วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

... อยู่ หรือ ไป ...

สวัสดีคับ






ช่วงนี้ยุ่งๆเนอะ มีอะไรให้ทำมากมาย เมื่อวานงานเข้าอย่างแรง จะเอาเร็วด้วย ผมทั้งเครียดทั้งกดดัน
เพราะเมื่อ 2 วันก่อนเพิ่งทำเจ้านายขาดทุนไป 5000






และช่วงที่ทำงานก็รู้สึกเครียดและก็ตามมาด้วยอาการปวดท้องด้านขวาอย่างมาก รวมถึงความรู้สึกอึดอัดในช่องท้องด้วย แต่มันก็ปวดไม่มากนะ แต่จะรู้สึกไม่สบายตัวอย่างแรง






พอหลังจากระรอกคลื่นถาโถมผ่านไป ผมรู้สึกได้ถึงอาการเหล่านี้เลยเดินเล่นไป โต๊ะคนโน้นคนนี้ จนเลิกงาน อาการก็ผ่อนลงไปอย่างเห็นได้ชัด






กลับไปบ้านก็เครียดที่คลำเจอก้อนในท้องก้อนเบอร์เริ่มเลย ก่อนนอนจะต้องเอายาหมองทาท้อง ก็เครียดคับ แบบว่า นี้มันกำลังเกิดขึ้นกับผมจริงๆหรอ ประมาณนั้น






ตี 5 ครึ่งตื่นขึ้นมาก็คลำอีก ก็พบว่ามันยังคงอยู่ที่เดิม ทำเอาเกือบร้องไห้แหนะ คิดอยู่ว่าจะบอกกับแม่ยังไง แม่ต้องแย่แน่ๆ






ว่าแล้วก็ปวดท้องอึขึ้นมา เป็นอัตโนมัติตอนเช้าของผมมา 2 เดือนกว่าแล้ว






ไปเข้าห้องน้ำกลับมา ยังคงเครียดอยู่คับ กลับมานอนห่มผ้า คิดๆๆๆๆ ผมควรจะบอกยายก่อนเรื่องนี้
ว่าแล้วก็คลำมันอีกรอบ ... ปรากฏว่า ... " มันหายไปคับ !!!!! " 55555555555555555555







เอ่อ ... ไอ้ที่คลำเจอบ้างไม่เจอบ้าง ในท้อง บางทีนั้น ได้รับคำตอบ แล้ว ... ผมค่อนข้างสงกะสัยมานาน ตั้งแต่รู้สึกตื้อๆที่ท้องด้านขวาว่าคืออะไรนั้น







แต่ก็ยังไม่อยากวางใจใดๆ จะว่าผมเป็นคนขี้วิตกจริต ก็จริงนะ เพราะอาการตื้อที่ท้องนี้ไม่ได้คิดไปเองแน่นอน






เมื่อหลายวันก่อนผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทสมัยเรียน ป. ตรี โทรมาคุยนั้นคุยนี้ แล้วแจ้งข่าวร้ายของเพื่อนร่วมรุ่นคนนึง ที่ผมรู้จัก






เธอชื่อ กา เป็นเพื่อนที่เรียนเอกเซรามิค ร่วมรุ่นเดียวกับผม ผมไม่รู้จักกามากนัก แต่กาเป็นคนที่Friendly ถ้าได้พบกับกาสักครั้ง จะรู้ได้เลยว่ากาต้องเป็นเพื่อนที่ดีแน่ๆ






กาเป็นมะเร็งคับ เป็นเรื่องน่าเศร้าเหลือเกิน กาเป็นมะเร็งที่เต้านม หลังจากที่ได้รับการวินิจฉัยที่ผิดพลาดจากโรงพยาบาลแถวบ้าน จนกว่าจะรู้ ก็พบว่าเป็นระยะสุดท้ายแล้ว






ณ ปัจจุบันนี้กายังคงมีชีวิตอยู่ มีกำลังใจที่ดี และครอบครัวที่ดี






บางทีก็ทำให้ผมกลับมานั่งคิดนะว่า จริงๆแล้วมันเป็นโชติดีหรือว่าโชติร้าย ถ้าหากเราจะได้รับตั๋วเที่ยวเดียวไปปรโลกก่อนคนอื่นๆ พ้นไปจากความทุกข์ทรมานไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์






พ้นไปจากชีวิตที่ต้องดิ้นรนไปวันๆ และได้ไปลุ้นเกิดเอาใหม่ อาจจะเกิดเป็นลูกเศรษฐี ในปาปัวนิวกีนี หรือเป็นลูกยาจก ขอทาน ใน นิวยอร์ก ก็คงลุ้นๆดี






ผมไม่รู้ว่า ผมจะต้องไปแท็กมือกับกา ก่อนวัยอันควรในปรโลกรึเปล่า แต่ผมว่าผมคงจะไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไร มาคิดๆ ดูอย่างน้อยผมมีกา เพื่อนที่จะล่วงหน้าไปก่อนแน่ๆ มีแม่ ที่ก็คงตามผมมาติดๆ เพราะผมรู้ว่าแม่คงอยู่โดยปราศจากผมไม่ได้






