วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
... จังหวะหัวใจที่ลบลืมไปแล้ว ...
เป็นสิ่งที่ผมไม่คาดคิดมาก่อน ว่าจะได้เห็นอีก
หากใครเคยอ่านไดร์ผม เมื่อครั้งเลสล่ายังรุ่งเรือง ..... สมัยนั้นผมใช่ชื่อไดร์ว่า Mae ... Inbox ... for ... Mammy
เป็นไดร์ที่มีพื้นหลังเป็นน้ำทะเลสีฟ้าสดใส
เป็นไดร์ที่ผมเคยเขียนให้กับผู้หญิงคนนึง ที่ผมรักเธอ เป็นช่วงชีวิตที่ผมมีเธออยู่ในชีวิต
เป็นสิ่งที่ผม ณ ตอนนั้น อยากจะบอกความรู้สึกของผม ในทุกๆวัน ที่ผมได้มีโอกาศคุยกับเธอ ได้ยินเสียงเธอ อยากบอกให้เธอรู้ผ่านตัวหนังสือเหล่านั้น
แล้วช่วงชีวิตที่ผมมีเธอก็จบลง พร้อมๆ กับการล่มสลายของไดร์เลสล่า
ผมตัดสินใจเดินจากมาจากเธอ ไม่รับโทรศัพท์ ตัดขาดการติดต่อทุกทาง หายไปจากชีวิตเธอดื้อๆ
เธอเองก็พบกับความรัก เหมือนกัน ณ เวลานั้น กับเด็กอีกคน ที่คาดว่าคงจะเรียนรู้เขา พร้อมกับที่เรียนรู้ตัวผม
แต่ผมรับไม่ได้หรอก ผมจดจำได้ถึงช่วงท้ายๆ ของไดร์นั้น ผมบอกรักเธอ เธอรับรักผมกลายๆ ผมถามเธอว่า เธอคบใครอยู่รึเปล่า ..... เธอบอกว่า "เปล่า"
ผมจดจำวันที่คุยกันนั้นได้ดี จนผมเริ่มรู้อะไรมากขึ้น เอาเป็นว่าผมรับไม่ได้ 2 ปี แต่ทุกอย่างเท่าเดิม ผมไม่อยากตกอยู่ในสภาพนั้น เป็นแค่ใครสักคนที่เธอโกหกไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น
เพียงเพื่อต้องการคนคุยด้วย เธออาจจะคิดว่า เวลาขับรถกลับบ้าน ที่เธอมีอันน้อยนิด เป็นเวลาอันมีค่า ที่เธอจะมอบให้กับคนที่เธอรัก
แต่สำหรับผม คนเรา .... ถ้าจะรักกัน คงต้องมีค่ามากกว่าการคุยกันแค่ช่วงเป็นเพื่อนเธอขับรถกลับบ้าน ผมป่วยมาก ช่วงนั้น เข้าโรงพยาบาล เพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ ทั้งๆที่เธอรู้ แต่หลังจาก 3 วันจากนั้น เธอค่อยโทรมา
มันออกจะผิดวิสัยอยู่ สำหรับคนที่เหมือนจะรักกัน ว่าไหม ผมเจ็บนะ เพราะรู้ว่าไม่ว่าจะยังไง มันก็ไม่มีวันจะเป็นได้มากกว่านี้ กว่าคนที่เธอทำเป็นว่ารักกัน
เราขาดการติดต่อกัน นี้ก็ ครบ 1 ปีพอดี ตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ผมได้รับ ฟอร์เวิลเมลล์อะไรต่างๆจากเธอตลอด เธอทำเหมือนเดิม ผมรู้ว่าเธอรู้ว่าผมไปเพราะอะไร และรู้ด้วยว่าเธอจงใจส่งเมลล์พวกนั้นมาให้ผม
แต่เมื่อ หลายวันก่อน ผมได้รับ คำขอเป็นเพื่อนทาง Hi5 จากเธอ ณ ช่วงเวลาที่เราขาดการติดต่อกันครบ 1 ปี พอดี
หัวใจผมเต้นโครมคราม แพ้พังพาบต่อทุกสิ่งอันที่ได้ทำมาตลอด 1 ปี ผมยอมรับว่ายังรักเธอมากมาย ยังคงรู้สึกเดิมๆ แต่ผมก็เสียใจเกินกว่าจะกลับไปอยู่ในสภาพเดิม ไปทำเหมือนว่า ผมไม่รู้ไม่เห็น แล้วหลอกตัวเอง ต่อไป เหมือนที่เคยทำมาหรือ???
