้หญิงที่น่ารักทีเดียว



จนบางทีผมต้องสำนึกไว้เสมอ ว่าผมโชติดีแค่ไหน ที่ได้มีโอกาศพบกับเธอ



ผมอาจจะไม่ใช่คนที่ดี ไม่ใช่คนที่มีอดีตที่ดี หรือว่ามีเรื่องราวเชิงลึก ที่ดีนัก



แต่ผมก็อยากจะจริงใจกับเธอ ปฏิบัติต่อเธอ อย่างดี เหมือนที่ผมปฏิบัติต่อคนรักทุกๆคนของผม เพราะเธอมีสิทธิที่จะได้รับมันเหมือนๆกับคนอื่นๆ



เมื่อวานแม้อากาศจะร้อน แต่น้ำเปล่าไม่เย็น ก็ดูจะอร่อยดี และทำให้ชื่นอกชื่นใจมากกว่า ปรกติ

ตลาดมีนบุรีที่แสนร้อน ก็ดูจะไม่ค่อยร้อนเท่าไร



กลิ่นผัดกระเพรา ของร้านขายอาหารข้างหลัง ก็ดูจะไม่ค่อยหน้ารำคาญนัก






.



.



.
คงเป็นเพราะมีเธอ







ผมดีใจ แม้การขายของของผม จะเป็นสิ่งที่ไม่น่าอภิรมณ์นัก สำหรับคนที่ไม่เคยต้องทนอยู่ในที่ร้อนๆ มีแต่ขี้ฝุ่น หรืออะไรพวกนี้ แต่เธอก็อยู่กับผมตลอดวัน



ดีใจ และอยากบอกว่าขอบคุณ ที่เธออยากเข้ามาในชีวิตผม ในชีวิตที่มีแต่หน้าที่ หน้าที่ของลูก และหน้าที่การงาน




ขอบคุณนะคับ ที่อยากจะมาเป็นคนพิเศษของคนธรรมดาๆ อย่างผม
...^____^ ...

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

... การจบ ... เพื่อเริ่มต้น ...

วันนี้ คนรักของผมจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพหละ


เธอจบจากธรรมศาสตร์ คณะอะไรสักอย่างซึ่งผมเองก็ยังคงไม่ค่อยเข้าใจท่องแท้ เป็นแนวๆเทคนิกการแพทย์ ราวๆนั้น


วันนี้เป็นวันจริงที่เธอจะเข้ารับปริญญา ส่วนผมก็นั่งบื่ออยู่หน้าคอมที่ทำงาน อยากจะไปใจจะขาดแต่เนื่องจากลาไปจนเต็มแม็ค ทำให้อดไป


แต่ผมก็ได้ไปพบเธอเมื่อวันซ้อม เมื่อวันอาทิตย์ เหตุก็คงเพราะว่าโชติดีที่มันมาตรงกับวันหยุดพอดี




เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารัก และแม้ว่าเริ่มต้นจะกุกกัก มีเรื่องซับซ่อน แต่เราก็ผ่านมันมาได้ และไม่ทันจะรู้ตัว เราก็ตกลงที่จะคบกัน



ณ วันนี้ ผมอยากไปแสดงความยินดีกับเธอ ไปยืนข้างๆ ยิ้มกว้างๆ และถ่ายรูปกับเธอ ผมไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรหรอกนะ แต่ช่างมันเถอะ ไม่อยากคิด


รู้แต่ว่า วันนี้ผมก็พอใจ ที่ผ่านเรื่องร้ายๆมาได้ และแม้ว่าเรื่องร้ายๆจะไม่ได้ หายวับไปทั้งหมด แต่อย่างน้อยตอนนี้ ก็มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นอยู่บ้าง เช่น การมีเธอเข้ามาในชีวิตเน่าๆของผม


ตอนนี้ก็ลังเล ที่จะมองโลกในแง่ดี และแง่ร้ายพร้อมๆกัน บางครั้งการที่คนเราพบเจออะไรที่ทำให้เจ็บปวด ก็มักจะระแวงเป็นธรรมดา


หนนี้ผมก็ระแวง แต่ก็ยังคงก้าวต่อไป และในหัวใจก็ยังคงหวังลึกๆ ว่ามันจะออกมาดูดี เหมือนความรักทั่วๆไป ที่ผมอยากจะได้มีโอกาศพบเจอเหมือนคนอื่นๆเขาบ้าง


และผมสัญญากับตัวเอง ว่าจะทำมันให้ดีที่สุด ....