และอีกคน คือยาย






แม่กับยาย คือคนที่ผมรักมากที่สุดในชีวิต คือคนที่ดูแลผม และผมรู้ว่าแม่กับยายจะรักผมเสมอ ไม่ว่าผมจะเลวสักเท่าไร






ยายผมอายุ 84 ปีแล้ว ผมว่ายายคงอยู่ในโลกได้อีกไม่นานเท่าไร ผมมีตากับพี่ชายคนละพ่อที่ล่วงหน้าไปแล้ว ฟังๆดูมันก็ไม่เลวร้ายเท่าไรนะคับ ว่าไหม






กับการที่ผมจะอยู่หรือไป






แต่ตอนนี้ยังอยู่ ก็อยู่ไปเรื่อยๆ กับแม่






เพราะผมเคยคิดเหมือนกันว่าผมเป็นทอม ผมคงไม่มีลูก และผมก็เป็นคนสุดท้ายของครอบครัวที่อายุน้อยที่สุด วันนึงเมื่อผมอายุ 40 หรือ 50 ปี ผมจะยังเหลือใครไหม??? จะยังมีคนในครอบครัวผมเหลืออยู่ไหม






คำตอบง่ายๆคือ คงจะพากันไปปรโลกหมดแล้ว ผมคงจะอยู่อย่างเดียวดายหน้าดู






ทุกวันนี้บอกตรงๆว่าผมเลิกมองไปข้างหน้าไกลๆแล้ว เลิกคิดแล้วว่าอายุ เท่านั้นเท่านี้จะทำอะไร แต่ผมกลับมองแค่วันนี้พรุ่งนี้เท่านั้น






เลิกอยากได้ อยากเป็นใดๆแล้ว เพราะผมเริ่มรู้สึกแล้วว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรเลยกับชีวิต ส่งของที่ผมเก็บๆไว้ แต่ไม่เคยได้เอาออกมาดูอีก เก็บไว้เพื่ออะไร






สิ่งที่คิดๆว่าจะทำ แต่ไม่เคยได้ทำ จะคิดไปทำไม






ไม่มีใครอยากไปปรโลกก่อนวัยอันควรอยู่แล้ว ถึงจะถึงวัยอันควร บางคนก็ไม่อยากไป






ผมเองก็ไม่ได้อยากจะไป แต่บางที เขาบอกว่าต้องไปแล้วหละ .... เราจะยอมรับได้หรือไม่






สำหรับผมตอนนี้ ผมหาเหตุผลให้ยอมรับได้แล้ว ว่า... ถึงเวลาต้องไป ... ก็ไป







เหตุผลง่ายๆ ปัญญาอ่อนนี้แหละ ที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับสิ่งที่ผมกังวลอยู่ ณ ตอนนี้






ในทางกลับกันผมอาจไม่ได้เป็นอะไรเลยก็ได้ อาจจะอยู่ไปอีก ถึง 35 - 40 อะไรแบบนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องเซอร์ไพรกันไป






"คนเราทำอะไรไว้ย่อมรู้ตัวเอง ..." แม่ผมบอกเสมอ






ผมเองก็รู้ว่าทำอะไรไว้กับร่างกายตัวเอง ตลอด 24 ปีมานี้ ผมไม่เคยดูแลมัน ไม่เคยใส่ใจ






ณ ตอนนี้ก็ไม่ควรจะมาเรียกร้องอะไร จริงมะคับ ... จะมาเรียกร้องว่า เร็วไปนะ ยังเด็กอยู่เลย เหมือนที่ผู้ชายคนนั้นร้องขอ แล้วคุณทำอะไรกับตัวเองตลอดมาหละ ต้องถามกลับแบบนี้






ว่าแล้ว ก็ปลงได้ .... ไม่ว่าหนทางข้างหน้าผมจะไปได้อีก ไกล หรือสั้นกุด ผมก็ต้องยอมรับ
แต่ผมรักแม่ ... รักยาย คับ






ป.ล. ภาพนี้เป็นภาพแห่งความทรงจำ วันที่ผมคิดว่าทุกๆคนในภาพคงจะมีความสุขไม่ต่างจากผม คนซ้ายสุดของภาพ คือ กา คนที่ผมเล่าให้ฟัง ส่วนผม ก็คนใส่แว่นทางขวาคับ

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

... ของใหม่ แทนของเก่า ...



สวัสดีนะคับ วันนี้





วันนี้เป็นวันที่รู้สึกสบายตัวมากที่สุด เมื่อวานไปซื้อ น้อง เมาท์ อันใหม่ สำหรับมาไว้ใช่ที่ทำงานแทนตัวเก่าที่ผมใช่แล้ว





รู้สึกเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา เพราะว่ามันใหญ่กว่ามือเล็กๆของผมมาก เวลาใช่ทีนึง ต้องสึกว่าต้องออกแรงทั้งตัว






แต่หากเพราะมันเป็นเมาท์อันใหม่ที่เจ้านายผมเป็นคนซื้อให้ แล้วเขาบอกว่ามันดีที่สุดเลย ยี่ห้อก็ดี ผมว่ามันก็คงจะดีจริงๆ หากแต่มันจะไปอยู่กับผู้ใช่งานที่มือบานและใหญ่กว่าผม






... เมาท์เก่า ดูสิคับ ว่ามือผมมันกุมไม่มิด ...