ผมทำไม่ได้อีกแล้ว วันนี้ ผมไม่รู้ว่าเธอจะนึกเสียใจบ้างไหม กับสิ่งที่ทำกับผม กับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมรู้ว่าเธอไม่โง่ เธอรู้ ว่าเพราะอะไร
และผมไม่แน่ใจเลย กับเจตนาที่เธอส่งการขอเป็นเพื่อนมา คนอย่างเธอไม่เคยง้องอนใคร ผมรู้ คนอย่างเธอไม่เคยสนใจความรู้สึกคนอื่น นอกจากตัวของเธอเอง
แต่เมื่อมันเกิดขึ้น ผมเองก็ยอมรับว่าลังเล หลายครั้งที่นั่งดูข้อความจากเมลล์นั้น เหมือนประหนึ่งว่ามันจะสามารบอกอะไรได้ จะสามารถบอกได้ว่าเธอคิดอะไรอยู่
สิ่งที่ได้คือความเงียบงัน ทั้งในใจของผมเอง มันก็เงียบงัน พูดไม่ออก
ณ ตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้ตัดสินใจทำอะไร คิดว่าอยู่เฉยๆ น่าจะดีที่สุด ผมจะไม่ตอบรับเธอ ไม่อีกแล้ว ผมเจ็บปวดนะ ไม่มีวันไหน ตลอด 1ปีมานี้ ที่ผมไม่คิดถึงเธอ ไม่มี
เธอจะรู้บ้างไหมว่า หัวใจผมต้องเจ็บปวดขนาดไหน เมื่อวันที่ได้อ่านข้อความที่เธอเขียนถึงคนอื่น
ผมอยากบอกว่าเธอทำสำเร็จ นะ ถ้าหากอยากให้ผมเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เธอทำได้
แต่เธอจะไม่มีวันทำได้อีก ผมก็อยากจะรู้ว่า คนที่อยู่สูงขนาดเธอ จะยอมทำอะไรได้อีก ...... เพื่อคนที่อยู่ต่ำเตี้ยเลี่ยดิน แบบคนอย่าง ... ผม
วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
... เจ้าปลาทองน้อยของผม ... คืนชีพ !!!! ...
ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้น งานการมากมาย แต่ขี้เกียจตัวเป็นขน
ผมค้นพบว่าตัวเอง กลับมาเหงาหงอย นอย์ย แดรก เป็นแบบนี้ทุกวัน เวลานั่งรถกลับบ้าน
แม้แต่เครื่องบิน ก็ไม่อาจช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นได้ แต่บางทีมันกลับทำให้เรารู้สึกแย่
Air Asia คงจะไม่เปิดรับสอบนักบินอีกครั้ง ความฝันผมก็คงต้องตกไป ตามระเบียบ
เก็บตัว เตรียมตัวต่อไป และหวังว่าปีหน้าผมจะโชคดี
ผมชอบฟังเพลงนี้จัง มันทำให้รู้สึกสงบ นิ่งๆ ทำให้เวลาฟังแล้วได้คิดทบทวนเรื่องต่างๆ แล้วก็ยอมรับ กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ช่างเถอะนะคับว่าไหม จะวันนี้พรุ้งนี้ มันจะเป็นยังไง ชีวิตผมก็คงไม่เปลี่ยนไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว
หลายวันก่อน เจ้าปลาทองน้อยผมคืนชีพหละ
คงจะด้วยเพราะแม่คิดถึงมันมาก ทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น
ผมต้องยอมรับว่ามันคล้ายมากทีเดียว เพราะเดิมเจ้าปลาทองน้อยของผม เป็นปลาทองที่มีตำหนิที่ดวงตา ข้างนึงของมันเป็นสีดำสนิท แต่ไม่ได้บอดนะคับ ส่วนอีกข้างปรกติ หุ หุ เป็นไงหละ แม่ผม
น่ารักไหม ทำให้เราคลายเหงาคิดถึงเจ้าปลาทองอ้วนนี้ได้เหมือนกัน รู้สึกเหมือนมันยังอยู่กับเรา เพียงแต่ไม่ต้องให้อ๊อกซิเจน ไม่ต้องให้อาหาร และที่สำคัญ ไม่ต้องกลัวโรคเกล็ดพองอีกแล้ว
เกล็ดพองก็เอามันไปจากเราแม่ลูกไม่ได้
วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
... If I Never Know You ...