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

... เพลงเก่า ...

วันนี้ขี้เกียจทำงานในช่วงเย็นนะคับ จึงขอยุติการออกอากาศนะเพียงเท่านั้น เหนื่อยคับ ช่วงนี้งานเข้าเยอะ


แต่ผมคิดถึงที่นี่นะ ไดอารี่ของผม พักนี้ไม่ค่อยได้เล่าอะไร แต่ ... วันนี้ได้ฟังเพลงๆนึง ที่มีผู้หญิงคนนึงเคยให้ผม ฟังแล้วให้ความรู้สึกแย่ๆกลับมา


ไม่ได้แย่ เพราะเจ็บปวดที่เธอทิ้งไปอีก แต่แย่ เพราะ ... ตลกที่ว่าคนเราไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงๆของเพลงนี้ แต่เธอให้เพลงนี้กับผม ในช่วงที่เราอินเลิฟกันใหม่ๆ


บอกตรงๆว่าตอนนั้น ....โอ้ย ... คุณเอ้ย ฟังไปยิ้มไป มีความสุข ยิ่งได้ฟังความหมาย ผมก็ยิ่งยิ้มกว้างได้ทั้งวัน รู้สึกว่า ผมนี่ช่างมีความหมายต่อเธอนัก และ ... มันคงเป็นความรักที่ดี ประมาณนั้น


ตอนนี้ผมมองย้อนไปแล้วอยากจะปล่อยก๊ากกก ผมคิดเอาเองทั้งนั้น ฟังเอง อินเลิฟเอง ทั้งที่เธอไม่ได้คิดแบบนั้นกับผมสักหน่อย เธอเพียงแค่ฟังแล้วเห็นว่ามันเพราะดี เลยส่งมาให้ผม


ไม่ได้รู้ความหมายของมันไม่ ...


ผมจึงอยากฝากบอกผ่าน ทุกๆคนที่ได้เข้ามาอ่านไดร์ผม ณ วันนี้ ว่าถ้าหากคุณอยากจะให้เพลงใดสักเพลงแก่คนรักของคุณ ยิ่งเป็นเพลงสากลด้วยแล้ว กรุณา ทำความเข้าใจกับความหมายของมัน อย่างถี่ถ้วน ทุกๆถ้อยคำ นะคับ


เพราะ ... หากผู้รับ อิน!!!! เช่นเดียวกับผม ทั้งคุณและเขา อาจจะเข้าใจไม่เท่ากันเป็นได้ เช่นคุณรักแค่ 25 แต่เขาไปโน่นแล้ว 150 5555++ พูดแล้วขำ แต่ผมเคยเป็นเช่นนั้นจริงๆ


สำหรับผมตอนนี้ คุ้นชินกับ ชีวิตโสดอีกครั้ง และมองเห็นแง่มุมที่ผมเคยมองเห็นมัน ... ตอนนี้แค่ทำงานกับ ชีวิตครอบครัวที่บ้าน ก็ทำเอาผมแทบล้มประดาตายทุกวัน ฮืม... คอยดูนะ พ่อผมหายเมื่อไร ผมจะหยุดทำงานบ้านทุกอย่างเป็นเวลา 3 เดือน


เป็นข้อตกลงสัญญาที่ผมได้ทำกับพ่อไว้นะตอนนี้ กร๊ากกกกก


และดูเหมือนผมจะได้กรรมสิทธิ์ ครอบครองรถยนต์ของบ้านมาอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว ... เพราะเมื่อหลายวันก่อน ..แม่บอกกับพ่อว่า "ตอนนี้มันหมดยุกมรึงแล้ว" ก๊ากกกก แม่ฮา ก๊ากกกกใหญ่


รู้สึกว่าแม่จะชอบผมขับรถมากกว่าพ่อ เอิ๊กๆ นะ ... ได้ทีปีนขึ้นยอดไม้ขย่ม เย้วๆๆ 55555


แต่อย่าว่าโง้นงี่เลยนะ ผมก็เริ่มต้นคบหากับผู้หญิงคนนึง เธอก็น่ารักดี ถึงจะขี้น้อยใจไปนิด ที่ตอนนี้ผมแทบไม่มีเวลาสักชั่วโมงให้เธอเลย แต่ก็ยังประคับประคองความสัมพันธ์ไว้ได้บ้าง