ผมทนใช่มาหลายเดือน เพราะคงจะน่าเกลียดที่ร่ำร้องขออันใหม่ จนมันไม่ไหวแล้ว





เมื่อวาน จึงได้โอกาศไปซื้อมาใหม่ดีกว่า เลือกอันเล็กๆ เหมาะมือนะ เวลาคลิกๆทีก็ไม่ต้องส่งพลังลมปรานออกมามาก คลิกเบาๆก็ไปแล้ว เฮ้อออออออออ...


... เมาท์ใหม่ ... รู้สึกเบามือมากๆ ...


และตลกที่ผมปวดท้องที่ด้านขวาน้อยลง มีตื้อๆอยู่ แต่เบาลงไป ไม่รู้ว่าจะเป็นที่กล้ามเนื้อ อย่างที่ผมเดาอยู่รึเปล่านี่ แต่ถึงจะยังไง ผมก็ได้ลองแก้ไขพฤติกรรมตัวเองไปเรื่อยๆ เผื่อว่าจะดีนะคับ





ผมส่งเมลล์ไปจองคิวตรวจสุขภาพกับสถาบันมะเร็งแล้ว





เขายังไม่ส่งเมลล์ตอบรับกลับมาเลย ว่าผมจะได้คิวไปตรวจวันไหน แต่เห็นเขาบอกว่าคิวยาวมาก ประมาณ 2 เดือนได้





แต่ก็ต้องรอนะ เพราะไม่มีตังนี่ ตรวจกับที่นี่ ตรงตามความต้องการเลย คือหามะเร็ง แล้วก็ไม่แพง ถึงจะต้องรอนานหน่อย





ก็ดีคับ ยังไงก็จะได้ตรวจสักที จะได้สบายใจ หรือเตรียมทำใจไว้ล่วงหน้า






แต่ช่วงนี้ผมมีความสุขกับชีวิตมากกว่าเดิมนะ





เพราะเลิกงานก็รีบกลับบ้าน ไม่ได้เป็นเพราะจะกลับไปเล่นเกมส์ หรือทำอะไร แต่จะได้กลับไปอยู่กับแม่ กลับไปนวดเท้าให้แม่ จับเท้าแม่แช่น้ำอุ่น ... หายาให้แม่กิน





ครั้งนึงตอนผมอยู่ ปวช. ปี 2 ที่ช่างศิลป แม่เคยพูดกับผมพร้อมกับร้องไห้ว่า ปีๆนึงผมมีเวลาให้แม่เท่าไร แค่ 2 เดือน คือปิดเทอม 2 ครั้ง แล้วผมมีเวลาให้เพื่อนเท่าไร





ตั้งแต่นั้นมา เกือบ 5 ปี ที่ผมไม่มีใครเลย มีเพื่อนสนิทที่รับผมได้ 2-3 คน ผมไม่มีแฟนเลยช่วงนั้น แม้แต่จะจีบยังไม่คิด มันเป็นช่วงเวลาที่ผมให้กับแม่จริงๆ





แต่ตั้งแต่ย้ายบ้านใหม่ ผมเริ่มมีแฟนมีสังคมมากขึ้น ทำให้ผมลบลืมสิ่งที่ผมเคยทำ เคยเป็นไป ทอดทิ้งแม่ตัวเอง ทั้งที่แม่แก่ไปกว่าตอนนั้นอีก





วันนี้ผมกลับมาระลึกได้อีกครั้ง ถึงครั้งสุดท้ายที่ผมจับมือของแม่ เดินไปตามถนน ช่วงเวลาที่ผมไม่เคยรักใครนอกจากแม่ โลกของผมมีแต่แม่ ช่วงเวลาเดียวที่แม่คือทุกสิ่งในชีวิตเรา นั้นคือวัยเยาว์





แต่พอเราโตขึ้น เรากลับมอบความรักของเราให้กับคนอื่นๆ ใครก็ไม่รู้ แล้วใส่ใจแม่เราน้อยลง ผมจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว ... ไม่ว่าเวลาในโลกของผมจะเหลืออยู่อีกมากน้อยแค่ไหน





ต่อไปนี้จะไม่มีใครอีก ... ที่จะมีความสำคัญกับผมมากกว่าแม่ของผม





เพื่อที่ว่าวันนึง ผมจะได้ไม่เสียใจ ที่พลาดหลายๆอย่างไปอย่างหน้าเสียดาย ... ทั้งๆที่เราสามารถทำได้ ตลอดเวลา








เมื่อวานที่มีม๊อบพันธมิตรปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ผมแอบเป็นห่วงเล็กน้อย ว่านางฟ้าของผม ที่ทำงานอยู่การบินไทยในนั้น จะเป็นยังไงบ้าง แต่แม่ผมสิ พูดด้วยน้ำเสียงแค้นๆปน ฮาๆ ว่า





แม่ ..... " กรูขอให้มันโดนระเบิดพวกพันธมิตรตายไปเลย "





ผม .... "ไม่โดนหรอก แม่ เขาเป็นต้องเป็นพวกพันธมิตร อยู่แล้วเพราะไม่ชอบเหลี่ยม "





แม่ ... " งั้นกรูก็ขอให้มัน โดนระเบิดพวก น.ป.ก. " ( น่าน ... แม่ผม เป็นไงหละ แค้นแทนลูกชาย )





5555555555555555555+

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

...โอกาศ ...