นานมาแล้ว เมื่อครั้งผมยังเด็ก และดิสนีย์ยังคงทำการตูนภาพ 2 มิติ ทุกๆอย่างยังคงถูกสร้างขึ้นด้วยมือ
ผมคิดว่า เด็กรุ่นผม ทุกๆคนน่าจะต้องมีการ์ตูนในดวงใจกันทั้งนั้น และการ์ตูนในดวงใจนั้นก็คือ ... Pocahontas
การ์ตูนเรื่อง 33 รึเปล่าจำไม่ได้ ไม่แน่ใจของดิสนีย์ ยุคก่อนที่คอมพิวเตอร์แอนนิเมชั้นจะมา และเราก็ไม่เคยพบพาน ว่าดิสนีย์ทำการ์ตูนวาดมืออีกเลย
สำหรับ 3 D ผมก็ชอบนะ แต่รู้สึกว่า ไม่ว่าจะทำได้ออกมาเหมือนจริงขนาดไหน ... มันก็ยังไม่ถึง ความเป็นการ์ตูน ไม่รู้สิ ผมแก่แล้วป่าวหว่า
Pocahontas เป็นการ์ตูนที่ผมชอบที่สุด ด้วยความที่ตั้งแต่เด็กๆจะไม่ชอบดูการ์ตูนที่เป็น สิงสาราสัตว์ทั้งหลาย ผมจะชอบวาดรูปคน ชอบอะไรที่มันเป็นความจริงมากกว่า
แล้วก็ประทับใจเข้ากับเรื่องนี้ จนทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกประทับใจ ไม่เคยจาง ..... ครั้งนึงเมื่อหลายปีก่อน สัก 3 ปีแล้วได้มั้ง ผมเคยฟิตนะ ช่วงนั้นทำการ์ตูนกับเพื่อนอยู่ แบบชำนาญมาก กับการทำการ์ตูนเคลื่อนไหว
เคยหยิบเอาการ์ตูนเรื่องนี้มาเขียนบทใหม่ และคิดจะสร้างมันเอง ด้วยมือผมเอง ทั้งหมด ในแบบที่ผมต้องการ
บอกตรงๆว่ารับไม่ได้ ที่ความจริงในประวัติศาสตร์ ที่จอห์น สมิท หลังจากกลับไปอังกฤษแล้วก็ลืมโพคาฮอนทัส จนเธอต้องเดินทางไปหาเขาถึงอังกฤษ แล้วก็ได้ผัวใหม่ไปสะงั้น
คนเราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเยอะ ทำไมลืมกันง่ายจัง
การ์ตูนเรื่องนี้จบแบบไม่ Happy ซึ่งอยู่ในใจผมตลอดมา
บทผมเขียนเสร็จแล้ว วาดไปบ้าง บางตอนก็แล้ว ฉากถูกเขียนแล้ว และบางช่วงถูกทำเป็นแอนนิเมชั่นแล้ว ความยาวเกือบๆ 10 วินาที
วันนี้ได้ดูคลิปนี้โดยบังเอิญใน Youtube เป็นคลิปที่ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อน มันไม่มีอยู่ในภาพยนต์ที่ออกฉาย ผมดูการ์ตูนเรื่องนี้เป็นพันรอบแล้ว จำได้ทุกคำพูด 5555+ เล่นแฟนพันธ์แท้ได้ก็ยังไม่เคยเห็นฉากนี้