เธอเป็นนักวิจัยในห้องแล็ป เอ.. เรียกนักวิจัยได้ป่าวหว่า ไม่รู้ว่าจะเรียกเธอว่าอะไร แต่เธอเป็นคนทำกรรมวิธีตรวจเลือดคนหนะคับ หาค่าต่างๆ ประมาณนั้น น่ารักดี


ขี้อ้อน ขี้งองแง เหมือนเด็กๆ สัก 8 ขวบ เธอทำให้ชีวิตเน่าๆของผมสดใสได้ทีเดียว


วันข้างหน้า ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นยังไงนะคับ จะแย่ยิ่งกว่านี้ หรือว่าจะดีกว่านี้ ผมก็ยังมองมันไม่ออก แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ยังคงต้องเดินไปข้างหน้า ต้องผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านั้นอยู่ดี จะดีจะร้าย ...ก็มาเถอะ ผมพร้อมเสมอหละ ...


ปล. ถึงคุณ Tar lala ผมไม่ได้ออกแบบแค่ห้องน้ำครับ ทำได้หมดคับ ทำเฟอร์ลอยตัวก็ได้ ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องการออกแบบคับ ถ้าต้องการ


ถึงคุณ ผีเสื้อกลางคืน คงยังไม่ขี้เกียจง่ายๆหรอกคับ 555 เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่ครั้งเป็นเด็กๆแล้ว

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

... การปล่อยวางของแม่ ...

ไม่ได้อับไดร์ ประมาณ 5 หมื่นปีได้

เพราะงานยุ่งมากมาย ตอนนี้เจ้านายผมต้องการตารางการทำงานของแต่ละคนในแต่ละวัน ว่าวันๆทำอะไรบ้าง และทำแต่ละอย่างใช่เวลานานเท่าใด

เอ่อ ... ฟังดูออกจะอึดอัด แต่ว่าช่างเถอะ เขาเป็นเจ้านาย จะอะไรก็ได้ ผมก็ต้องยอมทำตาม

ช่วงนี้เลยต้องทำตัวยุ่งทั้งวัน เพื่อสร้างสรรค์ตารางให้แน่นเข้าไว้ พร้อมกับชิ้นงานที่ตรงกับตาราง

วันนี้แทบล้มประดาตาย เนื่องจากต้อง QC สินค้าก่อนส่งไปต่างประเทศ เพราะเจ้า 30 กว่าตัว ผมต้องตรวจทุกซอกทุกมุมด้วยตัวเอง

แต่อย่าว่าแต่ตรวจเลย ทำให้ทันตามกำหนด ยังทำไม่ค่อยจะทันเลย


สอง สาม วันนี้เลยได้เห็น พนักงานเขียนแบบ และ QC อย่างผม ที่วันๆเดินเฉิดฉายตรวจของอย่างเดียว ต้องลงมานั่งขัดฟอย ลงกีวี่ เฟอร์นิเจอร์เพราะทำไม่ทัน กร๊ากกก ตัวเหม็นเพราะเหงื่อแตกทั้งวันเลย
แต่ก็นะ สู้ๆค้าบบบบบ


ว่าถึงเรื่องแม่ปล่อยวาง ... ตั้งแต่พ่อตกหลังคาลงมานอนพังพาบอยู่บ้าน ตอนนี้ก็อาการดีขึ้นเรื่อยๆนะคับ ถึงแม้จะยังไม่เดินเองไม่ได้ แต่ก็ดีขึ้น ยกขาได้บ้าง


ยกงอได้ เหมือนปรกติแล้ว แต่ที่สำคัญ คือตอนนี้ไม่มีคนขับรถ

บ้านผมมีรถกระบะ DMAX คันใหญ่มาก เหลือผ่อนอีก 3 ปีครึ่ง 5555++

เพราะบ้านผมขายของ เลยเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีรถกระบะ ผมหนะ ขับได้ตั้งนานแล้ว แต่แม่สิ ไม่เคยให้ผมได้ทำบ้างเลย เป็นเพราะว่ามีพ่อ ผมจึงมักเป็นคำขอที่ตกไปเสมอ เวลาขอแม่บอกว่าอยากขับรถบ้าง