สวัสดีคับไดอารี่


ช่วงนี้ว้าวุ่นใจสักหน่อย เรื่องอาการป่วยของตัวเอง ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้ผมกำลังเป็นอะไร หรือกำลังจะเป็นอะไร


ไปหาคุณหมอมาเมื่อวันอาทิตย์เรื่องอาการที่ผมปวดท้องตื้อๆทางขวามาเดือนกว่าแล้ว มันไม่ได้ปวดนะคับ มันแบบทำให้รำคาญๆ แล้วมันก็เลื่อนขึ้นเลื่อนลง ปวดไม่
ซ้ำที่กันในแต่ละวัน


ผมไปหาคุณหมอ คุณหมอจับผมตรวจฉี่ อาจจะสงสัยว่าผมเป็นอะไรที่ไตรึเปล่า 45 นาที ปรากฏว่าไตผมปรกติดี กินน้ำน้อยไปหน่อย


เอาหละสิคับตอนนี้มันเหลือตัวเลือกไม่มาก ไม่กระเพาะ ก็ลำไส้(ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมกลัวมากที่สุด) แต่คุณหมอจ่ายยาเกี่ยวกับกระเพาะให้ผม แล้วบอกว่าถ้าไม่หายให้มาหาคุณหมอใหม่อีก


ผมกลัวเป็นมะเร็งลำไส้นะคับ ที่ผ่านมาผมไม่ค่อยทานผัก ผลไม้ ทานบ้างเป็นบางอย่างและบางมื้อ
กลับมาปรึกษาแม่ แม่ก็บอกว่าให้ทำใจให้สบาย กินยาที่หมอให้มาดูก่อน


ผมปรึกษาแม่เรื่อง ที่ว่าจะไปตรวจสุขภาพดีไหม แม่บอกว่าไปทำบุญดีกว่า แม่บอกว่า คนเราถ้ามันจะเป็นมันก็เลี่ยงไม่ได้


ผมมานั่งคิดๆดูว่าคงจะจริงของแม่ ถึงจะไปตรวจ ก็ไม่มีเงินรักษาอยู่ดี รู้แล้วก็เครียด ... แม่บอกว่าอยู่ทุกวันนี้ให้มีความสุขดีกว่า


แม่พูดถูกเสมอ


เมื่อวานตอนเย็นผมเลยโทรไปขอโทษยาย เรื่องอะไรต่างๆที่ทำไม่ดีไว้กับยาย ให้เราต้องโกรธกันมาสักระยะนึงแล้ว


แล้วกินยาของหมอที่ได้มาเมื่อวาน 1 วัน บวกกับการทายานวดยามา 4-5 วันแล้วของผม ลำตัวข้างขวาของผมก็ดีขึ้นอย่างประหลาด


อย่างน้อยมันก็ไม่ปวดตื้อๆ มีเสียดๆบ้าง แต่ไม่ได้ตื้อยาวนานเป็นวันๆเหมือนที่ผ่านมา ตลกดีนะคับ ตื่นมา


ตอนเช้าแล้วก็ไม่ได้รู้สึกเป็นแผงก้อน ที่หน้าท้องเหมือนที่เป็นมาตลอดเดือน


ที่คิดมากมายก็อาจเป็นเพราะผมได้อ่านเรื่องของผู้ชายคนนึง อายุ 25 ปี มีนิสัยการกินคล้ายๆกับผม เพียง


แต่ผมเริ่มมากินผักบ้างในชีวิตประจำวันนี้ก็ สัก หลายปีมาแล้ว แต่เขาไม่กินเลย ผลไม้ก็ไม่กิน


แล้วเพิ่งมารู้ตัวก็เมื่อเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่ ล่าสุดเขาเขียนไดร์เมื่อวันที่ 13 อ่านแล้ว


ก็กลัวคับ เพราะเขาบอกว่าเขาไม่มีอาการอะไรเลย นอกจากชอบปวดท้องบ่อยๆ


ไปหาหมอ หมอทั่วไปก็ว่าท้องอืดท้องเฟ้อ ... เขามีก้อนมะเร็งยาว 12 เซ็น ในลำไส้ผ่าไม่ได้แล้ว เพราะว่าเลยช่วงเวลานั้นมานานมาก มันแพรกระจายเข้าไปในต่อมน้ำเหลือง และที่อื่นๆ


อ่านดูแล้วผมรู้สึกขนลุกเลย ผมกับเขาอายุไล่กัน แล้วก็แอบมาคิดว่า ผมยังมีโอกาศแก้ตัวได้ทันไหม


สำหรับผู้ชายคนนั้นคงไม่มีโอกาศให้เขาได้แก้ตัวแล้ว น่าสงสารเขาจับใจ


ส่วนตัวผมเองก็ไม่แน่ใจ ว่าผมกำลังเป็นอะไรรึเปล่า แต่ผมก็กำลังพยายามที่จะแก้ไขปรับปรุง อุปนิสัยของตัวผมเองสะใหม่