เหมือนเป็นตอนพิเศษหรืออะไรสักอย่าง ใน DVD ก็ไม่มี ดูแล้วตอนแรกๆ นึกว่ามีคนเป็นแบบผม เอามาวาดเอง อะไรแบบนี้ แต่ ... ดูไปดูมา นี่มันของแท้นี้นา หุ หุ
ตอนนี้ชีวิตว่างมากมาย ผมจะหยิบมันกลับมาทำให้เป็นการ์ตูนแบบส่วนตัวของผมดีไหมเนี้ย ..... เริ่มรู้สึกคันไม้คันมือยิกๆ
การ์ตูนที่ใช่คน ใช่เวลาเป็นปี ผมจะทำคนเดียวสะดีไหมหนอ
กลับมาใส่ใจ ใส่หัวใจให้กับ สิ่งที่มันไม่มีชีวิตดูบ้าง เผื่อชีวิตมันจะดีกว่านี้ .... มีความสุขกับตัวผมเอง
อาจจะดีขึ้นก็ได้ .... เนอะ
วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552
... นอย์ย แดรก ...
ออกแนวงี่เง่า เคล้าประสาทเสีย งานเยอะ แต่ก็มีเวลาไปหาอ่านโน่น นี่ นั่น จนประสาทแดก
รู้สึกเหมือนอยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องให้ตัวเองเป็นบ้า
รู้สึกหงุดหงิด ที่ตัวเองไม่มี ไม่เป็น เช่นคนอื่นๆ แถวบ้านเรียกว่าความอิจฉา
ใครๆเขาก็มีฟ้าหลังฝนกัน
แต่ผมมีแต่ ฝน ... ฝน ... แล้วก็พายุฝน แล้วก็กลายเป็นเฮอร์ริเครนแคทริน่า
ผมจะต้องเดินทางอีกไกลไหม กว่าที่จะได้พบเจอใครสักคนที่จะเป็นฟ้าหลังฝนให้กับชีวิตผม ใครสักคนจริงๆ
ใครสักคนที่ไม่ได้แค่ รักผ่านๆ
ใครสักคนที่ไม่ได้แค่ มีไว้ให้คิดถึง
ใครสักคนที่ไม่ได้แค่ มีผมไว้เผื่อเลือก
แต่คือใครสักคนที่อยากจะรักกับผม ไม่ว่าผมจะเป็นยังไง แบบนั้นเขาเรียกว่า ความรัก หรือว่าคำโกหกตอแหลคำโตนะ
ผมมักพบกับอาการคล้ายๆว่ารัก แต่มักจบลงที่คำโกหกคำโตๆ
ผมรังเกียจผู้หญิงพวกนั้นคุณรู้ไหม ผมรังเกียจที่เขาเล่นกับความรู้สึกของผม เหมือนมันเป็นของเล่น
นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป ทำมันง่ายๆ เหมือนผมเป็นอะไรที่จำเป็นต้องรับได้
อยู่ดีๆ ทั้งที่ไม่มีอะไร ก็มานอยแดกสะแบบนั้นผมนี่ ทำไมหนะหรอ .... จะบอกดีไหม
ถ้าบอกไป เด็กในฮาเร็มของเขา ที่อาจจะตามจองล้างจองผลาญผม มาถึงไดร์นี้ ก็อาจจะมาเห็นเข้า แล้วก็รู้ว่าผมนอย์ยแดรกเพราะอะไร
แต่ช่างเถอะนะ นี้มันไดร์ผมนิ ผมจะงี่เง่า จะประสาทรับประทาน และ นอย์ยแดรก มันก็เรื่องของผม ไดร์กรู ไม่ได้มีไว้ให้ใครมาชื่นชม เจ็บไหม???