จะได้ขับก็เมื่อวันหยุดจริงๆ แล้วพ่อว่าง ออกไปด้วยกันเหมือนเด็กๆ หัดขับรถ แต่เหมือนแม่ไม่เคยวางใจ


ณ วันนี้ เมื่อไม่มีคนขับรถ แม่ก็ยังมองข้ามผมไป ไปจ้างคนอื่น ให้มาขับรถของเรา เป็นภาพที่บาดตาบาดใจผมมาก สองมือสองเท้าผมก็มีเท่าเขา แล้วที่สำคัญ รถนี้ ผมก็ช่วยผ่อนด้วยเหมือนกัน ผมต้องอดอยาก อดทน เพื่อผ่อนมันเหมือนกัน ผมจึงรู้สึกว่า มันเป็นรถของผม พอๆกับที่เป็นรถของแม่


และหลังจากเริ่มมีปากเสียงกันเรื่องนี้ แม่ก็ยังคงไม่ยอม บอกว่า คันมันใหญ่ไปบ้างหละ ... ผมไม่ค่อยได้จับบ้างหละ (ก็ไม่ให้ขับแล้วผมจะจับได้ยังไงอ่ะ)


จนเวลาล่วงเลยเข้า เดือนที่ 2 ที่ต้องจ้างคนมาขับรถของเรา

โดยปรกติแม่เป็นคนตรงต่อเวลามาก และจะรับไม่ได้ที่มีคนมาผิดเวลากับเขา เพราะว่าแม่ไม่เคยผิดเวลากับใคร ...


แต่ ... คนขับรถคนนี้ มาสายประจำ !!!! 55555++ เริ่มมองเห็นลางๆแล้วใช่ไหมคับ


ล่าสุดผมกับแม่ก็ทะเลาะกันอีก เรื่องว่าผมขับรถได้ รถเรา ผมควรเป็นคนได้ขับ ไม่ใช่จ้างใครก็ไม่รู้ ที ละ 400 - 500 ต่อครั้ง มาขับรถของเรา ให้เรา
แม่ร้องไห้ใหญ่เลย (ผมทำแม่ร้องไห้อีกแล้ว)



และอีก 2 วันต่อมา คนขับรถนั้นก็มาสายอีก แม่เลยให้ผมเอารถออก!!! เพราะเราต้องไปตั้งร้านแต่เช้า ไม่งั้นจะไม่มีที่ให้รถเทียบเอาของขึ้นร้าน

แต่ตั้งแต่นั้น จนวันนี้ จะ 2 อาทิตย์แล้วที่แม่ให้ผมเอารถมาทำงาน ขับรถของบ้านเราไปตั้งร้าน ทำอะไรๆ ที่มันควรจะเป็นหน้าที่ของผม


ผมดีใจที่แม่ ปล่อยวาง ... เรื่องนี้ลงได้ แม่เป็นคนไม่ค่อยปลง .. ปลงอะไรยากมาก แต่ละครั้ง เช่นเรื่องผมเป็นทอมนี้ แม่จะใช่เวลาค่อนข้างนานในการทำใจ

ผมดีใจที่แม่วางใจผมบ้าง และทำให้ผมรู้สึก ว่าแม่เห็นผมโตแล้ว ไม่ใช่เห็นเป็นเด็กน้อยที่ทำอะไรไม่ได้ตลอดเวลา

ตอนนี้ผมก็เลยได้เป็นคุณชาย ขับรถมาทำงาน สบายแต่เครียด เหอๆ

แต่สิริรวมค่ารถเมย์กับค่าน้ำมันเติมมาทำงาน พอๆกัน เพราะฉะนั้น ก็... ขับรถมาโลด

ตอนนี้ผมรู้สึกว่า ชีวิตยังมีอะไรอีกมาก ที่ต้องทำ ต้องเป็น ... และทุกๆอย่างจะมา เมื่อถึงเวลาของมัน ...

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

... Goodbye Michael ...

... ไดอารี่นี้ถูกเขียนขึ้นตั้งแต่เช้าเมื่อวาน ที่ไมเคิลจากไป แต่เนื่องจากเป็นวันที่งานเข้า จึงไม่อาจอัพไดร์ได้ ... วันนี้ผมขอย้อนเวลา กลับไปเมื่อวานอีกครั้ง ...