ตอนนี้ผมรู้สึกว่าได้คิดอะไรมากขึ้นนะ ผมรู้สึกรักแม่มากขึ้น รู้สึกว่าไม่มีใครอีกแล้วในโลกที่รักผมเท่าแม่
ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ผมสนใจใครก็ไม่รู้ ที่ไม่ได้รักผมจริงๆเลย


ผมจำได้ว่าล่าสุดที่ผมบอกกับแฟนผมว่าผมป่วย ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร เธอบอกกับผมในวันต่อมากว่า อาการป่วยของผม เธอคงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก ผมไม่รู้ว่าที่เธอพูดออกมานั้นหมายความว่าอย่างไร


แต่ฟังแล้วเจ็บปวดนะคับ เจ็บปวดที่ครั้งนึงที่เธอบอกผมว่าเธอป่วย ไตไม่ดี ผมเคยคิดกับตัวเองว่า ... สุดท้ายแล้ว เมื่อมันไม่มีทางออกใด ผมจะสามารถให้ไตเธอได้ไหม หากเกิดอะไรขึ้น ผมจะบอกแม่ของผมว่าอย่างไร


ว่าผมจะทำแบบนั้น


แม่บอกกับผมว่า เพราะผมจริงใจมากเกินไป ผมจึงมักสูยเสียตลอดเวลาแบบนี้


แต่ไม่เป็นไรนะคับ ผมตัดสินใจแล้วว่า ควรจะหันกลับมา สนใจแม่ของผม พ่อของผมอย่างจริงๆจังๆสักที
เพราะถึงจุดสุดท้าย ... ผมคงไม่เหลือใคร นอกจากพ่อกับแม่ ...


ผมไม่รู้ว่าทุกวันนี้มันจะสายไปไหม สำหรับการแก้ตัว .. แต่ผมก็ได้ทำแล้ว และจะทำตลอดไป

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

... ส่วนหนึ่งของความทรงจำ ...

สวัสดีคับ ช่วงนี้คงต้องสวัสดีกันทุกวันหน่อย


เพราะผมรู้สึกอยากคุยกับใครสักคนทุกวัน


วันนี้ฟังเพลงเก่าๆ ที่อยู่ในช่วงนึงของชีวิต "คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว"


ทำให้คิดถึงใครบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตผม


6 เดือนก่อน ผมเคยรักผู้หญิงคนนึง มากว่า 2 ปี


คนที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน


มันนุ่มนวล


มันไม่ต้องการคำอธิบาย


มันเป็นสเป็ก


มันเป็นความโรแมนติกที่ผมยังเคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้สัมผัสมันอีกไหม


ผมพยายามนิดหน่อยที่จะอยากรู้ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง ... แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล


และผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง มันเหมือนผมติดต่อเธอไม่ได้เลย


ได้แต่คิดถึง ... และหวังว่าเธอคงจะสบายดี


ผมยาวๆสีดำสนิทของเธอ ดวงตาดำๆ โปนๆ คู่นั้น


น้ำเสียงแบบนั้น ที่เวลา ฮัลโหล แล้วผมสามารถรู้ว่าเธอ ยิ้มอยู่


คนที่ทำให้ชีวิตผมเป็นระเบียบเรียบร้อย .... คนที่ไม่เคยบ่น โน่น นี่


คนที่สามารถคุยกับผมได้เป็นชั่วโมงๆ เกือบทุกวัน โดยไม่ต้องมีเรื่องอะไรสำคัญ


คนที่มักจะโทรมาหลัง 5 โมงเย็น แล้วผมจะได้มองดูพระอาทิตย์ตก พร้อมกับเธอ


แผ่นหลังนิ้มๆ ผมยังจดจำสัมผัสนั้นได้ดี ผิวละเอียดๆของเธอ


ไม่รู้ทำไมตอนนี้ผมคิดถึงเธอนัก และทุกครั้งที่คิดถึงเธอ ความเจ็บปวดต่างๆในใจก็ ละลายหายไป


ใครๆก็หลอกผมนะ ... ตัวเธอคนนี้ก็หลอก ... แต่ทำไมผมถึงมีความสุขเวลาคิดถึงเธอ คล้ายๆเธอเป็นส่วนของความทรงจำที่ดี


มีเรื่องดี มากกว่าเรื่องไม่ดี มีช่วงเวลาที่มีความสุข ที่เธอเคยทำให้ผมรู้สึกว่าเธออยากอยู่กับผมจริงๆ อยากเจอผมจริงๆ อยากคุยกับผมจริงๆ


ไม่เคยพูดทำร้ายจิตใจกัน ... แม้แต่แสดงออกทางแววตาผมก็ยังจับไม่ได้ ... อาจจะมองว่าเธอเป็นคนที่ร้ายที่สุด เลยก็ว่าได้ ... แต่เหมือนกับ แม้ว่ายาดีมันจะขม


และยาพิษมันจะหอมหวานกว่ามาก กินแล้วตาย


ตอนนี้... ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ... ผมขอเลือกกินยาพิษอันหอมหวานนั้น ... แล้วตายจากโลกนี้ไปพร้อมความสุข ... น่าจะดีกว่า ... ไหม ????