เจ็บสิ กรูก็เจ็บ ................. สัดดดดด
มากมายจนมาถึงวันนี้ ผมรู้ว่ามันก็ยังไม่หาย
จะมีสักวันไหม ที่ผมจะมีตัวตนในชีวิตใครสักคนอย่างชัดเจน ในฐานะคนรัก สามารถเข้าไปในชีวิตเขา ไม่มีข้อแม้ ไม่มีข้อจำกัดห่าเหว
เหนื่อยสำหรับวันนี้ งานเยอะไปไหม ผมว่าคงด้วย เพิ่งจบงานบูทที่เมืองทองอีกรอบ ออร์เดอร์มาบาน ไม่เข้าใจว่า สินค้าในสต๊อกล้านแปดพันประการ มรึงจะต้องเอาไอ้ที่ต้องออกแบบ ต้องเขียนแบบใหม่ ทำไมกัน
เฮ้ออออออออออออ ........... เหนื่อยกาย นอย์ย ที่หัวใจอย่างแรง .....
วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552
... เจ้าปลาทองน้อยแสนรัก ...
ที่เหลืออยู่เพียงตัวเดียว และก็อยู่ได้กันยาวนานมามากกว่า 7 เดือน
ปลาทองผมเพิ่งตายนะ ทนทุกข์ทรมานจากอาการของโรค จนวินาทีสุดท้ายของชีวิตมัน ตายไปอย่างเดียวดาย เพียงลำพัง ผมเสียใจที่ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนมัน ณ ช่วงเวลานั้น เพราะวันนั้นเป็นวันเสาร์
ผมต้องไปทำงาน และแม่ผมต้องออกไปขายของ ตอนเย็นวันนั้นแม่โทรมาร้องไห้ บอกว่าให้พ่อกลับบ้านไปดูมัน และพบว่ามันตายแล้ว
แม่ผมรักมันมาก เพราะวันธรรมดา แม่จะอยู่บ้านเพียงลำพังกับเจ้าปลาทองน้อย มีมันเป็นเพื่อน แม่มักเล่าให้ฟังว่ามันแสนรู้แค่ไหน
เวลาไปไหนก็ตาม แม่มักจะเป็นห่วงมัน ว่ามันจะหิว มันจะเหงา
ผมยังจำได้ถึงวันที่ซื้อมันมาวันแรก พร้อมเพื่อนๆ 4 ตัว แต่ทุกๆตัวก็จากไปในเวลาอันรวดเร็ว เหลือเพียงเจ้าอ้วนน้อย ที่ตอนแรกมีขนาดแค่นิ้วโป่ง แต่ก่อนมันตายมันมีขนาดเท่าลูกปิงปองแล้ว
มันเป็นปลาทองน้อยอารมณ์ดี ว่ายน้ำดุ๊กดิ๊กตลอดเวลา ตะกละ แต่เราก็รักมัน


... เจ้าอ้วนตอนแข็งแรง เมื่อสัก 2-3 เดือนก่อน ...
ก่อนวันหยุดยาวสงกรานต์ ผมเปลี่ยนน้ำให้เขา แล้วเอาเขามาไว้นอกบ้าน และวานให้คนข้างบ้านมาให้อาหาร หยุดยาว 5 วันกลับมาได้ 2 วันมันก็ป่วย ไม่ยอมกินอะไรทั้งๆที่เคยตะกละ
เกล็ดพองออกมา ท้องบวม ว่ายหงายท้อง ซึม ไม่ว่าย
ผมหาข้อมูลทุกทาง หายามารักษา ตั้งแต่ยาเหลืองก๊องแก็ง ยาแก้อักเสบ ไปจนถึงยาเหลืองญี่ปุ่นที่เขาว่าดี
จนสุดท้าย เจ้าปลาทองน้อยของผม มันมีอาการที่มีถุงน้ำพองออกมาตามตัว ทั่วตัวไปหมด ดูมันทรมานมาก มีถุงน้ำพองออกมารอบๆตามัน จนมิด ผมพยายามเอาเข็มเจาะออก พยายามทำหลายๆอย่าง
แต่มันก็ไม่ดีขึ้น ซึม เหนื่อย ไปนอนซุกอยู่ตรงอ๊อกซิเจน เป็นภาพที่น่าเศร้า สำหรับคนที่เลี้ยงมา


... เจ้าอ้วนน้อย ตอนป่วยมากแล้ว มีตุ่มพองใสๆ พองออกมาเต็มไปหมด ...