ป้าเคิล ลาโลก



วันนี้มาทำงานแบบหัวหนักๆ

เพราะเมื่อคืนปรึกษากับแม่ว่า พ่อทำงานไม่ได้ จะเอาเงินที่ไหนมาส่งรถ แล้วก็จ่ายๆค่าโน่นนี่
ตื่นมาเครียดๆ

ไปทักทายเพื่อนๆตามโต๊ะ เหมือนที่ทำทุกเช้า และแล้วสายตาก็ไปปะเข้ากับหน้าจอ Msn King of is die ......................... !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เกิดอะไรขึ้น ป้าเคิลเป็นอะไร แวบแรกที่เห็น เหมือนสมองยังประมวลผลไม่ได้ มี ค.ศ. ด้วย 1958 -2009
โอววววววววว .... พระเจ้า

โอว

โอว

โอว

ไม่นะ ......

น้ำตาผมจะไหลหละคุณ ป้าเคิลตายแล้ว ตายจริงๆ

นักร้องในดวงใจ ผู้ที่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้ผมมีวันนี้ ผู้ที่ทำให้ผมเริ่มต้นฟังเพลงสากล และไม่คิดจะหวนกลับไปฟังเพลงภาษาบ้านเกิดอีก

ผู้ที่ทำให้ช่วงวัยเด็กของผม เป็นช่วงเวลาที่พิเศษ ไม่มีใครในยุคนั้นไม่รู้จักไมเคิล แจ็กสัน ไม่มีใครไม่เคยเห็นท่าเต้น Moonwalker ของเขา



พระเจ้า ผมรู้สึกเหมือนสูญเสียคนในครอบครัว สูยเสียคนที่เรารู้จักมาตั้งแต่จำความได้
50 ปี เอง อ่อนกว่าพ่อแม่ผมไม่กี่ปี เขาน่าจะได้อยู่นานกว่านี้ น่าจะมีชีวิตที่สวยงามไปจนตราบนานเท่านาน


ไม่น่ามีปัญหา รุมเร้า และพยายามจะลุกขึ้นสู้ จนตัวตายเช่นนี้


ครั้งสุดท้ายที่ผมได้ยินข่าวป้าเคิล คือ ป้าแกจะเปิดคอนเสิตที่ลอนดอน เหมือนประมาณว่าจะหาตัง มาแก้ปัญหาต่างๆของตัวเอง


ตอนนั้นผมยังคิดเลยว่า สังขารป้าแกจะไหวลุกขึ้นมาเต้นๆ อยู่ไหม เพราะผมคิดว่า แค่เดินเฉยๆ ป้าแกก็คงเหนื่อยแล้ว


ผมคิดว่าผมรู้ว่าป้าแกตายเพราะอะไร เพราะป้าแกตั้งใจมากกับคอนเสิตที่กำลังจะถึง พยายามมาก ที่จะกลับมามีชื่อเสียง และเงินทอง เหมือนเมื่อครั้งรุ่งเรืองที่สุด


แม้ว่าในใจลึกๆ ป้าแกรู้ว่า ยุคป้า ได้ผ่านไปนานแล้ว เดี๋ยวนี้เขาไม่ค่อยฮิท นักร้องเดี่ยวมาเต้นๆ กันแล้ว ยุคสมัยเปลี่ยนไป แต่ป้าเปลี่ยนตามไม่ทัน



น่าสงสารที่การลุกขึ้นสู้ของป้าไม่ประสบความสำเร็จ ป้าถึงกับต้องตาย






ครั้งนึงเมื่อยังเด็ก ช่อง 7 เคยออกโฆษณาว่า จะถ่ายทอดสดคอนเสิตใหญ่ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือ มาราย แคร์รีย์ ครั้งที่สอง จะเป็นป้าเคิล ของผม ตอน 4 ทุ่ม


4 ทุ่มสำหรับผมตอนนั้น เป็นเวลาที่ไม่อนุญาติให้ดูทีวีแล้ว แต่คืนนั้น เป็นกรณีพิเศษจากแม่
ผมจำได้ว่านั่งรอการถ่ายถอดสดของป้าแกถึง เที่ยงคืน ป้าแกก็ไม่มา ป้าเป็นลมตั้งแต่ตอนซ้อม ทำให้คอนเสิตนั้นต้องเลื่อน ป้าเคิลแกจะรู้ไหมว่า มีเด็กน้อย นั่งรอดูแกอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่หน้าทีวีทั้งคืน


และเด็กคนนั้นก็คือผม



วันนี้ป้าจากไปแล้ว ไม่มี ไมเคิล แจ็กสัน อยู่บนโลกนี้แล้ว .....