ต่อไปนี้ ผมสัญญากับตัวเองไว้อย่างนึงนะ


ว่าต่อไปถ้าผมจะมีคนรักอีกครั้ง ... ผมจะเลือก ... แล้วหละ ... ไม่ใช่ใครก็ได้ที่รักจริง ...


เพราะผมรู้สึกว่า เวลาที่ไม่สมหวัง ผมรู้สึกสมเพชตัวเองยิ่งนัก ผมไม่ใช่คนที่หน้าตาดีเลิศ ผมไม่ใช่คนที่ร่ำรวยหรือว่ามีสเนห์อะไรมากมาย


แต่ผมว่า ถ้าเลือกสักหน่อย แล้วได้คนที่ผมชอบจริงๆ ไม่ใช่ใครก็ที่อยากคบกันไปนานๆ ผมคงจะมีความสุข ในความทรงจำ คล้ายๆเธอคนนี้


ว่าอย่างน้อยครั้งนึง ผมก็ได้เคยสัมผัส ... นางฟ้า ...

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

... เมียใหม่ ...

ช่วงนี้อยากที่จะเขียนอะไรทุกวันนะ รู้สึกแบบอยากคุยกับใครสักคน โทรไปหาเพื่อน


คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็ดีนะ เมื่อวานก็ไปกินชาบูมา ดีจัง อิ่มจังตังอยู่ครบ อิ่มเดี่ยวจ่าย เดี่ยว


เงินเหลือไปทำอย่างอื่น ปีนี้อาจไม่ไปไหนปีใหม่ เพราะเบื่อ แต่จะไปถอยเกมส์ มาเล่น PS2 แหละนะ


เกมส์เครื่องเป็นหมื่นคงมะมีปัญญา ตอนนี้ Ps2 ราคาลงมามาก 5300 ก็สามารถซื้อได้ครบเซ็ท เมื่อเช้านั่งหา


ว่าจะไปซื้อได้ที่ไหนยังไงบ้าง เห็นเขาบอกว่าสะพานเหล็ก ร้านเฮียตี๋ ดีสุด รุ่น 90006 เขาว่าล่าสุด กำลังคิดอยู่ว่าสีดำ หรือว่าสีขาว อันไหนจะดีกว่ากันหนอ ... จำความรู้สึกครั้งสุดท้ายที่เล่นเกมส์ play 1 ไม่ได้แล้ว นานมากกกกกกก


5 ปีต่อมา ... อิ อิ จะได้เล่นอีก ไม่หรอก เรื่องของเรื่องคือแอบเห็นคุณลิงถอย play 3 มาแล้ว เอ่อ ... อยากเล่นบ้าง เก็บไปนอนฝันติดๆกันอยู่หลายคืน


สรุปมีเมียเป็น Play 2 น่าจะดีกว่าคน ไม่เคยบ่นจุกจิก ต้องการนานแค่ไหนก็ไม่บ่นสักคำ แถมราคาโอเคทีเดียว พอๆกับไปตีกระหรี่ สนามหลวง ได้ 10 รอบ


แต่อาจต้องดูอีกทีนะ เพราะแม่บ่นว่าตาไม่ดี มีวู้บๆ มองไม่เห็น ไม่รู้ว่าปีนี้จะได้โบนัสรึเปล่า ถ้าได้คงต้องให้แม่ไปหาหมอก่อน ... แต่ถ้าไม่ผิดโผว ผมจะมีเมียเป็น Ps2 เร็วๆนี้

อาจจะช้ากว่าคนอื่นหน่อย ...ผมมีPlaystation เครื่องแรกก็ตอน ม. 4 หลังจากที่มันออกมาแล้วเกือบ 10 ปี นี้ออกมาไม่เท่าไรเอง ... 5555+


น้ำลายไหล .... อยากเล่นนนนนน

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

... มักง่าย ...

ที่คุณแหม่มมาเมนท์ ไว้ ขอบคุณมากคับ ..

ถูกของคุณนะ คงต้องปล่อยเขาไป ดีกว่า

เขาไม่ผิดหรอกคับ คนที่ผิดคือตัวผมเองทั้งหมด

วันนี้ผมขอรับความผิดนั้นเอาไว้เพียงคนเดียว และปล่อยให้เขา ... ได้ไปตามทางของเขา

และพบเจอคนที่ดีกว่าผม ...


และวันนี้ผมคงจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวนี้ และก็ออกเดินทาง ... ไปตามทางของผมเช่นกัน ....


ขอบคุณพระเจ้าที่ทดสอบผม ได้หนักหน่วง ... แต่ผมยังรอดอยู่

ขอบคุณทุกคอมเมนท์

ขอบคุณสายตาทุกคู่ ที่สละเวลาเข้ามาอ่าน ...

ขอบคุณที่ผมยังมีลมหายใจ เพื่อได้รัก .....