และมันก็จากเราไป
3 วันแล้ว
3 วันที่ผมกับแม่คิดถึงมัน
3 วันที่ไม่ได้ยินเสียงอ๊อกซิเจน
3 วันที่กลับมาบ้านแล้ว รีบเข้าบ้านอย่างเคยเพราะเป็นห่วงว่ามันจะหิว แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า มันไม่อยู่แล้ว
ผมสัญญากับตัวเอง ว่าจะไม่เลี้ยงอะไรอีกแล้ว ผมจะไม่เล่นกับชีวิตของใครหรืออะไรแบบนี้อีกแล้ว ถึงมันจะตัวเล็ก แต่มันก็มีชีวิต ชีวิตที่มันพยายามจะอยู่รอด จนวินาทีสุดท้าย
หลายคนอาจมองว่าผมบ้า แค่ปลาทองทำไมต้องเศร้า ผมอาจเป็นบ้าตามนั้นจริงๆ
แต่ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ที่เข้ามาในชีวิตผม มันจะมีความสำคัญกับชีวิตผมเสมอ ผมจดจำทุกสิ่งที่เข้ามา และออกไปได้
เจ้าปลาทองน้อย เป็นสัตว์เลี้ยงตัวแรก ที่ผมเลี้ยงเขาอย่างจริงจัง และจะเป็นตัวสุดท้ายด้วย
ผมรู้สึกเหมือนเสียคนในครอบครัวไป
คงอีกนาน กว่าความรู้สึก จะกลับมาเหมือนเดิม
กว่าที่จะไม่รู้สึกอะไร ไม่คิดถึงมัน
ทุกๆอย่าง เจอกัน แล้วก็จากกัน หลงเหลือไว้เพียงความทรงจำ ... เท่านั้น
วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2552
... ทริบอึด นรกแตก # // 1 ...
ไปไหนกันมาบ้างคร้าบบบ แต่ดูท่าหลายคนคงได้ไปเที่ยวไฮโซ หุ หุ
ผมหรอ ... 200 บาท ไปได้ทั่วไทย เมื่อไปกับพระมารดา
ไดร์นี้เป็นไดร์ที่ ต้องใช่ส่วนลึกของซิลิบั้มสมอง เพื่อการระลึกชาติ มากๆ กลับมาตั้งหลายวัน กว่าจะจัดรูป นั่งนิมิตรว่าไปที่ใดบ้าง ก็ใช่เวลาหลายวันจนล่วงเลยมาเป็นอาทิตย์ เหอๆ เที่ยวอึดนรกแตก 5 วันถ่วน
แต่เป็นการไปที่ เสียตังเยอะ แต่ว่าเที่ยวไม่คุ้ม T___T เพราะว่ามากคนมากความ
โดยปรกติบ้านผมจะเป็นครอบครัวประเภทชอบเที่ยวทะเล โดยเฉพาะทะเลใต้ คือไปก็ไปไกลเลย ทะเลใกล้ๆอย่าง บางแสน พัทยา ไม่ได้แอ่มเงินเรามาหลายสิบปีได้แล้ว หุ หุ
และทุกครั้งที่มีโอกาศ ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ หรือสงกรานต์ ก็จะพบครอบครัวผมที่ ภูเก็ต หรือไม่ก็หาดใหญ่ได้อย่างแน่นอน
การไปเที่ยวครั้งนี้ แม่ผมมีเพื่อน แอน เดอะ แก็ง ไปด้วย เป็นผู้นำเที่ยว เนื่องจากว่าเรา 3 คน พ่อ แม่ ลูกอยากไปเที่ยวเกาะมากมาย แต่ไม่กล้าเช่าเรือไปกันเองตามลำพัง คราวนี้สบโอกาสสมาชิกเยอะ เลยนัดกันเริ่มต้นว่าจะไปสิมิลัน
ดังที่ผมได้อัพไดร์ไว้ล่วงหน้า