บุคคลอันเป็นตำนานของโลก ที่ยังมีลมหายใจตัวเป็นๆ ได้จากโลกเน่าๆใบนี้ไปอีกคนแล้ว

ขอบคุณ Michael Jackson ที่ทำให้ผมชอบภาษาอังกฤษ มาจนทุกวันนี้

ขอบคุณที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชีวิต


ขอบคุณที่เป็นวีดีโอให้ผมดูจนยืด


ขอบคุณที่เป็นเทบให้ฟังจนขาด (ร้องไห้ไปหลายวัน)


ขอบคุณที่เป็นวัยเด็กสุดพิเศษของผม



ขอบคุณ MJ


ด้วยความอาลัยรักยิ่ง ...... จากหัวใจของเด็กน้อยคนนึงที่ชอบคุณมากๆ

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

... จาก เมธินี ถึง เมทินี ...

เมธินี ถึง เมทินี

อาห่ะ ... งงอ่ะดิ


ผมก็งง ... อ่าว


หลังจากที่พระบิดาของผม สวมบทเป็นสไปร์เดอร์แมน ตอนพลังหมด โรยตัวลงมาจากหลังคาอู่ ด้วยเชือกไนล่อนเหนียวพิเศษ


ทำให้ตอนนี้ต้องไปนอนพังพาบอยู่โรงพยาบาลนั้น ณ บัด นาว อาการดีขึ้นเป็นลำดับแล้วคับ


พออาการดีขึ้นก็ เริ่มเปรี้ยวและมีฤทธิ์ เช่น เดิม ผมยังแอบคิดว่าผมจะกลับไปเกลียดพ่อตามเดิมหรือไม่ อันนี้บอกไม่ได้จริงๆ


แต่ที่แน่ๆ หัดเดินวันแรก ทำนักกายภาพ หนีไปแล้ว 1 คน ด้วยความเหี้ยน ผมหละเซ็ง
ตอนนี้ก็ยังเดินไม่ได้อ่ะคับ แม่เลยขู่ว่า ถ้ายังดื้อแบบนี้อีก จะไม่มาเยี่ยมอีกเลยจนกว่าจะกลับ ... กร๊ากกกก ค่อยหายดื้อหน่อย ..... 5555555+++


ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านและเมนต์ เป็นกำลังใจให้ผม ขอบคุณน้ำตาไหลเลยคับ รู้สึกว่าอย่างน้อยชีวิตมันก็ยังไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น ยังมีคนที่คอยให้กำลังใจผมอยู่


ขอบคุณคร้าบบบบบ



ผมหรอ ... ช่วงนี้งานบาน อารมณ์ก็กลับมาเข้าที่เข้าทาง ถึงจะเซ็งชีวิตไปบ้าง แต่ก็ยังพอทนไหวอยู่


ว่าแล้วเข้าเรื่องอยากอวด


ไซด์บอร์ด ตัวยาว สำหรับบ้านคุณ ลูกเกตุ เมทินี กิ่งโพยม มาแร้นนนน



รอทำสีก่อนนา ..... นะ นะ แล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูอีกทีตอนเสร็จแล้ว ฮะ


ผมเขียนแบบเองหละ คริ คริ อยากอวด เพื่อ ?????


แต่ก็นะ ครั้งนึงในชีวิตเน่าๆ ของผมได้มีโอกาศไปเกี่ยวโยงชีวิตประจำวันกับนางแบบระดับประเทศขนาดนี้ ถึงแม้จะเป็นแค่ ไซด์บอร์ดในบ้าน ก็ยังดี


แค่คิดว่าเจ้าหล่อนจะเดินผ่านไซด์บอร์ดนี้ อย่างน้อยวันละรอบก็แอบปลื้มในใจแล้ว.... หัวเรื่องวันนี้ จึง เป็น ผม ถึง เธอ เพราะเราชื่อเหมือนกันนั้นเอง ถึงจะสะกดต่างไป แต่ก็ .... นะ ... นิดนึงได้ไหม


เฮ้อออออออออ .... ในน้ำเน่าๆ ก็จะต้องมีน้ำดีๆไหลผ่านมาบ้างเสมอ .... ให้ได้ชื่นใจเนอะ

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...