เนื้อเพลง มักง่าย Feat.โก้ Saxman

ไอซ์ ศรัณยู - มักง่าย (feat. โก้ Saxman)
คำร้อง : บรรเจิด สินธุ , เชษฐา ยารสเอก
ทำนอง : เชษฐา ยารสเอก
เรียบเรียง : Banana Boat



ฉัน ไม่น่าเลย..
ปล่อยใจให้เป็นเหมือนเคยคืออ่อนไหว
รักเธอง่ายดาย ขนาดนั้น

กว่าจะรู้ ว่าเพ้อไป ก็ตอนที่เธอพูดมาไม่รักฉัน
ฉันจะโทษใคร นอกจากตัวเอง



ก็ผิดตรงที่ตัวฉันมักง่าย
ผิดที่ใจมันคิดเข้าข้างตัวเอง
คงไม่โกรธ ไม่โทษเธอ ไม่กล้ามีข้อแม้ใดๆ
ก็ผิดตรงที่ใจฉันมักง่าย
ผิดที่มันไม่คิดห้ามใจปล่อยให้งมงาย
รักง่ายเอง ก็ช้ำเอง
ต้องบอกตัวเองว่าทีหลัง ช่วยเผื่อใจ



เธอไม่รัก เธอไม่ผิด
ก็ฉันที่มันไม่ดูให้แน่ชัด
รักคนใกล้ตัว ที่ไม่มีใจ..



ก็ผิดตรงที่ตัวฉันมักง่าย
ผิดที่ใจมันคิดเข้าข้างตัวเอง
คงไม่โกรธ ไม่โทษเธอ ไม่กล้ามีข้อแม้ใดๆ
ก็ผิดตรงที่ใจฉันมักง่าย
ผิดที่มันไม่คิดห้ามใจปล่อยให้งมงาย
รักง่ายเอง ก็ช้ำเอง
ต้องบอกตัวเองว่าทีหลัง ช่วยเผื่อใจ



ก็ผิดตรงที่ตัวฉันมักง่าย
ผิดที่ใจมันคิดเข้าข้างตัวเอง
คงไม่โกรธ ไม่โทษเธอ ไม่กล้ามีข้อแม้ใดๆ
ก็ผิดตรงที่ใจฉันมักง่าย
ผิดที่มันไม่คิดห้ามใจปล่อยให้งมงาย
รักง่ายเอง ก็ช้ำเอง
ต้องบอกตัวเองว่าทีหลัง ช่วยเผื่อใจ


Chorus
ฉันไม่ได้ผิดที่ฉันไม่ใช่

คนที่เธออยากจะให้ความรัก

แต่ฉันมันผิดที่คิดไปเอง

คิดไปคนเดียว..

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณตลอดมา ...

สวัสดีไดอารี่


ผมโสดอีกแล้วคับท่าน เราเลิกกันแล้วเป็นรอบที่ แปดร้อยเก้าสิบหก


เราทะเลาะกันและเลิกกันด้วยเหตุผลที่ไม่ค่อยจะใหญ่โตอะไรนัก


วันนี้ผมไม่ได้นั่งน้ำตานองหน้าหน้าคอมขณะที่กำลังพิมพ์อยู่นี้แต่อย่างใด
และก็ไม่ได้รู้สึกมึนๆ หรือวิงเวียนศรีษะ


เพียงแต่คิดอะไรได้นิดหน่อย


ผมไม่รู้ว่าคุณจะเข้ามาอ่านอีกรึเปล่า แต่ผมแค่อยากจะบอกว่า คุณกำลังตามหาอะไร ตามหาใคร ในเมื่อผมยืนอยู่ตรงหน้าคุณตลอดเวลาที่ผ่านมา


คุณกำลังติดตามหาทอม หาคนรักในจิตนาการของคุณ ที่จะเข้าใจ ที่จะไม่ทำอะไรผิดพลาด และมีความมั่นคงมีพร้อมทุกอย่างให้คุณฝากชีวิตไว้ด้วยได้


หรือคุณกำลังตามหาคนที่จะรักคุณ ไม่ว่าคุณจะงี่เง่าสักแค่ไหน หรือไม่ว่าคุณจะทำตัวให้แย่มากกว่านี้อีก
เพราะผมคงเป็นได้แค่อย่างหลัง ... ให้คุณ


... เพราะแม้จนวินาทีนี้ผมก็ยังรักคุณ ... ไม่ต้องมีข้อแม้ ... ไม่ต้องมีเหตุผล ... แต่ผมก็รักคุณ


คุณอาจมองว่ามันไร้สาระ เป็นความคิดเด็กๆ และไม่อยู่ในโลกแห่งความจริงนัก ... แล้วอะไรหละ ที่เป็นโลกแห่งความจริง ที่ทุกสิ่งไม่มีอะไรดีพร้อม


ทั้งๆที่ผมยืนอยู่ตรงหน้าคุณ ... ตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่คุณทำเหมือนว่าผมไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น ปฏิเสททุกสิ่งที่ร้องขอ


ทุกๆครั้งที่ผมเขียนไดอารี่ร้องขอคุณ อ้อนวอนผ่านตัวหนังสือ ... จะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นบนโลก คุณทำนิ่งเฉย เหมือนตัวหนังสือของผมเป็นเพียงแต่ลมพัดผ่านไป


แต่ถ้าวันใดผมลุกขึ้นมาเขียนอะไร ตัดพ้อต่อว่า ... หรือระบายความในใจถึงคุณ คุณจะมีปฏิกริยาในทันที ... คุณยอมรับไม่ได้ ทุกครั้งที่มีคนวิจารณ์ตัวคุณ


แต่ทุกครั้งที่คุณวิจารณ์ตัวผม ... ไม่เป็นไร ...