วันแรกของการเดินทาง ... กลางคืนวันที่ 10 เลิกงานปุ๊ปก็พากันจัดขบวน ออกเดินทางกันปั๊ป .... ไปถึงภูเก็ตก็ราวๆ บ่ายกว่าๆ ของวันรุ่งขึ้น เพราะรถติดมากคับ ไม่เคยไปใต้แล้วพบรถเยอะแยะมากมายเช่นนี้มาก่อน แม้ว่ามันจะเป็นเวลากลางคืน
รถติด วิ่งทำความเร็วไม่ได้ ไปตลอด ยันไปถึงชุมพร
แก็งของแม่ผมนั้น เป็นชาวไทยมุสลิม เขาอ้างว่ารู้จัก บ้านพัก แบบ โฮมสเตย์ ตอนแรกๆ ก็คิดว่าจะดีไหมหว่าาาา
แต่แล้ว ... เพราะเจ้า ไอ้บ้านไม่เท่าไรคับ วิว สิ ระดับ 5 ดาวทีเดียว ตัวบ้านเป็นบ้านคอนกรีทธรรมดาคับ จะไม่ธรรมดาก็ตรงที่มันแปะอยู่กับไหล่เขานั่นเอง แลดูไฮโซ มากๆ ไม่แพ้ห้องสวีท แต่ ... นอนตากยุงดูดาวกันที่ระเบียงทั้งหมู่คณะ ได้บรรยากาศดีมาก

แต่ยังคิดอยู่ว่าถ้าฝนตกกรูจะทำยังไงดี 555+

หมู่บ้านที่ผมไปพักนั้นเป็นบ้านโฮม สเตย์หมดเลยคับ มีทางลง กลิ่งๆ ไปถึง ชายหาดได้ เป็นชายหาดสวนตัว เงียบมากๆ มีเรื่องยอชร์จอดอยู่ 2 - 3 ลำ มีฝรั่ง พอเป็นพิธี
หลังจากถ่ายรูปกันจนหนำ ผมและชาวคณะ ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าวิ่งปุเลงปุเลงลงเล่นน้ำ
ตอนโดดตูมลงไปครั้งแรก ก็เห็นแล้วหละคับว่า ... พื้นมันไม่ใช่ทราย ....มันเป็น " หญ้า " แต่ เนื่องจากมีฝรั่งเล่นอยู่ เราจึงไม่ได้เอะใจ มันเล่นได้ เราก็เล่นได้ แต่ผมไม่ไปเหยียบหญ้าเลย เพราะกลัว
15 นาทีผ่านไป มีน้องในแก๊งชาวคณะ คนนึง ร้องกรี้ด เธอพบตัวอะไรบางอย่าง จะปลิงก็ไม่ใช่ จะ ทากก็ไม่เชิง ทุกๆชีวิตในแก๊งชาวคณะเราจึงพร้อมใจกันเลิกเล่นน้ำในทันทีไม่มีอิดออด
กลับขึ้นไปหาของกินและนอนดูดาวกันตามสเต็บ ดาวสวยมากเลยคับ แต่ว่า ไม่รู้วิธีถ่ายนะ
เช้าวันอาทิตย์ เราออกตะเวนกันแต่เช้า หาของกิน เนื่องจากชาวคณะแม่ เป็น มุสลิม อาหารจึงหนีไม่พ้นข้าวหมก ข้าวมัน แรกๆก็โอหละคับ นานๆกินที แต่แปลก ที่ชาวคณะมุสลิมขับรถพาคนพุทธเข้าวัด กร๊ากกก

เราเริ่มต้นที่วัดฉลอง .... ไหว้พระจิตใจสงบ แล้วก็ไปที่แหลมพรมเทพ .... แดด ร้อน เมพ เมพ สุดยอดคับ ถึงจะไม่ใช่เวลาพระอาทิตย์ตก แต่วิวก็ยังสวยเริด
เห็นพระมารดา กระดี้กระด้ามีความสุข ผมก็ดีจาย .....เสร็จแล้วเราก็ลัดเลาะไปตามถนน ผ่านหาดต่างๆ แล้วก็ไปนั่งอุตุ ใต้ต้นไม้ เล็งฝรั่ง ที่หาดกะรน คลื่นน่าเล่นมากๆ เมื่อครั่งมาคราวที่แล้วที่นั่งฝรั่งยังลุกลามมาจนปลายหาด ผมเคยเล่นน้ำที่นี่สนุกมาก แต่ตอนนี้ มีแต่ฝรั่งๆๆๆๆ เหมือนหาดป่าตอง ไม่ชอบเลย รู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศ
เล็งฝรั่งจนหมดแม็กแล้วก็ไปหาอะไรกินกัน ที่ริมเขาเลยหาดกมลาไปแล้ว เป็นร้านบ้านๆ แต่ติดริมเขา อาหารอร่อยดีคับ ไม่แพง แต่เนื่องด้วยว่าทุกครั้งที่กินข้าว ผมจะห่วงแต่กิน เลยไม่ได้เก็บภาพอาหาร มาฝากกันเลย 5555++
สโลแกนแม่ผม มรึงช้า มรึงอด 5555+
อิ่มแล้ว ก็ไปไหว้พระต่อโน่น วันพระพุดคับ อยากไปมานานแล้ว มาภูเก็ต หลายครั้งมากๆ แต่ไม่เคยได้ไปไหว้ ท่านเลย ได้มีโอกาศ รู้สึกดีมากๆคับ

ไหว้พระแล้ว ผมอยากไปดู เครื่องบินลงตรงปลายรันเวย์ภูเก็ตมากๆ เพราะปลายรันเวย์ติดทะเล คล้ายๆกับที่ พรินท์เซ็ตจูเรียน่า ที่แทบจะเอื้อมมือแตะล้อได้ แต่ปรากฏว่า ดูจากใน กูเกิล เอิทย์ แล้วจำไม่ได้ ว่าไปทางไหนถึงเข้าไปที่ปลายรันเวย์ได้ พอขับรถไปจริงๆแล้ว งงเลยคับ หาทางเข้าไม่ได้ เลยอดเลย งืมๆๆ
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก มีคนพูดว่า เวลาที่เรามีความสุข เวลามักผ่านไปรวดเร็วเสมอ อันนี้ผมเห็นด้วย
ตกเย็นก็กลับไปอาบน้ำนอนดูดาว กินโรตี หุ หุ ดีที่เอามุ่งกระโจมไปด้วยนะ 5555 เตรียมตัวให้พร้อม พรุ้งนี้ ไปเที่ยวเกาะ ครั้งแรกในชีวิตผม
วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2552
... Let's go to the SEA !!!!!!!! Yahoooooooooo !!!!!! ...
Today is the last day for working. I'm so happy with my holiday, 5 day in Phuket and maybe If I'm lucky.
I will going to Similan Island. I don't know the word to call Similan is Island or group of island.
5555 แต่ช่างมันเถอะ
I'm going with my family and my mom friend about 2 family. I think It's must be a lot of fun.
Long time I didn't see the sea of phuket. I think the last time. Have my Mom Dad and my sis. But now I don't have my sis anymore.
I missing her so much. And I hope in someday she come back in our family again. We grow up together. She is only one sister of my life.
แต่ช่างเถอะเนอะ จะเศร้าทำไม จะไปเที่ยวหละนะคร้าบบบบบบ ไว้กลับมาแล้วจะมาอัพรายการไปเที่ยวครั้งแรกของ blog ผม ให้ได้ชมกันเด้อ ..... บะบายคับผม
... สีสันแห่งสายลม ...
ความฝันอยู่ห่างไกล ... แค่หัวใจไปถึงก็เพียงพอ ...