คุณอาจจะบอกว่า ผมกำลังกล่าวโทษคุณอยู่หรือไม่ สิ่งที่ผมพยายามพูดกับคุณ ทั้งที่เป็นน้ำเสียง และที่กำลังเป็นตัวหนังสืออยู่ในขณะนี้ ... นั้นเพียงเพราะว่าผมอยากชี้ให้คุณเห็นว่า ตัวของคุณเอง ก็มีส่วนที่ทำให้เรื่องของเราเป็นดังที่เป็นในตอนนี้


แล้วคุณคิดยังไงต่อไป ... แต่ผมคิดอย่างนี้และอยากอธิบายให้คุณฟัง ... ทั้งคุณและผมต่างก็ผิดในเรื่องเหล่านี้ และในเมื่อต่างคนต่างผิด ผมยกโทษให้คุณทุกเรื่องนะ ... เพราะผมไม่เคยโกรธคุณจริงๆสักที แล้วคุณหละ จะให้อภัยผมได้ไหม


เหมือนกับที่ผมเคยบอก ถึงแม้ว่าเราจะเข้ากันไม่ได้เลย ไม่เข้าใจกันสักเรื่อง แต่เรายังจะรักกันรึเปล่าหละ
ความรักของผม คือผมยอมคุณได้ทุกอย่าง และมันไม่ได้ยอมเพราะต้องทน แต่ผมยอมเพราะผมมีความสุขที่ได้ยอมคุณ ... แต่ผมก็คงจะไม่โทษคุณ หากคุณจะไม่ให้อภัยผม และคงจะไม่กลับมาอีกแล้ว


ผมจำได้ที่ผมถามคุณว่า ... ในเมื่อคุณรักผมมากมายอย่างปากคุณบอก แต่ทำไมความเอาใจใส่ของคุณที่มีต่อผมจึงลดลง ... คุณตอบว่า ... คุณไม่รู้ ...


คุณจำได้ไหม ที่ผมถามคุณว่า อะไรทำให้คุณกลับมาหาผม ... คุณตอบว่า เพราะหน้าตา ... กับเพราะผมเป็นคนดีคนนึง


แต่สำหรับผม คืออะไรรู้ไหม ... คือประโยคที่คุณพูดว่า เพราะคุณอยากคบกับใครสักคนจริงๆจังๆ ไปนานๆ ทำให้ผมรักคุณ และยึดมั่นในคำๆนั้น มาตลอด


ผมไม่รู้ว่าคุณจะยังจดจำมันได้อยู่ไหม ... ถึงอะไรๆที่คุณเคยพูดไว้กับผม


เพียงแต่ผมอยากถามให้คุณคิดหน่อยว่า ... คุณกำลังมองหาอะไรในตัวคนรักของคุณ ... คนที่คุณรัก ... หรือคนที่รักคุณ ... คนในอุดมคติ ... หรือคนที่ไม่เอาไหน ... คนที่มีพร้อมทุกอย่าง ... หรือคนที่ไม่พร้อมอะไรเลยสักอย่าง


ใครๆก็คงจะอยากได้ทุกอย่าง คุณไม่ผิดหรอกที่จะทำเช่นนี้ และผมรู้ว่าคุณก็เจ็บปวด ... เพียงแต่คุณเจ็บปวดเพราะอะไรหละ


เพราะกำแพงที่คุณสร้างขึ้นมากั้นผม .. หรือเพราะผมที่ไม่สามารถข้ามกำแพงนั้นๆไปหาคุณได้
และถ้าไม่มีข้อแม้ ไม่มีกำแพง เราจะรักกันได้ไหม .... ถ้าไม่มีวันนั้น ที่คุณบอกให้ผมไปทำตัวให้รวยก่อนแล้วค่อยมาคบกัน ...


ถ้าไม่มีวันนั้น ... ที่คุณมีโลกส่วนตัว แล้วผมจะต้องเข้าใจโลกส่วนตัวของคุณด้วย โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องอธิบายอะไร


และถ้าไม่มีวันนั้น ที่ผมเขียนไดร์วิจารณ์เพื่อนคุณ ที่รับโทรศัพท์ของคุณตลอดเวลา
เราจะได้รักกันแบบปรกติสุขไหม ....


จะดีกว่าไหมถ้าคุณไม่มีข้อแม้ให้ตัวเอง ... และไม่คาดหวัง



ผมอาจเป็นคนรักที่ห่วยแตก ... แต่ผมก็รักคุณที่สุด


และถ้าคนห่วยแตกคนนี้ ... ร้องขอ ... คุณจะให้ผม สักครั้ง ... ไหม ????

... สีสันแห่งสายลม ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...

ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...